Home / รักโบราณ / ชายาพยัคฆ์ / บทที่ 3 คัดเลือกตัว 5

Share

บทที่ 3 คัดเลือกตัว 5

บัณฑิตจิวจิ่นฟางรู้ข่าวจากน้องสาว เขาก็นั่งเกี้ยวพุ่งมาที่บ้านเฉินจินเหยาทันที

“ข้าตั้งใจจะเสนอชื่อน้องสาวเจ้าเข้าวังตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ทางหลี่ชุ่ยผินก็เห็นด้วย สั่งให้เหมยเซียงเตรียมตัวเข้าวังตามหลังนางไปได้เลย ข้าให้คนส่งข่าวไปที่บ้านเจ้าแล้ว ป่านนี้คงจะกำลังฉลองอยู่แน่”

เฉินจินเหยาเอ็นดูหลานทั้งสองคนนี้นัก กิริยามารยาทของจิวเหมยเซียงนางเป็นผู้อบรมมากับมือ ทั้งรูปร่างหน้าตาและฐานะล้วนเหมาะสมไม่มีผู้ใดในอำเภอหม่าเจียงสู้ได้ หากจะสนับสนุนให้ใครได้ดี มิสู้สนับสนุนเครือญาติกันเองไม่ดีกว่าหรือ พอจิวจิ่นฟางได้ยินข่าวดีเช่นนั้นก็หัวใจพองโต อีกหน่อยน้องสาวคลอดพระโอรส เขาก็ย่อมมีหน้ามีตา ตำแหน่งสำคัญใหญ่ๆ อย่างมหาเสนาบดีจะไปไหนเสีย

“ข้ากำชับให้คนส่งข่าวไปหาท่านเสนาบดีกวงไว้แล้ว รับรองว่าเหมยเซียงมีแต่รุ่งกับรุ่ง เจ้าเองก็ด้วยนะ เข้าเมืองหลวงไปพร้อมเหมยเซียงคราวนี้ เจ้าต้องเตรียมเงินเบิกทางไปให้มากๆ หน่อย”

“ท่านป้ารู้ใจหลานยิ่งนัก แต่หลานมีความคิดหนึ่งจะเสนอ”

“ว่ามาสิ”

“อีกหน่อยซิ่วไฉอย่างหลานก็จะได้กินตำแหน่งขุนนางใหญ่ น้องสาวก็เข้าวังไปเป็นชายาเอก จะขาดก็แต่หญิงรับใช้ติดตามเข้าวัง”

“ตามธรรมเนียมแล้วเหมยเซียงจะพาคนสนิทเข้าวังไปได้สองคน เดี๋ยวนางก็เลือกเสี่ยวฮวากับเสี่ยวจื้อเข้าวังไปรับใช้เองล่ะ เจ้าไม่ต้องห่วงหรอก”

“หลานต้องการให้ท่านป้าช่วยเสนอชื่ออีกคนต่างหาก”

“ใคร?”

“อู๋ซานเหนียง” จิวจิ่นฟางแสยะยิ้มพลางจ้องมองขาที่หักทั้งสองข้างของตนเอง จะไปไหนมาไหนก็ต้องให้คนแบกขึ้นหลังน่าทุเรศสิ้นดี ไหนจะพวกชาวบ้านไร้สมองที่ยังคงซุบซิบเรื่องฉาวโฉ่ ยิ่งคิดก็ยิ่งน่าโมโหจนผูกใจเจ็บ เมื่อวานก่อนได้ยินชาวบ้านปรึกษากันว่าจะทำร่ม[1]ให้อู๋ซื่อหวง จิวจิ่นฟางจึงยิ่งนึกแค้น ต้องการล้างผลาญสองพ่อลูกสกุลอู๋ให้ตายทั้งโคตร

“อืม... นับว่าเจ้ามีความคิดตรงกับข้า ทางหลี่ชุ่ยผินยืนยันว่าจะให้เด็กนั่นเข้าวังด้วยให้ได้ ข้าจึงเสนอให้นางติดตามเหมยเซียงในฐานะสาวใช้ หลี่ชุ่ยผินก็ไม่ได้ว่าอะไร”

“ดี! งั้นทุกอย่างก็เป็นไปตามที่หลานหวัง หลานจะให้นางนั่นถูกกดขี่ข่มเหง รองมือรองเท้าเหมยเซียงไปจนตาย ส่วนพ่อของมัน ข้าจะ...”

จิวจิ่นฟางคำรามคั่งแค้น เกือบจะพลั้งปากออกไป ดีที่เขาตาไวเห็นคนรับใช้ยืนอยู่ไม่ไกล ตั้งแต่เกิดเรื่องน่าอาย จิวจิ่นฟางก็ระมัดระวังตัวจนเข้าขั้นหวาดระแวง เฉินจินเหยาป้องปากหัวเราะพลางประคองป้อนขนมให้หลานชายอย่างเอาใจ “ท่านขุนนางใหญ่ไม่ต้องใจร้อน หลี่ชุ่ยผินฝากงานให้เจ้าจัดการแล้ว”

“งานอะไรหรือ?”

“เอาเป็นว่าสมหวังดังตั้งใจเจ้าทุกประการก็แล้วกัน” นางเฉินจินเหยาไม่ตอบให้ตรงคำถาม เอาแต่หัวเราะพลางปาดฝาชากับขอบถ้วย เป่าไอน้ำชาร้อนๆ อย่างสบายอารมณ์

[1] เป็นธรรมเนียมของชาวจีน ขุนนางที่สร้างความดี ชาวบ้านจะร่วมกันทำร่มกระดาษคันใหญ่แล้วร่วมกันลงชื่อบนร่ม เรียกว่าร่มเชิดชูความดี

ตกค่ำ บ้านเรือนแต่ละหลังล้วนปิดมืดเนื่องจากเทียนไขเป็นของฟุ่มเฟือย แต่จวนที่พักของนายอำเภอยังมีแสงเทียนลอดผ่านหน้าต่างตามปกติ เพราะอู๋ซานเหนียงสังเกตเห็นว่าเทียนไขที่จุดแต่ละแท่งใช้แล้วก็หมดไป ดังนั้นนางจึงทำแท่นวางเทียนจากกระบอกไม้ไผ่ เมื่อเทียนละลายก็ไหลลงไปที่กระบอกไม้ไผ่ด้านล่าง กลายเป็นเทียนใหม่อีกแท่งหนึ่ง เวียนใช้ได้ไม่ขาดแคลน

                อู๋ซานเหนียงประคองแท่นวางเทียนนำไปไว้ที่ห้องอ่านหนังสือของบิดาเพิ่มขึ้น ก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะเขียนหนังสือใกล้กันเพื่อช่วยบิดาตรวจทานหนังสือราชการ สักพักใหญ่ก็นึกอะไรขึ้นมาได้ รีบไปรื้อค้นตะกร้าใส่หนังสือตอบกลับแต่มันว่างเปล่า

                “ท่านพ่อ ฎีกาของดเว้นภาษีที่ท่านส่งไปเมืองหลวงเมื่อเดือนก่อนยังไม่มีหนังสือตอบกลับมาเลยนะเจ้าคะ ข้าเกรงว่ามันอาจจะตกหล่นระหว่างทาง หรือไม่ก็เป็นเพราะ...”

“เหนียงเอ๋อร์...” อู๋ซื่อหวงตวัดพู่กันโดยที่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา น้ำเสียงเหนื่อยอ่อนอย่างเห็นได้ชัด “มันไม่ตกหล่นหรอกลูก แต่เป็นเพราะพ่อไม่มีพี่ข่งฟาง[1]”

                ใบหน้าอ่อนเยาว์ของอู๋ซานเหนียงงอง้ำ ระบบสินบนเฮงซวย!

[1] ข่งฟาง หมายถึง รูสี่เหลี่ยม (เหรียญกลมแบนจะเจาะรูสี่เหลี่ยมตรงกลาง) แปลความหมายว่าอู๋ซื่อหวงไม่มีเงินจ่ายใต้โต๊ะขุนนางเพื่อส่งฎีกาถวายให้เหลียนอ๋องทอดพระเนตรนั่นเอง

“ท่านพ่อ ตอนนี้ดึกมากแล้ว ท่านตรวจหนังสือมาตั้งแต่บ่าย พักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ”

                “อืม เจ้าไปนอนก่อนเถอะ เดี๋ยวดื่มชาหมดถ้วย พ่อก็จะเข้านอนแล้วละ” อู๋ซื่อหวงไอเบาๆ สองสามครั้ง ลูกสาวจึงลุกขึ้นไปเทน้ำชาของบิดาทิ้งด้านนอกหน้าต่าง ก่อนจะคะยั้นคะยอให้อู๋ซื่อหวงวางพู่กันด้วยการยึดแท่นฝนหมึกไป “เฮ้อ! ไอ้ลูกคนนี้ เออๆ นอนก็นอน”

                “งานไม่หนีท่านพ่อไปไหนหรอกเจ้าค่ะ วางไว้พรุ่งนี้ก็ยังอยู่ที่เดิม ลุงเป่าเป็นเสมียนให้ท่านตั้งแต่หนุ่มยันแก่ อายุมากแล้วแต่ยังแข็งแรงเพราะเข้านอนแต่หัวค่ำ ท่านต้องเอาอย่างลุงเป่า ตื่นตอนเช้ามาสดชื่น ตรวจงานได้เร็วกว่าตอนอ่อนเพลียแน่นอนเจ้าค่ะ เมื่อเย็นป้าหยวนหอบขิงมาฝาก ข้าจะต้มน้ำขิงร้อนๆ ให้ทานแต่เช้า ท่านพ่อต้องถนอมตัวเอง จะได้อยู่ดุข้าไปนานๆ นะเจ้าคะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายาพยัคฆ์   ชายาพยัคฆ์ 虎妃 ตอนพิเศษ (ลี่หลิน x เซวียนเจิน) 5

    “ข้า... ข้าคิดว่าเราควรจะทบทวนกันใหม่ เราควรจะ...”“จูบ”“เอ้อ จูบ” ข้าโคลงศีรษะไปมา ก่อนจะตัดสินใจเงยหน้า ยืดตัวขึ้นแต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่กล้าประทับริมฝีปากลงไป เอาแต่พ่นลมหายใจอุ่นๆ ใส่กันอย่างเอาเป็นเอาตายเท่านั้นเอง“ถ้าเจ้าไม่จูบ ข้าจะจูบแทนนะ”“ก็ข้า...”“ถ้าให้ข้าจูบ รับรองว่าจะไม่จบแค่จูบนะ”“ไม่เอานะ”“งั้นจูบ อย่าอิดออด”ข้าตัดสินใจรวบรวมความกล้า หลับหูหลับตากดริมฝีปากลงไป แต่สิ่งที่ข้าจูบกลับไม่ใช่ริมฝีปากของเสี่ยวเจิน แต่เป็นตำราเล่มหนึ่ง“เป็นสาวเป็นแส้ ริอ่านทำตัวยั่วยวน”พี่หยางสือโผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เอาตำรากุลสตรีมาขวางกลางได้พอเหมาะพอเจาะ จากนั้นก็เอาตำรานั่นโบกศีรษะข้ากับเสี่ยวเจินคนละที เส้นเลือดบนขมับเสี่ยวเจินปูด แต่เขาไม่พูดอะไร“พี่หยางสือ ตามมาถึงนี่ มีธุระอะไร”“ขนลุก ขนลุก เจ้าเรียกข้าเป็นพี่แบบนี้ ข้าขนลุก” พี่หยางสือเกาแขนเกาขา

  • ชายาพยัคฆ์   ชายาพยัคฆ์ 虎妃 ตอนพิเศษ (ลี่หลิน x เซวียนเจิน) 4

    ข้าชื่อลี่หลิน... องค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นเอี้ยน แล้วก็... ข้ากำลังถูกลักพาตัว ขณะที่ม้าศึกของโจรบ้ากำลังวิ่งควบท่ามกลางแสงตะวัน สีหน้าของข้ายังคงแตกตื่น สองมือพยายามคว้าบังเหียนม้าเพื่อหยุด แต่มือสากกระด้างของคนที่นั่งอยู่ข้างหลังข้าตะปบมือข้าไว้ กลายเป็นว่าเราจับมือกันควบม้า คนที่ลักพาตัวข้ามาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นลูกพี่ลูกน้องของข้า...เซวียนเจิน ไอ้บ้า “หลินเอ๋อร์ เจ้าไม่ควรใจร้อนนะ” &

  • ชายาพยัคฆ์   ชายาพยัคฆ์ 虎妃 ตอนพิเศษ (ลี่หลิน x เซวียนเจิน) 3

    เขาเติบโตเป็นชายฉกรรจ์องอาจผ่าเผย ร่างกายสูงใหญ่ล่ำสัน พูดจาสุภาพนุ่มนวล ความสามารถเก่งรอบด้านและเชี่ยวชาญการใช้กลศึก เขาเป็นพี่ชายที่ข้าชื่นชอบมาก แต่เขาไม่ยอมคุยกับข้าอีกเลย ข้าได้แต่ยืนหลบๆ อยู่หลังเสาทุกครั้งที่เจอเขาในวัง มองอยู่ไกลๆ ไม่กล้าเข้าไปคุยหรือจูงมือเดินเล่นกันเหมือนอย่างวันวานอีก เขาสังเกตเห็นข้าเช่นกัน แต่เขาหันไปทางอื่นแทน ข้าเหงามากเลย ในที่สุดข้าก็รวบรวมความกล้า หอบขนมไส้งาไปให้เขา &ldq

  • ชายาพยัคฆ์   ชายาพยัคฆ์ 虎妃 ตอนพิเศษ (ลี่หลิน x เซวียนเจิน) 2

    “นี่ข้าทำให้เจ้านะเสี่ยวเจิน เสด็จแม่บอกว่านกนางแอ่น[1]จะหวนกลับมาทำรังที่เดิมทุกปี เจ้าจะได้กลับมาหาข้าอีกไง”ข้าปักลายผ้าเป็นรูปนกกำลังบิน ท่านอาสะใภ้สามสอนให้ข้าปักลายแปลกๆ ใหม่ๆ หลายแบบ ข้าจึงตั้งอกตั้งใจปักแล้วนำไปเย็บติดกับแถบเข็มขัดด้านในของเสี่ยวเจิน“...”เขาดูอึ้งๆ เพราะลายนกปักมันบูดๆ เบี้ยวๆ ดูไม่ค่อยออกด้วยซ้ำว่าเป็นนกอะไร แต่ข้าก็อยากทำให้เขา “สัญญานะว่าจะกลับมาหาข้าอีก... นะพี่ชาย”“หลินเอ๋อร์...”“หื้ม?”“...”เสี่ยวเจินทำหน้าอึกอัก ข้าไม่ทันฟังให้จบเพราะน้องเสี่ยวซื่อดึงแขนเสื้อข้าพลางร้องปวดฉี่ ข้าจึงต้องอุ้มน้องรีบไปจัดการโดยด่วนข้าชอบฟังท่านอาสามเล่าเรื่องเสือตัวใหญ่ซึ่งถูกท่านอาสามปราบด้วยมือเปล่า ใครมาเยี่ยมแล้วถามถึงหนังเสือผืนใหญ่ที่แขวนอวด ท่านอาก็ฟุ้งเรื่องนี้ได้เป็นวันๆ ไม่มีเบื่อเลย ข้าชอบฟังมาก ไปหาท่านอาสามเมื่อไหร่ก็ขอให้เล่าให้ฟังทุกที 

  • ชายาพยัคฆ์   ชายาพยัคฆ์ 虎妃 ตอนพิเศษ (ลี่หลิน x เซวียนเจิน) 1

    ข้าคือท่านหญิงลี่หลินแห่งจวนเซินอ๋อง ลูกสาวคนโตของท่านแม่อู๋ซานเหนียงกับท่านพ่อเอี้ยนเซินเจ้าค่ะ ปีนี้ข้าแปดขวบแล้ว มีพี่ชายหนึ่งคนชื่อพี่หยางสือ เขาชอบโม้ว่าตัวเองอายุสิบขวบ โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เฮอะ! โตที่ไหนกัน ช่างเถอะ ข้าไม่สนพี่บ้าๆ คนนี้หรอก“หลินเอ๋อร์ ตื่นได้แล้วลูก”ข้าพลิกตัวหนี ยังไม่อยากตื่น หัวไปทาง ขาไปทาง ยกขาถีบผนังเตียงไปหนึ่งที“เสี่ยวหยาง แม่บอกแล้วใช่หรือไม่ว่าให้นอนแยกเตียงใครเตียงมันได้แล้ว”“หลินเอ๋อร์กระโดดมานอนเตียงนี้แล้วไม่ยอมกลับเองนี่พ่ะย่ะค่ะ” หูข้าได้ยินพี่ชายฟ้องแม่ฉอดๆ ข้าอยากจะลุกขึ้นเถียงนะ แต่ตอนนี้ข้ายังงัวเงีย“หลินเอ๋อร์ ตื่นได้แล้ว ดูสิ เจ้านอนถีบเสี่ยวเจินอีกแล้ว”เสี่ยวเจิน? ใครหว่า... อ๋อ ลูกพี่ลูกน้องของข้าเอง เขาเป็นลูกชายของท่านอาหย่งอาน ท่านอาแต่งกับองค์ชายแคว้นหลี่ ผ่านไปหลายปีถึงได้กลับมาเยี่ยมแคว้นเอี้ยนบ้านเกิด ระหว่างนี้เสี่ยวเจินก็เลยมาพักอยู่กับเราเผียะ!!เจี๊ยก... พอโดนไม้เรียวกระทบก้น ข้าถึงได้ตื่นเต็มตา กระเด้งตัวขึ้นมานั่งเร

  • ชายาพยัคฆ์   บทส่งท้าย ครองคู่ 3 [จบ]

    เขากำลังชันเข่าเก็บศรเกาทัณฑ์ที่หล่นเกลื่อนกลาด ร่างแข็งแรงเปลือยท่อนบน กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ กระตุกไหวตามท่วงท่า อู๋ซานเหนียงจึงพอใจที่จะมองเขาเงียบๆ แววตาเป็นประกายชื่นชม เมื่อคืนทั้งสองเพิ่งจะร่วมรักกันหนักหน่วงอย่างหมดหัวใจ แสนจะดุดันและดิบเถื่อน ตะกายเข้าหากันครั้งแล้วครั้งเล่าจนหมดเรี่ยวแรงแต่ถึงจะอย่างนั้น ทั้งคู่ก็ยังรู้สึกว่าไม่พอ“เซินเซิน...” อู๋ซานเหนียงก้าวเข้าไปแต่หยุดยืนห่างจากเขา นางยิ้มอย่างมีความหมายขณะมองเรือนกายกำยำแสนเร้าใจของเขา นึกถึงตอนที่เขากลับจวนหลังจากสิ้นสุดสงครามครั้งใหญ่นั่น นางกับเขาทำสถิติข้ามวันข้ามคืนกันเลยทีเดียว นึกขึ้นมาคราวใดก็อดขำไม่ได้ที่นางกับเขาทำตัวเหมือนพวกตายอดตายอยากขนาดนั้น“หากเรียกข้าด้วยชื่อนั้นต้องมีค่าธรรมเนียมนะเมียข้า” เขาเงยหน้าขึ้นพลางขยิบตา อันเป็นกระบวนท่าร้ายกาจที่สุดกระบวนหนึ่ง แต่อู๋ซานเหนียงมั่นใจว่านางเด็ดกว่านั้น“ข้าไม่มีเงินทองติดกาย แต่ยินดีจ่ายด้วยเนื้อตัว... ท่านจอมทัพพยัคฆ์พอจะผ่อนผันรับไว้ได้หรือไม่” อู๋ซานเหนียงก้มลงหยิบศรเกาทัณฑ์ขึ้นมา จงใจให้ทรวงอก

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 3 คัดเลือกตัว 4

    “อ้อ... แสดงว่าไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกสินะ” “ใช่ มีกันแค่สองคนพ่อลูกเท่านั้น” เฉินจินเหยาตอบโดยไม่คิดอะไร “นายอำเภออู๋มีตำแหน่งขุนนาง แต่ไม่รู้จักผูกมิตรพ่อค้าคหบดี ฐา

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 3 คัดเลือกตัว 3

    อู๋ซานเหนียงอยู่ท้ายแถวคู่กับผิงผิง ทั้งสองไม่อยากเข้าวังจึงมองดูอยู่เฉยๆ “ทำไมเจ้าไม่อยากเข้าวังละ?” ผิงผิงม้วนผมตัวเองเล่น ใช้ปลายเท้าเขี่ยพื้นไปมาเวลาที่ไม่สบายใจ “ฝ่าบาททรงมีอาย

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 3 คัดเลือกตัว 2

    เอาล่ะ เมื่อถึงเวลาช่วงบ่ายก็เป็นเวลาบันเทิงของนาง อู๋ซานเหนียงถลกแขนเสื้อขึ้นพลางผิวปากเรียกลิ่วล้อซึ่งเป็นเด็กๆ ไปช่วยกันจับปลามาทำกับข้าวกันอีก แต่ผิงผิงเห็นเข้าเสียก่อนจึงลากตัวอู๋ซานเหนียงไปยังบ

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 3 คัดเลือกตัว 1

    บทที่ 3 คัดเลือกตัว เดือนต่อมา ยามเช้าตรู่ อู๋ซานเหนียงตื่นเช้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status