Home / รักโบราณ / ชายาพยัคฆ์ / บทที่ 3 คัดเลือกตัว 4

Share

บทที่ 3 คัดเลือกตัว 4

“อ้อ... แสดงว่าไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนอีกสินะ”

                “ใช่ มีกันแค่สองคนพ่อลูกเท่านั้น” เฉินจินเหยาตอบโดยไม่คิดอะไร “นายอำเภออู๋มีตำแหน่งขุนนาง แต่ไม่รู้จักผูกมิตรพ่อค้าคหบดี ฐานะจึงยากจนและไม่ก้าวหน้า รับราชการมาค่อนชีวิตแล้วยังเป็นได้แค่ขุนนางขั้นสี่ ดูเอาเถิด ชุดเสื้อผ้าของซานเหนียงใส่ซ้ำมาสามปีแล้ว เครื่องประดับสักชิ้นก็ไม่ซื้อให้ลูกสาว จนป่านนี้แล้วยังไม่มีแม่สื่อมาทาบทามซานเหนียงเลยสักคน น่าละอายจริงๆ”

                อู๋ซานเหนียงฟังวาจาร้ายกาจของอาจารย์แล้วไม่พอใจ บิดาของนางปฏิบัติหน้าที่ทุกวันไม่มีวันหยุด ที่ใดมีปัญหาก็จะไปตรวจดูด้วยตนเอง สร้างผลงานในฐานะขุนนางซื่อตรง ไม่เคยรับสินบน ไม่ฉ้อฉลเงินทองเข้ากระเป๋าตัวเอง ถึงแม้ว่าอู๋ซานเหนียงจะกำพร้ามารดา แต่เป็นเพราะความดีของบิดาทำให้นางยืดอกภาคภูมิใจ

                “อาจารย์... ท่านพ่อสอนข้าเสมอว่าหากเสื้อผ้าอาหารการกินไม่เท่าผู้อื่นก็อย่าน้อยใจ แต่หากคุณธรรมความรู้ความสามารถไม่เท่าผู้อื่น นี่สิควรละอายเจ้าค่ะ”

                “ฟังคารมของนางสิ กล้ากล่าววาจาล่วงเกินผู้ใหญ่แบบนี้ใช้ได้ที่ไหน”

                “ความจนเป็นเรื่องธรรมดาของนักปราชญ์ พี่เฉินตำหนิพ่อของนางเช่นนั้น นางเป็นลูก ทั้งผูกพันทั้งสนิทกับพ่อย่อมไม่พอใจ”

“เฮ้อ เจ้าไม่รู้อะไร เด็กคนนี้ยิ่งกว่านางจิ้งจอก ทำตัวไม่รู้จักโต ทั้งดื้อทั้งพูดจาก้าวร้าว ถามคนหม่าเจียงสิ คนทั้งอำเภอต่างก็รู้วีรกรรมของนางทั้งนั้น”

“นางทำอะไรหรือ”

“ล่าสุดก็เรื่องหลานของข้าต้องโขกศีรษะให้คนตักส้วม แถมยังถูกพ่อของนางสั่งโบยจนขาหัก ต้นเหตุนั่นก็เพราะนางไงละ เขาเป็นถึงซิ่วไฉ แต่นางเด็กโตแต่ตัวช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ถ้าท่านต้องการตัวนางเข้าวัง ข้านี่แหละจะออกปากคัดค้าน”

“มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ น่าตกใจจริงๆ” นางข้าหลวงเอ่ยไปพลางกลั้นหัวเราะไปพลาง นึกขำในใจว่าถ้าเด็กคนนี้มีแม่สื่อมาทาบทามสิแปลก เพราะนางเฉินจินเหยามีแต่ด่าไม่มีชม แถมอู๋ซานเหนียงยังล่วงเกินหลานรักของนาง เฉินเจินเหยาจึงยิ่งโมโหหนัก คอยพูดจากระทบกระเทียบขึ้นไปอีก

นางข้าหลวงจิบน้ำชาคลายเหนื่อยอึกหนึ่ง ก่อนจะหันไปหาอู๋ซานเหนียง “เด็กน้อย เรื่องที่เจ้าพูดมาก็ถูก ท่านพ่อของเจ้าไม่บกพร่องต่อหน้าที่ขุนนาง แต่อย่าลืมว่าเรื่องที่เจ้ายังไม่ออกเรือน ไม่มีผู้ใดมาขอหมั้นหมาย เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ของลูกผู้หญิง ดังนั้นถือว่าท่านพ่อบกพร่องหน้าที่ต่อเจ้า อาจารย์เฉินนึกกังวลแทน เจ้าต้องขอบคุณนางถึงจะถูก”

“ผู้น้อยผิดไปแล้วเจ้าค่ะ อาจารย์... ข้าใจร้อน ไม่ทันคิดไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน พูดจาล่วงเกินอาจารย์ ข้าขออภัยเจ้าค่ะ” หญิงสาวคุกเข่าโขกคำนับขออภัยต่ออาจารย์ แต่เฉินจินเหยาชักเท้าหนี

“ความรู้ที่ข้าทุ่มเทสั่งสอนเจ้าไปก็เหมือนเทน้ำราดลงพื้น หายวับไม่เหลืออะไรสักนิด น่าขายหน้ายิ่งนัก”

“อาจารย์ ข้ายอมรับคำตำหนิทุกอย่างเจ้าค่ะ แต่เรื่องเข้าวัง ข้าไม่สมัครใจ...”

“เหอะ! วางใจเถอะ ข้าไม่มีวันส่งเจ้าเข้าวังให้ผู้คนตามด่าข้าลับหลังหรอก ไปซะ ข้าหมดธุระกับพวกเจ้าแล้ว ออกไปให้หมดทุกคน”

ถ้าหากจิวเหมยเซียงเป็นศิษย์รัก อู๋ซานเหนียงก็เป็นศิษย์ชัง เฉินจินเหยากับนางข้าหลวงยังคงนั่งพูดคุยกันต่อเพื่อตัดสินใจว่าจะเลือกใคร ส่วนหญิงสาวทั้งหลายต่างแยกย้ายกันกลับบ้าน

“นางงูพิษ โผล่หางออกมาจนได้สินะ”

แม้ว่าอาภรณ์จะงดงามแต่ก็ไม่สามารถปกปิดนิสัยที่แท้จริงได้ จิวเหมยเซียงเดินชนไหล่อู๋ซานเหนียง จงใจยิ้มเยาะและกระซิบด่า “เจ้าแกล้งพูดวิธีการออกมาไม่หมด จงใจทำให้ข้าขายหน้า อย่านึกนะว่าข้าจะไม่รู้ ลูกสาวขุนนางต่ำต้อยอย่างเจ้ารู้วิธีเล่นกับมด เพราะเจ้ามันก็พวกหนอนแมลงเหมือนกันเลยคุยกันรู้เรื่องละสิ”

“คุณหนูเหมยเซียง เจ้าหาเรื่องข้าทุกวัน ไม่เบื่อบ้างหรือไง”

“หึ! เรื่องที่เจ้าทำกับพี่ชายข้า ข้ายังไม่ได้คิดบัญชี หนอย วันนี้ทำเป็นเสแสร้งไม่อยากเข้าวัง แต่ความจริงอยากชูคอเป็นนางหงส์จนตัวสั่น บอกให้รู้ไว้ซะด้วยว่าลูกสาวขุนนางจนๆ อย่างเจ้า อย่าได้คิดฝันเลย! นางคนไร้มารยาท ไม่มีแม่คอยอบรม”

อู๋ซานเหนียงถูกหยามกลับยิ้มแย้ม เดินถือผ้าเช็ดหน้าสะบัดพลิ้วไปมา แม้ว่าการแต่งกายของอู๋ซานเหนียงจะไม่หรูหรางดงามเท่าจิวเหมยเซียง แต่ชุดของอู๋ซานเหนียงซึ่งเป็นชุดเก่าของมารดาก็เรียบง่าย งามสง่าชวนมอง เมื่อผสมกับบุคลิกเชื่อมั่นในตัวเอง อู๋ซานเหนียงสวยน่ามองไม่ด้อยกว่าเลยสักนิด

“เจ้าด่าใครไม่มีแม่หรือ”

“ด่าเจ้าน่ะสิ นางโง่”

พูดไม่ทันจบ อู๋ซานเหนียงก็ถีบเท้าใส่เต็มแรง จิวเหมยเหนียงไม่ทันระวัง ร่างปลิวถลาลงสระน้ำจมโคลนลงไปครึ่งตัว ตามด้วยเสียงกรีดร้องดังลั่นเพราะอู๋ซานเหนียงเอาไม้ยันตัวจิวเหมยเซียงไว้ไม่ให้ขึ้นมา ปากก็ร้องตะโกนขอความช่วยเหลือ แต่ที่แท้เอาไม้กดคู่อริไว้

“ช่วยด้วยๆๆ คุณหนูเหมยเซียงคนงามตกน้ำป๋อมแป๋ม ช่วยด้วยๆ รีบมาดูกันเร็วๆ พ่อแม่พี่น้องมาดูคุณหนูเหมยเซียงเล่นขี้โคลนกันเร็วๆ”

เสียงร้องโหวกเหวกของอู๋ซานเหนียงเรียกความสนใจจากชาวบ้าน พากันมามุงดูคุณหนูสกุลจิวผู้แสนเลิศหรูตกโคลน จนกระทั่งมีคนงานลงไปช่วย อู๋ซานเหนียงจึงโยนไม้ทิ้งพลางหัวเราะปากกว้าง

“จับลูกหมูตัวเมียอาบน้ำโคลนเสร็จแล้ว ไปหาข้าวกินดีกว่า ปากก็เหม็น ตัวก็เหม็น อุ้ยลืม... คุยกับหมูต้องร้องอู๊ดๆ”

“นังชาติชั่ว! ข้าจะฟ้องพ่อเจ้า!”

“มาได้เลย อู๊ดๆๆ ข้ารออยู่นะจ๊ะ คราวหน้าข้าจะพาลงบ่อส้วมเลยคอยดู อู๊ดๆ”

อู๋ซานเหนียงเดินยืดเนื้อยืดตัวสบายอารมณ์ ส่วนผิงผิงละล้าละหลังแต่ก็ตัดสินใจตามอู๋ซานเหนียงไป จิวเหมยเซียงแค้นใจจนแทบกระอัก พอตะเกียกตะกายขึ้นมาได้ก็กระทืบเท้า สะบัดตัวจากการเกาะกุมของพวกคนงานชั้นต่ำ นางจ้องกราดบรรดาเพื่อนในกลุ่มที่ยืนนิ่งเป็นใบ้ ไม่ยอมช่วยนางสู้เลยสักคน น่าเจ็บใจนัก!!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 29 สามีภรรยา 1

    “ได้โปรด เมียรัก... ข้าสาบานว่าถ้อยคำที่ข้าเรียกเจ้า มันมีความหมายเช่นนั้นจริง เจ้าคือที่สุดในชีวิตข้า” อู๋ซานเหนียงร้อนผ่าวไปทั้งร่าง ยิ่งสบตาจริงจังหนักแน่นของเขา ไหนจะความอ่อนหวานที่เขาแสดงออกอย่างไม่ปิดบัง นางก็กลับกลายเป็นว่าพูดอะไรไม่ออกแทน เอี้ยนเซินแตะจูบบนริมฝีปากของนางเร็วๆ พลางผลักประตูให้เปิดออก ภายในนั้นเต็มไปด้วยไอน้ำร้อนหอมกรุ่นเต็มอ่าง พวกนางกำนัลต่างยืนแถวเรียงรายและค้อมศีรษะอย่างนอบน้อม แต่เอี้ยนเซินโบกมือไล่พวกนางออกไป “อาบน้ำกับข้านะ เจ้ากำลังตั้งท้องคงจะไม่สบายตัว ข้าจะนวดไหล่ให้” “ไม่เอา ปล่อยข้าลง” อู๋ซานเหนียงดิ้นจนเขายอมปล่อยให้ยืนเองจนได้ แต่พอยืนนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของเขาท่ามกลางไอน้ำร้อน ช่วงก่อนร่างกายของนางแปรปรวนจนทนกลิ่นกายของเขาไ

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 28 อ้อนเมีย 2

    อู๋ซานเหนียงกลับมาอีกครั้งด้วยสีหน้าเรียบเฉย เมื่อวางอาหารจานแรกที่ทำให้เขากินลงบนโต๊ะ มันคือข้าวก้นหม้อบิเป็นแผ่นเล็กๆ นำไปทอด เวลากินก็ทำน้ำแกงใส่กุ้งใส่ไก่หรืออะไรก็ได้ที่เหลือในครัว ปรุงรสแล้วใส่แป้งมันให้น้ำแกงข้น เทราดลงไปบนข้าวตังร้อนๆ ครบเครื่องทั้งสีสัน ความหอม ความอร่อยและเสียงข้าวตังดังกรุบกรอบที่ชวนรับประทาน อู๋ซื่อหวงตกใจที่อู๋ซานเหนียงเอาข้าวก้นหม้อให้ท่านเซินอ๋องกิน แต่เอี้ยนเซินรีบคว้าตะเกียบลิ้มรสอย่างว่องไว พอเคี้ยวเข้าไปคำแรก กับข้าวทุกจานที่อยู่บนโต๊ะก็พลอยถูกกวาดเรียบราวกับเกิดพายุหอบ “อาหารจานนี้คืออะไรหรือ อร่อยเหลือเกิน” “เอ่อ... เอ่อ... ก็เป็นอาหารบ้านๆ ทั่วไปพ่ะย่ะค่ะ”อู๋ซื่อหวงตอบไม่ถูก สมแล้วที่เป็นราชนิกุล แม้แต่ข้าวก้นหม้อยังดูไม่ออก อู๋ซานเหนียงกลั้นหัวเราะมานาน ตอนแรกตั้งใจว่าจะแกล้งดัดนิสัยพระสวามีอีกสักวันสองวัน พอเห็นเ

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 28 อ้อนเมีย 1

    บทที่ 28 อ้อนเมียเอี้ยนเซินเพิ่งได้รับรายงานว่าหลิวอวี้ทำภารกิจลับสำเร็จ เขานึกถึงอู๋ซานเหนียงทันที อยากจะเห็นรอยยิ้มของนางใจจะขาด อยากจะรู้ว่ามันเพียงพอชดใช้ความผิดพลาดที่เขากระทำลงไปหรือไม่ ดังนั้นเอี้ยนเซินจึงควบเจ้ามังกรทะยานมาจากค่ายทหาร พุ่งตรงกลับเข้าจวนโดยไม่หยุดพัก สารรูปจึงดูเหมือนโจรป่าตัวเหม็นโทรมๆ หนวดเคราไม่ได้โกน ร่างสูงใหญ่ไม่ได้คิดอะไร สนใจแค่ว่านางอยู่ที่ไหนเท่านั้นวันนี้อากาศเริ่มอุ่นขึ้นแล้ว หิมะละลายเหลือเพียงก้อนน้ำแข็งเป็นหย่อมๆ ตามซอกตามมุม ต้นไม้ใบหญ้ากำลังผลิใบรับแสงตะวันอันแรงกล้า ตอนที่เอี้ยนเซินกลับไปถึง อู๋ซานเหนียงกำลังทำกับข้าวในครัวเพื่อดูแลบิดาด้วยตนเอง อาหารที่นางทำก็เป็นของง่ายๆ อย่างผัดผักและปลานึ่ง กินกับข้าวต้มหุงร้อนๆ นั่งล้อมวงกินข้าวกันอย่างมีความสุข คนที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านและไม่มีอะไรใส่ท้องตั้งแต่เมื่อวานจึงกลืนน้ำลายเอือกใหญ่อู๋ซื่อหวงพักฟื้นสุขภาพอย่างดี สองแก้มที่ซูบผอมจึงเริ่มแดงระเรื่อขึ้นอย่างแข็งแรง บาดแผลทั้งหลายบนร่างกาย อู๋ซานเหนียงเป็นผู้ดูแลเองทั้งหมด ไม่ยอมให้ใครทำแทน

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 27 ผิงผิง 4

    “สกุลหยงต้องหนีตายออกมาจากหม่าเจียง ตอนแรกก็ว่าจะไปหาญาติที่เมืองหลวง แต่ระหว่างทางถูกดักปล้นเงินทองไปเกือบหมด ญาติพี่น้องที่หานซานก็ไม่ยอมรับ พวกเราจึงอพยพหนีมาที่แคว้นเอี้ยน ตั้งใจว่าจะไปตายเอาดาบหน้า ท่านพ่อของข้าก็โชคร้ายถูกคนชั่วฆ่าตาย โชคดีที่เจอท่านเซินอ๋องรับครอบครัวของข้ามาอยู่ที่จวน ข้าจึงขายตัวเป็นบ่าวเอาเงินมาฝังศพท่านพ่อ” “เป็นบ่าว?” “ใช่ เจ้าคงไม่รังเกียจข้าใช่หรือไม่” “ข้ารังเกียจ” ผิงผิงตอบอย่างไร้น้ำใจ “ขึ้นชื่อว่าบ่าว เมื่อเป็นแล้ว ถึงจะหาเงินไถ่ตัวออกไปได้แต่ก็ต้องถูกตราหน้าไปจนวันตาย ข้าไม่ต้องการเป็นเมียบ่าว ไม่คิดจะเป็นขี้ข้ารองมือรองเท้าใครไปตลอดชาติ ตามหลักแล้วตั้งแต่ข้าออกจากหม่าเจียง สัญญาหมั้นของเราก็ถือว่าจบ&rdquo

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 27 ผิงผิง 3

    “กระหม่อมแค่ทำตามรับสั่งของท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ เอ่อ... ที่จริงแล้วยังมีอีกคนที่ช่วยพ่ะย่ะค่ะ”“ใครหรือ”“ใครก็ได้ไปพานางมาที” หลิวอวี้ปรบมือ สักพักเสี่ยวเม่ยก็ประคองหลี่ชุ่ยผินเข้ามา นางต้องใช้ไม้เท้าเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า มือไม้ไขว่คว้าไปข้างหน้า พอได้ยินเสียงอู๋ซานเหนียง หลี่ชุ่ยผินจึงหันมายิ้มให้นางตาบอดอู๋ซานเหนียงสับสนเพราะเข้าใจมาตลอดว่าเอี้ยนเซินประหารหลี่ชุ่ยผินไปแล้ว นางจึงจ้องหน้าหลี่ชุ่ยผินเหมือนไม่เชื่อดวงตาตัวเอง “ไหนพวกเขาบอกว่าท่านถูกฆ่าตายไปแล้ว”“ตอนแรกข้าก็คิดว่าไม่รอดแล้ว ไหนๆ ก็จะต้องตาย ข้าจึงเสี่ยงตัดสินใจสารภาพเรื่องทุกอย่าง” เพื่อพิสูจน์คำพูด หลี่ชุ่ยผินจึงทำร้ายดวงตาของตัวเองจนบอด อู๋ซานเหนียงก็ยิ่งร้องไห้เสียใจแต่หลี่ชุ่ยผินเข้มแข็งกว่าที่คิด “ท่านเซินอ๋องสั่งให้องครักษ์หน่วยพยัคฆ์ออกเดินทางไปหานซานทันที แต่ลูกชายข้า...”หลี่ชุ่ยผินน้ำตาซึม น้ำเสียงสั่นเทาแต่ก็ยังคงไม่ยอมแพ้ “เขาร่วมมือช่วยพาท่านอู๋ออกจากคุก... แต่เขาหนีไม่ทัน”

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 27 ผิงผิง 2

    อู๋ซานเหนียงสบตานิ่ง “เหตุผลของเจ้ามีเท่านี้เองหรือ” “ฮึ! สุดท้ายเจ้าก็ไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลย ไม่เคยเห็นหัวข้าในสายตา” ผิงผิงร้องไห้ออกมาอย่างแค้นใจ “เจ้าบอกข้าว่าจะปกป้องข้า ดูแลข้า แล้วตอนที่ไอ้จิวจิ่นฟางมันย่ำยีข้า เจ้ามุดหัวหายไปอยู่ที่ไหน! ข้ากำลังจะได้แต่งงานมีความสุขอยู่ที่หม่าเจียง แต่เป็นเพราะเจ้า! เจ้าทำลายทุกอย่าง แต่วาสนาของเจ้าได้เป็นพระชายาเซินอ๋อง ส่วนข้าได้เป็นแค่นางกำนัลรับใช้ เจ้ามองข้า เหยียดหยามข้าเพราะคิดว่าข้ามันน่าสมเพช! ไม่ว่าข้าจะชอบอะไรหรือชอบใคร เจ้าก็ต้องโผล่มาแทรกกลาง แย่งทุกสิ่งไปจากข้าเสมอ รู้อะไรไหม ข้าไม่ได้ชอบคุณชายหยงเลยสักนิด แต่เป็นเพราะเขาสนใจเจ้า ข้าก็เลยแย่งชิงเขามาบ้าง ฮ่าๆ เป็นไง เจ็บปวดใจมั้ยละ” อู๋ซานเหนียงรับฟังเงียบๆ รอจนผิงผิงระเบิดโทสะจนจบ&n

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 3 คัดเลือกตัว 5

    บัณฑิตจิวจิ่นฟางรู้ข่าวจากน้องสาว เขาก็นั่งเกี้ยวพุ่งมาที่บ้านเฉินจินเหยาทันที“ข้าตั้งใจจะเสนอชื่อน้องสาวเจ้าเข้าวังตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ทางหลี่ชุ่ยผินก็เห็นด้วย สั่งให้เหมยเซียงเตรียมตัวเข้าวังตามหลังนางไปได้เลย ข้าให้คนส่งข่าวไปที่บ้านเจ้าแล้ว ป่านนี้คงจะกำลังฉลองอยู่แน่”

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 3 คัดเลือกตัว 3

    อู๋ซานเหนียงอยู่ท้ายแถวคู่กับผิงผิง ทั้งสองไม่อยากเข้าวังจึงมองดูอยู่เฉยๆ “ทำไมเจ้าไม่อยากเข้าวังละ?” ผิงผิงม้วนผมตัวเองเล่น ใช้ปลายเท้าเขี่ยพื้นไปมาเวลาที่ไม่สบายใจ “ฝ่าบาททรงมีอาย

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 3 คัดเลือกตัว 2

    เอาล่ะ เมื่อถึงเวลาช่วงบ่ายก็เป็นเวลาบันเทิงของนาง อู๋ซานเหนียงถลกแขนเสื้อขึ้นพลางผิวปากเรียกลิ่วล้อซึ่งเป็นเด็กๆ ไปช่วยกันจับปลามาทำกับข้าวกันอีก แต่ผิงผิงเห็นเข้าเสียก่อนจึงลากตัวอู๋ซานเหนียงไปยังบ

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 1 เจ้าสาวที่น่ารังเกียจ 1

    จากใจนักเขียน เดิมทีปุ๋มตั้งใจว่าจะตั้งชื่อเรื่องชายาพยัคฆ์เป็นชื่ออื่นที่แสนหวานพาฝันกว่านี้ แต่ความแกร่ง สู้คนของนางเอกเหมาะกับชื่อชายาพยัคฆ์นี้แล้ว อู๋ซานเหนียง นางเอกของนิยายเรื่องนี้เป็นเพียงลูกสาวขุนนางตำแหน่งเล็กๆ ในอำเภอห่างไกล เป็นแค่ผู้หญิงหน้าตาธรรมดาๆ มีสติปัญญาแต่ชาติกำเ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status