LOGINชายหนุ่มมองนางและยิ้มอย่างอ่อนโยน ในขณะที่มือยังคงออกแรงนวดให้สตรีตรงหน้าอย่างตั้งอกตั้งใจ ก่อนจะครุ่นคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้า
เขาจำได้ว่าก่อนหน้านี้ตนเองถูกฉินหงเย่สังหารจนตายไปแล้ว หลังจากนั้นเขาก็ไม่รู้ว่าจินซินมีจุดจบเช่นไร เดิมทีเขาเสียใจมากที่ปกป้องนางไม่ได้ แต่ใครจะคิดกันเล่าว่าเขาจะย้อนเวลากลับมาอยู่ในร่างตนเองตอนที่มีอายุเพียงสิบแปดปีเท่านั้น เรื่องนี้ช่างน่าเหลือเชื่อเป็นอย่างยิ่ง เขาทั้งดีใจระคนแปลกใจในคราเดียวกัน
บางทีอาจจะเป็นเพราะจิตใจที่แรงกล้าของเขาซึ่งอยากจะปกป้องนางอีกครั้ง จึงทำให้เขาได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ ได้พบกับนางในชาตินี้ ช่างดีเหลือเกิน
เมื่อกลับมาแล้ว สิ่งแรกที่เขาทำก็คือจัดการพ่อบ้านอวี๋ทันทีทันใด พ่อบ้านอวี๋ผู้นี้มีใจละโมบ หากปล่อยเอาไว้วันหน้าจะยิ่งเป็นภัยต่อนาง มิสู้จัดการตัดไฟเสียแต่ต้นลมให้สิ้นซาก เขาทำทุกอย่างอย่างรอบคอบและยังยกเอาบิดานางขึ้นมาอ้าง ทำให้นางไม่ระแวงสงสัยในตัวเขา
แท้จริงแล้วเขาไม่เคยฝันเห็นนายท่านเลยด้วยซ้ำ
เขาย้อนเวลากลับมา เป้าหมายเดียวก็คือดูแลนางให้ดี หากนางคิดจะทำสิ่งไม่ดี เขาจะเป็นคนยับยั้งนางด้วยตนเอง หากนางพบเจอบุรุษที่รักนางเขาก็ยินดีสนับสนุน แต่ถ้านางไม่มีใครรัก เขาเองก็จะอยู่เคียงข้างนางไปจนวันตาย
ด้านจินซินที่เผลอหลับไปก็พลันได้สติกลับคืนมา นางลืมตาขึ้นมาช้าๆ ก็เห็นว่าหยางซานกำลังยืนส่งยิ้มให้นางอยู่ นางจึงยิ้มตอบเขา
"เจ้าเดินทางมาเหนื่อยๆ ไปพักเถอะ อย่าเอาแต่ดูแลข้าเลย เจ้าเองก็เพิ่งหายป่วยต้องพักให้มาก ข้าจะให้ท่านหมอมาตรวจดูอาการอีกครั้ง อีกเดี๋ยวข้าจะต้องไปที่เรือนใหญ่เพื่อกินมื้อเย็นแล้ว"
หยางซานได้ยินเช่นนั้นก็ย่นหว่างคิ้ว จินซินดูแปลกไปจริงๆ
แต่เรื่องนี้พักเอาไว้ก่อน เมื่อครู่นางบอกว่าจะไปกินมื้อเย็นที่เรือนใหญ่อย่างนั้นหรือ
ชายหนุ่มครุ่นคิดในใจ ยามนี้จินซิินกำลังรักใคร่ลู่จื่อเซวียนจนหัวปรักหัวปำ เขาจะทำเช่นไรให้นางตัดใจจากลู่จื่อเซวียนดีไม่ใช่เรื่องง่ายเลยจริงๆ อย่างไรก็ต้องค่อยๆ หาทางทำให้นางถอยออกห่างจากคนผู้นั้นทีละน้อย ให้ความห่างเหินค่อยๆ ลดทอนความรักในใจของนาง
อยู่ๆ หยางซานก็คิดแผนการหนึ่งขึ้นมาได้
ทางด้านจินซินกำลังจะเดินออกจากเรือนของตน ระหว่างนั้นหยางซานที่ยืนอยู่ก็มีอาการไม่สู้ดี ร่างกายของเขาซวนเซเหมือนจะล้มลง หญิงสาวจึงรีบเข้าไปช่วยประคองเขาเอาไว้ทันที
"อาซาน เจ้าเป็นอะไร!"
จินซินตื่นตระหนกเป็นอันมาก อาซานหลับตาลงแล้วจึงซบศีรษะมาที่หัวไหล่ของนาง พลางเอ่ยอย่างอ่อนแรง
"อาจเพราะเพิ่งหายป่วย และเร่งเดินทางกลับทำให้อาการป่วยของบ่าวกำเริบขอรับ แค่กแค่ก บ่าวปวดหัวเหลือเกินขอรับคุณหนู ร่างกายก็เหมือนจะไร้เรี่ยวแรงขึ้นมา"
จินซินร้อนรนรีบเอามือมาแตะหน้าผากเขาแต่กลับพบว่าไม่ได้ร้อนขึ้นเลย แต่สีหน้าเขากลับไม่สู้ดีเอามากๆ ชาติที่แล้วเขาดูแลนางเป็นอย่างดี ชาตินี้นางจะไม่ยอมให้เขาเป็นอะไรเด็ดขาด
เมื่อคิดได้เช่นนั้นหญิงสาวจึงให้คนมาช่วยประคองหยางซานกลับไปพักที่เรือน ก่อนจะหันมาบอกกับอาซี
"เจ้าไปแจ้งท่านลุงกับท่านป้าที บอกว่าวันนี้ข้าคงไม่อาจไปร่วมมื้อเย็น หากท่านป้าถามก็บอกว่าข้าไม่หิว"
“เจ้าค่ะคุณหนู"
อาซีรับคำก่อนจะรีบไปแจ้งที่เรือนใหญ่ทันที เมื่ออาซีไปแล้วจินซินจึงรีบร้อนไปดูอาการของหยางซาน เมื่อมาถึงก็พบว่าเขากำลังนอนอยู่บนเตียง นางจึงสั่งให้คนไปต้มยาให้เขาถ้วยหนึ่ง เมื่อได้ยามาแล้วนางจึงเป่ายาให้เย็นตั้งใจจะป้อนเขา หยางซานชะงักไปเล็กน้อย จินซินเคยห่วงใยเขาเสียที่ไหน แต่วันนี้นางกลับเอาใจใส่เขาดียิ่ง
"เจ้าลุกขึ้นดื่มยาไหวหรือไม่"
นางเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงห่วงใย หยางซานพยักหน้า จะบ้าตาย!เขาป่วยเสียที่ไหน เพียงอยากเรียกร้องความสนใจจากนางก็เท่านั้น ใครจะคิดว่านางจะสั่งคนไปต้มยาขมๆ นี่มาให้เขาดื่ม ตอนที่ย้อนเวลากลับมาเขาดื่มยาจนไม่อยากจะดื่มแล้ว
แต่ช่างเถอะ หากปฏิเสธเกิดนางจับพิรุธได้คงเสียเรื่องกันพอดี
"ไหวขอรับ แค่กแค่ก"
เขาไอออกมาถี่ๆ มือที่ยื่นมาจับถ้วยยาก็สั่นเล็กน้อย จินซินทนไม่ไหวจึงนั่งลงข้างๆ ก่อนจะประคองเขาขึ้นมาจากเตียง
"มานี่ ข้าป้อนเจ้าเอง ค่อยๆ ดื่มนะ"
นางยกถ้วยขึ้นมาถือเอาไว้ แล้วจึงใช้ช้อนตักยาขึ้นมาเป่าจนเย็น จากนั้นก็ป้อนเขาละน้อย หยางซานจิบเข้าไปคำหนึ่งก็แทบอยากจะคายทิ้งแต่กลับไม่อาจทำเช่นนั้นได้
"บ่าวไม่ไหวแล้วขอรับ ยานี่ขมยิ่งนัก"
“ได้อย่างไรกัน อาซาน ยานี่ขมก็จริงแต่มันคือยา ดื่มให้หมด”
“แต่บ่าว”
"อย่าดื้อ!”
นางดุเขาไปทีหนึ่งจนหยางซานหาทางบิดพลิ้วไม่ได้ จินซินตั้งอกตั้งใจป้อนยาทั้งบังคับให้เขาดื่มจนหมดถ้วย หยางซานแทบจะตาเหลือก นี่มันผิดแผนไปหมด เดิมทีเขาคิดว่านางจะต้องดุด่าเขาสักหนที่สร้างปัญหารำคาญใจให้นาง แต่นอกจากนางจะไม่ต่อว่าแล้วยังป้อนยาให้เขาอีกด้วย
บัดซบ ขมจนจะอ้วกแล้ว!
เมื่อเห็นว่าหยางซานดื่มยาจนหมดถ้วยแล้ว จินซินก็วางใจลงได้ หยางซานอยากจะอาเจียนออกมาแต่ต้องอดทนอดกลั้นเอาไว้ เขาค่อยๆ ทิ้งกายลงนอนแล้วจึงแสร้งเอ่ยถามนาง
"คุณหนูคงไม่ตำหนิบ่าวใช่หรือไม่ขอรับ ที่บ่าวทำให้ท่านพลาดมื้อค่ำกับคุณชายลู่ คุณหนูชอบคุณชายลู่ถึงเพียงนั้น แต่เพราะบ่าวที่ทำให้ท่านต้องเสียเวลามาดูแลเช่นนี้ บ่าวมีความผิดขอคุณหนูโปรดลงโทษด้วย”
เอ่ยจบหยางซานก็แสร้งก้มหน้าเหมือนรู้สึกผิดเสียเต็มประดา จินซินเม้มริมฝีปากแน่น หยางซานคิดว่านางยังคงรักลู่จื่อเซวียนอยู่สินะ
"อย่าได้กล่าวโทษตนเอง ข้าไม่โกรธเจ้าหรอก เพราะวันนี้มีเรื่องให้ต้องจัดการมากมายข้าจึงยังไม่ได้บอกเจ้าว่า ข้าขอยกเลิกการหมั้นหมายไปแล้ว ต่อไปข้ากับเขาไม่เกี่ยวข้องกันอีก"
หยางซานที่ได้ยินเช่นนั้นก็เงยหน้าขึ้นมามองจินซินทันที ก่อนจะเด้งกายลุกพรวดขึ้นมานั่ง
"จริงหรือขอรับ!"
จินซินสะดุ้ง นางถามเขาด้วยความสงสัย
"เจ้าหายป่วยแล้วหรือ"
หยางซานร้องว่าแย่แล้วในใจ ก่อนจะไอออกมาหนักๆ
"ให้ตายเถอะ บ่าวลืมตัวไปเลยขอรับ บ่าวเพียงตกใจเท่านั้น ที่คุณหนูกล่าวมาเป็นความจริงหรือขอรับ"
หยางซานพูดยังไม่ทันจบก็ไอออกมาอีกจึงล้มตัวลงนอน จินซินไม่ได้สงสัยอะไร นางเพียงพยักหน้าช้าๆ
"จริงสิ หลายวันมานี้ข้าคิดตกแล้ว ในเมื่อเขาไม่รักข้าเช่นนั้นข้าจะพยายามตามตื้อเขาไปทำไมกัน มิสู้ใช้ชีวิตให้มีความสุขดีกว่า ต่อไปเจ้าก็ไม่ต้องกังวลแทนข้าแล้วนะ เอาล่ะ เจ้าพักเถอะ ข้าเองก็จะกลับไปพักแล้วเหมือนกัน หากต้องการสิ่งใดเจ้าก็ไปแจ้งข้าได้เลย"
เอ่ยจบนางก็เดินจากไปทันที หยางซานมองตามแผ่นหลังของจินซินไปจนลับสายตาก่อนจะครุ่นคิดบางอย่างในใจ
เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้เล่า หรือว่าช่วงที่เขาไม่อยู่เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับนางจึงดูเปลี่ยนไป นางคงมิได้เอาศีรษะไปจุ่มน้ำหรือเอาศีรษะกระแทกอะไรมากระมัง?
ชายหนุ่มเกิดความสงสัยมากมายขึ้นในใจ แต่กลับไม่ได้คิดจะไปซักถามนาง ยามนี้ยังมีเรื่องอื่นให้เขาต้องทำอีกเรื่องหนึ่ง
เวลาล่วงเลยมาจนถึงกลางดึก หยางซานก็ลอบออกจากจวนตระกูลลู่อย่างลับๆ เขาสวมชุดสีดำอำพรางกาย ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังโรงค้าทาส
เวลานี้โรงค้าทาสมีคนเฝ้าเพียงคนเดียว อีกทั้งทาสที่มีก็เหลืออยู่เพียงไม่กี่คน เพราะก่อนหน้านี้ขายไปหมดแล้ว ชายหนุ่มกวาดตามองไปยังห้องแต่ละห้องที่เอาไว้ให้ทาสนอนพัก ก่อนจะมาหยุดอยู่ภายในห้องๆ หนึ่งแล้วจึงจุดยิ้มที่มุมปาก
ตาแก่อวี๋!
เขาจ้องมองอดีตพ่อบ้านอวี๋ที่นอนหลับอยู่ ไม่รอให้คนตื่นก็ตรงเข้าไปหักคอพ่อบ้านอวี๋ทันที คนยังไม่ทันได้ตื่นก็ตายตกไปเสียแล้ว
นี่คือรางวัลที่พ่อบ้านอวี๋ทรยศคุณหนูของเขา
ชาตินี้เขาจะไม่เป็นบ่าวรับใช้ที่ใสซื่ออีกต่อไป ใครทำร้ายหรือ คิดร้ายต่อนางในชาตินี้ เขาจะไม่ปล่อยมันเอาไว้แม้แต่คนเดียว ที่เขายังไม่ลงมือกับพ่อบ้านอวี๋ก่อนหน้านี้เพราะไม่อยากทำให้เรื่องราวใหญ่โตและยังต้องดูท่าทีของจินซินก่อน แต่เมื่อพ่อบ้านอวี๋ถูกไล่ออกมาแล้ว เช่นนี้ก็ง่ายต่อการกำจัดคนเลว
เมื่อจัดการคนชั่วเสร็จแล้ว หยางซานก็บิดกายไปมาอย่างเกียจคร้านแล้วจึงกลับมาที่เรือนนอนของตนเองทันที
หยางซานเมื่อได้ยินว่าจินซินเกิดเรื่องเขาก็รีบวิ่งเข้าไปด้านในทันทีโดยไม่รอลู่จื่อเซวียน ชาติก่อนเขาไม่เคยมาที่นี่ จึงไม่รู้ว่าเรือนปัญญาหยกอยู่ที่ใด ทำได้เพียงถามคนในนั้น จนกระทั่งได้ทราบว่าจินซินถูกพาไปรักษาตัวยังเรือนรับรองของสำนักศึกษาเรียบร้อยแล้วแม้เขาจะร้อนใจมากเพียงใด แต่ก็ยังไม่ลืมว่าอย่างไรยามนี้ตนเองยังคงมีสถานะเป็นเพียงบ่าวย่อมไม่อาจเข้าไปหานางได้โดยพละการ อีกทั้งยามนี้องค์หญิงฉินอันหนิงก็อยู่ด้วย หากเขาทำเกินหน้าที่อาจจะยิ่งทำให้สถาณการณ์ยุ่งยากมากกว่าเดิมกับฉินอันหนิงนั้นเขาเคยเจอนางในชาติก่อนอยู่บ่อยครั้ง เรียกได้ว่านางคือศัตรูตัวฉกาจของจินซินเลยก็ว่าได้ชาตินี้มีเรื่องราวมากมายที่ต่างจากชาติก่อน จินซินได้เข้าเรียนและได้พบกับฉินอันหนิงที่นี่ซ้ำยังช่วยชีวิตฉินอันหนิงเอาไว้ ซึ่งเหตุการณ์นี้อยู่เหนือความคาดหมายของเขาไปมากลู่จื่อเซวียนเดินตามมาถึงเรือนรับรองพร้อมกับเจียงหว่านหรง ตลอดทางเจี่ยงหว่านหรงลอบสังเกตท่าทางของลู่จื่อเซวียนมาตลอดว่าห่วงใยจินซินมากเพียงใด และนางก็ต้องรู้สึกผิดหวังอยู่ในใจเพราะลู่จื่อเซวียนดูห่วงใยจินซินมากจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่คิดจะกล่าวโทษจิ
จินซินยังไม่ทันเอ่ยจบประโยค อยู่ๆ ฉินอันหนิงก็ฟาดฝ่ามือตบเข้ามาที่ใบหน้าของนางอย่างแรง จนคนถูกตบเจ็บร้าวไปทั้งแก้มซีกขวา"มาเดินชมดอกไม้กับข้า แต่ทำหน้าตาเหมือนไม่เต็มใจ เป็นแค่บุตรสาวคหบดีแต่ทำตัวไม่รู้จักกฎระเบียบ เจ้าไปเอาความกล้ามาจากที่ใดกัน อยากถูกลงโทษหรือ!"เจิ้งหลานที่เห็นเช่นนั้นก็อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ แต่ต้องเก็บอาการเอาไว้ เจี่ยงหว่านหรงปรายตามองเจิ้งหลานแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาพูดกับฉินอันหนิง"ทูลองค์หญิง วันนี้พวกเรามาชมดอกไม้เพื่อความสุนกสนาน ขอองค์หญิงโปรดละเว้นนางสักครั้ง อย่าทรงกริ้วเลยเพคะ"ฉินอันหนิงหันมามองเจี่ยงหว่านหรง จำได้ว่านางคือบุตรตรีของราชครูเจี่ยง ฐานะสูงส่งไม่ธรรมดา"คุณหนูเจี่ยงช่างมีเมตตายิ่งนัก ถึงขนาดออกรับแทนนางเช่นนี้ แต่นางไม่รู้มรรยาท ข้าควรจะต้องสั่งสอนนางสักหน่อย"ฉินอันหนิงตอบเจี่ยงหว่านหรงอย่างไม่ใส่ใจ เจี่ยงหว่านหรงคิดจะออกหน้าอีกครั้ง แต่จินซินกลับส่ายหน้าให้นางเป็นเชิงห้ามปรามเพราะไม่อยากให้เจี่ยงหว่านหรงต้องพลอยฟ้าพลอยฝนเดือดร้อนไปด้วย เจี่ยงหว่านหรงกำมือแน่นพลางตวัดสายตาคมมองเจิ้งหลาน นางคิดในใจว่าเจิ้งหลานน่าจะพูดเป่าหูอะไรองค์หญิงเพราะเ
ด้านจินซินนั้นเมื่อออกจากจวนตระกูลลู่มาแล้วก็รีบมุ่งหน้าไปยังสำนักศึกษาไป๋กวนฮวาทันที ก่อนไปนางยังกำชับอาซีและอาหลิงว่าให้ดูแลหยางซานให้ดีๆเมื่อมาถึงสำนักศึกษาไป๋กวนฮวาแล้ว จินซินก็นั่งเรียนด้วยจิตใจที่ไม่ปกติเท่าใดนัก เพราะนางเป็นห่วงหยางซาน ด้านเจิ้งหลานก็ลอบชำเลืองมองจินซินเป็นระยะก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ด้านเจี่ยงหว่านหรงก็มองจินซินอยู่ห่างๆ ระยะนี้นางเริ่มจะรู้สึกดีกับจินซินอยู่บ้างวันนี้ที่สำนักศึกษาไป๋กวนฮวาคึกคักกว่าทุกวัน เพราะองค์หญิงฉินอันหนิงเสด็จมาร่วมเรียนด้วยทุกคนต่างรีบลุกขึ้นถวายพระพรองค์หญิง จินซินลอบมองฉินอันหนิงเล็กน้อย เพราะชาติที่แล้วนางไม่ได้เข้าเรียนที่สำนักศึกษาจึงไม่ได้พบเจอฉินอันหนิงที่นี่ แต่ได้พบกันหลังจากที่นางเข้าวังหลวงไปเป็นพระสนมแล้วเมื่อมีองค์หญิงมาร่วมเรียนด้วย แน่นอนว่าการเรียนวันนี้จึงค่อนข้างพิเศษมาก เหล่าคุณหนูคนอื่นๆ ต่างพากันกระตือรือร้น บางคนถึงขนาดพยายามประจบประแจงทำดีกับฉินอันหนิงเพราะอยากจะได้รับเลือกให้เข้าไปร่วมเรียนในวังเป็นพระสหาย แต่จินซินกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยในสมองของนางตอนนี้มีแต่เรื่องของหยางซานไม่นานก็หมดเวลาเรียน
เมื่อกินมื้อเย็นอิ่มแล้ว จินซินก็แวะมาดูหยางซานต่อทันที เมื่อเห็นว่าเขากำลังนอนหลับอยู่นางจึงไม่อยากจะรบกวน เพียงกำชับให้คนดูแลเขาให้ดี จากนั้นหญิงสาวก็กลับมายังเรือนพักของตน หลังจากจัดการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์เรียบร้อยแล้ว นางก็สั่งให้อาซีและอาหลิงไปช่วยกันยกหีบสมบัติออกมาที่กลางห้องอาซีและอาหลิงแม้จะสงสัยแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถามอะไรให้มากความ เพียงขมีขมันทำตามที่เจ้านายสั่ง เมื่อสาวใช้ทั้งสองนำหีบสมบัติมาวางเอาไว้แล้ว หญิงสาวจึงเปิดหีบสำรวจดูสมบัติแต่ละชิ้นอย่างพิจารณาสมบัติที่เก็บไว้มีอยู่มาก ต่อให้นางไม่ทำงานทำการก็ยังมีกินมีใช้ตลอดชาติ น่าเสียดายที่ชาติก่อนนางไม่รู้จักคุณค่าของทรัพย์สินเงินทองเหล่านี้นางจัดการรื้อค้นข้าวของทุกอย่างออกมาดูทีละชิ้น นอกจากตั๋วเงินและก้อนเงินแล้วยังมีเครื่องประดับราคาแพงอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับจำพวกปิ่นเงินรวมอยู่ด้วย นางคิดว่าจะมอบปิ่นเงินเหล่านี้ให้สาวใช้เพราะตนเองก็ไม่ได้ใช้จึงไม่อยากเก็บเอาไว้ให้ฝุ่นจับจินซินจัดการข้าวของอยู่เป็นนาน ในที่สุดนางก็เจอของที่ต้องการเสียที หญิงสาวยื่นมือไปหยิบกล่องใบหนึ่งขึ้นมาเปิดออก ในนั้นมีพู่หยกชิ้น
เมื่อคิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มก็อดที่จะยิ้มออกมามิได้ ความจริงหยางซานก็ไม่เลว ถึงจะเป็นบ่าวแต่ก็มีความสามารถอยู่ไม่น้อยเลย มิสู้รอให้หยางซานหายดีแล้วเขาค่อยเอ่ยปากขอตัวคนผู้นี้มาจากจินซินให้เข้ามาฝึกในค่ายทหารดีหรือไม่ หากเขาทำความดีความชอบจนได้เลื่อนขั้น เช่นนี้ยามที่ตกลงปลงใจกับจินซินจะได้เหมาะสมกันมากขึ้นเยี่ยมไปเลย เช่นนี้นับว่าดี!ด้านจินซินเมื่อพาหยางซานมานอนที่เรือนแล้ว นางก็อยู่เฝ้าเขา คอยดูชายหนุ่มกินอาหารและยาอย่างเคร่งครัด หยางซานดีใจมาก เพียงแค่นางใส่ใจเขาเช่นนี้ก็ทำให้เขามีแรงจะต่อสู้กับอาการบาดเจ็บแล้วแม้เบื้องหน้าจะยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน แต่ภายในใจของเขากลับครุ่นคิดถึงเรื่องต่างๆ มากมาย นักฆ่าที่ปรากฏตัววันนี้ไม่ธรรมดา เป็นไปได้ถึงสิบส่วนว่าจะเป็นฝีมือของฉินหงเย่ ทว่าท่วงท่าการต่อสู้กลับเหมือนพวกทหารในวังหลวง ชาติก่อนตอนที่เขาเป็นขันทีก็ได้เห็นมาบ้างว่ายามทหารพวกนั้นฝึกฝนเป็นเช่นไร เขายังแอบลอบจดจำท่าทางมาฝึกฝนในยามว่างด้วยซ้ำไม่คิดว่าฉินหงเย่จะชิงลงมือรวดเร็วเช่นนี้ ชาติก่อนนั้นเขาไม่ได้กระทำการอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้มิใช่หรือยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเกิดความสงสัย เรื่องนักฆ่าก็อ
เมื่อรถม้ามาจอดที่ด้านหน้าจวนตระกูลลู่ จินซินก็กระโดดลงมาจากรถม้าโดยไม่ต้องรอให้ผู้ใดมาช่วยประคอง หญิงสาววิ่งเข้ามาในจวนอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงก็พบกับอาซีและอาหลิงที่กำลังยืนรอนางอยู่ยามนี้สาวใช้ทั้งสองดวงตาแดงก่ำคล้ายกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก"คุณหนู!"“เกิดเรื่องอะไรขึ้น"นางส่งห่อเครื่องเขียนและห่อขนมให้กับสาวใช้พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน อาซียกมือขึ้นเช็ดน้ำตาแล้วจึงตอบด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น"พี่อาซานเจ้าค่ะ พี่อาซานตายแล้ว""เจ้าว่าอะไรนะ!"จินซินที่ได้ยินก็รู้สึกราวกับว่าเลือดในกายวูบวาบจนยืนไม่อยู่ อาซีกับอาหลิงที่เห็นจึงรีบเข้ามาประคองนางเอาไว้"พาข้าไปหาอาซานเดี๋ยวนี้ พาข้าไปสิ!"นางบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ในลำคอแห้งผากไปหมด อาซีและอาหลิงรีบพาเจ้านายไปที่ห้องของหยางซานทันที เมื่อมาถึงก็พบลู่จื่อเซวียนที่กำลังเดินวนไปวนมาอยู่ที่หน้าห้องของหยางซาน บนศีรษะของเขามีผ้าสีขาวพันเอาไว้อีกทั้งยังมีโลหิตไหลซึมออกมาอีกด้วย"ลูกพี่ลู่!"ลู่จื่อเซวียนหันขวับมาทันที เมื่อเห็นว่าเป็นจินซินแววตาของเขาก็ฉายแววรู้สึกผิดขึ้นมา ชายหนุ่มยังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใด หญิงสาวก็พุ่งเข้ามาจับแข







