LOGIN'วันนี้ผมมีกินเลี้ยงกับบริษัทนะ"
ทุกวันศุกร์ของสัปดาห์คือวันที่เขาต้องหาข้ออ้างเพื่อออกไปข้างนอกประจำ ซึ่งมันเกิดขึ้นตอนปีที่ห้าของการแต่งงาน สามีของเธอทำตัวปกติมาก โทรหาก็รับ ไม่เคยกดตัดสายเลยสักครั้ง นั่นทำให้เธอวางใจและชะล่าใจไปพร้อมๆ กัน พักหลังๆ จึงไม่โทรและปล่อยเขาโทรกลับมารายงานเอง 'ผมมีไปกินต่ออีกร้านนะ' จากที่กลับไม่เกินห้าทุ่มก็ล่วงเลยไปเที่ยงคืน แต่ก็มักจะมาพร้อมเหตุผลที่คนเป็นภรรยาต้องเข้าใจ ในเมื่อเขารายงานไม่เคยเงียบหายไป คนที่รอจึงไม่คิดระแคะระคายสักนิดเดียว ตริ้ง! ถิงถิง : นอนรึยัง เพื่อนสนิทส่งข้อความมาหลังจากที่เธอเพิ่งวางสายจากสามีไป เจียลี่ : ยัง แต่ใกล้จะนอนแล้ว ถิงถิง : สามีเธออยู่ด้วยไหม คำถามนี้ทำเจียลี่ค่อนข้างแปลกใจ อยู่ๆ ทำไมถิงถิงถึงได้ถามหาสามีเธอ เจียลี่ : ทำไมเหรอ ถิงถิง : เถอะน่า ตอบมาก่อน เจียลี่ : ออกไปดื่มกับเพื่อน ถิงถิง : ส่งสติ้กเกอร์แมว (กรอกตา) แค่สติ้กเกอร์ตัวเดียวมีหรือเพื่อนที่สนิทกันมานับสิบปีจะไม่เข้าใจ เซ้นส์ของผู้หญิงมันแรงมากนะหากมีอะไรที่ผิดแปลกไป และคำพูดของเพื่อนที่แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ใช่ว่าจะเชื่อถือไม่ได้เลย ถิงถิง : ส่งรูปภาพ ไม่ต้องถามหาหลักฐาน เพื่อนที่คบหามานานก็ถ่ายรูปมายืนยัน สามีที่ใครๆ ก็บอกว่า 'แสนดี' ขยันทำงาน ไม่ออกนอกลู่นอกทาง แต่สิ่งที่เห็นนั้น... ช่างตรงข้ามกับคำชมอย่างสิ้นเชิง เจียลี่ : ขอบใจนะถิงถิง ถิงถิง : แกไหวใช่ไหม เจียลี่ : ไม่ไหวก็ต้องไหว ถิงถิง : แล้วจะทำไงต่อ เจียลี่ : แกก็รู้นิสัยฉันของอยู่แล้วนี่ บทสนทนาของเพื่อนที่รู้ใจ ไม่ต้องพิมพ์อะไรมากมายก็รู้กัน ภาพที่เห็นทำหัวใจที่เข้มแข็งของเจียลี่สั่น ขอบตาร้อนผ่าวไปหมด อย่าร้อง!! บอกตัวเองที่เคยคิดมาตลอดว่าเลือกสามีได้ตรงตามเป้าที่ตั้งเอาไว้ ที่ผ่านมาเขาดูรักเธอมากจนไม่คิดจะเผื่อใจว่าสักวันหนึ่งตัวเองจะกลายเป็นภรรยาหน้าโง่ที่โดนสามีสวมเขาให้โดยไม่รู้ตัว แค่ภาพๆ เดียว... ทำไมเธอถึงได้ตัดสินว่าสามีนอกใจ คำตอบเดียวเลยคือเซ้นส์ของผู้หญิงไม่ใช่เรื่องที่จะมองผ่านได้ รอยยิ้มของสามีพร้อมกับมือที่โอบไหล่ ความใกล้ชิดที่มากเกินไปทำให้เธอรู้จากสัญชาตญาณทันทีว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แค่ 'เพื่อน' ทั่วไป แต่สิ่งที่สงสัยต่อมาคือ ผู้หญิงคนนี้.... ไม่รู้เหรอว่า 'ซื่อห่าว' มีภรรยา? ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าน้ำตาของเพื่อนที่ร้องห่มร้องไห้ในวันนั้นมาจากอะไร มันรู้สึก 'เจ็บ' มาก 'เจ็บ' ตรงหัวใจ มือเรียวยกขึ้นมาจับตรงที่อกข้างซ้าย ปากบอกว่า 'อย่าร้อง' แต่น้ำตามันก็ไหล ห้าปีเลยนะที่เธอให้ใจ แต่เขาเลือกที่จะทำลายมันลงด้วยความเห็นแก่ตัว 'คุยกันก่อนดีไหม' ถิงถิงถามเพื่อนสนิทที่ใจเด็ดกว่าเธอมาก ที่ผ่านมาเธอให้อภัยแฟนหลายครั้ง แต่สำหรับเจียลี่นั้นดูเหมือนจะตรงข้ามกับเธออย่างสิ้นเชิง 'ไม่จำเป็น' เจียลี่ตอบด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง เธอตัดสินใจจะหย่าขาด และแค่รูปๆ เดียวสามีของเธอคงจะไม่ยอมรับและหาข้ออ้างแถเพื่อให้รอดตัวไป หลักฐานแค่นี้ไม่มากพอที่เธอจะฟ้องหย่าได้ ดังนั้นเธอจึงเลือกที่จะไม่โวยวายและเดินหน้าแบบเงียบๆ เพื่อเก็บหลักฐานทุกเม็ดโจมตี "รบกวนด้วยนะคะ" เจียลี่ยื่นรูปถ่ายที่เป็นหลักฐานเพียงชิ้นเดียวให้นักสืบที่เธอว่าจ้างไปพร้อมกับข้อมูลต่างๆ ของสามีเพื่อให้สะดวกต่อการติดตาม ระหว่างนั้นเธอก็ยังคงทำตัวปกติทุกอย่าง อาหาร เสื้อผ้าของสามีเธอจัดการ ยกเว้น... เรื่องนั้นที่เธอไปต่อไม่ได้จริงๆ "เจียลี่" อยู่กินกันมาหลายปีมีหรือจะไม่รู้ว่าสามีกำลังส่งสัญญาณ แต่พอคิดว่าสามีที่นอนอยู่ตรงนี้ไม่ใช่สามีคนเดิมของเธออีกต่อไปก็รู้สึกขยะแขยงไม่อยากให้เขาสัมผัสตัว "ประจำเดือนฉันมาค่ะ" เป็นข้ออ้างที่ทำให้เธอสบายใจไม่ต้องมีอะไรกับสามี แต่ถ้าผ่านไปห้าถึงเจ็ดวันนี้ก็คงต้องหาเหตุผลอื่นมาอ้างต่อไป ส่วนเรื่องที่จ้างนักสืบให้หาข้อมูลของผู้หญิงในรูปก็รวดเร็วทันใจ อาจเพราะเธอทำตัวปกติ สามีเลยไม่สงสัย บวกกับความมั่นใจที่คิดว่าโลกสองใบไม่มีทางโคจรมาเจอกันได้ ทำให้เขาไม่คิดระมัดระวัง อยากทำอะไรก็ทำ ไม่ได้คิดถึงภรรยาที่อยู่บ้านเลย แชะ! แชะ! แชะ! รูปถ่ายหนึ่งใบที่เป็นหลักฐานตอนนี้ได้เพิ่มจำนวนมาเป็นหลายใบ ทุกร้านทุกที่ที่สามีพาผู้หญิงคนนั้นไป เป็นที่ที่เขาเคยพาเธอไปแล้วทั้งสิ้น 'ร้านนี้ผมพาคุณมาคนแรกเลยนะ' 'จริงเหรอคะ' 'ครับ' คำพูดในอดีตผุดขึ้นมาให้ช้ำใจ ภาพถ่ายจากด้านหลังของสามีเธอจำได้ แต่เมื่อได้เห็นหน้าเต็มๆ ของผู้หญิงที่สามีเธอพาไป คิ้วเรียวสวยก็ขมวดย่นทันที "ผู้หญิงคนนี้..." "คุณเจียลี่รู้จักเธอใช่ไหมครับ" "ฉันไม่แน่ใจค่ะ" เจียลี่ตอบพร้อมแววตาที่ไม่แน่ใจ เธอคุ้นหน้าผู้หญิงคนนี้ แต่ก็จำไม่ได้ว่าเคยเห็นที่ไหน ตอนนี้สมองของเธอมันตื้อตันเพราะหลักฐานที่ยิ่งเห็นก็ยิ่งปวดใจ ภาพที่สามีเดินจูงมือผู้หญิงหายเข้าไปในโรงแรมทำเธอจุกจนแทบหายใจไม่ออกจริงๆ "เท่าที่ผมได้ข้อมูลมาสามีคุณกับผู้หญิงคนนี้เขารู้จักกันมานานแล้วนะครับ" นักสืบพูดพร้อมยื่นหลักฐานเด็ดมาให้ มันเป็นภาพถ่ายรวมรุ่นของสามีสมัยยังเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัย สามีเธอตัวสูง สวมแว่น ดูไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่สิ่งที่ทำเธอต้องหยิบรูปถ่ายแผ่นนั้นขึ้นมาดูให้ชัดๆ ก็เพราะว่า... "ผู้หญิงคนนี้กับสามีของฉัน..." เสียงของเธอสั่นปลาย หญิงสาวสูดลมหายใจเพื่อที่จะเค้นคำพูดที่จุกแน่นออกมา "รู้จักกันมาตั้งแต่เรียนงั้นเหรอ" ตอนนี้เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าใครกันแน่ที่เข้ามาแทรกกลาง โลกใบแรกของสามีเกิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อนหน้านั้น แล้วถ้าสามีคบหากับผู้หญิงคนนั้นมานาน ความสัมพันธ์ก็คง... "อุ....อ้วกกกก" พอคิดถึงตรงนี้ความจริงก็ทำเจียลี่รู้สึกสะอิดสะเอียนขึ้นมาทันใด เขาสองคนรู้เห็นเป็นใจ และเธอก็กลายเป็นตัวตลกที่โดนสวมเขามานาน "คุณไหวไหมครับ" นักสืบถาม เรื่องสามีนอกใจเขาเห็นมานักต่อนัก แต่กรณีนี้มันต่างเพราะภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายมาทีหลังชู้นี่คือเพิ่งเห็นเป็นเคสแรกเลย "ฉันไม่เป็นไรค่ะ" หญิงสาวฝืนยิ้มไป ความจริงที่ได้ฟังทำให้เธอสติไม่ค่อยจะอยู่กับตัวสักเท่าไหร่ เธอเดินใจลอยไม่ระวังเผลอข้ามไปทางที่อนุญาติให้จักรยานปั่นได้ หนำซ้ำยังไม่ยอมหลบทางให้จักรยานที่ปั่นตรงมาทางเธอด้วย 'ระวัง!!' เสียงร้องเตือนไม่ได้ดังเข้าหูของคนที่จมอยู่กับความทุกข์ของตัวเอง วินาทีนั้นต่างคนต่างตกใจ ถึงจะเลี้ยวหลบทันแต่รถจักรยานก็ลื่นไถล ส่วนเจียลี่ก็สะดุดล้มหัวฟาดพื้นจนสติของเธอเริ่มเลือนรางไป มือของเธอเย็นเฉียบด้วยความตกใจ เกิดมาชาตินี้ต้องมาเจ็บช้ำเพราะได้สามีที่ไม่รู้จักพอ ชีวิตแต่งงานไม่สามารถไปต่อได้ ถ้าเขา... รู้จักคำว่า 'ซื่อสัตย์' กับภรรยา ชีวิตของเธอคงไม่ต้องมาจบลงอย่างนี้ใช่ไหม หญิงสาวได้แต่โทษตัวเองที่ลือกผู้ชายผิดไป ภาพในอดีตผุดขึ้นมาในหัวเหมือนตอกย้ำให้รู้ว่าเธอโง่แค่ไหน ไม่ทันจะได้แฉสามีเลวๆ ที่แอบไปมีโลกสองใบ โลกที่เคยสว่างของเธอก็พลันมืดไปพร้อมกับ 'คำพูด' สุดท้ายที่ได้ยินแผ่วๆ ว่า ถ้ามี.... โอกาสอีกครั้ง ฉันจะไม่รักคุณอีกแล้ว!เจียลี่ที่กลับมาถึงคอนโดทิ้งตัวลงนอนแผ่เหม่อมองเพดาน ถึงจะย้อนอดีตกลับมาในช่วงก่อนแต่งงาน แต่ความเจ็บที่ยังไม่ทันจางก็ไม่ต่างอะไรกับบาดแผลที่เพิ่งเกิดและยังสดใหม่ พอหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดดูแชทข้อความที่คุยกับซื่อห่าว ขอบตามันก็เกิดอาการร้อนผ่าวขึ้นมาทันใด เธอส่ายหน้าพยายามสลัดน้ำตาออกไป เมื่อรู้สึกว่าข้อความตรงหน้าขุ่นมัว'คุณทำอะไรอยู่''ผมคิดถึงคุณนะ''ขอโทษที่ไปดูหนังด้วยไม่ได้''พรุ่งนี้ผมจะชดเชยให้คุณนะที่รัก''ซื่อห่าว' เมื่อเจ็ดปีก่อนตอนที่ยังมีสถานะเป็นแค่ 'แฟน' กัน เขาเป็นผู้ชายที่ดูแลตัวเองดีมาก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้าผมดูเนี้ยบ สะอาดสะอ้าน การแต่งตัวที่ดูเข้ากันและภูมิฐาน บวกกับหน้าที่การงานมันทำให้องค์ประกอบรวมๆของผู้ชายคนนี้ดูดี ไม่แปลกใจเลยที่เธอจะเปิดใจให้กับผู้ชายคนนี้ในวันนัดดูตัว"รู้งี้ปฏิเสธไปแต่แรกก็คงดี"พูดกับตัวเองที่เลือกเอง เจ็บเอง 'เราจะเจอกันอีกได้ไหมครับ'มันคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ เขาเป็นผู้ชายที่สุภาพ ไม่แต๊ะอั๋ง กว่าจะได้เดินจับมือกันก็ปาไปแล้วถึงสามเดือน'ผมขอจูบคุณได้ไหม''ถ้าฉันตอบว่าไม่ได้ล่ะคะ'หญิงสาวถามกลับยิ้มๆ 'ผมก็คงไม่กล้าจูบล่ะมั้งค
"คุณ...""คุณคะ""หนังฉายจบแล้วนะคะ"เสียงของพนักงานขายตั๋วในโรงหนังปลุกให้เจียลี่ที่เงียบไปนานหลุดจากภวังค์ ใบหน้าสวยดูซีดและงุนงงมากเมื่อพบว่าตัวเองไม่ได้นอนอยู่ที่โรงพยาบาลแต่กลับกำลังนั่งในโรงหนังที่คนเดินออกจากโรงไปหมดแล้ว"หนังเหรอคะ?"เธอเงยหน้าที่นองไปด้วยน้ำตาถาม "ค่ะ"พนักงานตอบพร้อมยิ้ม เธอเข้าใจว่าน้ำตาของหญิงสาวที่นั่งเหม่ออยู่นานมาจากเรื่องราวของหนังที่ซึ้งกินใจ ใครมาดูเรื่องนี้ก็พูดชมเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นหนังรักที่ต่อให้คนดูมีสกิลตับทองคำก็ยังแตกได้ เรียกน้ำตาให้ไหลเป็นสาย การที่เห็นอีกฝ่ายร้องผสานสะอื้นไห้จึงเหมือนเรื่องปกติไปซะแล้ว"ทางออกอยู่ซ้ายมือนะคะ""ทางออกงั้นเหรอคะ"คำถามมาพร้อมกับแววตาที่ยังงุนงง เธอดูเหมือนยังสับสนและจับต้นชนปลายไม่ได้ เธอเพิ่งล้มหัวฟาดพื้นไป พอตื่นขึ้นมาก็อยู่ในโรงหนังที่.... เดี๋ยวนะ...โรงหนังงั้นเหรอ?เหมือนเจียลี่จะเพิ่งฉุกคิดได้ เธอเอ่ยถามพนักงานในโรงหนังว่าหนังที่เธอมาดูคือเรื่องอะไร เมื่อได้คำตอบว่าเป็นหนังรักดราม่าที่มียอดคนดูถล่มทลาย ดวงตาคู่สวยที่ก่อนหน้านองไปด้วยน้ำตาก็เบิกโตทันที'บะ...บ้าไปแล้ว'หญิงสาวพูดกับตัวเองในใจ เพร
'วันนี้ผมมีกินเลี้ยงกับบริษัทนะ"ทุกวันศุกร์ของสัปดาห์คือวันที่เขาต้องหาข้ออ้างเพื่อออกไปข้างนอกประจำ ซึ่งมันเกิดขึ้นตอนปีที่ห้าของการแต่งงาน สามีของเธอทำตัวปกติมาก โทรหาก็รับ ไม่เคยกดตัดสายเลยสักครั้ง นั่นทำให้เธอวางใจและชะล่าใจไปพร้อมๆ กัน พักหลังๆ จึงไม่โทรและปล่อยเขาโทรกลับมารายงานเอง'ผมมีไปกินต่ออีกร้านนะ'จากที่กลับไม่เกินห้าทุ่มก็ล่วงเลยไปเที่ยงคืน แต่ก็มักจะมาพร้อมเหตุผลที่คนเป็นภรรยาต้องเข้าใจ ในเมื่อเขารายงานไม่เคยเงียบหายไป คนที่รอจึงไม่คิดระแคะระคายสักนิดเดียวตริ้ง!ถิงถิง : นอนรึยังเพื่อนสนิทส่งข้อความมาหลังจากที่เธอเพิ่งวางสายจากสามีไปเจียลี่ : ยัง แต่ใกล้จะนอนแล้วถิงถิง : สามีเธออยู่ด้วยไหมคำถามนี้ทำเจียลี่ค่อนข้างแปลกใจ อยู่ๆ ทำไมถิงถิงถึงได้ถามหาสามีเธอเจียลี่ : ทำไมเหรอถิงถิง : เถอะน่า ตอบมาก่อนเจียลี่ : ออกไปดื่มกับเพื่อนถิงถิง : ส่งสติ้กเกอร์แมว (กรอกตา)แค่สติ้กเกอร์ตัวเดียวมีหรือเพื่อนที่สนิทกันมานับสิบปีจะไม่เข้าใจ เซ้นส์ของผู้หญิงมันแรงมากนะหากมีอะไรที่ผิดแปลกไป และคำพูดของเพื่อนที่แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ใช่ว่าจะเชื่อถือไม่ได้เลยถิงถิง : ส่งรูปภาพไม่
"ฮึกๆ ฉันโง่มากเลยใช่ไหม""ยังต้องถามอีกเหรอ"'เจียลี่' ที่โดนเพื่อนลากคอมาดื่มเหล้าด้วยสวนกลับ ถึงสภาพของเพื่อนจะดูน่าสงสาร แต่การดึงสติให้เพื่อนตาสว่างคือสิ่งที่เธอคิดว่าสมควรทำที่สุดแล้ว"ฉันต้องทำยังไงดี ฮึกๆ ฮือ"เป็นคำถามที่ตอบได้ไม่ยากและเธอก็เคยตอบคำถามนี้ไปเมื่อเดือนก่อนอย่างฉะฉานซะด้วย"ก็แค่เลิก""แต่ฉันรักเขา""รักตัวเองก่อนดีไหม"ถึงจะเหมือนตอกย้ำ แต่เจียลี่ก็หวังดีกับเพื่อนสุดใจ เวลาที่ถิงถิงมีปัญหากับแฟนหนุ่มสุดแสนจะเจ้าชู้ทีไรก็เป็นเธอนี่ล่ะที่ออกหน้าช่วยทุกอย่างเอง"ฉันทั้งรักและดีกับเขาขนาดนี้ แล้วๆๆๆ ทำไมเขา ฮึกๆ ทำไมเขา...ถึงต้องนอกใจฉันด้วย"คนมันเจ็บก็ต้องอยากระบาย พอเมาก็พูดพร่ำเพ้อไป มาทั้งน้ำหู น้ำตาไหล พูดไม่เป็นคำผสมสะอื้นร้องไห้ สภาพคือดูไม่ได้ ไม่มีอะไรทำให้ผู้หญิงเจ็บแทบขาดใจเท่ากับโดนสามีนอกใจ เพราะ 'เชื่อใจ' ทำให้ถิงถิงไม่เคยคิดแตะต้องหรือเช็คโทรศัพท์สามี"ก็แค่ผู้ชายที่ไม่รู้จักพอ"เจียลี่ปลอบเพื่อนสนิทที่ยิ่งเมาก็ยิ่งร้องไห้ การที่ต้องมาเห็นเพื่อนเจ็บซ้ำๆ เพราะผู้ชายมันทำให้ 'เธอ' ที่ยังไม่มีแฟนรู้สึกว่าอยู่คนเดียวดีกว่าจริงๆ "ฉันจะเลิก!"ถิงถิงสูดน้







