Partager

บทที่ 8

last update Date de publication: 2024-11-20 20:35:29

งานเลี้ยงฉลองชัยจัดขึ้น ณ ตำหนักไท่เหอ ภายในงานเต็มไปด้วยสุรา อาหารเลิศรส นักการสังคีตบรรเลงฉินคลอแผ่วท่วงทำนองลื่นไหลผ่อนคลายดุจสายน้ำกระทบหิน ขุนนางบุ๋นบู๊ขั้นสามขึ้นไปต่างพาครอบครัวทยอยมาเข้าร่วมงานเลี้ยง ภายในห้องโถงแบ่งออกเป็นสองฝ่าย บรรดาบุรุษต่างรวมตัวกันอยู่อีกฟากหนึ่งของห้อง จับกลุ่มพูดคุยกันถึงสถานการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้นช่วงนี้ บ้างก็ปรึกษาหารือเกี่ยวกับข้อราชการที่ได้รับมอบหมาย ทางฟากฝั่งของสตรีเองก็ไม่น้อยหน้า บรรดาฮูหยินและฮูหยินตราตั้งทั้งหลายต่างจับกลุ่มพูดคุยสร้างเส้นสายเพื่อความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของสามี บ้างก็พูดจาส่อเสียดเย้ยหยันตีวัวกระทบคราดกันไปมา บ้างก็สอดส่ายสายตาเสาะหาหนุ่มสาวอนาคตไกล ชาติตระกูลสูงส่งเพื่อเกี่ยวดองเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นสูง ซึ่งหนึ่งในนั้นมีกู้ฟางเหนียงรวมอยู่ด้วย

วันนี้กู้ฟางเหนียงจับบุตรสาวแต่งตัวแบบจัดหนักจัดเต็ม เสื้อผ้าสีชมพูสดใส ปิ่นมุก กำไลหยกประโคมใส่ให้บุตรสาวราวกับจะเปิดร้านขายเครื่องประดับเสียเอง แต่ผู้ที่ให้ความร่วมมือดูเหมือนจะมีแค่บุตรคนที่สามอย่างจ้าวลี่เจียเพียงเท่านั้น เพราะแม้ท่านแม่จะประโคมเครื่องประดับให้นางใส่จนเต็มตัว แต่นางก็ยังดูงดงามเฉิดฉันสมกับเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ ผิดกับจ้าวลี่จ้งที่พอเห็นสภาพตนเองในคันฉ่องก็เกิดอาการคันคะเยอขึ้นมาทั้งตัว อาศัยจังหวะที่ทุกคนหันไปใส่ใจน้องสาว ใช้วิชาตัวเบากระโดดหนีออกทางหน้าต่างไปฉวยเอาอาภรณ์สีเรียบของตนเองมาแอบซ่อนไว้ พอขึ้นรถม้าได้ก็จัดการถอดรูปเปลี่ยนร่างตัวเองให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม ส่วนชุดที่ท่านแม่จัดหาให้ก็โยนทิ้งไว้ตรอกใดก็สุดรู้ พอกู้ฟางเหนียงเห็นบุตรสาวลงมาจากรถม้าในชุดสตรีสีเรียบก็ถึงกับพูดไม่ออก จะไล่ให้กลับไปเปลี่ยนชุดตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว จึงจำต้องปล่อยเลยตามเลย พาบุตรสาวคนรองที่สภาพเหมือนบัณฑิตหนุ่มยากจนเข้ามาในงานด้วยความคับแค้นใจที่เหล็กไม่เป็นเหล็กกล้า[1]

“ยินดีกับจ้าวฮูหยินด้วยที่มีสามีองอาจห้าวหาญอย่างเจิ้งกั๋วกง สร้างความดีความชอบครั้งใหญ่ให้กับแผ่นดินต้าเฉินของเรา” เกาโยวหยวนฮูหยินของหลี่เหยียนเจี๋ย พระมารดาของหลี่ลู่เหลียนฮองเฮาองค์ปัจจุบันแห่งแคว้นต้าเฉิน ทักทายกู้ฟางเหนียงอย่างเป็นกันเอง ท่าทางสูงส่งถือยศถือศักดิ์ไม่มีให้เห็นแม้แต่เพียงน้อย

“มิกล้าๆ หลี่ฮูหยินยกย่องเกินไปแล้ว เสนาบดีหลี่เองก็เก่งกล้าสามารถไม่แพ้กัน ถวายงานข้างพระวรกายฝ่าบาทมาช้านาน สร้างคุณงามความดีใหญ่หลวง จะพูดว่ายินดีกับข้าได้อย่างไร” กู้ฟางเหนียงยกย่องอีกฝ่ายกลับตามมารยาท ไม่อยากต่อบทสนทนากับเกาโยวหยวนมากนักเพราะไม่ค่อยสนิทกับอีกฝ่าย เกาโยวหยวนเองก็เหมือนจะรู้จึงเสพูดเรื่องอื่นเพื่อหาเรื่องคุย

“นี่คือบุตรสาวของท่านหรือ รูปโฉมงดงาม เอ่อ...” เกาโยวหยวนเอ่ยชมจ้าวลี่เจีย ก่อนหยุดชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นหน้าของจ้าวลี่จ้ง หลังจากครุ่นคิดหาคำชมที่เหมาะสมกับหญิงสาวอยู่เป็นครู่จึงค่อยเอ่ยออกมา “...สุขุมยิ่ง ดูมีราศีสมกับเป็นบุตรสาวของเจิ้งกั๋วกง”

“ขอบคุณหลี่ฮูหยินที่เอ่ยชมเจ้าค่ะ” จ้าวลี่เจียยอบกายคารวะเกาโยวหยวนตามมารยาท ทำให้หลี่ฮูหยินเผยแววตาชื่นชมหญิงสาว ผิดกับจ้าวลี่จ้งที่ทำเพียงค้อมกายคารวะง่ายๆ เยี่ยงชายชาตรี ทำเอาดวงตาของเกาโยวหยวนฉายประกายเย็นเยียบวูบหนึ่งรวดเร็วจนไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น

“เด็กชนบทไม่รู้กาลควรไม่ควรขอหลี่ฮูหยินอย่าได้ถือสา ยังไม่รีบขออภัยหลี่ฮูหยินอีก” กู้ฟางเหนียงเห็นกิริยาไม่สมกับเป็นสตรีในห้องหอของบุตรสาวเลยแอบบิดเอวสั่งสอน หน้าร้อนนิดๆ ด้วยความอับอายกับการกระทำของจ้าวลี่จ้ง นางพยายามแก้ต่างทั้งตำหนิบุตรสาวคนรองที่เสียมารยาทกับหลี่ฮูหยินต่อหน้าธารกำนัลด้วยความร้อนใจ เกาโยวหยวนกลับโบกมือคล้ายไม่ใส่ใจ

“บุตรสาวของเจ้าเป็นคนห้าวหาญเหมือนกับบิดาของนาง เจ้าก็อย่าได้ตำหนินางนักเลย”

“ขอบคุณหลี่ฮูหยินที่ไม่ถือสาหาความผู้น้อย” กู้ฟางเหนียงยอบกายคารวะ รู้สึกดีกับหลี่ฮูหยินผู้นี้ขึ้นมาอักโข รอยยิ้มบนหน้ากู้ฟางเหนียงเจือความจริงใจมากขึ้น เป็นฝ่ายชักชวนเกาโยวหยวนสนทนาเรื่องอื่นอย่างสนิทสนมเสียเอง ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวตกอยู่ในสายตาเฉียบคมของเฉินซือหยางทั้งหมด

“หลี่ฮูหยินช่างปั้นหน้าเก่งเสียจริง หึ” เฉินซือหยางปรบมือให้เกาโยวหยวนด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ใบหน้าเล็กๆ หลังม่านบังตามองไปทางหลี่เหยียนเจี๋ย เสนาบดีกรมขุนนางที่ทำตัวสง่าผ่าเผยพูดคุยสร้างเส้นสายในราชสำนักเช่นเดียวกับภรรยาก็รู้สึกสะอิดสะเอียนสองผัวเมียคู่นี้ยิ่งนัก “หลี่เจียนเฉิน[2] ก็ใช่จะน้อยหน้าฮูหยินของเขาเสียเมื่อไหร่ ช่างเหมาะสมกันราวผีเน่ากับโลงผุ”

“องค์รัชทายาทตรัสได้ถูกต้องแล้วพ่ะย่ะค่ะ” จางเสี่ยวเหล่ยค้อมกายรับคำ เห็นด้วยกับคำพูดของเฉินซือหยางยิ่ง ขุนนางในราชสำนักต่างพากันประจบเอาใจหลี่เหยียนเจี๋ยจนแทบจะลอยขึ้นฟ้า นี่ยังไม่นับการคบค้าสมาคมในที่ลับอีก ไหนจะเส้นสายของอู๋กั๋วกงหลี่เจียงที่เป็นถึงอัครมหาเสนาบดีสองแผ่นดิน ยังมีหลี่ไทเฮา และหลี่ฮองเฮากุมอำนาจในวังหลังอีก นับวันตระกูลหลี่ยิ่งเรืองอำนาจมากขึ้นทุกทีๆ แล้ว

“เรื่องลอบวางยาปลุกกำหนัดเสด็จพ่อที่ให้ไปจัดการก่อนหน้านี้ได้ความว่าอย่างไร”

“หวังกงกงเตรียมการป้องกันเรียบร้อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ รับรองว่าไม่ให้เกิดเรื่องขึ้นอย่างแน่นอน”

“กำชับเหล่าองครักษ์เงาด้วยว่าให้เฝ้าระวังความปลอดภัยให้จงหนัก หากมีอะไรเกิดขึ้นกับเสด็จพ่อของข้าละก็ อย่าหาว่าข้าโหดเหี้ยมก็แล้วกัน”

“รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ”

“เตรียมตัวเถอะ เสด็จพ่อน่าจะใกล้เสด็จแล้ว”

เฉินซือหยางลุกขึ้นให้จางกงกงจัดเสื้อผ้าให้ แล้วเดินไปรอที่ตำหนักข้าง เพียงชั่วครู่เฉินเทียนอี้ก็เดินเข้ามาพร้อมกับนางสนมกลุ่มใหญ่ หนึ่งในนั้นมีซูโม่หลันรวมอยู่ด้วย เฉินซือหยางส่งสายตาให้ซูโม่หลัน นางเองก็คล้ายจะเข้าใจความนัยที่เขาส่งให้ จึงหลุบตาลงเงียบๆ รีบเร่งฝีเท้าประชิดเฉินเทียนอี้มากยิ่งขึ้น คืนนี้เขาคงวางใจได้เปลาะหนึ่งว่าเสด็จพ่อคงจะไม่ร่ำสุรามากเกินควรจนทำร้ายพระวรกายเข้า

“เสด็จพ่อ” เฉินซือหยางค้อมกายคารวะ เฉินเทียนอี้พยักหน้ารับ สองพ่อลูกพบหน้ากันยังไม่ทันจะได้โอภาปราศรัย คนที่พวกเขาเกลียดเข้าไส้ก็ย่างกรายเฉิดฉายตามการประคองของหลี่ลู่เหลียนเข้ามาในตำหนักข้าง

“ถวายบังคมเสด็จแม่ / เสด็จย่าพ่ะย่ะค่ะ”

หลี่ย่าเสียงไทเฮาปรายตามองสีหน้าไร้อารมณ์ของสองพ่อลูกด้วยสีหน้าหมิ่นแคลน ท่าทางเย่อหยิ่งหยามหยันผู้คนนั้นช่างน่าชิงชังรังเกียจยิ่งนักในสายตาของเฉินซือหยาง เรือนร่างที่เริ่มร่วงโรยตามวัยเดินผ่านหน้าของพวกเขาไปอย่างไม่แยแส

“เสด็จแม่ทรงพระเกษมสำราญดีนะพ่ะย่ะค่ะ” เฉินเทียนอี้ทักทายตามมารยาท ใบหน้าหล่อเหลาหาผู้ใดเทียบเทียมเย็นชาเฉยเมย ยิ่งขัดลูกนัยน์ตาของหลี่ย่าเสียงไทเฮา

“ข้าคงจะอยู่ดีมีสุขมากกว่านี้ หากผู้ที่ยืนอยู่เบื้องหน้าข้าไม่ใช่เจ้า”

“คงต้องทำให้เสด็จแม่ผิดหวังเสียแล้ว เพราะผู้ที่ท่านอยากจะให้ ‘ยืนอยู่ในตำแหน่งนี้’ สิ้นใจไปนานแล้ว” เฉินเทียนอี้กล่าวเสียงเรียบ แต่ความนัยที่เอ่ยออกมากลับจี้ใจดำหลี่ย่าเสียงเข้าอย่างจัง

มันกล้าดีอย่างไรถึงได้มาชุบมือเปิบบัลลังก์ทองที่ควรจะเป็นของบุตรชายนาง ของตระกูลนาง! ปลอกเล็บทองคำจิกเข้าไปในเนื้อตรงท่อนแขนของหลี่ลู่เหลียนจนนางอดขมวดคิ้วด้วยความเจ็บไม่ได้ หลี่ฮองเฮาไม่ได้ส่งเสียงร้องออกมาเพราะรู้ว่าเสด็จอาหญิงของตนเองกำลังอารมณ์ขุ่นมัวอย่างหนัก ทำเพียงลูบแขนปลอบประโลมเบาๆ หลี่ย่าเสียงถึงได้สติพยายามระงับอารมณ์ ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเคียดแค้นนั่นเริ่มสงบลง นางจะถือสาคนใกล้ตายไปทำไม โมโหไปก็เท่านั้น

“เจ้าเองก็อย่ามัวแต่ตอกย้ำข้า เตือนตนเองไว้บ้างก็ดีว่าใกล้หมดลมหายใจแล้วเช่นกัน” หลี่ย่าเสียงเย้ยเสียงเบา แต่ถึงจะเบาเพียงไรเฉินซือหยางก็ยังได้ยินเต็มสองหูอยู่ดี

“เสด็จย่าอย่ามัวห่วงเสด็จพ่ออยู่เลยพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อจะมีอายุยืนหมื่นปี หมื่นหมื่นปี แต่เสด็จย่าเนี่ยสิ อายุอานามก็ไม่น้อยแล้ว ต้องดูแลพระวรกายให้ดีนะพ่ะย่ะค่ะ จะได้อยู่ดูหลานขึ้นไป ‘ยืนตรงตำแหน่งนั้น’ เบื้องหน้าเสด็จย่าบ้าง” เฉินซือหยางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยสุดซึ้ง ใบหน้าไร้เดียงสาแต่นัยน์ตากลับคมกริบดุจใบมีด นังเฒ่าสารพัดพิษนี่เขาจะไม่ให้นางได้ตายดีเหมือนกัน สิ่งที่นางทำกับเสด็จพ่อและเสด็จแม่ของเขา เขาจะเอาคืนจากนางเป็นร้อยเท่าพันทวีแน่นอน

ข้าขอสาบาน!

“นี่เจ้า!” หลี่ย่าเสียงเผลอตวาดเสียงดัง จนหลี่ลู่เหลียนต้องออกปากห้ามปราม

“เสด็จแม่เพคะ” หลี่ฮองเฮากระชับมือหลี่ไทเฮาแน่น พยักพเยิดไปยังเหล่าสนมชายาที่ยืนมองพวกนางด้วยสายตาสอดรู้สอดเห็น

หลี่ย่าเสียงสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามระงับอกระงับใจไม่ให้สั่งสอนไอ้เด็กเมื่อวานซืน ระวังเถอะสักวันนางจะส่งมันลงนรกตามแม่มันไป คนชั้นต่ำอย่างพ่อมันนางยังจัดการได้ แล้วเด็กอมมืออย่างมันมีหรือนางจะจัดการไม่ได้

“ขอบใจหยางเอ๋อร์มากที่เป็นห่วงย่า รับรองว่าย่าจะอยู่อีกนานจนหยางเอ๋อร์คาดไม่ถึงเชียวล่ะ ย่าหวังว่าหยางเอ๋อร์เองจะอยู่ได้นานจนถึงวันนั้นเช่นกัน” หลี่ย่าเสียงลูบศีรษะเล็กๆ อย่างอ่อนโยน ผิดกับสีหน้าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อเขาลิบลับ

“หลานจะอยู่จนถึงวันนั้นแน่นอน ขอเสด็จย่าโปรดวางใจ” เฉินซือหยางบอกเสียงหนักแน่น เขาไม่ใช่แค่จะอยู่อีกนาน แต่จะอยู่อย่างมีความสุขบนความทุกข์ทรมานของคนตระกูลหลี่ทั้งตระกูลด้วย!

“ได้เวลาแล้ว เสด็จแม่เชิญเสด็จเถิดพ่ะย่ะค่ะ” เฉินเทียนอี้เข้าไปประคองแขนอีกข้างของหลี่ย่าเสียง ถึงนางจะไม่ใคร่พอใจนักแต่ก็ยอมร่วมแสดงละคร ‘ครอบครัวสุขสันต์’ ต่อใต้หล้าด้วยท่าทางเปี่ยมเมตตาผิดกับการเผชิญหน้ากันก่อนหน้านี้ลิบลับ

[1] เป็นสำนวน หมายถึง ขัดใจ หรือไม่ได้ดั่งใจกับความไม่เอาถ่านของคนที่ตนคาดหวังไว้

[2] เจียนเฉิน (奸臣) หรือกังฉิน คือขุนนางที่ทุจริตในหน้าที่การงาน ในที่นี้เฉินซือหยางใช้เรียก ‘หลี่เหยียนเจี๋ย’ เป็นเชิงเสียดสี
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ชายาข้าน่ารักเกินใคร   บทที่ 244

    ‘เปิดตำหนักลับฉบับวายป่วง’ สำนักข่าวเถียนเถียนรายงานสดจากตำหนักจินหลวน นักข่าวนิรนาม : “มีคนบ่นว่าพระเอกเรื่องนี้ไม่เหมือนพระเอกจริงหรือไม่ขอรับ” สวีจิ้งเฟิ่ง : “ผู้ใดบอกให้นักเขียนผู้นั้นให้บทเด่นกับท่านพ่อมากเกินไปเล่า” สวีจิ้งเฟิ่งแบมืออย่างช่วยไม่ได้ นักเขียน : “C £ C

  • ชายาข้าน่ารักเกินใคร   บทที่ 243

    "หยางหยาง! เจ้าไปไหน..." ไป่ชิงถงยังไม่ทันซักไซ้ไล่เลียง สวีจิ้งเฟิ่งก็ตรงดิ่งเข้าหาภรรยาด้วยความยินดี "ชีชี เจ้าอยู่นี่เอง ข้าตามหาเจ้าเสียทั่ว มากับข้าเร็วเข้า" สวีจิ้งเฟิ่งอุ้มสวีชิงเทียนให้ท่านย่า จูงมือภรรยาออกไปท่ามกลางเสียงโวยวายอย่างไม่รู้ต้นสายปลายเหตุของไป่ชิงถง "หยางหยางเจ้า

  • ชายาข้าน่ารักเกินใคร   บทที่ 242

    "เจ้าชอบแบบนี้เองหรอกหรือ" สวีจิ้งเฟิ่งขยับกายเข้าออกเนิบช้า บดคว้านโพรงรักจนถ้วนทั่วสลับกับตอกตรึงหนักเน้นลึกจนถึงแก่น "เปล่านะ ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อ...ย อ่ะ" ไป่ชิงถงส่ายหน้าไม่อยากจะยอมรับเลยว่าสวีจิ้งเฟิ่งทำแบบนี้เขายิ่งเสียวซ่านมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก "งั้นหรือ แล้วแบบนี้เล่า" สวีจิ

  • ชายาข้าน่ารักเกินใคร   บทที่ 241

    "อย่าว่าลูก! จ้ำม่ำแบบนี้สิดี กอดแล้วนุ่มนิ่มจะตาย แล้วที่ว่าไม่เหมือนเจ้า ไม่เหมือนตรงไหน ดูผมนี่สิ หน้าก็เหมือนกันแทบจะถอดเค้ามาจากเจ้า มีแค่ตาสีมรกตคู่นี้ที่เหมือนข้า" ไป่ชิงถงประท้วง มองสามีตาเขียว ลูกเหมือนสวีจิ้งเฟิ่งขนาดนี้ เขาไม่เห็นจะว่าอะไรเลย แค่ชอบกินเหมือนเขานิดหน่อยทำมาเป็นโวยวาย

  • ชายาข้าน่ารักเกินใคร   บทที่ 240

    ด้วยความเพียรพยายามมุมานะอุตสาหะกกไข่แทนภรรยาของสองพ่อลูกแซ่สวี ในที่สุดไข่ใบน้อยก็เริ่มกะเทาะเปลือกออกมาแล้ว "อีกนิด ลูกทำได้ เจาะเปลือกบนหัวออกก่อนแบบนั้นแหละ" เสียงพ่อลูกแซ่สวีให้กำลังใจลูกน้อยดังขึ้นเป็นระยะ ไม่นานหงส์ทองตัวน้อยกับมังกรเหมันต์ก็โผล่ศีรษะเล็กๆ ออกมา ดวงตาใสแจ๋วสองคู่มองคนน

  • ชายาข้าน่ารักเกินใคร   บทที่ 239

    "ไม่ค่อยดี" สวีเฟยหลงมีสีหน้าวิตกอย่างเห็นได้ชัด "ข้าจะเข้าไปดูหน่อย" "หยางเอ๋อร์..." สวีเฟยหลงห้ามไม่ทัน ร่างสูงของบุตรชายหายเข้าไปในห้องเสียแล้ว "ท่านตาเสร็จหรือยัง ชีชีจะคลอดแล้วเหมือนกันนะ" "รอก่อน ข้าทำคลอดมารดาเจ้าอยู่ อย่ามาวุ่นวาย" หลินไท่หน้าซีด ถ่ายพลังให้หลินเส

  • ชายาข้าน่ารักเกินใคร   บทที่ 132

    แสงเทียนภายในห้องหนังสือของตำหนักอี้ชิ่งยังคงสว่างไสว เงาร่างสูงตระหง่านของเฉินซือหยางนั่งคร่ำเคร่งอยู่ท่ามกลางกองฎีกาเหมือนเช่นเคย พอกลับจากจวนไท่เว่ยเขาก็ไม่ได้กลับไปพักผ่อน แต่มานั่งตรวจฎีกาที่ยังคั่งค้างอยู่ให้เสร็จสิ้น แน่นอนว่าเจ้านายไม่พักแล้วข้ารับใช้จะพักได้อย่างไร ภายในห้องไม่ได้มีเพียงเฉิ

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-26
  • ชายาข้าน่ารักเกินใคร   บทที่ 130

    จ้าวลี่หมิงถูกอุ้มขึ้นรถม้าในสภาพเหนื่อยล้าอ่อนแรง ใบหน้าปรากฏสีแดงระเรื่อแลดูคลุมเครือยิ่งนัก พอเฉินซือหยางวางร่างเล็กลงบนพรมหนานุ่มเท่านั้น จ้าวลี่หมิงก็เอาผ้าห่มมาคลุมโปงนอนหันหลังให้คนตัวโตอย่างแง่งอน “เป็นอะไรไปอีกเล่า ยังโกรธข้าเรื่องนั้นอยู่หรือ” เฉินซือหยางสะกิดคนตัวเล็กผ่านผ้าห่มผืนห

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-26
  • ชายาข้าน่ารักเกินใคร   บทที่ 115

    “ดีมาก คราวหน้าเรียกเมื่อไหร่ข้าจะรีบมาหาเจ้าทันที” สวีเฟยหลงลูบศีรษะทุยสวยอย่างรักใคร่เอ็นดู แต่ถูกมือบางปัดออกด้วยความไม่ชอบใจ “อย่าหวัง! ไปได้แล้ว” “ไปก็ได้ ถึงเจ้าไม่เรียกข้าก็จะมา” สวีเฟยหลงบอกทิ้งท้ายก่อนที่ร่างกายจะหายวับไป เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เฉินเทียนอี้สั่งให้องครักษ์พังป

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-25
  • ชายาข้าน่ารักเกินใคร   บทที่ 123

    สวีเฟยหลงหลับตาลงอย่างรวดร้าว เสียงอบอุ่นนุ่มนวลของภรรยาในห้วงคำนึงยังคงดังกึกก้อง ‘ท่านวางใจเถอะ ถึงท่านจะไม่เต็มใจแต่งกับข้า แต่ข้าจะเป็นภรรยาที่ดีของท่าน ทำทุกอย่างเพื่อท่าน รักท่านเพียงผู้เดียว’ คำมั่นสัญญาที่บอกว่าจะรักเขาเพียงผู้เดียว เงาร่างที่ยอมรับความตายแทนเขาโดยไม่หวั่นเกรง

    last updateDernière mise à jour : 2026-03-25
Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status