เข้าสู่ระบบ"คุณ..."
"คุณคะ" "หนังฉายจบแล้วนะคะ" เสียงของพนักงานขายตั๋วในโรงหนังปลุกให้เจียลี่ที่เงียบไปนานหลุดจากภวังค์ ใบหน้าสวยดูซีดและงุนงงมากเมื่อพบว่าตัวเองไม่ได้นอนอยู่ที่โรงพยาบาลแต่กลับกำลังนั่งในโรงหนังที่คนเดินออกจากโรงไปหมดแล้ว "หนังเหรอคะ?" เธอเงยหน้าที่นองไปด้วยน้ำตาถาม "ค่ะ" พนักงานตอบพร้อมยิ้ม เธอเข้าใจว่าน้ำตาของหญิงสาวที่นั่งเหม่ออยู่นานมาจากเรื่องราวของหนังที่ซึ้งกินใจ ใครมาดูเรื่องนี้ก็พูดชมเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นหนังรักที่ต่อให้คนดูมีสกิลตับทองคำก็ยังแตกได้ เรียกน้ำตาให้ไหลเป็นสาย การที่เห็นอีกฝ่ายร้องผสานสะอื้นไห้จึงเหมือนเรื่องปกติไปซะแล้ว "ทางออกอยู่ซ้ายมือนะคะ" "ทางออกงั้นเหรอคะ" คำถามมาพร้อมกับแววตาที่ยังงุนงง เธอดูเหมือนยังสับสนและจับต้นชนปลายไม่ได้ เธอเพิ่งล้มหัวฟาดพื้นไป พอตื่นขึ้นมาก็อยู่ในโรงหนังที่.... เดี๋ยวนะ... โรงหนังงั้นเหรอ? เหมือนเจียลี่จะเพิ่งฉุกคิดได้ เธอเอ่ยถามพนักงานในโรงหนังว่าหนังที่เธอมาดูคือเรื่องอะไร เมื่อได้คำตอบว่าเป็นหนังรักดราม่าที่มียอดคนดูถล่มทลาย ดวงตาคู่สวยที่ก่อนหน้านองไปด้วยน้ำตาก็เบิกโตทันที 'บะ...บ้าไปแล้ว' หญิงสาวพูดกับตัวเองในใจ เพราะเธอจำได้ว่าหนังเรื่องนี้เธอเคยดูมาก่อน และร้องไห้น้ำตาเปียกปอนเพราะมันทั้งซึ้งและกินใจ แต่มันติดตรงที่หนังเรื่องนี้มันเข้าฉายเมื่อเจ็ดปีก่อนไม่ใช่หรืออย่างไร เธอหันไปหยิบกระเป๋าที่วางข้างๆ ด้วยความร้อนใจ และเพื่อพิสูจน์ว่าสิ่งที่คิดไม่ผิดเพี้ยนไปจึงหยิบโทรศัพท์ที่ปิดเครื่องไว้มาเปิดหน้าจออย่างรวดเร็ว 'วันที่ 20 เดือน 9 ปี 20xx' โทรศัพท์ที่อยู่ในมือร่วงหล่นพื้นด้วยความตกใจ พนักงานถามเธอว่า 'คุณโอเคไหม' คนที่หน้าซีด มือสั่น ใจหวิว เพราะยังไม่อยากจะเชื่อว่าเรื่องพรรณนี้จะเกิดขึ้นกับตัวเองทำได้เพียงแคส่ายหน้าและโกหกไปส่งๆ ว่า 'ฉันไม่เป็นไร' ก่อนจะรีบคว้ากระเป๋าและวิ่งหน้าตั้งไปที่ประตูทางออก เลี้ยวซ้ายที่โถงทางเดินเข้าห้องน้ำทันที เจียลี่ยืนอึ้งอยู่หน้ากระจกพักใหญ่ เธอไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตาเห็นจนต้องหลับตาลงแล้วค่อยลืมขึ้นมาใหม่ หากแต่ภาพตรงหน้าไม่ได้จางหาย ทุกสิ่งมันยังคงชัดมากจนเธอไม่อาจปฏิเสธได้ ด้วยความที่อยากพิสูจน์ว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป เธอจึงยกมือขึ้นมาตบไปที่แก้มซ้ายเกิดเสียงดัง 'เพี้ย' 'เจ็บ' คือความรู้สึกที่หญิงสาวรับรู้ได้หลังจากที่เธอฟาดฝ่ามือลงไป ดวงตาที่สั่นไหวจ้องมองเงาของตัวเองในกระจกที่แลดูอ่อนกว่าวัย ผิวที่ยังดูสาว ดูใส ไม่มีริ้วรอยหรือตีนกามากวนใจ ทำให้เธอที่ยังจดจำใบหน้าในวัยสาวสะพรั่งของตัวเองเมื่อเจ็ดปีที่แล้วได้แทบล้มทั้งยืน 'ใจเย็นๆ เจียลี่...' 'เธอต้องใจเย็นๆ หญิงสาวพูดกับตัวเองซ้ำๆ ถึงจะยังอยู่ในอารมณ์ที่ตกใจแต่เธอก็พยายามดึงสติของตัวเองให้กลับมาพร้อมกับตั้งคำถามว่า เพราะอะไร... เธอถึงได้หวนกลับมาเมื่อเจ็ดปีที่แล้วกัน ซึ่งคำตอบที่ผุดขึ้นมาในใจนั้นทำดวงตาคู่สวยร้อนผ่าวขึ้นมา 'เจ็ดปี' ที่คิดมาตลอดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่โชคดีจนน่าอิจฉา กลับกลายเป็นเจ็ดปีที่ถูกสามีปิดหูปิดตาและหลอกให้เข้าใจว่าเขารักและซื่อสัตย์กับเธอ 'ถ้ามีโอกาสอีกครั้ง....' 'คำพูด' ของเธอในตอนนั้น อาจเป็นสาเหตุให้เข็มนาฬิกาชีวิตหมุนทวนกลับด้านก็เป็นได้ หรือไม่โชคชะตาก็คงสงสารและเห็นใจถึงได้มอบโอกาสในการใช้ชีวิตอีกครั้งให้กับเธอ "ฮึกๆๆ ขอบคุณค่ะ" หญิงสาวพูด 'ขอบคุณ' ซ้ำๆ ทั้งน้ำตา ถึงไม่รู้สาเหตุที่แท้จริงคืออะไร แต่การที่เธอได้หวนคืนกลับมาในวันที่ทุกอย่างยังไม่สายไปเหมือนเป็นการย้ำว่าเธอสามารถเริ่มต้นใหม่ อะไรที่ไม่ดีก็แค่ต้องตัดทิ้งไป หญิงสาวคิดว่า เธอจะไม่หวนกลับไปซ้ำรอยเดิมที่จบลงด้วยความทุกข์ทมระคนปวดใจ มีคนเคยพูดว่า 'ยิ่งรักมาก ก็ยิ่งแค้นมาก' มันก็อาจจะจริงก็ได้ เธอ.... อยากทวงคืนความยุติธรรมให้กับตัวเองที่โดนสามี 'นอกใจ' ผู้ชายเลวๆ อย่างเขาไม่มีค่ามากพอให้เธอต้องมานั่งร้องไห้ฟูมฟาย เจ็ดปีของคนอื่นอาจไม่ได้มากมาย แต่สำหรับ 'เธอ' แล้วกลับเป็นเจ็ดปีที่ไร้ค่าจนน่าใจหาย ในเมื่อคุณกล้าทำฉันเจ็บ ฉันก็จะทำคุณเจ็บบ้างจะเป็นไรไป เจียลี่หาเหตุผลให้กับตัวเองที่ยังมีความรู้สึกเจ็บและผิดหวังกับการโดนสามีนอกใจ หลังจากนาทีนี้เป็นต้นไป ฉัน... จะเอาคืนคุณซื่อห่าว!!เจียลี่ที่กลับมาถึงคอนโดทิ้งตัวลงนอนแผ่เหม่อมองเพดาน ถึงจะย้อนอดีตกลับมาในช่วงก่อนแต่งงาน แต่ความเจ็บที่ยังไม่ทันจางก็ไม่ต่างอะไรกับบาดแผลที่เพิ่งเกิดและยังสดใหม่ พอหยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดดูแชทข้อความที่คุยกับซื่อห่าว ขอบตามันก็เกิดอาการร้อนผ่าวขึ้นมาทันใด เธอส่ายหน้าพยายามสลัดน้ำตาออกไป เมื่อรู้สึกว่าข้อความตรงหน้าขุ่นมัว'คุณทำอะไรอยู่''ผมคิดถึงคุณนะ''ขอโทษที่ไปดูหนังด้วยไม่ได้''พรุ่งนี้ผมจะชดเชยให้คุณนะที่รัก''ซื่อห่าว' เมื่อเจ็ดปีก่อนตอนที่ยังมีสถานะเป็นแค่ 'แฟน' กัน เขาเป็นผู้ชายที่ดูแลตัวเองดีมาก ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า หน้าผมดูเนี้ยบ สะอาดสะอ้าน การแต่งตัวที่ดูเข้ากันและภูมิฐาน บวกกับหน้าที่การงานมันทำให้องค์ประกอบรวมๆของผู้ชายคนนี้ดูดี ไม่แปลกใจเลยที่เธอจะเปิดใจให้กับผู้ชายคนนี้ในวันนัดดูตัว"รู้งี้ปฏิเสธไปแต่แรกก็คงดี"พูดกับตัวเองที่เลือกเอง เจ็บเอง 'เราจะเจอกันอีกได้ไหมครับ'มันคือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ เขาเป็นผู้ชายที่สุภาพ ไม่แต๊ะอั๋ง กว่าจะได้เดินจับมือกันก็ปาไปแล้วถึงสามเดือน'ผมขอจูบคุณได้ไหม''ถ้าฉันตอบว่าไม่ได้ล่ะคะ'หญิงสาวถามกลับยิ้มๆ 'ผมก็คงไม่กล้าจูบล่ะมั้งค
"คุณ...""คุณคะ""หนังฉายจบแล้วนะคะ"เสียงของพนักงานขายตั๋วในโรงหนังปลุกให้เจียลี่ที่เงียบไปนานหลุดจากภวังค์ ใบหน้าสวยดูซีดและงุนงงมากเมื่อพบว่าตัวเองไม่ได้นอนอยู่ที่โรงพยาบาลแต่กลับกำลังนั่งในโรงหนังที่คนเดินออกจากโรงไปหมดแล้ว"หนังเหรอคะ?"เธอเงยหน้าที่นองไปด้วยน้ำตาถาม "ค่ะ"พนักงานตอบพร้อมยิ้ม เธอเข้าใจว่าน้ำตาของหญิงสาวที่นั่งเหม่ออยู่นานมาจากเรื่องราวของหนังที่ซึ้งกินใจ ใครมาดูเรื่องนี้ก็พูดชมเป็นเสียงเดียวกันว่าเป็นหนังรักที่ต่อให้คนดูมีสกิลตับทองคำก็ยังแตกได้ เรียกน้ำตาให้ไหลเป็นสาย การที่เห็นอีกฝ่ายร้องผสานสะอื้นไห้จึงเหมือนเรื่องปกติไปซะแล้ว"ทางออกอยู่ซ้ายมือนะคะ""ทางออกงั้นเหรอคะ"คำถามมาพร้อมกับแววตาที่ยังงุนงง เธอดูเหมือนยังสับสนและจับต้นชนปลายไม่ได้ เธอเพิ่งล้มหัวฟาดพื้นไป พอตื่นขึ้นมาก็อยู่ในโรงหนังที่.... เดี๋ยวนะ...โรงหนังงั้นเหรอ?เหมือนเจียลี่จะเพิ่งฉุกคิดได้ เธอเอ่ยถามพนักงานในโรงหนังว่าหนังที่เธอมาดูคือเรื่องอะไร เมื่อได้คำตอบว่าเป็นหนังรักดราม่าที่มียอดคนดูถล่มทลาย ดวงตาคู่สวยที่ก่อนหน้านองไปด้วยน้ำตาก็เบิกโตทันที'บะ...บ้าไปแล้ว'หญิงสาวพูดกับตัวเองในใจ เพร
'วันนี้ผมมีกินเลี้ยงกับบริษัทนะ"ทุกวันศุกร์ของสัปดาห์คือวันที่เขาต้องหาข้ออ้างเพื่อออกไปข้างนอกประจำ ซึ่งมันเกิดขึ้นตอนปีที่ห้าของการแต่งงาน สามีของเธอทำตัวปกติมาก โทรหาก็รับ ไม่เคยกดตัดสายเลยสักครั้ง นั่นทำให้เธอวางใจและชะล่าใจไปพร้อมๆ กัน พักหลังๆ จึงไม่โทรและปล่อยเขาโทรกลับมารายงานเอง'ผมมีไปกินต่ออีกร้านนะ'จากที่กลับไม่เกินห้าทุ่มก็ล่วงเลยไปเที่ยงคืน แต่ก็มักจะมาพร้อมเหตุผลที่คนเป็นภรรยาต้องเข้าใจ ในเมื่อเขารายงานไม่เคยเงียบหายไป คนที่รอจึงไม่คิดระแคะระคายสักนิดเดียวตริ้ง!ถิงถิง : นอนรึยังเพื่อนสนิทส่งข้อความมาหลังจากที่เธอเพิ่งวางสายจากสามีไปเจียลี่ : ยัง แต่ใกล้จะนอนแล้วถิงถิง : สามีเธออยู่ด้วยไหมคำถามนี้ทำเจียลี่ค่อนข้างแปลกใจ อยู่ๆ ทำไมถิงถิงถึงได้ถามหาสามีเธอเจียลี่ : ทำไมเหรอถิงถิง : เถอะน่า ตอบมาก่อนเจียลี่ : ออกไปดื่มกับเพื่อนถิงถิง : ส่งสติ้กเกอร์แมว (กรอกตา)แค่สติ้กเกอร์ตัวเดียวมีหรือเพื่อนที่สนิทกันมานับสิบปีจะไม่เข้าใจ เซ้นส์ของผู้หญิงมันแรงมากนะหากมีอะไรที่ผิดแปลกไป และคำพูดของเพื่อนที่แค่อ้าปากก็เห็นลิ้นไก่ใช่ว่าจะเชื่อถือไม่ได้เลยถิงถิง : ส่งรูปภาพไม่
"ฮึกๆ ฉันโง่มากเลยใช่ไหม""ยังต้องถามอีกเหรอ"'เจียลี่' ที่โดนเพื่อนลากคอมาดื่มเหล้าด้วยสวนกลับ ถึงสภาพของเพื่อนจะดูน่าสงสาร แต่การดึงสติให้เพื่อนตาสว่างคือสิ่งที่เธอคิดว่าสมควรทำที่สุดแล้ว"ฉันต้องทำยังไงดี ฮึกๆ ฮือ"เป็นคำถามที่ตอบได้ไม่ยากและเธอก็เคยตอบคำถามนี้ไปเมื่อเดือนก่อนอย่างฉะฉานซะด้วย"ก็แค่เลิก""แต่ฉันรักเขา""รักตัวเองก่อนดีไหม"ถึงจะเหมือนตอกย้ำ แต่เจียลี่ก็หวังดีกับเพื่อนสุดใจ เวลาที่ถิงถิงมีปัญหากับแฟนหนุ่มสุดแสนจะเจ้าชู้ทีไรก็เป็นเธอนี่ล่ะที่ออกหน้าช่วยทุกอย่างเอง"ฉันทั้งรักและดีกับเขาขนาดนี้ แล้วๆๆๆ ทำไมเขา ฮึกๆ ทำไมเขา...ถึงต้องนอกใจฉันด้วย"คนมันเจ็บก็ต้องอยากระบาย พอเมาก็พูดพร่ำเพ้อไป มาทั้งน้ำหู น้ำตาไหล พูดไม่เป็นคำผสมสะอื้นร้องไห้ สภาพคือดูไม่ได้ ไม่มีอะไรทำให้ผู้หญิงเจ็บแทบขาดใจเท่ากับโดนสามีนอกใจ เพราะ 'เชื่อใจ' ทำให้ถิงถิงไม่เคยคิดแตะต้องหรือเช็คโทรศัพท์สามี"ก็แค่ผู้ชายที่ไม่รู้จักพอ"เจียลี่ปลอบเพื่อนสนิทที่ยิ่งเมาก็ยิ่งร้องไห้ การที่ต้องมาเห็นเพื่อนเจ็บซ้ำๆ เพราะผู้ชายมันทำให้ 'เธอ' ที่ยังไม่มีแฟนรู้สึกว่าอยู่คนเดียวดีกว่าจริงๆ "ฉันจะเลิก!"ถิงถิงสูดน้







