Masukทางด้านจอมทัพที่กำลังจะวิ่งตามเด็กสาว แต่ไม่ทันไรก็โดนทุกคนที่ยืนกันเต็มอยู่หน้าประตูบ้านขวางเขาเอาไว้ ก่อนจะเป็นเข็มมุกที่เอ่ยพูดกับเขา
“เดี๋ยวฉันไปดูยัยขวัญเองค่ะ ถ้านายหัวไปตอนนี้ยัยขวัญคงไม่ยอมพูดด้วยแน่”
“แต่ว่า”
“เดี๋ยวฉันจะอธิบายเรื่องทั้งหมดกับยัยขวัญเอง นายหัวกับทุกคนไปนั่งรอดีกว่านะคะไม่ต้องห่วง”
ไม่ทันที่จอมทัพจะได้พูดอะไรไปมากกว่านั้น เข็มมุกก็พูดแทรกขึ้นมา จอมทัพจึงชั่งใจคิดอยู่ครู่หนึ่ง หากดูจากสถานการณ์ตอนนี้เด็กสาวคงไม่ยอมออกมาพูดกับเขาแน่ อีกทั้งตอนนี้เธอคงจะโกรธเกลียดเขาไปแล้ว เขาจึงเลือกที่จะเชื่อเข็มมุกและยอมทำตามที่เธอบอก เดินคอตกไปนั่งรอที่โซฟาหน้าทีวี ท่ามกลางสายตาของคนในบ้านที่ต่างมองเขาอย่างนึกเห็นใจ ก่อนจะพากันเดินตามไปนั่งรอที่โซฟาเช่นกัน ส่วนเข็มมุกก็เดินแยกไปหาลูกสาว
แม้ว่าแผนการในครั้งนี้มันจะสำเร็จ เพราะเมื่อครู่เด็กสาวได้พูดความรู้สึกของตัวเองออกมาแล้ว อีกทั้งทุกคนก็ได้ยินได้เห็นกันถ้วนหน้า แต่ทว่าผลเสียที่ตามมาจอมทัพกลับเป็นฝ่ายรับอยู่คนเดียว ถึงแม้ทุกคนจะร่วมมือกันก็ตามมา
ทางด้านเข็มมุกเมื่อเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าห้องนอนของลูกสาว ก็เอ่ยพูดกับลูกสาวที่อยู่ในห้อง
“ของขวัญ แม่ขอเข้าไปหน่อยได้ไหมลูก”
“...” ไม่มีเสียงใดๆตอบกลับมา แต่ทว่าไม่นาน ประตูห้องก็ถูกเปิดออกโดยเจ้าของห้อง ก่อนที่เสียงเล็กๆจะเอ่ยเรียกคนเป็นแม่น้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมกับโผเข้ากอดคนเป็นแม่อย่างต้องการคนปลอบใจ
“แม่”
หมับ!
คนเป็นแม่จึงกอดตอบ ก่อนจะเอ่ยพูดกับลูกสาวน้ำเสียงอ่อนโยน พลางลูบศีรษะเล็กของลูกสาวเบาๆ
“ไม่ร้องนะ ลูกสาวแม่เก่งจะตายอย่าร้องไห้เลย”
สิ้นคำพูดปลอบโยนของคนเป็นแม่ ของขวัญก็ผละกอดออก แล้วเอ่ยถามออกไปโดยพยายามปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ พร้อมกับใช้หลังมือปาดน้ำตาออกจากแก้มทั้งสองข้างลวกๆ
“เมื่อกี้แม่กับทุกคนได้ยินหมดแล้วเหรอคะ”
“ใช่ แต่ขวัญรู้อะไรไหมลูก...” เข็มมุกหยุดคำพูดไว้แค่นั้น จนของขวัญต้องเอ่ยถามต่อด้วยความใคร่รู้
“อะไรเหรอคะ?”
“ก็เรื่องทั้งหมดมันไม่ได้เป็นอย่างที่หนูคิด มันเป็นแผนของพวกเราตั้งแต่ตน”
“แผนเหรอคะ? หมายความว่ายังไงคะแม่” ยิ่งคนเป็นแม่พูด ของขวัญก็ยิ่งไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่ เธอเลยต้องถามให้เข้าใจ ก่อนที่จะได้ยินคนเป็นแม่เอ่ยตอบ
“ก็ตั้งแต่เรื่องที่นายหัวไม่ได้ไปรับหนูที่มหาลัยจนกลับมาถึงบ้านหนูก็เห็นนายหัวอยู่กับคุณเดือน แล้วที่นายหัวพูดจาทำร้ายจิตใจหนูอีก ทั้งหมดนี้มันเป็นแผนของพวกเรา นายหัวไม่ได้อยากทำแบบนี้เลยนะเพราะเขาเป็นห่วงความรู้สึกของลูกนะขวัญ แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้แล้วทุกคนไม่มาเห็นเองหนูก็คงไม่ยอมบอกใครว่าหนูกับนายหัวเป็นอะไรกัน”
สิ้นคำอธิบายของคนเป็นแม่ ของขวัญก็ใจชื้นขึ้นมาทันที ก่อนจะถามคนเป็นแม่ออกไปเป็นชุด
“แม่พูดจริงเหรอคะ ทั้งหมดมันเป็นแผนจริงๆใช่ไหม นายหัวกับน้าเดือนคนนั้นไม่ได้เป็นอะไรกันใช่ไหมคะ นายหัวยังรักหนูอยู่ใช่ไหมคะแม่”
“ใช่ลูก เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นแค่แผนทดสอบใจหนูเท่านั้น ส่วนคุณเดือนแม่เองก็พึ่งรู้จักวันนี้ เธอเป็นญาติกับนายหัว เป็นลูกสาวของน้องชายคุณยายก็นับเป็นน้องสาวนายหัวนั่นแหละ คุณยายแค่ชวนมาเล่นละครตบตาหนูเท่านั้น เรื่องทั้งหมดมันก็เป็นแบบนี้แหละ ขวัญเลิกคิดมากแล้วก็ไม่ต้องร้องไห้แล้วนะลูก ดูสิร้องไห้จนตาบวมหมดแล้วเนี่ย เดี๋ยวไม่สวยนะ” หลังจากอธิบายความจริงให้ลูกสาวฟัง เข็มมุกก็เลื่อนมือขึ้นมาเช็ดคราบน้ำตาที่เริ่มเหือดแห้งไปบ้างแล้วให้ลูกสาว แต่ทว่าปากของลูกสาวก็ยังคงเบะคว่ำตลอด จนเธอที่เห็นแล้วรู้สึกสงสารแต่ก็นึกเอ็นดูอยู่ในทีกับความงอแงของลูกสาว ที่ไม่ว่าจะโตขึ้นแค่ไหนก็ยังงอแงเป็นเด็กอยู่ร่ำไป ไม่นานก็ได้ยินลูกสาวถามขึ้นอีก
“แม่คะ ตอนนี้นายหัวอยู่ไหนคะ”
“แม่ให้นั่งรอหนูอยู่หน้าทีวีน่ะ”
พรึ่บ!
เมื่อสิ้นคำตอบของคนเป็นแม่ ของขวัญก็รีบสับขาวิ่งไปหาอีกคนทันที พอวิ่งมาถึงเธอก็หยุดยืนมองทุกคนที่นั่งอยู่บนโซฟาสลับกัน ขณะที่พวกเขาก็มองมาทางเธอเช่นกัน ก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มของคนรักเอ่ยเรียกเธอ
“ยัยหนู”
เธอจึงหยุดสายตาไว้ที่เขา ก่อนจะเห็นร่างสูงใหญ่ของเขาที่นั่งอยู่บนโซฟาดันตัวลุกขึ้นยืนแล้วอ้าแขนทั้งสองข้างออกกว้าง เป็นการบอกให้เธอเข้าไปหาเขาโดยไม่มีคำพูดใดๆ ขณะเดียวกันสายตาของเธอก็สะดุดเข้ากับมือข้างขวาของเขาที่ตอนนี้ถูกพันด้วยผ้าก็อซสีขาวก็รู้สึกผิดต่อเขาไม่น้อย เมื่อเห็นเช่นนั้นปากบางจึงเบะคว่ำอีกครั้ง ก่อนที่เสียงสะอื้นไห้จะดังเล็ดลอดออกมาเล็กน้อย
“ฮึ่ๆ นายหัว~” จากนั้นก็ไม่รอช้าวิ่งเข้าไปกอดร่างสูงใหญ่ของเขาทันที โดยไม่สนใจแล้วว่าใครจะมองอยู่บ้าง
หมับ!
ด้านจอมทัพเมื่อเด็กสาววิ่งเข้ามาในอ้อมแขน เขาก็กอดเด็กสาวเอาไว้แน่นขณะมือใหญ่ข้างหนึ่งคอยลูบศีรษะเล็กเบาๆอย่างทะนุถนอมเธอเป็นที่สุด
จากนั้นทั้งคู่จึงพากันหลับตาลงเพื่อซึมซับอ้อมกอดของกันและกันโดยไร้ซึ่งคำพูดใดๆ ท่ามกลางสายตาของหญิงชายชราและพ่อแม่ของเด็กสาว อีกทั้งยังมีเดือนที่นั่งอยู่ด้วย ทุกคนต่างมองพวกเขาที่กำลังแสดงความรักกันด้วยความรู้สึกยินดี
ไม่นานก็เป็นเด็กสาวที่ผละกอดออก เลื่อนมือทั้งสองข้างมาจับเอวสอบเอาไว้หลวมๆ ขณะที่สองมือใหญ่ของอีกคนก็เลื่อนมาจับเอวบางของเธอเอาไว้หลวมๆเช่นกัน ก่อนที่เสียงเล็กๆของเธอจะเอ่ยพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่น ประหนึ่งงอแงใส่เขา
“แม่เล่าให้หนูฟังหมดแล้ว หนูตกใจมากเลยรู้ไหมคะ หนูคิดว่านายหัวหลอกให้หนูรัก หนูคิดว่านายหัวจะทิ้งหนูไปจริงๆซะอีก”
“เด็กโง่ ฉันรักหนูมากนะ ไม่มีวันที่ฉันจะหลอกหนูแล้วทิ้งหนูแน่นอน” ขณะที่ปากขยับพูดกับเด็กสาว มือใหญ่ก็คอยลูบศีรษะเล็กตลอด ลามมาลูบแก้มนุ่มนิ่มของเธอที่ตอนนี้เปื้อนคราบน้ำตา เห็นแล้วก็ทำเขาปวดใจยิ่งนัก แต่แล้วก็ดันได้ยินคนเป็นเพื่อนพูดจาเหน็บแนบใส่
“เหอะ! โคตรเลี่ยน”
เขาจึงชำเลืองมองเพื่อนที่ทำลอยหน้าลอยตาไม่รู้ไม่ชี้ทั้งที่ว่าเขา แต่กระนั้นเขาก็เลือกที่จะไม่สนใจ ก่อนจะหลุบตามองเด็กสาวในอ้อมแขนต่อ แล้วเอ่ยถามเธอไป
“ยัยหนูไม่โกรธฉันเหรอ ฉันทำแบบนี้เท่ากับฉันหลอกหนูเลยนะ”
“ไม่โกรธค่ะ หนูเข้าใจว่าที่นายหัวทำแบบนี้ก็เป็นเพราะหนูที่ไม่ยอมบอกเรื่องของเรากับทุกคน อีกอย่างถ้านายหัวไม่ทำแบบนี้หนูก็คงไม่กล้าบอกใครเรื่องของเราอยู่ดีค่ะ”
เมื่อได้ยินคำตอบของเด็กสาว จอมทัพก็เหมือนจะเข้าใจอะไรได้ในทันที เขาจึงเอ่ยพูดออกไปขณะที่คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
“งั้นที่ยัยหนูบอกฉันว่าจะหาโอกาสบอกแม่ ยัยหนูหลอกให้ฉันรอเก้องั้นเหรอ หนูไม่คิดจะบอกทุกคนตั้งแต่แรกอยู่แล้วใช่ไหมว่าเราเป็นอะไรกัน”
“ก็หนูไม่กล้าบอกหนิคะ” ของขวัญตอบออกไปน้ำเสียงอ่อน สีหน้าสลดอย่างคนรู้สึกผิด ก่อนจะก้มหน้าหลบสายตาอีกคน เนื่องจากไม่รู้จะแก้ตัวออกไปยังไงจึงยอมรับแต่โดยดี แต่ใช่ว่าเธอจะหลอกให้ความหวังเขา เธอแค่ไม่คิดจะบอกใครตอนนี้หรือในเร็ววันนี้ต่างหาก เพราะเธอยังไม่มีความกล้าพอ กลัวว่าหากบอกทุกคนออกไปแล้วจะไม่มีใครยอมรับเรื่องของเรา
ด้านจอมทัพเมื่อเห็นสีหน้ารู้สึกผิดของเด็กสาวเขาก็แพ้แล้ว เพราะใบหน้าเศร้าๆของเธอในตอนนี้ทำใจเขาอ่อนยวบ แม้จะรู้สึกน้อยใจกับสิ่งที่เธอทำ แต่ก็ใช่ว่าตัวเขาจะไม่ทำผิดต่อเธอ เขาเองก็เพิ่งจะเล่นกับความรู้สึกของเธอไปเหมือนกัน จึงไม่อยากถือโทษเอาความ
“เอาเถอะ ฉันจะถือว่าเราหายกัน แต่...” หากจะให้ปล่อยคนที่กระทำผิดไปง่ายๆคงไม่ใช่เขาแน่นอน ต่อให้ตัวเขาจะมีความผิดด้วยแต่ทว่านั่นมันก็อีกเรื่อง
ด้านของขวัญที่เห็นว่าคนตัวโตตรงหน้าไม่ยอมพูดให้จบ เธอจึงถามต่อด้วยความใคร่รู้
“แต่อะไรคะ?”
“คืนนี้ยัยหนูต้องนอนกับฉันเป็นการไถ่โทษ”
สิ้นคำตอบของคนตัวโต คิ้วเรียวสวยก็ขมวดเข้าหากันทันที อีกทั้งเมื่อเห็นสายตาที่เขามองมาดูไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลย ของขวัญจึงโต้แย้งกลับไป
“ก็ไหนนายหัวบอกว่าหายกันไงคะ แล้วทำไมต้องไถ่โทษ”
“ก็หายกันไง แต่ยัยหนูก็ควรมานอนกับฉันเป็นการปลอบใจฉันนะ”
“นายหัวขี้โกงหนิ นายหัวต่างหากที่ควรจะปลอบใจหนู” เมื่อของขวัญเห็นว่าตัวเองเหมือนจะถูกอีกคนเอาเปรียบ เธอก็ไม่อาจยอมได้ แต่ทว่าเด็กน้อยอย่างเธอหรือจะไปสู้คนมีเล่ห์เหลี่ยมอย่างเขาได้
“ก็นี่ไง ยัยหนูก็มานอนกับฉันสิ ฉันจะได้ปลอบใจหนูไง”
“หนูไม่ได้หมายความแบบนั้นซะหน่อย”
สิ้นคำพูดของเด็กสาว ทางด้านจันทร์ทิพย์ที่ยืนมองทั้งคู่อยู่นานอย่างเงียบๆ ก็ไม่อาจทนเงียบอีกต่อไปได้เมื่อวันนี้ได้เห็นลูกชายในมุมที่ไม่เคยเห็นมาก่อน เพราะปกติลูกชายของเธอมักจะเป็นคนนิ่งขรึมและดูสุขุม ทว่าตอนนี้กลับแตกต่างไปจากเดิมราวกับคนละคนเหมือนไม่ใช่ลูกของเธอ เธอจึงพูดแทรกบทสนทนาระหว่างลูกชายกับเด็กสาว
“ทัพ นี่ลูกกลายเป็นคนเจ้าเล่ห์ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ ไปแกล้งหนูของขวัญทำไม ดูสิหนูของขวัญเขินหน้าแดงหมดแล้วนั่นน่ะ” แม้คราแรกจันทร์ทิพย์ตั้งใจจะเอ็ดลูกชาย แต่ทว่าสุดท้ายก็อดแซวเด็กสาวไม่ได้เมื่อเห็นแก้มของเด็กสาวแดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุก ยิ่งพอโดนเธอแซวเด็กสาวก็มีอาการเขินอายเข้าไปใหญ่ จนเธอเห็นแล้วนึกเอ็นดูว่าที่ลูกสะใภ้ตัวน้อยของเธอเหลือเกิน ก่อนจะได้ยินคนเป็นสามีที่เงียบอยู่นานพูดขึ้นเช่นกัน
“เอาล่ะ คุยกันไปเถอะ คนแก่ๆอย่างพวกฉันไม่ขออยู่ฟังด้วยแล้ว ไปกันเถอะคุณ” เมื่อหันมาชวนภรรยา พอเห็นว่าคนเป็นภรรยาหันมาพยักหน้าให้ นายใหญ่ศรก็เดินนำออกไปทันที แม้จะรู้สึกยินดีกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่ต่างกับคนเป็นภรรยา แต่เพราะเห็นว่าสถานการณ์คลี่คลายแล้วจึงไม่อยากอยู่รบกวนความเป็นส่วนตัวของลูกหลาน
ด้านจันทร์ทิพย์เมื่อเห็นว่าสามีเดินนำออกไปก่อนแล้ว จึงหันไปพูดกับหลานสาวอย่างเดือนที่นั่งอยู่ข้างกัน
“ไปกันเถอะเดือน เดี๋ยวป้าไปส่งบ้าน”
“ค่ะป้าจันทร์” เดือนพยักหน้าตอบรับคนเป็นป้าแท้ๆ ก่อนจะหันไปเอ่ยลาทุกคน
“ไปก่อนนะคะทุกคน ไปก่อนนะหนูของขวัญ” เธอหันไปเอ่ยลาของขวัญเป็นพิเศษ เพราะรู้สึกถูกชะตาในความน่ารักน่าเอ็นดูของเด็กสาวตั้งแต่แรกเห็น เห็นแล้วก็อยากจะมีลูกสาวน่ารักๆแบบนี้บ้าง เพราะตอนนี้เธอมีครอบครัวและมีแค่ลูชายสองคน ตอนนี้ก็กำลังปล่อยท้องอยู่ อยากจะมีน้องสาวให้พวกพี่ๆสักคนสองคน คงดีหากลูกสาวในอนาคตของเธอจะน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนเมียพี่ชาย แต่หากท้องครั้งนี้แล้วเป็นชายอีกเธอก็คงต้องทำใจว่าชาตินี้คงไม่มีวาสนาได้ลูกสาวแล้ว
ทางด้านของขวัญจึงพนมมือไหว้ลาเดือนขณะใบหน้าเปื้อนยิ้ม เดือนที่เห็นกิริยามารยาทของเด็กสาวก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดูเข้าไปใหญ่ ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นจากโซฟาเดินไปหาคนเป็นพี่ชายที่ยังคงยืนโอบเอวเด็กสาวไม่ปล่อย แล้วพูดกระซิบเบาๆให้พอได้ยินกับพี่ชายแค่สองคน
“พี่ทัพ เมียพี่น่ารักมาก” พูดจบเดือนก็หันไปยิ้มให้เด็กสาวที่กำลังมองมาตาแป๋ว ก็ยิ่งทำให้เธอรู้สึกเอ็นดูแล้วเอ็นดูอีก หากไม่ติดว่าเด็กสาวเป็นเมียของพี่ชาย เธอคงเสนอตัวเป็นแม่บุญธรรมของเด็กสาวแล้ว จากนั้นก็เดินกลับไปหาคนเป็นป้า พอเห็นคนเป็นป้ากำลังจะลุกขึ้นยืนก็เข้าไปช่วยพยุง จากนั้นก็พากันเดินออกไป
เมื่อเดินออกมาดูอีกคนที่เดินหายออกมาทางหน้าบ้าน ก็เห็นเขายืนกอดอกอยู่ข้างริมรั้ว นึกว่าจะไปไหนได้ที่แท้มายืนงอนอยู่ตรงนี้ เห็นเช่นนั้นปากบางจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนแก่ขี้น้อยใจ เธอจึงเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังแล้วเอ่ยถามเขาน้ำเสียงหวาน“นายหัวโกรธหนูเหรอคะ”“...”ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากอีกคน เธอจึงไม่รอช้าที่จะง้อเขาต่อขณะที่ยังสวมกอดเอวสอบไม่ยอมปล่อย“หนูขอโทษนะคะที่พูดกับนายหัวแบบนั้น ช่วงนี้หนูแค่รู้สึกเหนื่อยๆน่ะค่ะ นายหัวไม่โกรธหนูนะ” เมื่อเธอพูดจบอีกคนก็หันมาประจันหน้ากัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดกับเธอ“ฉันต่างหากที่ควรขอโทษยัยหนู ยัยหนูดูแลลูกของเราก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังทำตัวงี่เง่าเพิ่มภาระให้หนูอีก ฉันมันเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม”สิ้นเสียงทุ้ม คิ้วเรียวเล็กจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนเสียงหวานจะบ่นพึมพำเบาๆคนเดียว“คนแก่อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้ทุกคนเลยไหมนะ หรือว่านายหัวจะเป็นวัยทอง”“อะไรทองๆนะ”เมื่อได้ยินอีกคนถาม ของขวัญจึงได้สติและกลับมาโฟกัสที่ประเด็นหลักต่อ“ไม่มีอะไรค่ะ นายหัวฟังหนูนะคะ นายหัวเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกที่ดีมากค่ะ แต่ละวันนายหัวทำงาน
หกปีต่อมาหลังจากของขวัญเรียนจบ เธอกับจอมทัพก็แต่งงานกันทันที งานแต่งของทั้งคู่จัดขึ้นใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ่าวและไม่ให้ฝ่ายเจ้าสาวน้อยหน้าใคร แขกเหรื่อมากันมากมายเป็นที่พูดถึงกันไม่ขาดปาก จนสาวๆในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาเจ้าสาวกันเป็นแถวที่ได้สามีหล่อรวยและเพอร์เฟคไปทุกอย่าง ส่วนหนุ่มๆก็เช่นเดียวกัน ต่างพากันอิจฉาเจ้าบ่าวเฒ่าที่ได้เมียเด็กทั้งสาวทั้งสวยและน่ารักไม่มีที่ติ ช่างเป็นวาสนาของเจ้าบ่าวเฒ่าจริงๆหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ตอนนี้อายุได้หนึ่งขวบสองเดือนแล้ว มีนามว่า เจ้าขุน เด็กน้อยน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูและอ้วนท้วมสมวัยเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน เว้นแต่คนเป็นพ่อที่แอบอิจฉาลูกตัวเองที่มาแย่งความรักของเมียไปจากตน แม้จะรักลูกไม่ต่างกับคนอื่น แต่ก็แอบนอยด์ที่ตนไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเมียเหมือนแต่ก่อน เพราะมีลูกจึงโดนแย่งความรักความสนใจไปหมด ซึ่งเขารู้ตัวดีว่าไม่ควรคิดเช่นนี้กับลูกในสายเลือด แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ จากเคยเป็นที่หนึ่งตอนนี้กลับเป็นรองใครบ้างจะไม่นอยด์“นายหัวให้ลูกดูโทรศัพท์อีกแล้วเหรอคะ หนูบอกแล้วไงว่าลูกยังเล็กไม่ควรให้เล่นโทรศัพท์ แล้วนี่
เวลาต่อมา20:35 น.“นายหัวเห็นขนมหนูไหมคะ” เมื่อหาขนมที่เหลือไม่เจอ ของขวัญจึงหันไปถามอีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาจึงละสายตาจากหนังสือหันมาพูดกับเธอ“แล้วที่ถืออยู่นั่นไม่ใช่ขนมเหรอ” ปากขยับพูดกับเด็กสาวขณะสายตาหลุบมองขนมในมือเล็กที่ถืออยู่หนึ่งห่อ“ก็ใช่ค่ะ แต่หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ กลับจากสวนหนูเอาใส่ไว้ในลิ้นชักตรงนี้ แต่ทำไมมันถึงมีแค่ห่อเดียว” ขณะพูดใบหน้าก็เริ่มงองำ เธอจำได้แม่นว่าตอนกลับจากสวนเธอเอาขนมที่เหลือสามห่อเก็บไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียง แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ห่อเดียว แล้วอีกสองห่อมันหายไปไหน“ยัยหนูจำผิดรึเปล่าครับ”“ไม่นะคะ หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ หนูกะว่าอาบน้ำเสร็จจะมากิน แต่ทำไมถึงมีอยู่แค่หอเดียว หรือว่านายหัวแอบกินของหนูคะ” เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็เหลือแต่เขานี่แหละที่น่าสงสัย ทว่าอีกคนแม้จะถูกเธอกล่าวหาแต่เขาก็ยังคงนั่งนิ่ง ก่อนที่เขาจะพูดกับเธออย่างใจเย็น“ฉันไม่ชอบกินขนมฉันจะไปแย่งยัยหนูกินทำไม อีกอย่างขนมพวกนี้ฉันเป็นคนซื้อ ถ้าฉันจะกินจริงๆฉันไปซื้อเอาใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาแอบกินของยัยหนูเลย”“ก็จริง แต่มันหายไปไหนสองห่อนะ” ยิ่ง
สองเดือนต่อมาหลังจากที่ราเชนทร์พาเมียและลูกไปพบหน้าคนที่บ้าน ทางด้านพ่อแม่ของเขาก็ชอบในตัวเข็มมุกและเอ็นดูในตัวของขวัญเป็นอย่างมาก ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็พิสูจน์ได้จากความรู้สึกผูกพันทางสายเลือด แม้ปู่ย่าจะไม่ได้เลี้ยงดูหลานมาแต่ก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดของตน โดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆแค่เห็นหน้าหลานครั้งแรกพวกท่านก็รู้สึกรักแล้วทุกอย่างลงเอยด้วยดี ซึ่งตอนนี้เข็มมุกก็ได้ย้ายไปอยู่กับราเชนทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนจอมทัพกับของขวัญก็อยู่ด้วยกันเช่นเดิม ทุกคนต่างได้อยู่กับคนที่รักสมใจ โดยที่คอยแวะเวียนไปหากันตลอดแล้วแต่ใครจะสะดวกมาตอนไหน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราเชนทร์กับเข็มมุกที่เป็นฝ่ายแวะเวียนมาหาลูกสาว เนื่องจากมีลูกสาวอยู่คนเดียวก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา แม้ว่าลูกจะมีคนรักที่คอยดูแลอยู่แล้วเป็นอย่างดี ทว่าคนเป็นพ่อแม่ก็ยังคงห่วงลูกเสมอทางจอมทัพกับของขวัญก็ยังคงใช้ชีวิตในแต่ละวันวนลูปอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือความรักที่พวกเขามีให้กันไม่เคยลดน้อยลงเลย วันไหนเด็กสาวมีเรียนจอมทัพก็จะคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยเหมือนเช่นเคย โดยที่มีนักศึกษาหนุ่มคอยมาเกาะแกะเมียเด็กของเขาให้เห็นอยู่ตลอด ซึ่งเขาก็ต้องคอยจัดการค
ด้านของขวัญแม้จะเห็นท่อนเอ็นของอีกคนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยชินกับความใหญ่โตของมันสักที ทุกครั้งที่เห็นมันก็ใจเต้นแรงตลอด รู้สึกหวั่นๆทุกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลัวมันนั่นแหละ แต่ทว่าต่อให้กลัวแค่ไหนเธอก็ยังอยากที่จะทำให้เขาอยู่ดี จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเขาที่กำลังใช้มือชักสาวท่อนเอ็นลำใหญ่ของตัวเองไม่หยุด“ละ แล้วหนูต้องทำยังไงคะ”“จับมันแบบนี้ครับ” ไม่สอนปากเปล่า มือใหญ่จับมือเล็กมากุมท่อนเอ็นของตัวเอง ก่อนจะนำพามือเล็กชักสาวมันขึ้นลงเบาๆ แล้วเอ่ยสอนต่อพร้อมกับมือใหญ่อีกข้างคอยลูบศีรษะเล็กเบาๆ“ยัยหนูแลบลิ้นออกมาเลียตรงหัวมันก่อน หรือจะเลียทั้งลำก็ได้แล้วค่อยอมมันเข้าไป จากนั้นก็ดูดมันเหมือนไอติมแท่งเลยครับ พอทำได้ไหม”“ได้ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าตอบทันทีที่อีกคนสอนจบ จากนั้นเธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพ้นลมออกแรงๆเพื่อเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่ต้องทำ จนอีกคนที่มองอยู่หลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูกับท่าทีของเธอในตอนนี้ เขารู้ดีว่าเด็กสาวทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวที่จะทำเช่นนี้ให้เขา แต่แค่เธอมีใจอยากทำให้ก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้วขณะที่นั่งมองเด็กสาวไม่ละสายตา เมื่อเห็นเธอค่อยๆเลื่อนใบหน้า
ทางด้านจอมทัพที่อุ้มกระเตงเด็กสาวเข้ามาในห้อง ก็วางร่างบางของเธอลงบนโต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ขณะที่กายแกร่งของเขาแทรกกลางตรงหว่างขาเธอไม่ห่าง สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ยัยหนู เมื่อกี้หนูน่ารักมากเลยรู้ไหม รู้จักปกป้องฉันด้วย”“ก็หนูรักนายหัวหนิคะ หนูก็ต้องปกป้องนายหัวอยู่แล้ว““ฉันก็รักยัยหนูนะ”“รักมากแค่ไหนคะ” ขณะเอ่ยถามอีกคนสองแขนเรียวเล็กก็เลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ เอียงใบหน้าเล็กน้อย มองอีกคนตาแป๋วอย่างรอคำตอบ ก่อนจะได้ยินเขาตอบออกมาน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู“ฉันรักหนูมาก มากจนหนูคิดไม่ถึงหรอก”“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ แต่ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆนายหัวก็ต้องมีเบื่อหนูเข้าสักวันแหละ พอเบื่อแล้วทิ้งหนูขึ้นมาทำไง”หมับ!สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็จับล็อคใบหน้าเล็กเข้ามาแล้วกัดริมฝีปากล่างของเธอไปหนึ่งที เด็กสาวจึงส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บ“อื้อ!”พอเขาผละปากออก เธอก็แว้ดใส่เขาทันทีขณะใบหน้าน่ารักงองำ“นายหัวกัดปากหนูทำไมคะ”“ก็โทษฐานที่ยัยหนูพูดจาไม่น่าฟังยังไงล่ะ”“บอกกันดีๆก็ได้หนิคะไม่เห็นต้องกัดกันเลย หนูเจ็บ” ไม่พูดเ







