LOGINเจียลี่ที่กลับมาถึงคอนโดทิ้งตัวลงนอนแผ่เหม่อมองเพดาน ถึงจะย้อนอดีตกลับมาในช่วงก่อนแต่งงาน แต่ความเจ็บที่ยังไม่ทันจางก็ไม่ต่างอะไรกับบาดแผลที่เพิ่งเกิดและยังสดใหม่ พอหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดดูแชทข้อความที่คุยกับซื่อห่าว ขอบตามันก็เกิดอาการร้อนผ่าวขึ้นมาทันใด เธอส่ายหน้าพยายามสลัดน้ำตาออกไป เมื่อรู้สึกว่าข้อความตรงหน้าขุ่นมัว
'คุณทำอะไรอยู่' 'ผมคิดถึงคุณนะ' 'ขอโทษที่ไปดูหนังด้วยไม่ได้' 'พรุ่งนี้ผมจะชดเชยให้คุณนะที่รัก' 'ซื่อห่าว' เมื่อเจ็ดปีก่อนตอนที่ยังมีสถานะเป็นแค่ 'แฟน' กัน เขาเป็นผู้ชายที่ดูแลตัวเองดีมาก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้าผมดูเนี้ยบ สะอาดสะอ้าน การแต่งตัวที่ดูเข้ากันและภูมิฐาน บวกกับหน้าที่การงานมันทำให้องค์ประกอบรวมๆของผู้ชายคนนี้ดูดี ไม่แปลกใจเลยที่เธอจะเปิดใจให้กับผู้ชายคนนี้ในวันนัดดูตัว "รู้งี้ปฏิเสธไปแต่แรกก็คงดี" พูดกับตัวเองที่เลือกเอง เจ็บเอง 'เราจะเจอกันอีกได้ไหมครับ' มันคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ เขาเป็นผู้ชายที่สุภาพ ไม่แต๊ะอั๋ง กว่าจะได้เดินจับมือกันก็ปาไปแล้วถึงสามเดือน 'ผมขอจูบคุณได้ไหม' 'ถ้าฉันตอบว่าไม่ได้ล่ะคะ' หญิงสาวถามกลับยิ้มๆ 'ผมก็คงไม่กล้าจูบล่ะมั้งครับ' ผู้ชายคารมดี มีหรือเธอจะไม่ใจอ่อนให้ จูบแรกของเธอเกิดขึ้นตอนที่เดทด้วยกันประมาณหกเดือนได้ และมันก็เป็นจูบที่มาพร้อมกับคำว่า 'ขอเป็นมากกว่าคนคุยได้ไหม' ดอกกุหลาบมาทั้งคันรถมีหรือเธอจะไม่ใจละลาย บรรยากาศชวนให้เธอตอบ 'ตกลง' พร้อมกับถ่ายรูปอวดเพื่อนๆ ในกลุ่มทันที ซึ่งวันนี้.... ก็คือวันที่ครบรอบสองปีที่เป็นแฟนกัน ที่จริงวันนี้เขาบอกเธอว่าจะไปดูหนังด้วยกัน แต่เมื่อถึงเวลานัดเขากลับส่งข้อความมาขอโทษเธอที่นั่งหน้าโรงหนังเกือบชั่วโมง 'ผมมีงานด่วนต้องไปทำ' แน่นอนว่าเธอเชื่อคำพูดนั้นเพราะเขาถ่ายให้เห็นสถานที่ทำงานพร้อมกับพิมพ์มาบอกว่า 'คิดถึงที่รักสุดหัวใจ' เธอมันซื่อที่อ่านข้อความแล้วเชื่อหมดใจ เธอไม่สงสัย และไม่โทรตาม โทรถามจนกว่าเขาจะโทรมา ในความทรงจำ 'วันนี้' เป็นวันครบรอบสองปีที่คบหา และวัน 'พรุ่งนี้' เขาจะมาง้อเธอที่น้อยใจ วันที่ 21 เดือน 9 ปี 20xx เป็นวันที่เธอจำได้ดี เพราะมันเป็นวันที่เธอยอมมอบความสาวที่เก็บไว้มานานให้กับซื่อห่าวไป พรุ่งนี้เขาจะซื้อไวน์ยี่ห้อโปรดที่เธอชอบมาง้อถึงในห้องเพราะน้อยใจ และเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่หมุนเวียนในร่างกายทำให้เธอมีความกล้าที่จะลองข้ามไปอีกขั้นเมื่อเขาถามว่า... 'ผมทำมากกว่านี้ได้ไหม' ตอนนั้นความรักมันถูกเพาะจนสุกงอมถึงขั้นมองไปถึงวันที่แต่งงาน หากเธอกับเขาจะขยับความสัมพันธ์ เปลี่ยนจากข้าวสุกเป็นข้าวสารก็คงไม่ถือว่าเร็วไปหรอกมั้ง นั่นคือความคิดของเธอในวันนั้น แต่ตอนนี้เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่อ่อนประสบการณ์ เธอในอีกเจ็ดปีข้างหน้าตาสว่าง ซื่อห่าวกับผู้หญิงคนนั้นเรียนด้วยกัน และนั่นก็ทำให้จางลี่ที่สงสัยว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนจะเป็นมากกว่าเพื่อนตอนไหน ตั้งแต่คบเป็นแฟนหรือหลังแต่งงานยิ่งคิดก็ยิ่งอยากรู้ไง เธอเข้าไปส่อง 'บล็อก' ของซื่อห่าวและกดไปดูที่ผู้ติดตาม "ไม่ใช่" "ไม่ใช่" "คนนี้ก็ไม่ใช่" เกือบจะถอดใจแต่สุดท้ายก็เจอ "เป็นเพื่อนกันจริงๆ สินะ" เจียลี่ฉลาดพอที่จะไม่ใช้แอคเคาท์ของตัวเองแต่ใช้อีกแอคเคาท์ที่สร้างขึ้นมาใหม่ โชคดีที่ผู้หญิงคนนี้เปิดบล็อกเป็นสาธารณะให้คนทั่วไปส่องได้ ข้อมูลที่เห็นทำเธอตกใจจนเผลออุทานออกมา "มีแฟนแล้วงั้นเหรอ" สถานะของผู้หญิงที่ตั้งขึ้นให้ทุกคนเห็นสร้างความแปลกใจให้กับเจียลี่ไม่น้อย เธอกดเข้าไปในชื่อแฟนที่ผู้หญิงคนนี้แท็กไว้ ผู้ชายหน้าตาดี ดูจากชุดก็รู้ว่าทำงานอะไร หน้าตาหล่อ ตี๋ ขาว สมกับเป็น 'หมอ' ที่เขียนไว้ในโปรไฟล์ แล้วทำไม.... ผู้หญิงที่มีแฟนแล้ว ถึงได้มาคั่วสามีของเธอ? ถ้าเทียบหน้าตา แฟนของผู้หญิงคนนี้ถือว่าเหนือกว่า อาชีพการงานก็ดูดี ไม่ดูด้อยจนอวดใครไม่ได้นี่นา บางทีความสัมพันธ์ระหว่างสามีของเธอกัผู้หญิงคนนี้อาจจะเพิ่งเริ่มต้นได้ไม่กี่เดือนแล้วเธอจับได้รึเปล่านะ หญิงสาวเริ่มคิดทบทวนเรื่องราวก่อนหน้าที่จะย้อนอดีตกลับมาเพราะเมื่อประเมินจากหน้าตาของแฟนผู้หญิงคนนี้แล้วเปอร์เซ็นต์การนอกใจน่าจะนับเป็น 'ศูนย์' ได้เลย นั่นคือสิ่งที่เจียลี่คิด.... แต่เมื่อเธอเลื่อนลงไปดูรูปล่าสุดที่ผู้หญิงคนนี้อัพลงโซเชี่ยลก็ต้องเปลี่ยนความคิดทันทีเมื่อเห็นว่านิ้วของผู้หญิงคนนี้มีแหวนหน้าตารูปทรงเหมือนกับเธอเป๊ะๆ "บังเอิญงั้นเหรอ" หัวคิ้วขยับเข้ามาชนกันอย่างห้ามไม่ได้ แหวนวงนี้ซื่อห่าวเคยพูดกับเธอที่พอใส่แหวนแล้วก็เหมือนถูกแฟนหนุ่มหมั้นหมาย เขาให้ความสำคัญกับเธอ แลดูเป็นผู้ชายที่อบอุ่น ใส่ใจ จะไม่ให้เธอหวั่นไหวได้อย่างไร ในเมื่อ... 'แหวน' ที่เขาให้เธอนั้นมีที่มาสวยงามและเธอก็หลงเชื่อในคำพูดที่หว่านล้อมนั้นโดยไม่สงสัยสักนิดเดียว 'แหวนวงนี้มีวงเดียวในโลก ผมตั้งใจให้ช่างช่วยออกแบบให้ ตรงกลางจะมีชื่อที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษตัวแรกของผมกับคุณเขียนไว้ ทองคำขาวกับเพชรเม็ดนี้จะแทนใจ และผมอยากให้คุณรู้ว่าผมทำเพื่อคุณ' ตอนนั้นเธอซึ้งมาก ซึ้งกับคำพูดที่ฟังแล้วสวยงาม เขาพูดอะไรเธอก็เชื่อไปหมดเหมือนเดินในทุ่งลาเวนดอร์ที่หอมหวาน ตอนนี้เธอมั่นใจแล้วว่าโลกสองใบของซื่อห่าวเกิดขึ้นพร้อมๆ กัน เขานอกใจเธอก่อนแต่งงานและเซ้นต์ของเธอก็บอกว่า ผู้หญิงคนนั้น... ก็น่าจะรู้ว่าเธอมีตัวตน ถ้าเป็นอย่างที่เธอคิดจริงๆ คำถามถัดมาก็คือทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงได้ไม่เอะอะโวยวาย อันที่จริงจะเปิดเผยตัวตนให้เธอรู้ก่อนที่จะจัดงานแต่งใหญ่โตก็ได้ แต่นี่มันเรื่องบ้าบออะไร ทำไมถึงได้ทำเหมือนเป็นเรื่องปกติธรรมดา ต่างคนต่างมีแฟนอยู่แล้วแต่แอบกินลับหลังคู่ของตัวเองนี่นะ 'อุ....อ้วกกก' ความจริงที่ได้รู้ทำเจียลี่รับไม่ได้ เธอรู้สึกสะอิดสะเอียนกับความสัมพันธ์ที่เห็นแก่ตัวของอดีตสามีจนต้องอ้วกออกมาเพื่อระบาย เขาคิดว่าจะปิดบังเรื่องนี้เป็นความลับได้นานแค่ไหน ต่อให้คิดว่าตัวเองเข้มแข็ง แต่เมื่อเจอเรื่องนี้เข้าไป สุดท้ายแล้วก็มีน้ำตาเอ่อคลออยู่ดี ที่ผ่านมา... ซื่อห่าวกับผู้หญิงคนนี้ คงคิดว่าฉัน 'โง่' มากสินะ!เจียลี่ที่กลับมาถึงคอนโดทิ้งตัวลงนอนแผ่เหม่อมองเพดาน ถึงจะย้อนอดีตกลับมาในช่วงก่อนแต่งงาน แต่ความเจ็บที่ยังไม่ทันจางก็ไม่ต่างอะไรกับบาดแผลที่เพิ่งเกิดและยังสดใหม่ พอหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดดูแชทข้อความที่คุยกับซื่อห่าว ขอบตามันก็เกิดอาการร้อนผ่าวขึ้นมาทันใด เธอส่ายหน้าพยายามสลัดน้ำตาออกไป เมื่อรู้สึกว่าข้อความตรงหน้าขุ่นมัว'คุณทำอะไรอยู่''ผมคิดถึงคุณนะ''ขอโทษที่ไปดูหนังด้วยไม่ได้''พรุ่งนี้ผมจะชดเชยให้คุณนะที่รัก''ซื่อห่าว' เมื่อเจ็ดปีก่อนตอนที่ยังมีสถานะเป็นแค่ 'แฟน' กัน เขาเป็นผู้ชายที่ดูแลตัวเองดีมาก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้าผมดูเนี้ยบ สะอาดสะอ้าน การแต่งตัวที่ดูเข้ากันและภูมิฐาน บวกกับหน้าที่การงานมันทำให้องค์ประกอบรวมๆของผู้ชายคนนี้ดูดี ไม่แปลกใจเลยที่เธอจะเปิดใจให้กับผู้ชายคนนี้ในวันนัดดูตัว"รู้งี้ปฏิเสธไปแต่แรกก็คงดี"พูดกับตัวเองที่เลือกเอง เจ็บเอง 'เราจะเจอกันอีกได้ไหมครับ'มันคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ เขาเป็นผู้ชายที่สุภาพ ไม่แต๊ะอั๋ง กว่าจะได้เดินจับมือกันก็ปาไปแล้วถึงสามเดือน'ผมขอจูบคุณได้ไหม''ถ้าฉันตอบว่าไม่ได้ล่ะคะ'หญิงสาวถามกลับยิ้มๆ 'ผมก็คงไม่กล้าจูบล่ะมั้งค
"คุณ...""คุณคะ""หนังฉายจบแล้วนะคะ"เสียงของพนักงานขายตั๋วในโรงหนังปลุกให้เจียลี่ที่เงียบไปนานหลุดจากภวังค์ ใบหน้าสวยดูซีดและงุนงงมากเมื่อพบว่าตัวเองไม่ได้นอนอยู่ที่โรงพยาบาลแต่กลับกำลังนั่งในโรงหนังที่คนเดินออกจากโรงไปหมดแล้ว"หนังเหรอคะ?"เธอเงยหน้าที่นองไปด้วยน้ำตาถาม "ค่ะ"พนักงานตอบพร้อมยิ้ม เธอเข้าใจว่าน้ำตาของหญิงสาวที่นั่งเหม่ออยู่นานมาจากเรื่องราวของหนังที่ซึ้งกินใจ ใครมาดูเรื่องนี้ก็พูดชมเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นหนังรักที่ต่อให้คนดูมีสกิลตับทองคำก็ยังแตกได้ เรียกน้ำตาให้ไหลเป็นสาย การที่เห็นอีกฝ่ายร้องผสานสะอื้นไห้จึงเหมือนเรื่องปกติไปซะแล้ว"ทางออกอยู่ซ้ายมือนะคะ""ทางออกงั้นเหรอคะ"คำถามมาพร้อมกับแววตาที่ยังงุนงง เธอดูเหมือนยังสับสนและจับต้นชนปลายไม่ได้ เธอเพิ่งล้มหัวฟาดพื้นไป พอตื่นขึ้นมาก็อยู่ในโรงหนังที่.... เดี๋ยวนะ...โรงหนังงั้นเหรอ?เหมือนเจียลี่จะเพิ่งฉุกคิดได้ เธอเอ่ยถามพนักงานในโรงหนังว่าหนังที่เธอมาดูคือเรื่องอะไร เมื่อได้คำตอบว่าเป็นหนังรักดราม่าที่มียอดคนดูถล่มทลาย ดวงตาคู่สวยที่ก่อนหน้านองไปด้วยน้ำตาก็เบิกโตทันที'บะ...บ้าไปแล้ว'หญิงสาวพูดกับตัวเองในใจ เพร
'วันนี้ผมมีกินเลี้ยงกับบริษัทนะ"ทุกวันศุกร์ของสัปดาห์คือวันที่เขาต้องหาข้ออ้างเพื่อออกไปข้างนอกประจำ ซึ่งมันเกิดขึ้นตอนปีที่ห้าของการแต่งงาน สามีของเธอทำตัวปกติมาก โทรหาก็รับ ไม่เคยกดตัดสายเลยสักครั้ง นั่นทำให้เธอวางใจและชะล่าใจไปพร้อมๆ กัน พักหลังๆ จึงไม่โทรและปล่อยเขาโทรกลับมารายงานเอง'ผมมีไปกินต่ออีกร้านนะ'จากที่กลับไม่เกินห้าทุ่มก็ล่วงเลยไปเที่ยงคืน แต่ก็มักจะมาพร้อมเหตุผลที่คนเป็นภรรยาต้องเข้าใจ ในเมื่อเขารายงานไม่เคยเงียบหายไป คนที่รอจึงไม่คิดระแคะระคายสักนิดเดียวตริ้ง!ถิงถิง : นอนรึยังเพื่อนสนิทส่งข้อความมาหลังจากที่เธอเพิ่งวางสายจากสามีไปเจียลี่ : ยัง แต่ใกล้จะนอนแล้วถิงถิง : สามีเธออยู่ด้วยไหมคำถามนี้ทำเจียลี่ค่อนข้างแปลกใจ อยู่ๆ ทำไมถิงถิงถึงได้ถามหาสามีเธอเจียลี่ : ทำไมเหรอถิงถิง : เถอะน่า ตอบมาก่อนเจียลี่ : ออกไปดื่มกับเพื่อนถิงถิง : ส่งสติ้กเกอร์แมว (กรอกตา)แค่สติ้กเกอร์ตัวเดียวมีหรือเพื่อนที่สนิทกันมานับสิบปีจะไม่เข้าใจ เซ้นส์ของผู้หญิงมันแรงมากนะหากมีอะไรที่ผิดแปลกไป และคำพูดของเพื่อนที่แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ใช่ว่าจะเชื่อถือไม่ได้เลยถิงถิง : ส่งรูปภาพไม่
"ฮึกๆ ฉันโง่มากเลยใช่ไหม""ยังต้องถามอีกเหรอ"'เจียลี่' ที่โดนเพื่อนลากคอมาดื่มเหล้าด้วยสวนกลับ ถึงสภาพของเพื่อนจะดูน่าสงสาร แต่การดึงสติให้เพื่อนตาสว่างคือสิ่งที่เธอคิดว่าสมควรทำที่สุดแล้ว"ฉันต้องทำยังไงดี ฮึกๆ ฮือ"เป็นคำถามที่ตอบได้ไม่ยากและเธอก็เคยตอบคำถามนี้ไปเมื่อเดือนก่อนอย่างฉะฉานซะด้วย"ก็แค่เลิก""แต่ฉันรักเขา""รักตัวเองก่อนดีไหม"ถึงจะเหมือนตอกย้ำ แต่เจียลี่ก็หวังดีกับเพื่อนสุดใจ เวลาที่ถิงถิงมีปัญหากับแฟนหนุ่มสุดแสนจะเจ้าชู้ทีไรก็เป็นเธอนี่ล่ะที่ออกหน้าช่วยทุกอย่างเอง"ฉันทั้งรักและดีกับเขาขนาดนี้ แล้วๆๆๆ ทำไมเขา ฮึกๆ ทำไมเขา...ถึงต้องนอกใจฉันด้วย"คนมันเจ็บก็ต้องอยากระบาย พอเมาก็พูดพร่ำเพ้อไป มาทั้งน้ำหู น้ำตาไหล พูดไม่เป็นคำผสมสะอื้นร้องไห้ สภาพคือดูไม่ได้ ไม่มีอะไรทำให้ผู้หญิงเจ็บแทบขาดใจเท่ากับโดนสามีนอกใจ เพราะ 'เชื่อใจ' ทำให้ถิงถิงไม่เคยคิดแตะต้องหรือเช็คโทรศัพท์สามี"ก็แค่ผู้ชายที่ไม่รู้จักพอ"เจียลี่ปลอบเพื่อนสนิทที่ยิ่งเมาก็ยิ่งร้องไห้ การที่ต้องมาเห็นเพื่อนเจ็บซ้ำๆ เพราะผู้ชายมันทำให้ 'เธอ' ที่ยังไม่มีแฟนรู้สึกว่าอยู่คนเดียวดีกว่าจริงๆ "ฉันจะเลิก!"ถิงถิงสูดน้







