LOGINหานเถิงซีซบหน้าลงบนบ่าเล็กที่นุ่มนิ่มแล้วรวบตัวถางเมิ่งหรูมากอดอย่างเบามือ “ข้า...ไม่รู้ว่าทำอะไรผิดไป เจ้าถึงไม่อยากอยู่ด้วย” น้ำเสียงของจวิ้นอ๋องอู้อี้แฝงไปด้วยความรู้สึกน้อยใจถางเมิ่งหรูตัวแข็งค้างเพราะรู้สึกไม่คุ้นชินนัก นางพยายามที่จะใจแข็งเอาไว้เพราะยังไม่รู้ว่าจวิ้นอ๋องจะมาไม้ไหน “หม่อมฉันก็แค่อยากเริ่มต้นชีวิตใหม่ ขอท่านอ๋องทรงอนุญาตด้วยเพคะ”แรงกอดรัดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัดมากเกินไปเพราะหานเถิงซีเกรงว่าจะกระทบถึงครรภ์อ่อน ๆ ของถางเมิ่งหรู“ข้าไม่อนุญาต เจ้าเคยให้สัญญากับข้าแล้วว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป”ถางเมิ่งหรูมุ่นคิ้วขึ้น “หม่อมฉันไปสัญญาตอนไหนกันเพคะ” เหตุใดนางถึงไม่เคยจำได้ หานเถิงซีผละตัวออกแล้วทำหน้างอบ้าง“ก็ตอนที่พวกเรานอนร่วมเตียงเดียวกัน เจ้าละเมอพูดออกมาว่า ‘รักข้าและจะเป็นของข้าคนเดียวและจะอยู่ด้วยกันตลอดไป’ เจ้าพูดออกมาจริง ๆ นะ”ถางเมิ่งหรูเห็นจวิ้นอ๋องมีสีหน้าร้อนรนก็เผลอหัวเราะออกมาเล็กน้อย “ท่านอ๋องพูดปดไม่เนียนนะเพคะ” แน่นอนว่านางไม่เคยพูดเรื่องแบบนี้ออกไปแน่ ๆหานเถิงซีเห็นคนไม่เชื่อก
ถางเมิ่งหรูหันมามองหน้าหานเถิงซีเขม็ง นี่เขาตำหนิหาว่านางทำสิ่งใดไม่คิดไม่ดีหรือ “หม่อมฉันตัวคนเดียวมาตั้งนานแล้ว ถึงตอนนี้จะมีอีกหนึ่งชีวิตอยู่ในนี้ ก็ไม่ใช่เรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับท่านอ๋อง” สตรีสะบัดมือที่ถูกกุมเอาไว้ออก นางพยายามห้ามตัวเองไม่ให้พูดหาเรื่องแล้วแต่ก็ช่างยากเย็นเหลือเกินหานเถิงซีขมวดคิ้ว ไม่นานยาสงบจิตสงบใจที่หมอจัดให้ใหม่ก็มาส่ง “เจ้ารีบมาเสวยโอสถเถิด” บุรุษพยายามที่จะไม่โมโหหรือว่าใส่อารมณ์กับเด็กดื้อ เพราะเป็นห่วงสุขภาพของนางมากที่สุดสตรีโฉมสะคราญรีบลุกขึ้นมานั่งพิงกับหัวเตียง นางมองถ้วยที่ใส่โอสถนั้นก็พลันนึกถึงเรื่องที่เกิดเมื่อชาติก่อน ตอนนั้นจวิ้นอ๋องไม่ทรงโปรดที่นางตั้งครรภ์จึงมอบยาห้ามครรภ์ให้นางเพราะต้องการให้เอาเด็กออก“หม่อมฉันไม่เสวยเพคะ” แน่นอนว่านางไม่เชื่อใจเขาจวิ้นอ๋องขมวดคิ้วพันกันแน่นมองหน้าชายารักที่หายตัวไปหลายเดือน นางทั้งดื้อรั้นและน่าตีเป็นที่สุด“ไม่เสวยไม่ได้” หานเถิงซีใช้ช้อนตักยามาจ่อที่ริมฝีปากถางเมิ่งหรู ทว่านางหันเสี้ยวหน้าหนีแต่ก็ถูกฝ่ามือหนารั้งใบหน้างดงามเอาไว้“กลัวอะไร? หรือกลัวว่าข้า
ถางเมิ่งหรูที่นั่งอยู่ในรถม้าเผลอกำมือทั้งสองข้างแน่น นางเริ่มไม่อยากให้หานเถิงซีรู้ว่าตั้งครรภ์เกรงว่าบุตรจะไม่ปลอดภัยเมื่อม้าของจวิ้นอ๋องหยุดลงที่หน้ารถม้าถางเมิ่งหรู เขาก็ลงจากม้าทันที ซ่งเอ๋อทำท่าจะเข้ามาห้ามแต่ถูกกระบี่ขององครักษ์จ่อที่ลำคอ จึงหยุดการกระทำทั้งหมดทันที เพียงม่านรถม้าถูกเลิกขึ้น บุรุษองอาจก็มองเห็นสตรีโฉมสะคราญที่เขานอนคิดถึงด้วยความทรมานใจ“เจ้าจะลงมาเอง หรือว่าให้ข้าอุ้มลงมา” น้ำเสียงของหานเถิงซีเย็นชาและแข็งกร้าว ถางเมิ่งหรูจึงพูดขึ้นว่า“ปล่อยอาอู๋ก่อนเพคะ หากปล่อยคนขับรถม้ากับซ่งเอ๋อแล้ว หม่อมฉันจะลงเอง” ถางเมิ่งหรูพยายามพูดต่อรอง แต่ทว่าหานเถิงซีนั้นไม่ยินยอม เขาลากข้อมือนางลงจากรถม้าทันที แน่นอนว่าสตรีตัวเล็กไม่มีทางสู้แรงบุรุษที่มีขนาดตัวใหญ่กว่าได้“ท่านอ๋องทรงออมมือด้วย พระชายากำลังตั้ง...” ซ่งเอ๋อกลัวว่าครรภ์ของถางเมิ่งหรูจะได้รับการกระทบกระเทือน แต่ก็ถูกพระนางปรามเสียก่อน“ซ่งเอ๋อ...อย่า” ถางเมิ่งหรูส่ายหน้าห้ามไม่ให้นางกำนัลข้างกายพูดเรื่องที่นางตั้งครรภ์ หานเถิงซีเห็นแบบนั้นก็หันไปคาดคั้นนางกำนัลข้างกายพระชายา
“เจ้าได้รับจดหมายตอบกลับจากองค์ชายแปดหรือยัง จะให้ทำอย่างไรต่อไปดี” ชายชุดดำคนหนึ่งเอ่ยถาม“ยังเลย พวกเราก็ติดตามพระชายาจวิ้นอ๋องไปก่อนแล้วกัน” พวกเขาแกะรอยหาถางเมิ่งหรูพบ ก็เพราะว่านางมาหาหมอที่เมืองจิงเมื่อวานนี้ หมอชราซึ่งเป็นอดีตหมอหลวงที่ถูกเนรเทศออกจากวังนั้นเป็นคนเก่าแก่ของหานหรงชิง เขารีบรายงานเรื่องนี้ให้องค์ชายแปดทรงรับทราบ แล้วก็ส่งคนสะกดรอยตามมาซ่งเอ๋อพยายามขับรถม้าไม่เร็วนักและเลือกใช้เส้นทางหลักที่มีถนนหนทางดีจะได้ไม่ส่งผลกระทบกับครรภ์ของคุณหนู ส่วนตัวถางเมิ่งหรูนั้นก็รู้สึกอ่อนเพลียจึงเผลองีบหลับไป กระทั่งพระอาทิตย์ตั้งตรงศีรษะสาวใช้จึงจอดรถม้าพักชั่วคราวในป่าเพื่อให้ม้ากินหญ้าและน้ำ ส่วนตนนั้นก็เตรียมอาหารกลางวันให้คุณหนู“พวกเรามาถึงเมืองจิงแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูลุกขึ้นมากินข้าวสักหน่อยจะได้มีเรี่ยวแรง” ซ่งเอ๋อยกกล่องใส่อาหารออกมา ภายในนั้นมีหมั่นโถวกับซาลาเปาที่ซื้อจากตลาดตุนเป็นเสบียงเอาไว้ถางเมิ่งหรูตื่นขึ้นมาพลางยกมือขยี้ดวงตา “พวกเราเดินทางถึงที่ไหนแล้วหรือ” หลังจากนอนไปตื่นหนึ่งก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาก ซ่งเอ๋อยื่นซาลาเปาไส้ผักให้คุณหนูกิ
ภายในจวนรับรองเมืองจงเหลียน จวิ้นอ๋องเสด็จเข้ามาแล้วก็ให้องครักษ์ช่วยถอดชุดเกราะหนักออก และที่เขาต้องแต่งตัวเต็มยศเหมือนจะออกรบเช่นนี้ก็เพราะป้องกันคนไม่ดีหวังฉวยโอกาสตอนที่เสด็จออกจากเมืองหลวงหาทางซุ่มโจมตี ชีวิตของเชื้อพระวงศ์แม้บ้านเมืองจะสงบ แต่ถ้าหากต้องเดินทางไกลและใช้กำลังพลก็ต้องห้ามประมาท ตอนนี้ทหารกว่าสามสิบนายออกลาดตระเวนเพื่อตามหาพระชายากับนางกำนัลที่หลบหนีจากเมืองจงเหลียนตัดภาพมาฝั่งถางเมิ่งหรูที่นอนพักผ่อนจนกระทั่งตื่นเช้ามาก็ได้ยินข่าวที่จวิ้นอ๋องเสด็จมาถึงเมืองจงเหลียนแล้ว และก็สามารถจับตัวอู๋เฉิงเอาไว้ได้“ทำอย่างไรดีเจ้าค่ะ” ซ่งเอ๋อมีสีหน้าร้อนรน นางกับอู๋เฉิงนั้นแอบรักกันมานาน พวกเขาแอบเป็นคนรักกันเงียบ ๆ และถางเมิ่งหรูก็รู้เรื่องนี้ดี“เจ้าใจเย็นก่อน พวกเรากลับไปดูที่หน้าประตูเมืองว่าอาอู๋ถูกจับมัดไว้จริงหรือไม่” ถางเมิ่งหรูทำใจร้ายไม่ได้ ถึงอย่างไรอู๋เฉิงก็เป็นทั้งญาติห่าง ๆ แล้วก็คนรับใช้ที่ซื่อสัตย์จงรักภักดี“แต่ท่านอ๋องอาจจะจับคุณหนูได้นะเจ้าคะ” แม้หัวใจจะแตกสลายมากเพียงใด แต่ซ่งเอ๋อก็รักคุณหนูมากที่สุด“เลิก
“ข้าไปต้มยาก่อน คุณหนูพักผ่อนอยู่ในห้องถ้าไม่ใช่ข้าอย่าเปิดประตูนะเจ้าคะ” ซ่งเอ๋อเป็นห่วงความปลอดภัย ถางเมิ่งหรูพยักหน้าลง ตอนนี้นางกำลังนอนนิ่ง ๆ อยู่บนเตียง นับว่ายาบำรุงและยาแก้ปวดที่หมอชราให้ดื่มก่อนหน้านี้ได้ผลดี อาการปวดท้องหายไปแล้วและรู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงสดชื่นขึ้น ไม่อ่อนเพลียหรือมีอาการวิงเวียนศีรษะฝั่งจวนจวิ้นอ๋องในช่วงเวลาเดียวกัน จดหมายด่วนจากเมืองจงเหลียนก็มาถึงเมืองหลวงและอยู่ในมือหานเถิงซี เขาฟื้นจากอาการสลบไสลและหายเมาสุราแล้ว สายตาคมมองรายงานที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาสับสน“เจอแล้ว ข้าเจอเจ้าเสียที” แน่นอนว่าหลังจากตั้งสติได้หานเถิงซีก็เรียกกำลังพล ทหารม้าในมือห้าสิบนายเตรียมพร้อมเดินทางไปเมืองจงเหลียน ขันทีจางยกน้ำแกงแก้สร่างเมามาให้จวิ้นอ๋องก็ต้องตกใจที่เห็นว่าท่านอ๋องแต่งกายด้วยชุดเกราะเต็มยศ คล้ายกับว่าจะไปออกรบทำสงคราม“น้ำแกงแก้สร่างเมามาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” แต่จางหว่านอี้ก็ไม่กล้าถามมาก เกรงว่ากระบี่ในมือท่านอ๋องจะฟาดลงหัวตนเอง“เจ้าดูแลจวนอ๋องให้ดี อย่าให้ใครเข้ามายุ่มย่ามได้ เว้นองค์ชายเจ็ดเท่านั้น” เพราะว่







