LOGINปีค.ศ.1970คุณนายสกุลฉางให้กำเนิดบุตรีคนแรก ผิวขาวราวหยกใบหน้าจิ้มลิ้ม ซินแสทำนายวาสนาสูงส่งยิ่งนัก ทำให้กิจการค้าขายของบิดามารดาเจริญรุ่งเรืองในยามนั้นบิดาได้หมั้นหมายเด็กหญิงเอาไว้กับบุตรชายคนโตของเพื่อนรักแห่งสกุลต้วนต้วนชางหลางเด็กชายอายุราวหกขวบกำลังจ้องมองทารกตัวน้อยที่นอนอยู่ในเปลด้วยความสน
จูชางหลางอุ้มสตรีร่างผอมขึ้นมาวางนางเอาไว้บนตักของเขาโถมร่างกายก้มกอดนางแนบแน่นจนลึกสุดหัวใจ เส้นผมของนางกลายเป็นสีขาวโพลน รวมทั้งผมของเขาเช่นกัน ยามนี้เมื่อใกล้ชิดเส้นผมขาวของคนทั้งคู่กำลังเคลียคลอซึ่งกันและกันโดยไม่อาจแยกแยะว่าเป็นผมของผู้ใดกันแน่จูชางหลางเข้าใจชีวิต มิมีผู้ใดฝืนสังขารของร่างกาย
ตอนพิเศษ ตอนที่ 1ยี่สิบปีต่อมา“ท่านตา ท่านยายแย่แล้วขอรับ”จู่ ๆ ก็มีเด็กผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาบอกเขาในเรือนสมุนไพร จูชางหลางที่กำลังนั่งยอง ๆ พร้อมกับใช้พัดโหมไฟให้ลุกโชนเพื่อต้มสมุนไพรให้กับหยางอี้หงถึงกับมือสั่นระริกทำพัดที่อยู่ในมือหลุดลงทันใดเขาวิ่งไปที่เรือนของนางอย่างรวดเร็ว หลายปีมานี้หยางอี้
มู่เหยาทอดสายตามองแผ่นน้ำเบื้องหน้าที่คล้ายกำลังเต้นรำระริกไหวไปตามแสงจันทราแล้วยิ้มงดงาม“ท่านแม่ ขอให้ท่านคุ้มครองให้ข้ามีความสุขด้วยนะเจ้าคะ”เอ่ยคำนี้แล้วนางจึงโปรยดอกไม้ลงไปเบื้องล่าง ก่อนจะเดินกลับลงมายังหมู่บ้านก่อนจะถึงทางเข้าหมู่บ้านนั่นเอง จู่ ๆ มู่เหยาก็ได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือของค
มู่เหยายิ้มไม่หุบ คำชมเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเอาใจนี้ไม่น่าเชื่อว่าจะส่งผลต่อนางเพียงนี้ "หลานชายช่างปากหวานยิ่งนัก เช่นนี้สตรีใดได้พบคงไม่อาจถอนใจได้ ด้วยใบหน้างดงามเช่นนี้ต่อไปคงทำให้สตรีเสียใจอีกหลายคน"จูอี้หลางส่ายหน้า"ข้าไม่คิดหลอกสตรีใด จิตใจของข้าจะมอบให้กับสตรีที่ข้ารักเพียงผู้เดียวเช่นท่านพ่
เมื่ออยู่กันเพียงลำพังจูชางหลางจึงเอ่ยขึ้นว่า“เจ้าได้พบนางแล้วใช่หรือไม่”จูอี้หลางพยักหน้า“ท่านพ่อ เป็นท่านแม่จริงหรือ”จูชางหลางพยักหน้า“ที่นี่ไกลจากหน้าผาที่แม่เจ้าตกลงมายิ่งนัก พ่อไม่คิดว่านางจะรอดกระทั่งมีคนของหมู่บ้านนายพรานไปพบเข้าระหว่างที่นางลอยไปตามกระแสน้ำ ท่านแม่ของเจ้าลืมทุกเรื่องไปจ
บทที่ 17 ไม่ยอมอีกต่อไปณ เมืองหลงเซิงเมืองหลงเซิง แม้จะเป็นเมืองชายแดนที่เคยตกอยู่ในวังวนของสงคราม ทว่าบัดนี้กลับกลายเป็นหนึ่งในเมืองท่าการค้าที่สำคัญแห่งหนึ่งของแคว้นต้าหยาง ความเจริญรุ่งเรืองนี้เกิดจากน้ำพักน้ำแรงของตระกูลไป๋ผู้ปกครองแห่งแดนเหนือรุ่นแล้วรุ่นเล่าถนนใหญ่ทอดยาวจากประตูเมืองเข้าสู่
บทที่ 16 เข้าเมืองแสงแดดอบอุ่นยามสายทาบทอไปทั่วผืนป่า ลำแสงลอดผ่านกิ่งไม้ที่ทอดตัวเป็นแนวยาว เสียงฝีเท้าม้าสะท้อนก้องไปตามเส้นทางลาดชัน ม้าสีดำตัวสูงใหญ่เคลื่อนผ่านเส้นทางในหุบเขาอย่างมั่นคง และบนหลังของมันบัดนี้มีบุรุษในอาภรณ์ดำขลับที่นั่งซ้อนหลังสตรีร่างบางแน่นิ่งราวกับภูผาน้ำแข็ง ทว่า หากสังเกตใ
บทที่ 19 เผชิญหน้าทันทีที่ก้าวเข้าสู่เขตจวนสกุลไป๋ บรรยากาศก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงจากความครึกครื้นวุ่นวายของตลาดด้านนอก สู่พื้นที่เงียบสงบที่ดูราวกับเป็นอีกโลกหนึ่งภายในจวนกว้างขวางราวกับเมืองเล็ก ๆ ทุกพื้นที่ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย พื้นศิลาเรียงตัวแน่นหนา สะท้อนถึงความพิถีพิถันของผู้ดู
บทที่ 21 เริ่มเดินหมากทันทีล้อรถม้าค่อย ๆ ชะลอหยุดลงหน้าประตูเรือนขนาดใหญ่ เหยียนซือเหยียนก้าวลงจากรถม้าพร้อมเซียวยีและพ่อบ้านจ้าว ดวงตาคู่สวยของนางทอดมองป้ายไม้เก่าคร่ำคร่าที่แขวนอยู่เหนือประตูเรือนสง่างามตัวอักษรสีทองบนป้ายซีดจางจนแทบอ่านไม่ออก ผิวไม้แตกร้าว แสดงให้เห็นถึงกาลเวลาที่กัดกินมันมาเ







