Share

บทที่ 2.3

last update Tanggal publikasi: 2026-03-10 11:08:46

เมื่อกลับออกมาจากเรือนของเว่ยฮูหยิน หลี่จื่อเว่ยมีท่าทีอ่อนลงมาก แม้ใบหน้าและดวงตาไม่ยินยอม แต่ท่าทีก็ไม่นับว่าเลวร้ายเช่นเมื่อก่อน

กู้ชิงเยว่มิใช่คนใจแคบ นางเพียงเดินออกมากับเสี่ยวซูไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะกลับเรือนหรือไปที่ใดอีก ทั้งยังไม่ได้กล่าววาจาเหยียบย่ำอีกฝ่าย

“คุณหนู” เสี่ยวซูรินชาร้อนให้ผู้เป็นนาย ชาผู่เอ๋อของแม่ทัพเว่ยเป็นชาชั้นยอดดังนั้นกลิ่นหอมจึงลอยอวลทั่วห้อง “ทำเช่นนี้มิเท่ากับล่วงเกินเว่ยฮูหยินหรือเจ้าคะ”

“ไม่หรอก เว่ยฮูหยินเองก็เกิดในตระกูลชนชั้นสูง นางเป็นนายหญิงของจวนตระกูลเว่ย สมควรตระหนักดีว่าสิ่งที่ข้ากล่าวล้วนอาจส่งผลต่ออนาคตของจวนตระกูลเว่ยทั้งสิ้น”

หรือหากอีกฝ่ายไม่เข้าใจ นางจะได้วางแผนชีวิตต่อไปในอนาคต เพราะลึกๆ นางก็เริ่มมองออกแล้วว่าชีวิตในจวนตระกูลเว่ยหลังจากนี้ นางคงพบกับความสงบสุขได้ยากยิ่งแล้ว

ผ่านไปอีกสิบวันกู้ชิงเยว่เริ่มปรับตัวเข้ากับจวนตระกูลเว่ยได้บ้างแล้ว ทุกๆ เช้านางจะแต่งตัวไปคารวะแม่สามี อยู่กินมื้อเช้า พูดคุยเป็นเพื่อน กระทั่งพบว่าหลี่จื่อเว่ยเองเมื่อเห็นนางทำอีกฝ่ายก็ทำบ้าง

เห็นอีกฝ่ายยอบกายให้แม้ไม่เต็มใจ หญิงสาวพยักหน้าให้จากนั้นบอกให้อีกฝ่ายนั่ง เว่ยฮูหยินเพิ่งจิบชาก็มีคนมาส่งข่าวการศึก ที่สำคัญไปกว่านั้นผู้มากลับเป็นหวังกงกง

กู้ชิงเยว่สังหรณ์ใจไม่ดี นางก้าวเดินตามหลังเว่ยฮูหยินช้าๆ หัวใจของนางบีบรัดจนแทบหายใจไม่ออก ข่าวการศึก...แต่หวังกงกงกลับเป็นผู้ที่มาส่งข่าว นี่นับเป็นเรื่องสำคัญมาก...

“ฝ่าบาทมีรับสั่งให้ข้ามาส่งข่าว เมื่อเช้าแม่ทัพเว่ยส่งรายงานการศึกมา แม่ทัพกู้ต้องเกาทัณฑ์ศัตรูบัดนี้...สิ้นใจแล้ว”

ทุกอย่างดำมืดลงหลังได้ยินประโยคสุดท้ายของหวังกงกง ร่างของกู้ชิงเยว่ทรุดลงกับพื้น เสี่ยวซูปราดเข้ามารับผู้เป็นนายเอาไว้ ทำให้ศีรษะของหญิงสาวไม่ได้กระแทกลงพื้น

“หมอ เรียกหมอหลวงเข้ามา โชคดีที่ฝ่าบาทให้ข้านำหมอหลวงมาด้วย” นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายที่กู้ชิงเยว่ได้ยิน ก่อนที่นางก็ไม่รับรู้สิ่งใดอีก

ทุกอย่างในชีวิตของกู้ชิงเยว่พังทลาย ตรงหน้าขาวโพลนมองไม่ให้เส้นทางให้เดินต่อ นางสวมชุดไว้ทุกข์นั่งอยู่ตรงหน้าโลงศพ ไม่ขยับ ไม่พูด ไม่กินอะไรตลอดสองวันที่เว่ยเสวียนนำศพของกู้จิ้งกลับเมืองหลวงมาด้วยตัวเอง

บิดาให้เขาเดินทางมาด้วยตัวเอง เพราะไม่เพียงเป็นสหายร่วมรบแต่ยังนับว่าเป็นญาติสนิทเพียงคนเดียวที่กู้ชิงเยว่สามารถพึ่งพาได้

และครั้งนี้เว่ยเสวียนในที่สุดก็ได้พบหน้าฮูหยินของตน...

บรรยากาศในจวนตระกูลกู้เต็มไปด้วยความโศกเศร้า ถึงอย่างนั้นกู้ชิงเยว่กลับไม่ได้ร้องไห้ออกมา นางเพียงนั่งเหม่อลอยไม่ขยับ กระทั่งสาวใช้เริ่มเป็นกังวล

“คุณหนูเจ้าคะ ท่านดื่มน้ำสักนิดก็ยังดี”

กู้ชิงเยว่หันหน้ามามองเสี่ยวซู นั่นทำให้เว่ยเสวียนมองเห็นเสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาว นางยิ้มบางๆ กล่าวว่า ‘ข้าไม่เป็นไร’

เมื่อวานเขาแอบกลับไปที่จวน ดังนั้นจึงได้ยินเรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นหลังจากตัวเขากับบิดาออกเดินทางสู่สนามรบ คราแรกที่ได้ยินเขาโกรธที่นางใจแคบ กล้าลงมือแม้กระทั่งกับคนที่กำลังตั้งครรภ์

ถึงอย่างนั้นเมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากมารดา กลับตระหนักดีว่าไม่มีสิทธิ์โกรธนางแม้แต่น้อย หากเขาและคนตระกูลเว่ยบอกกล่าวกับนางให้รู้ก่อน

หากคืนนั้นเขาใจแข็ง ไม่ยอมตามใจหลี่จื่อเว่ยรั้งอยู่เป็นเพื่อนจนฟ้าสาง

หากเขาเข้าไปบอกนางในห้องหอสักนิด หลังจากนั้นค่อยกลับออกมาดูแลหลี่จื่อเว่ยที่มีอาการแพ้ท้องอย่างรุนแรง

...ทว่ามันไม่มีคำว่าหาก

เพราะเขาทำร้ายจิตใจกู้ชิงเยว่ไปแล้ว ไม่มีทางหวนกลับไปในคืนนั้นได้อีก

ความรู้สึกผิดเกาะกุมในหัวใจเมื่อเห็นรอยยิ้มบางๆ ของกู้ชิงเยว่ รอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาอันแห้งผากไร้ชีวิตชีวา

กลางดึกคืนที่สามเว่ยเสวียนยุ่งวุ่นวายกับการเป็นเจ้าบ้านแทนกู้ชิงเยว่ ทำในส่วนที่นางไม่อาจทำ ต้อนรับขุนนางผู้ใหญ่ที่เข้ามาคารวะศพของกู้จิ้ง กระทั่งกลับมาก็พบว่าเสี่ยวซูกำลังตามหาผู้เป็นนาย

“เกิดอะไรขึ้น”

“แม่ทัพน้อย ฮูหยินน้อยหายตัวไปเจ้าค่ะ ข้าน้อยหาจนทั่วแล้วแต่ไม่พบ”

“อย่าเอะอะโวยวายจะดูไม่สำรวม ช่วยกันหาดูเงียบๆ ที่นี่จวนตระกูลกู้นางจะไปที่ใดได้” กล่าวจบเขาก็ช่วยบ่าวไพร่ออกตามหากู้ชิงเยว่ กระทั่งพบว่านางนอนราบกับพื้นหญ้าอยู่ในสวนใต้ต้นซิ่ง[1]

เว่ยเสวียนไม่ได้ส่งเสียงเมื่อได้ยินนางพึมพำกับตัวเองเสียงเบา

[1] แอพริคอต

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 10.7 จบ

    กู้ชิงเยว่ถูกเขาเคี่ยวกรำจนทนไม่ไหว นางเลื่อนมือไปคว้าจับเอวสอบ “ดะ...ได้โปรด ท่านพี่” นางเว้าวอนเสียงหวานเว่ยเสวียนเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น เขาคำรามดังลั่นเมื่อเอนกายลงและกระทั้นแก่นกายร้อนหนักหน่วงความปรารถนาแล่นพล่าน ความซาบซ่านตอบรับจังหวะเร่งร้อนรัวเร็ว เสียงกระทบกระทั้นยิ่งเร่งเร้าความสุขสมให้ได้รับการเติมเต็มกู้ชิงเยว่ศีรษะโยกคลอนกับการจ้วงลึกอย่างถึงแก่น ชั่วขณะที่เว่ยเสวียนจ้วงลึกกดเกร็ง นางกรีดร้องออกมาพร้อมกับร่างที่สะท้านเยือก...“อ๊า!”คนทั้งสองปลดปล่อยความพร่าพรายสุขสมออกมาอย่างท่วมท้น มันมากมายและอิ่มเอมกระทั่งหญิงสาวแทบขาดใจ นางแอ่นเอวอ่อนรับการจ้วงลึกอีกครั้ง...อีกครั้ง และอีกครั้ง...ทุกครั้งรับรู้ว่าเขาเองก็ปลดปล่อยออกมาจนเปียกชุ่ม“เยว่เอ๋อร์ของข้า ยอดรักของข้า” เขากระซิบเสียงพร่าหัวใจยังคงเต้นรัวแรงกู้ชิงเยว่กอดศีรษะของเขาเอาไว้ ไม่อยากผละจากแม้เหน็ดเหนื่อยจนดวงตาแทบจะปิด อีกทั้งร่างทั้งร่างของนางและเขาก็เปียกชื้นด้วยเหงื่อไคลเว่ยเสวียนยังคงทาบทับร่างของหญิงสาวเอาไว้ เขาหยัดกายขึ้นเพราะเกรงว่านางจะเจ็บ สานสบดวงตางดงามจากนั้นยิ้มออกมา“ข้าพาเจ้าไปล้างตัวเจ้าจะได้

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 10.6

    เว่ยเสวียนจับข้อมือของนางดึงให้นางลุกขึ้นมานั่งลงบนตัก เพียงแต่กู้ชิงเยว่กลับนั่งคร่อมลงไปเผชิญหน้ากับเขา สองมือของนางวางทาบใบหน้าของเขา มองเขานิ่ง...“ท่านพี่”“หืม”“ท่านแม่บอกว่าตอนนี้ลูกจวินก็โตแล้ว เรา...สมควรมีบุตรสาวตัวน้อยๆ อีกสักคน” นางกล่าวจบก็เงยหน้าจุมพิตเขาแผ่วเบาเว่ยเสวียนประหลาดใจเล็กน้อย ตลอดมาทั้งเขากับนางมิใช่ไม่เคยร่วมหอกอดก่าย แต่อาจเพราะเขาเหน็ดเหนื่อยจากการฝึกทหาร นางเองก็ต้องดูแลเว่ยกู้จวิน ไม่ก็ดูแลจวนทั้งสองต่างคนต่างมีหน้าที่ที่ต้องทำ ดังนั้นช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันอย่างดูดดื่มจึงหาได้ยากยิ่งบางที...การออกมาเพียงสองคนเช่นนี้เว่ยเสวียนลูบเอวอ่อนของนางเบาๆ จุมพิตเกี่ยวกระหวัดตอบรับนางอย่างลึกล้ำ ความปรารถนาลุกโชนเมื่อนางเองก็บดเบียดตัวตนกับหน้าตักของเขาอย่างยั่วยวนกู้ชิงเยว่สอดสองมือกอดไหล่กว้าง นางเบียดส่วนหน้ากับอกแกร่ง รับรู้ถึงฝ่ามือร้อนที่กำลังสอดผ่านสาบเสื้อเข้ามากอบกุมอกอิ่ม นางเพิ่งอาบน้ำในทะเลสาบผิวกายจึงเนียนนุ่มละมุน เขาเคล้นคลึงสลับลูบไล้ จุมพิตเร่าร้อนกำลังเร่งร้อนและเรียกร้องมากขึ้นกู้ชิงเยว่ดึงสายคาดเอวของเว่ยเสวียนออก ดันตัวเสื้อของเขาลงจากล

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 10.5

    ...ดังนั้นคนทั้งเมืองหลวงจึงได้เห็นว่าท่านแม่ทัพน้อยเว่ยเสวียนในสภาพมอมแมม ขาไปเร่งร้อนราวเกิดเรื่องด่วน ที่ไหนได้เขารีบไปรับฮูหยินน้อยของตนกลับจวนนี่เอง...ในคืนวันนั้นหลังบุตรชายเข้านอนกู้ชิงเยว่ชงชาออกมานั่งเล่นในสวน เว่ยเสวียนตามมานั่งลงข้างๆ นาง จิบชาผู่เอ๋อท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายเห็นเขามีท่าทางไม่สบายใจกู้ชิงเยว่ยื่นมือไปจับมือเขา วันนี้ได้พูดในสิ่งที่อยู่ในใจของตนมานาน ทั้งที่นางไม่เคยพูดออกมาแม้แต่กับเว่ยเสวียน หัวใจของนางคล้ายรู้สึกได้รับการปลดปล่อย“ท่านพี่”เขากุมมือนางเอาไว้ “ข้าทำให้เจ้าลำบากอีกแล้ว” เขามีสีหน้ารู้สึกผิดอีกแล้ว...“เว่ยเสวียน เราสองคน...ปล่อยวางดีหรือไม่ ท่านไม่จำเป็นต้องยึดติดกับบาดแผลในใจข้า ข้าก็จะไม่ยึดติดกับความผิดพลาดของท่านในอดีต นับตั้งแต่วันนี้เราสองคนมาค่อยๆ ลืมมันไปด้วยกันดีหรือไม่”เขามองนางคล้ายไม่อยากจะเชื่อ “เยว่เอ๋อร์...เจ้า”นางยิ้มให้เขาเอนศีรษะลงซบไหล่เขา ยื่นสองแขนกอดเอวเขาเอาไว้ “ข้าเองก็รู้สึกว่ามันไร้ประโยชน์จริงๆ ทั้งๆ ที่ข้าก็รักท่าน และรับรู้ว่าท่านก็รักและพยายามปกป้องข้า แล้วเพราะเหตุใดเพียงเพราะเรื่องในอดีต กลับทำให้ทั้งท่านแ

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 10.4

    “เพราะเขาปล่อยให้หม่อมฉันตกลงไป เขาเลือกที่จะช่วยอนุของเขาที่เขาคิดว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่”ได้ยินเช่นนั้นเห็นชัดว่าองค์หญิงสูงศักดิ์ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน นางมีท่าทีตกใจ ตื่นตระหนก ทั้งยังไม่อยากจะเชื่อ “แล้วทำไมเจ้ายัง...”“ทำไมหม่อมฉันยังกลับมากับเขาน่ะหรือเพคะ” นางยิ้มบาง “องค์หญิงเพคะ คนทุกคนล้วนเคยผิดพลาดด้วยกันทั้งนั้น ข่าวลือพวกนั้นทำให้ทรงอยากรู้จักเว่ยเสวียนมากขึ้น บวกกับเขาเคยช่วยองค์หญิงเอาไว้ ไม่แปลกที่จะทรงหลงใหลและหวั่นไหวกับสิ่งที่ทรงทอดพระเนตรเห็น ถึงอย่างนั้นทรงตรัสว่าชอบเขา เช่นนั้นทรงรู้จักเขาดีเพียงใด”เงียบ...ไม่มีคำตอบ ดังนั้นกู้ชิงเยว่จึงกล่าวต่อ“ไม่มีผู้ใดเพียบพร้อมไปทุกด้าน คนทุกคนล้วนมีข้อดีและข้อเสีย หม่อมฉันเองก็เช่นกัน ทรงอย่าลืมว่าเว่ยเสวียนเองก็เป็นมนุษย์ปุถุชนทั่วไป เพียงแต่เขาอาจจะมีข้อดีกว่าใครหลายคน เพราะที่ผ่านมาเขาพยายามแก้ไขความผิดพลาดของตัวเอง นี่คือเหตุผลในหลายๆ ข้อที่หม่อมฉันยอมตามเขากลับมาเมืองหลวง หากทรงตรัสว่าจะเสกสมรสแต่กลับนัดหมอมฉันออกมาเงียบๆ เกรงว่าฮองเฮาคงตรัสเรื่องนี้กับเขามาแล้ว ดังนั้นเมื่อคืนเขาจึงไม่กลับจวน หากให้หม่อมฉันเดา

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 10.3

    สงครามที่คล้ายจบแต่กลับทิ้งบาดแผลมากมายให้กับคนหลายคน ฮ่องเต้ทรงตระหนักดีว่าเว่ยเสวียนต้องพานพบและสูญเสียสิ่งใด โชคยังดีที่เขาได้สิ่งที่สูญเสียบางส่วนกลับมา ถึงอย่างนั้นบาดแผลที่มีก็ยังไม่อาจลบเลือนสองสามีภรรยาอุ้มลูกเดินออกมาจากตำหนักใหญ่ ระหว่างทางยังบังเอิญได้พบกับฮองเฮาและองค์หญิง แม้บรรยากาศเป็นไปได้ด้วยดีระหว่างสนทนา แต่สายตาขององค์หญิงหวนจูที่มองมายังเว่ยเสวียน กลับทำให้กู้ชิงเยว่หัวใจเย็นเยียบนางไม่ได้แสดงท่าทีใด ทั้งยังไม่ได้กล่าวถึงหลังกลับจวน ทว่า...ทุกครั้งที่มีงานเลี้ยงต่างๆ ไม่ว่าจะทั้งในวังหลวง หรืองานเลี้ยงในจวนขุนนางใหญ่ กู้ชิงเยว่สังเกตเห็นแล้วว่าหากปฏิเสธไม่ได้ เขาก็มักจะขอให้นางติดตามไปด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะหาข้ออ้างกลับจวนเร็วขึ้นนางไหนเลยไม่สังเกตเห็น งานเลี้ยงทุกงานองค์หญิงหวนจูผู้นั้นล้วนประทับอยู่ด้วย!!!จากเมืองหลวงไปหลายปี กู้ชิงเยว่กลับลืมเลือนไปแล้วว่าข่าวลือนั้นเป็นเหมือนดาบสองคม เรื่องราวของเว่ยเสวียนทำให้สตรีในเมืองหลวงล้วนอิจฉานางแทบทั้งสิ้นแต่ละคนมองแค่เพียงการที่เขายอมตาย แต่ยังคงดึงดันไปตามหานาง ไม่ได้มองถึงเหตุเบื้องลึก เบื้องหลัง หรือแม้กระท

  • ชะตาลวงบ่วงบุพเพ   บทที่ 10.2

    “ดีๆ ได้ลูกชาย คนโตเป็นลูกชาย”ทุกคนเข้ามายินดีกับเขา แต่เขากลับตะโกนถามเข้าไป “เยว่เอ๋อร์เล่า นางเป็นอย่างไรบ้าง ปลอดภัยหรือไม่”เสียงหัวเราะดังออกมาจากด้านใน “นางปลอดภัยดี เจ้าไม่ต้องห่วง อีกเดี๋ยวข้าจะพาเจ้าหนูไปให้เจ้าดู ตัวใหญ่แข็งแรงเชียว”เว่ยเสวียนได้ยินก็โล่งอก เขาเดินไปมาหน้าประตู เมื่อประตูถูกเปิดออกเขาก็ชะโงกหน้าเข้าไปมองหากู้ชิงเยว่ ท่านยายหลิวอุ้มบุตรชายของเขาออกมา เขาอุ้มบุตรชายเอาด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ“ข้าเข้าไปหาเยว่เอ๋อร์ได้แล้วหรือยัง”“รออีกนิดเถิด รอตอนนำเจ้าหนูไปให้นมเจ้าค่อยเข้าไปดูนาง”“ทำไมเล่านางเป็นอย่างไรบ้าง”“ข้าบอกแล้วว่านางไม่เป็นไรเพียงเหนื่อยเท่านั้น อีกเดี๋ยวให้นางพักเจ้าค่อยเข้าไป”“ขอรับ ขอบคุณท่านมาก ขอบคุณพวกท่านที่ช่วย”เหล่าผู้อาวุโสหัวเราะกับท่าทางของเว่ยเสวียน พวกเขาอดที่จะเอ็นดูบุรุษตัวใหญ่ที่ผ่านสมรภูมิรบแล้วรอดตายมาได้ แต่ตอนนี้กลับมีท่าทางราวกับคนไม่รู้ความไม่ผิดกู้ชิงเยว่ลืมตาขึ้นด้วยความเหนื่อยล้า สิ่งแรกที่นางมองเห็นก็คือสายตาห่วงใยของเว่ยเสวียน เขาจับมือนางแนบเข้ากับแก้ม โน้มตัวลงลูบหน้าผากนางเอ่ยถามเสียงเบา “เจ้ารู้สึกอย่างไรบ้าง ยังเ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status