Masukทางด้านของขวัญเมื่อเห็นเดือนเดินออกไปกับหญิงชราแล้ว เธอก็หันมาถามคนตัวโตตรงหน้าเธอทันทีด้วยความใคร่รู้
“เมื่อกี้คุณน้าเขาพูดอะไรเหรอคะ?”
“เธอชมว่าเมียฉันน่ารักมาก”
ของขวัญได้ยินเช่นนั้นก็ระบายยิ้มด้วยความเขิน ก่อนจะพูดกลับไปขณะใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“คุณน้าเธอก็สวยมากค่ะ ตอนที่หนูไม่รู้ว่าคุณน้าเธอเป็นญาติกับนายหัว หนูยังกลัวว่านายหัวจะหวั่นไหวกับเธอเลย”
“ยัยหนูหึงฉันเหรอ”
“ก็ต้องหึงสิคะ ไม่ให้หึงนายหัวแล้วจะให้หนูไปหึงใครล่ะคะ”
จอมทัพได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกดีไม่น้อยที่เด็กสาวหึงหวงกัน เพิ่งจะเข้าใจวันนี้ว่าความรู้สึกที่มีเมียเด็กคอยหึงคอยหวงมันรู้สึกดีแบบนี้นี่เอง
ขณะเดียวกันด้านเข็มมุกที่ยืนมองทั้งคู่อยู่เงียบๆ เมื่อรู้สึกว่าคนเป็นลูกอาจจะลืมไปแล้วว่าเธอยังอยู่ตรงนี้ด้วย จึงเอ่ยพูดออกไปเพื่อให้ลูกสาวหันมาสนใจกันบ้าง ประหนึ่งแซวไปในที
“ของขวัญ แม่ยังอยู่ตรงนี้นา~”
สิ้นคำพูดหยอกเย้าลูกสาวของเข็มมุก ราเชนทร์ที่มองทั้งคู่อยู่เหมือนกันจึงพูดต่อทันที
“ใช่พ่อก็ยังอยู่ หวานกันไม่เกรงใจพ่อกับแม่เลยนะ”
ด้านของขวัญจึงหันมามองคนเป็นพ่อและแม่ที่ตอนนี้ยืนอยู่ด้านหลังของเธอ ก่อนจะหยุดสายตาไว้ที่คนเป็นพ่อและจ้องมองคนเป็นพ่ออยู่อย่างนั้นโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา ทำเอาคนเป็นพ่อที่ถูกลูกสาวมองด้วยสายตาที่อยากจะคาดเดาความรู้สึกของลูกได้ ก็นึกหวั่นกลัวกับสิ่งที่ตัวเองเคยกระทำลงไป กลัวว่าลูกสาวจะไม่ให้อภัยและไม่ยอมรับตนเป็นพ่อ แม่ว่าก่อนหน้าเข็มมุกได้บอกแล้วว่าลูกสาวไม่ได้ถือโทษโกรธอะไรเขาเลย ทว่ามันก็อดกลัวไปเองไม่ได้อยู่ดี แต่แล้วคำพูดต่อมาของลูกสาวก็ทำให้เขาใจชื้น
“แม่คะ หนูขอกอดพ่อได้ไหม” ของขวัญหันไปถามคนเป็นแม่ ก่อนจะหันมายิ้มให้คนเป็นพ่อ ทำให้คนเป็นพ่อยิ้มกว้างออกมาได้ทันทีด้วยความรู้สึกดีใจเมื่อเห็นลูกสาวดูไม่ได้ถือโทษโกรธอะไรเขาจริงๆอย่างที่แม่ของเธอได้บอกไว้ก่อนหน้า หนำซ้ำลูกยังขอกอดเขาอีก ที่สำคัญยังเรียกเขาว่าพ่อด้วย จนเขาอยากจะพุ่งเข้าไปกอดลูกเสียเดี๋ยวนี้ แต่ทว่าก็ไม่กล้า ได้แต่รอว่าเข็มมุกจะตอบลูกว่ายังไง และแล้วคำตอบของเข็มมุกก็เป็นที่น่าพอใจเขายิ่งนัก
“ถ้าเป็นความต้องการของลูกก็ทำเถอะ ไม่ต้องถามแม่หรอก ขวัญโตแล้ว แม่ยอมรับการตัดสินใจของลูก”
สิ้นคำตอบของเข็มมุกที่เอ่ยตอบลูกสาว ราเชนทร์ก็เดินเข้าไปหาลูกสาวทันที แล้วจับไหล่มนทั้งสองข้างของลูกเอาไว้ ขณะเดียวกันก็ยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียมด้วยความดีใจจนเกินจะบรรยาย ก่อนจะเอ่ยถามลูกออกไป
“หนูของขวัญ เมื่อกี้หนูเรียกพ่อว่าพ่อแล้วเหรอลูก”
จอมทัพที่มองอยู่ก็นึกหมั่นไส้กับอาการของเพื่อนตอนนี้ไม่น้อย แต่ก็เลือกที่จะมองดูต่อไปโดยไม่คิดจะพูดอะไร
ด้านของขวัญเลือกที่จะไม่ตอบอะไรคนเป็นพ่อ แต่กลับขอในสิ่งที่เธอต้องการมาตลอด
“พ่อคะ พ่อกอดหนูหน่อยได้ไหมคะ หนูอยากรับรู้ความรู้สึกของอ้อมกอดพ่อสักครั้ง”
คำขอของลูกสาวทำเอาคนเป็นพ่อแทบจะหลั่งน้ำตาออกมา เช่นเดียวกับคนเป็นแม่และจอมทัพที่มองอยู่ พวกเขาต่างรู้สึกสงสารเด็กสาวจับใจที่เด็กคนนึงไม่ได้เรียกร้องอะไรมากเลย เธอเพียงขอแค่ได้กอดพ่อเท่านั้น ด้านราเชนทร์จึงไม่รอช้าตอบลูกออกไปอย่างไม่ต้องคิด
“ได้สิลูกพ่อ”
เมื่อสิ้นคำตอบของคนเป็นพ่อ สองพ่อลูกก็สวมกอดกันทันที ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของพ่อที่ของขวัญเพิ่งจะได้สัมผัสเป็นครั้งแรก ทำให้เธอรู้สึกดีและรู้สึกปลอดภัยอย่างบอกไม่ถูกกับไออุ่นนี้ที่ได้รับ ส่วนราเชนท์ที่เพิ่งได้สัมผัสความรู้สึกของการกอดลูกเป็นครั้งแรกเช่นกัน ก็ได้รับรู้ว่ากอดลูกมันดียังไงและทำให้มีความสุขมากแค่ไหน ใจเขาอุ่นวาบอยากจะกอดลูกเอาไว้แบบนี้นานๆไม่อยากปล่อยเลย
แต่ทว่ากอดลูกได้เพียงไม่นานก็ดันมีมารเข้ามาขัด...
“เย็นมากแล้ว ยัยหนูคงหิวแล้วใช่ไหม” จอมทัพที่ทนมองต่อไปไม่ไหวจึงพูดขัดขึ้นมา พร้อมกับจับตัวเด็กสาวแยกออกจากเพื่อนเขา แม้อีกฝ่ายจะเป็นพ่อของเด็กสาวแต่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นผู้ชาย ยังไงเขาก็หวงอยู่ดี ต่อให้ใครจะมองว่าเขาหึงหวงมากเกินไปแม้กระทั่งพ่อของเมียก็ไม่เว้น เขาก็ไม่คิดจะแคร์ เมียเขาทั้งคนเขาจะหึงหรือหวงมันก็สิทธิ์ของเขา
ราเชนทร์ที่รู้สึกไม่พอใจกับการกระทำของเพื่อนจึงโวยวายออกไป แต่ก็ไม่ได้โกรธหรือคิดจริงจังอะไร
“มึงจะหวงก็ช่วยดูหน่อยไอ้ทัพ กูพ่อนะเว้ย ไม่ใช่ใครที่ไหนซะหน่อย”
“แล้วพ่ออย่างมึงไม่ใช่ผู้ชายหรือไง ขึ้นชื่อว่าผู้ชายต่อให้เป็นพ่ออย่างมึงกูก็หวง กูหวงเมียกูมันก็สิทธิ์ของกู หรือมึงมีปัญหา” ประโยคสุดท้ายจอมทัพถามพลางเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งด้วยท่าทีเอาเรื่อง ราเชนทร์เห็นเช่นนั้นจึงพูดประชดประชันออกไปอย่างนึกหมั่นไส้
“หึ ใครจะกล้ามีปัญหากับนายหัวผู้ยิ่งใหญ่ล่ะครับ กระผมไม่กล้าหรอก” แต่ก็อย่างว่ามันเป็นสิทธิ์ของเพื่อน เขาจะไปทำอะไรได้ ยิ่งเป็นคนที่ลูกสาวของเขารักเขายิ่งไม่ควรไปหือด้วย
ทางด้านจอมทัพเลือกที่จะไม่สนใจเพื่อน ก่อนจะหันกลับมาพูดกับเด็กสาวน้ำเสียงอ่อนโยน
“เราไปทานข้าวกันเถอะยัยหนู”
“ค่ะ แต่ว่าเราไม่รอทานพร้อมคุณตาคุณยายเหรอคะ” ของขวัญตอบรับทันที แต่ไม่วายถามกลับ ขณะใบหน้าเปื้อนยิ้มสดใสตลอดเวลา ทำเอาคนที่ได้มองความน่ารักของเธอต่างพากันเอ็นดู ยิ่งจอมทัพที่ได้มองที่ได้เห็นความน่ารักของเมียเด็กก็ยิ่งพาให้ใจสั่น ตกหลุมรักเธอซ้ำๆวันละหลายๆรอบ จนนับครั้งที่ตกหลุมรักเธอไม่ถ้วนเลย
และเมื่อทนมองความน่ารักของเมียเด็กเฉยๆต่อไปไม่ไหว เขาจึงเลื่อนมือใหญ่ทั้งสองข้างขึ้นมากอบกุมดวงหน้าเล็กเอาไว้ แล้วลูบแก้มนุ่มนิ่มเบาๆอย่างทะนุถนอม หากอยู่กันสองคนเขาคงจับเด็กสาวฟัดแก้มแล้วจูบเธอให้หนำใจไปแล้ว ให้สมกับขอหาที่เธอน่ารักเกินไป หากจะให้พูดกันตามคำพูดยอดฮิตสมัยใหม่ก็คงต้องบอกว่าเธอน่ารักจนใจเจ็บ และยังใช้ความน่ารักได้เปลืองมาก แค่ยิ้มทีนึงทำใจเขาแทบเหลวเป็นน้ำแล้ว จากนั้นจึงเอ่ยตอบเด็กสาวกลับไปน้ำเสียงอ่อนโยนขณะมือใหญ่ยังคงลูบแก้มนุ่มนิ่มอยู่อย่างนั้น แม้จะตอบช้าไปหน่อยก็ตามเพราะมัวแต่มองชื่นชมในความน่ารักของเธอ
“ไม่ต้องหรอก หิวก็กินเลย”
“ค่ะ”
เมื่อเด็กสาวพยักหน้าตอบรับ จอมทัพก็เลื่อนแขนแกร่งข้างหนึ่งมาโอบเอวบางของเด็กสาวแล้วพากันเดินไปทานข้าว ท่ามกลางสายตาของราเชนทร์และเข็มมุกที่มองตามหลังพวกเขา ก่อนที่ราเชนทร์จะทำเนียนเลื่อนแขนไปโอบเอวบางของเข็มมุกบ้างพร้อมกับเอ่ยบอกเธอ
“เราก็ไปทานข้าวกันเถอะเข็ม ผมหิวแล้ว”
เข็มมุกจึงยกแขนขึ้นมากอดอกตัวเอง จ้องมองคนรักเก่านิ่งๆโดยไม่คิดจะพูดอะไร ทว่าสายตาที่เธอมองเขากลับดูเชือดเฉือน ทำเอาราเชนทร์ถึงกับชะงัก ก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ รู้สึกหวั่นๆเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันทีกับสายตาของเธอที่เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อเขา เขาจึงยอมปล่อยเอวบางๆของเธอที่แค่ได้สัมผัสผ่านเสื้อผ้าก็ทำให้หวนนึกถึงความรู้สึกในอดีต ที่เขากับเธอได้มีช่วงเวลาร่วมรักกันจนทำให้มีของขวัญ แม้อยากจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม แต่ในเวลานี้ดูแล้วคงยากที่จะทำให้เธอกลับมารักกันเหมือนเก่า
จากนั้นทั้งคู่ก็ต่างคนต่างเดินไปทานข้าวในครัว ตามจอมทัพกับของขวัญที่ได้ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว...
เมื่อเดินออกมาดูอีกคนที่เดินหายออกมาทางหน้าบ้าน ก็เห็นเขายืนกอดอกอยู่ข้างริมรั้ว นึกว่าจะไปไหนได้ที่แท้มายืนงอนอยู่ตรงนี้ เห็นเช่นนั้นปากบางจึงระบายยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูคนแก่ขี้น้อยใจ เธอจึงเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบจากด้านหลังแล้วเอ่ยถามเขาน้ำเสียงหวาน“นายหัวโกรธหนูเหรอคะ”“...”ทว่าไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากอีกคน เธอจึงไม่รอช้าที่จะง้อเขาต่อขณะที่ยังสวมกอดเอวสอบไม่ยอมปล่อย“หนูขอโทษนะคะที่พูดกับนายหัวแบบนั้น ช่วงนี้หนูแค่รู้สึกเหนื่อยๆน่ะค่ะ นายหัวไม่โกรธหนูนะ” เมื่อเธอพูดจบอีกคนก็หันมาประจันหน้ากัน ก่อนที่เขาจะเอ่ยพูดกับเธอ“ฉันต่างหากที่ควรขอโทษยัยหนู ยัยหนูดูแลลูกของเราก็เหนื่อยอยู่แล้ว แต่ฉันก็ยังทำตัวงี่เง่าเพิ่มภาระให้หนูอีก ฉันมันเป็นสามีที่ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม”สิ้นเสียงทุ้ม คิ้วเรียวเล็กจึงขมวดเข้าหากันเล็กน้อย ก่อนเสียงหวานจะบ่นพึมพำเบาๆคนเดียว“คนแก่อารมณ์ขึ้นๆลงๆแบบนี้ทุกคนเลยไหมนะ หรือว่านายหัวจะเป็นวัยทอง”“อะไรทองๆนะ”เมื่อได้ยินอีกคนถาม ของขวัญจึงได้สติและกลับมาโฟกัสที่ประเด็นหลักต่อ“ไม่มีอะไรค่ะ นายหัวฟังหนูนะคะ นายหัวเป็นสามีและเป็นพ่อของลูกที่ดีมากค่ะ แต่ละวันนายหัวทำงาน
หกปีต่อมาหลังจากของขวัญเรียนจบ เธอกับจอมทัพก็แต่งงานกันทันที งานแต่งของทั้งคู่จัดขึ้นใหญ่โตสมฐานะของเจ้าบ่าวและไม่ให้ฝ่ายเจ้าสาวน้อยหน้าใคร แขกเหรื่อมากันมากมายเป็นที่พูดถึงกันไม่ขาดปาก จนสาวๆในหมู่บ้านต่างพากันอิจฉาเจ้าสาวกันเป็นแถวที่ได้สามีหล่อรวยและเพอร์เฟคไปทุกอย่าง ส่วนหนุ่มๆก็เช่นเดียวกัน ต่างพากันอิจฉาเจ้าบ่าวเฒ่าที่ได้เมียเด็กทั้งสาวทั้งสวยและน่ารักไม่มีที่ติ ช่างเป็นวาสนาของเจ้าบ่าวเฒ่าจริงๆหลังจากแต่งงานกันได้ไม่นาน ทั้งคู่ก็มีลูกชายด้วยกันหนึ่งคน ตอนนี้อายุได้หนึ่งขวบสองเดือนแล้ว มีนามว่า เจ้าขุน เด็กน้อยน่าตาน่ารักน่าเอ็นดูและอ้วนท้วมสมวัยเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน เว้นแต่คนเป็นพ่อที่แอบอิจฉาลูกตัวเองที่มาแย่งความรักของเมียไปจากตน แม้จะรักลูกไม่ต่างกับคนอื่น แต่ก็แอบนอยด์ที่ตนไม่ได้เป็นที่หนึ่งในใจเมียเหมือนแต่ก่อน เพราะมีลูกจึงโดนแย่งความรักความสนใจไปหมด ซึ่งเขารู้ตัวดีว่าไม่ควรคิดเช่นนี้กับลูกในสายเลือด แต่มันก็อดคิดไม่ได้จริงๆ จากเคยเป็นที่หนึ่งตอนนี้กลับเป็นรองใครบ้างจะไม่นอยด์“นายหัวให้ลูกดูโทรศัพท์อีกแล้วเหรอคะ หนูบอกแล้วไงว่าลูกยังเล็กไม่ควรให้เล่นโทรศัพท์ แล้วนี่
เวลาต่อมา20:35 น.“นายหัวเห็นขนมหนูไหมคะ” เมื่อหาขนมที่เหลือไม่เจอ ของขวัญจึงหันไปถามอีกคนที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียง เขาจึงละสายตาจากหนังสือหันมาพูดกับเธอ“แล้วที่ถืออยู่นั่นไม่ใช่ขนมเหรอ” ปากขยับพูดกับเด็กสาวขณะสายตาหลุบมองขนมในมือเล็กที่ถืออยู่หนึ่งห่อ“ก็ใช่ค่ะ แต่หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ กลับจากสวนหนูเอาใส่ไว้ในลิ้นชักตรงนี้ แต่ทำไมมันถึงมีแค่ห่อเดียว” ขณะพูดใบหน้าก็เริ่มงองำ เธอจำได้แม่นว่าตอนกลับจากสวนเธอเอาขนมที่เหลือสามห่อเก็บไว้ในลิ้นชักข้างหัวเตียง แต่ตอนนี้กลับเหลือแค่ห่อเดียว แล้วอีกสองห่อมันหายไปไหน“ยัยหนูจำผิดรึเปล่าครับ”“ไม่นะคะ หนูจำได้ว่ามันยังเหลืออีกสามห่อ หนูกะว่าอาบน้ำเสร็จจะมากิน แต่ทำไมถึงมีอยู่แค่หอเดียว หรือว่านายหัวแอบกินของหนูคะ” เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ ก็เหลือแต่เขานี่แหละที่น่าสงสัย ทว่าอีกคนแม้จะถูกเธอกล่าวหาแต่เขาก็ยังคงนั่งนิ่ง ก่อนที่เขาจะพูดกับเธออย่างใจเย็น“ฉันไม่ชอบกินขนมฉันจะไปแย่งยัยหนูกินทำไม อีกอย่างขนมพวกนี้ฉันเป็นคนซื้อ ถ้าฉันจะกินจริงๆฉันไปซื้อเอาใหม่ก็ได้ ไม่เห็นต้องมาแอบกินของยัยหนูเลย”“ก็จริง แต่มันหายไปไหนสองห่อนะ” ยิ่ง
สองเดือนต่อมาหลังจากที่ราเชนทร์พาเมียและลูกไปพบหน้าคนที่บ้าน ทางด้านพ่อแม่ของเขาก็ชอบในตัวเข็มมุกและเอ็นดูในตัวของขวัญเป็นอย่างมาก ไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอก็พิสูจน์ได้จากความรู้สึกผูกพันทางสายเลือด แม้ปู่ย่าจะไม่ได้เลี้ยงดูหลานมาแต่ก็สัมผัสได้ถึงสายเลือดของตน โดยไม่ต้องใช้เหตุผลใดๆแค่เห็นหน้าหลานครั้งแรกพวกท่านก็รู้สึกรักแล้วทุกอย่างลงเอยด้วยดี ซึ่งตอนนี้เข็มมุกก็ได้ย้ายไปอยู่กับราเชนทร์เรียบร้อยแล้ว ส่วนจอมทัพกับของขวัญก็อยู่ด้วยกันเช่นเดิม ทุกคนต่างได้อยู่กับคนที่รักสมใจ โดยที่คอยแวะเวียนไปหากันตลอดแล้วแต่ใครจะสะดวกมาตอนไหน แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นราเชนทร์กับเข็มมุกที่เป็นฝ่ายแวะเวียนมาหาลูกสาว เนื่องจากมีลูกสาวอยู่คนเดียวก็ต้องห่วงเป็นธรรมดา แม้ว่าลูกจะมีคนรักที่คอยดูแลอยู่แล้วเป็นอย่างดี ทว่าคนเป็นพ่อแม่ก็ยังคงห่วงลูกเสมอทางจอมทัพกับของขวัญก็ยังคงใช้ชีวิตในแต่ละวันวนลูปอยู่เช่นเดิม เพิ่มเติมคือความรักที่พวกเขามีให้กันไม่เคยลดน้อยลงเลย วันไหนเด็กสาวมีเรียนจอมทัพก็จะคอยไปรับไปส่งเธอที่มหาลัยเหมือนเช่นเคย โดยที่มีนักศึกษาหนุ่มคอยมาเกาะแกะเมียเด็กของเขาให้เห็นอยู่ตลอด ซึ่งเขาก็ต้องคอยจัดการค
ด้านของขวัญแม้จะเห็นท่อนเอ็นของอีกคนมาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่เคยชินกับความใหญ่โตของมันสักที ทุกครั้งที่เห็นมันก็ใจเต้นแรงตลอด รู้สึกหวั่นๆทุกครั้ง ปฏิเสธไม่ได้ว่ากลัวมันนั่นแหละ แต่ทว่าต่อให้กลัวแค่ไหนเธอก็ยังอยากที่จะทำให้เขาอยู่ดี จึงรวบรวมความกล้าเอ่ยถามเขาที่กำลังใช้มือชักสาวท่อนเอ็นลำใหญ่ของตัวเองไม่หยุด“ละ แล้วหนูต้องทำยังไงคะ”“จับมันแบบนี้ครับ” ไม่สอนปากเปล่า มือใหญ่จับมือเล็กมากุมท่อนเอ็นของตัวเอง ก่อนจะนำพามือเล็กชักสาวมันขึ้นลงเบาๆ แล้วเอ่ยสอนต่อพร้อมกับมือใหญ่อีกข้างคอยลูบศีรษะเล็กเบาๆ“ยัยหนูแลบลิ้นออกมาเลียตรงหัวมันก่อน หรือจะเลียทั้งลำก็ได้แล้วค่อยอมมันเข้าไป จากนั้นก็ดูดมันเหมือนไอติมแท่งเลยครับ พอทำได้ไหม”“ได้ค่ะ” เด็กสาวพยักหน้าตอบทันทีที่อีกคนสอนจบ จากนั้นเธอจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วพ้นลมออกแรงๆเพื่อเตรียมความพร้อมกับสิ่งที่ต้องทำ จนอีกคนที่มองอยู่หลุดยิ้มออกมาด้วยความเอ็นดูกับท่าทีของเธอในตอนนี้ เขารู้ดีว่าเด็กสาวทั้งตื่นเต้นทั้งกลัวที่จะทำเช่นนี้ให้เขา แต่แค่เธอมีใจอยากทำให้ก็ทำให้เขามีความสุขมากแล้วขณะที่นั่งมองเด็กสาวไม่ละสายตา เมื่อเห็นเธอค่อยๆเลื่อนใบหน้า
ทางด้านจอมทัพที่อุ้มกระเตงเด็กสาวเข้ามาในห้อง ก็วางร่างบางของเธอลงบนโต๊ะทำงาน ที่ตั้งอยู่ตรงมุมห้อง ขณะที่กายแกร่งของเขาแทรกกลางตรงหว่างขาเธอไม่ห่าง สองแขนแกร่งโอบกอดเอวบางเอาไว้หลวมๆ ก่อนจะเอ่ยพูดกับเธอน้ำเสียงอ่อนโยน“ยัยหนู เมื่อกี้หนูน่ารักมากเลยรู้ไหม รู้จักปกป้องฉันด้วย”“ก็หนูรักนายหัวหนิคะ หนูก็ต้องปกป้องนายหัวอยู่แล้ว““ฉันก็รักยัยหนูนะ”“รักมากแค่ไหนคะ” ขณะเอ่ยถามอีกคนสองแขนเรียวเล็กก็เลื่อนขึ้นมาคล้องลำคอหนาเอาไว้ เอียงใบหน้าเล็กน้อย มองอีกคนตาแป๋วอย่างรอคำตอบ ก่อนจะได้ยินเขาตอบออกมาน้ำเสียงอ่อนโยนฟังแล้วนุ่มหู“ฉันรักหนูมาก มากจนหนูคิดไม่ถึงหรอก”“ขนาดนั้นเลยเหรอคะ แต่ถ้าเราอยู่กันแบบนี้ไปเรื่อยๆนายหัวก็ต้องมีเบื่อหนูเข้าสักวันแหละ พอเบื่อแล้วทิ้งหนูขึ้นมาทำไง”หมับ!สิ้นเสียงหวาน จอมทัพก็จับล็อคใบหน้าเล็กเข้ามาแล้วกัดริมฝีปากล่างของเธอไปหนึ่งที เด็กสาวจึงส่งเสียงร้องอยู่ในลำคอด้วยความเจ็บ“อื้อ!”พอเขาผละปากออก เธอก็แว้ดใส่เขาทันทีขณะใบหน้าน่ารักงองำ“นายหัวกัดปากหนูทำไมคะ”“ก็โทษฐานที่ยัยหนูพูดจาไม่น่าฟังยังไงล่ะ”“บอกกันดีๆก็ได้หนิคะไม่เห็นต้องกัดกันเลย หนูเจ็บ” ไม่พูดเ







