Home / รักโบราณ / ชายาพยัคฆ์ / บทที่ 3 คัดเลือกตัว 2

Share

บทที่ 3 คัดเลือกตัว 2

เอาล่ะ เมื่อถึงเวลาช่วงบ่ายก็เป็นเวลาบันเทิงของนาง

                อู๋ซานเหนียงถลกแขนเสื้อขึ้นพลางผิวปากเรียกลิ่วล้อซึ่งเป็นเด็กๆ ไปช่วยกันจับปลามาทำกับข้าวกันอีก แต่ผิงผิงเห็นเข้าเสียก่อนจึงลากตัวอู๋ซานเหนียงไปยังบ้านอาจารย์เฉินด้วยกัน ห้ามโดดสอบ!!

                อาจารย์เฉินหรือนางเฉินจินเหยาเป็นหญิงชราวัยเกือบหกสิบ อดีตเคยเป็นนางข้าหลวงรับใช้ในวัง เมื่อแก่ตัวจึงเกษียณตัวเองออกมาอยู่บ้าน บรรดาฮูหยินที่มีบุตรสาวต่างพากันมาขอร้องให้อาจารย์เฉินช่วยอบรมกิริยามารยาท ส่วนบรรดาแม่สื่อแม่ชักก็แวะเวียนมาดูตัวเหล่าคุณหนูกันไม่ได้ขาด ไปๆ มาๆ อาจารย์เฉินจึงเปิดบ้าน จัดแจงสถานที่เป็นสำนักอบรมกุลสตรีและทำหน้าที่เป็นแม่สื่อให้ทั้งบ้านชายบ้านหญิง กลายเป็นธรรมเนียมว่าหญิงสาวในอำเภอหม่าเจียงทุกคนต้องมาเรียนที่บ้านอาจารย์เฉิน แน่นอนว่าอู๋ซานเหนียงก็ไม่เว้น

ภายในโถงเรือนอบรมจัดวางเครื่องเรือนและตกแต่งวิจิตรสวยงามตามแบบฉบับในวัง แม้แต่กำยานหอมที่ปล่อยควันลอยละล่องออกจากนกกระเรียนสัมฤทธิ์ก็ยังดัดแปลงจากวังหลวง นางเฉินจินเหยามีสีหน้าเคร่งเครียด นั่งอยู่ที่โต๊ะมุกกลม ขนมหน้าตาน่าทานกับชาชั้นดีถูกปล่อยให้เย็นชืด ไม่มีร่องรอยแตะต้องเลย

                “เรื่องนี้ข้าไม่กล้ารับปาก แต่จะลองพยายามดู”

                “พี่เฉินช่วยข้าหน่อยเถิด ข้าออกจากวังตามรับสั่ง ควานหาทั่วสารทิศแล้วก็ไม่พบ อีกสามวันก็จะถึงกำหนดแล้วแต่ข้ายังหาคนไม่ได้ จนมานึกถึงพี่เฉิน ข้าถึงได้ลองเสี่ยงมาขอความช่วยเหลือ”

คนพูดขอร้องชื่อหลี่ชุ่ยผิน นางเป็นสตรีวัยกลางคนหน้าตาหมดจด แต่งกายอย่างนางข้าหลวงขั้นสูงและมีแววตาเฉียบขาด การเดินทางไกลจากเมืองหลวงนานนับเดือนโดยไม่ได้หยุดพักทำให้นางดูอ่อนเพลีย แต่ก็ยังนั่งหลังตรง มิเสียกิริยางามสง่าแม้แต่น้อย   

                “งั้นเจ้าก็ลองเลือกดูว่ามีคนไหนเข้าตาบ้าง... คุณหนูจิว คุณหนูหวังก็ใช้ได้ หรือถ้าต้องการเด็กเรียบร้อยก็ต้องเป็นคุณหนูจ้าว” เฉินจินเหยาผายมือไปที่กลุ่มคุณหนูซึ่งยืนเข้าแถวเรียงรายเป็นระเบียบ สองมือประสานกันไว้ข้างหน้าตรงระดับบั้นเอว ศีรษะก้มค้อมนิ่งไม่ไหวติง นางข้าหลวงคนนั้นจึงลุกขึ้นแล้วเดินวนไปตามแถว ส่วนเฉินจินเหยาถอนหายใจเบาๆ พลางยกมือขึ้นแตะขมับ

                “ข้ามาที่นี่ตามรับสั่งของเหลียนอ๋อง ฝ่าบาททรงต้องการคัดเลือกหญิงวัยดรุณี ซึ่งผู้ที่ได้รับเลือกนี้จะได้รับลาภยศสรรเสริญมหาศาล ครอบครัวจะได้รับป้ายเชิดชูพระราชทาน มีกินมีใช้ไม่มีวันหมด ที่ผ่านมาข้าตระเวนหาหญิงงามตามที่ฝ่าบาทกำหนดแต่ก็ยังไม่ผ่านเกณฑ์เลยสักคน พวกเจ้ายินดีเข้ารับการคัดเลือกหรือไม่”

“ข้าน้อยยินดีเข้ารับการคัดเลือกเจ้าค่ะ”

หญิงสาวทั้งหลายค้อมศีรษะ เอ่ยวาจานุ่มนวลน่าฟัง นางข้าหลวงหลี่ชุ่ยผินจึงพยักหน้ารับทราบและหยุดเชยคางหญิงสาวแต่ละคนขึ้นมาดูเป็นระยะ ผิงผิงกับอู๋ซานเหนียงเพิ่งมาถึง รู้ตัวว่ามาสาย จึงก้มหน้าก้มตาเดินเร็วๆ ไปต่อท้ายแถว ไม่รู้เรื่องว่าอาจารย์เฉินกำลังมีแขกสำคัญ

                “หน้าตาของเจ้างดงามมาก ชุดสีแดงเลือดนกกำลังเป็นที่นิยมในเมืองหลวง”

                “ขอบพระคุณที่ชมเจ้าค่ะ ข้าน้อยมักจะมีโอกาสเดินทางติดตามบิดาไปที่เมืองหลวงเสมอ ดังนั้นจึงพอรู้จักแต่งกายอยู่บ้าง แต่ก็ยังงดงามเทียบไม่ได้กับท่านข้าหลวงเจ้าค่ะ”

หญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าสุดเป็นน้องสาวของบัณฑิตซิ่วไฉสกุลจิว ชื่อจิวเหมยเซียง นางถือตัวว่าเป็นคุณหนูตระกูลมหาเศรษฐีร่ำรวย แต่งกายประดับประดาสวยงามเฉิดฉันท์ หน้าตาสะสวย และเป็นลูกศิษย์อันดับหนึ่งของเฉินจินเหยาจนชายหนุ่มทุกบ้านต่างฝันหาจิวเหมยเซียง ดังนั้นนางจึงเลือกคบหาเฉพาะเพื่อนที่มีฐานะเท่าเทียมกันและวางตัวเหนือกว่าใคร เมื่อจิวเหมยเซียงได้รับคำชมเช่นนี้จึงยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

“หมายความว่าท่านจะเลือกข้าน้อยเข้าวังใช่ไหมเจ้าคะ”

“เปล่า ข้าแค่อยากบอกเจ้าว่าพวกสาวๆ ในเมืองหลวงแต่งชุดสีเลือดนกจนน่าเบื่อต่างหาก”

                จิวเหมยเซียงหุบยิ้มฉับ ตามด้วยเสียงหัวเราะคิกๆ จากท้ายแถว จิวเหมยเซียงจึงเหลือบตาและถลึงจ้อง นึกโกรธเกลียดอู๋ซานเหนียงเข้าไส้

                “การคัดเลือกครั้งนี้สำคัญมากเพราะเป็นรับสั่งของฝ่าบาทโดยตรง ถ้าใครผ่านการทดสอบ ทุกคนก็มีสิทธิ์เข้าวังเหมือนๆ กัน ซึ่งพระองค์เจาะจงว่าต้องการคนที่อ่านเขียนออกและมีไหวพริบสติปัญญา”

นางข้าหลวงปรบมือสามครั้ง ขันทีซึ่งติดตามมาด้วยก็ประคองถาดไม้จันทน์แกะสลักแสนวิจิตรเข้ามา เมื่อนางข้าหลวงเปิดผ้าไหมทองคลุมถาดออก ก็ปรากฏไข่มุกกลมเกลี้ยงขนาดใหญ่หนึ่งเม็ด ส่งแสงแวววาวสะท้อนสดใส อู๋ซานเหนียงชะเง้อมองจากท้ายแถวก็ยังชมว่าสวยเหลือเกิน

                หญิงสาวหลายคนรวมทั้งอู๋ซานเหนียงไม่เคยเห็นของมีค่าล้ำเลิศเช่นนี้มาก่อน พากันจ้องมองส่งเสียงฮือฮาจนถูกอาจารย์เฉินดุ ส่วนจิวเหมยเซียงเบะปากใส่พวกคุณหนูฐานะจนๆ โดยเฉพาะพวกลูกสาวขุนนางต่ำต้อยอย่างอู๋ซานเหนียงกับผิงผิง

                “ผู้ใดต้องการเข้ารับการทดสอบก็ให้เรียงแถวเข้ามาทีละคน หากใครสามารถร้อยไข่มุกเม็ดนี้ได้ คนนั้นก็จะได้เข้าวัง”

                จิวเหมยเซียงอาสาเป็นคนแรกทันที นางเคยเห็นไข่มุกแบบนี้จนชิน งานร้อยไข่มุกแค่นี้ไม่เห็นจะมีอะไรยากสักนิด จิวเหมยเซียงลองร้อยไข่มุกดู แต่ทำเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้ นั่นเพราะไข่มุกเม็ดนี้ไม่ใช่ไข่มุกธรรมดา แต่เป็นไข่มุกเก้าคดเคี้ยว ภายในลดเลี้ยวไปมาเก้าครั้ง ภายนอกมีรูทางเข้าและออกรวมสองรู งานดูเหมือนง่ายแต่แท้จริงแล้วยาก ดังนั้นหญิงสาวที่อยากเข้าวังพยายามเท่าไหร่ก็ล้วนผิดหวัง

                อู๋ซานเหนียงอยู่ท้ายแถวคู่กับผิงผิง ทั้งสองไม่อยากเข้าวังจึงมองดูอยู่เฉยๆ

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายาพยัคฆ์   ชายาพยัคฆ์ 虎妃 ตอนพิเศษ (ลี่หลิน x เซวียนเจิน) 5

    “ข้า... ข้าคิดว่าเราควรจะทบทวนกันใหม่ เราควรจะ...”“จูบ”“เอ้อ จูบ” ข้าโคลงศีรษะไปมา ก่อนจะตัดสินใจเงยหน้า ยืดตัวขึ้นแต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่กล้าประทับริมฝีปากลงไป เอาแต่พ่นลมหายใจอุ่นๆ ใส่กันอย่างเอาเป็นเอาตายเท่านั้นเอง“ถ้าเจ้าไม่จูบ ข้าจะจูบแทนนะ”“ก็ข้า...”“ถ้าให้ข้าจูบ รับรองว่าจะไม่จบแค่จูบนะ”“ไม่เอานะ”“งั้นจูบ อย่าอิดออด”ข้าตัดสินใจรวบรวมความกล้า หลับหูหลับตากดริมฝีปากลงไป แต่สิ่งที่ข้าจูบกลับไม่ใช่ริมฝีปากของเสี่ยวเจิน แต่เป็นตำราเล่มหนึ่ง“เป็นสาวเป็นแส้ ริอ่านทำตัวยั่วยวน”พี่หยางสือโผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เอาตำรากุลสตรีมาขวางกลางได้พอเหมาะพอเจาะ จากนั้นก็เอาตำรานั่นโบกศีรษะข้ากับเสี่ยวเจินคนละที เส้นเลือดบนขมับเสี่ยวเจินปูด แต่เขาไม่พูดอะไร“พี่หยางสือ ตามมาถึงนี่ มีธุระอะไร”“ขนลุก ขนลุก เจ้าเรียกข้าเป็นพี่แบบนี้ ข้าขนลุก” พี่หยางสือเกาแขนเกาขา

  • ชายาพยัคฆ์   ชายาพยัคฆ์ 虎妃 ตอนพิเศษ (ลี่หลิน x เซวียนเจิน) 4

    ข้าชื่อลี่หลิน... องค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นเอี้ยน แล้วก็... ข้ากำลังถูกลักพาตัว ขณะที่ม้าศึกของโจรบ้ากำลังวิ่งควบท่ามกลางแสงตะวัน สีหน้าของข้ายังคงแตกตื่น สองมือพยายามคว้าบังเหียนม้าเพื่อหยุด แต่มือสากกระด้างของคนที่นั่งอยู่ข้างหลังข้าตะปบมือข้าไว้ กลายเป็นว่าเราจับมือกันควบม้า คนที่ลักพาตัวข้ามาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นลูกพี่ลูกน้องของข้า...เซวียนเจิน ไอ้บ้า “หลินเอ๋อร์ เจ้าไม่ควรใจร้อนนะ” &

  • ชายาพยัคฆ์   ชายาพยัคฆ์ 虎妃 ตอนพิเศษ (ลี่หลิน x เซวียนเจิน) 3

    เขาเติบโตเป็นชายฉกรรจ์องอาจผ่าเผย ร่างกายสูงใหญ่ล่ำสัน พูดจาสุภาพนุ่มนวล ความสามารถเก่งรอบด้านและเชี่ยวชาญการใช้กลศึก เขาเป็นพี่ชายที่ข้าชื่นชอบมาก แต่เขาไม่ยอมคุยกับข้าอีกเลย ข้าได้แต่ยืนหลบๆ อยู่หลังเสาทุกครั้งที่เจอเขาในวัง มองอยู่ไกลๆ ไม่กล้าเข้าไปคุยหรือจูงมือเดินเล่นกันเหมือนอย่างวันวานอีก เขาสังเกตเห็นข้าเช่นกัน แต่เขาหันไปทางอื่นแทน ข้าเหงามากเลย ในที่สุดข้าก็รวบรวมความกล้า หอบขนมไส้งาไปให้เขา &ldq

  • ชายาพยัคฆ์   ชายาพยัคฆ์ 虎妃 ตอนพิเศษ (ลี่หลิน x เซวียนเจิน) 2

    “นี่ข้าทำให้เจ้านะเสี่ยวเจิน เสด็จแม่บอกว่านกนางแอ่น[1]จะหวนกลับมาทำรังที่เดิมทุกปี เจ้าจะได้กลับมาหาข้าอีกไง”ข้าปักลายผ้าเป็นรูปนกกำลังบิน ท่านอาสะใภ้สามสอนให้ข้าปักลายแปลกๆ ใหม่ๆ หลายแบบ ข้าจึงตั้งอกตั้งใจปักแล้วนำไปเย็บติดกับแถบเข็มขัดด้านในของเสี่ยวเจิน“...”เขาดูอึ้งๆ เพราะลายนกปักมันบูดๆ เบี้ยวๆ ดูไม่ค่อยออกด้วยซ้ำว่าเป็นนกอะไร แต่ข้าก็อยากทำให้เขา “สัญญานะว่าจะกลับมาหาข้าอีก... นะพี่ชาย”“หลินเอ๋อร์...”“หื้ม?”“...”เสี่ยวเจินทำหน้าอึกอัก ข้าไม่ทันฟังให้จบเพราะน้องเสี่ยวซื่อดึงแขนเสื้อข้าพลางร้องปวดฉี่ ข้าจึงต้องอุ้มน้องรีบไปจัดการโดยด่วนข้าชอบฟังท่านอาสามเล่าเรื่องเสือตัวใหญ่ซึ่งถูกท่านอาสามปราบด้วยมือเปล่า ใครมาเยี่ยมแล้วถามถึงหนังเสือผืนใหญ่ที่แขวนอวด ท่านอาก็ฟุ้งเรื่องนี้ได้เป็นวันๆ ไม่มีเบื่อเลย ข้าชอบฟังมาก ไปหาท่านอาสามเมื่อไหร่ก็ขอให้เล่าให้ฟังทุกที 

  • ชายาพยัคฆ์   ชายาพยัคฆ์ 虎妃 ตอนพิเศษ (ลี่หลิน x เซวียนเจิน) 1

    ข้าคือท่านหญิงลี่หลินแห่งจวนเซินอ๋อง ลูกสาวคนโตของท่านแม่อู๋ซานเหนียงกับท่านพ่อเอี้ยนเซินเจ้าค่ะ ปีนี้ข้าแปดขวบแล้ว มีพี่ชายหนึ่งคนชื่อพี่หยางสือ เขาชอบโม้ว่าตัวเองอายุสิบขวบ โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เฮอะ! โตที่ไหนกัน ช่างเถอะ ข้าไม่สนพี่บ้าๆ คนนี้หรอก“หลินเอ๋อร์ ตื่นได้แล้วลูก”ข้าพลิกตัวหนี ยังไม่อยากตื่น หัวไปทาง ขาไปทาง ยกขาถีบผนังเตียงไปหนึ่งที“เสี่ยวหยาง แม่บอกแล้วใช่หรือไม่ว่าให้นอนแยกเตียงใครเตียงมันได้แล้ว”“หลินเอ๋อร์กระโดดมานอนเตียงนี้แล้วไม่ยอมกลับเองนี่พ่ะย่ะค่ะ” หูข้าได้ยินพี่ชายฟ้องแม่ฉอดๆ ข้าอยากจะลุกขึ้นเถียงนะ แต่ตอนนี้ข้ายังงัวเงีย“หลินเอ๋อร์ ตื่นได้แล้ว ดูสิ เจ้านอนถีบเสี่ยวเจินอีกแล้ว”เสี่ยวเจิน? ใครหว่า... อ๋อ ลูกพี่ลูกน้องของข้าเอง เขาเป็นลูกชายของท่านอาหย่งอาน ท่านอาแต่งกับองค์ชายแคว้นหลี่ ผ่านไปหลายปีถึงได้กลับมาเยี่ยมแคว้นเอี้ยนบ้านเกิด ระหว่างนี้เสี่ยวเจินก็เลยมาพักอยู่กับเราเผียะ!!เจี๊ยก... พอโดนไม้เรียวกระทบก้น ข้าถึงได้ตื่นเต็มตา กระเด้งตัวขึ้นมานั่งเร

  • ชายาพยัคฆ์   บทส่งท้าย ครองคู่ 3 [จบ]

    เขากำลังชันเข่าเก็บศรเกาทัณฑ์ที่หล่นเกลื่อนกลาด ร่างแข็งแรงเปลือยท่อนบน กล้ามเนื้อเป็นมัดๆ กระตุกไหวตามท่วงท่า อู๋ซานเหนียงจึงพอใจที่จะมองเขาเงียบๆ แววตาเป็นประกายชื่นชม เมื่อคืนทั้งสองเพิ่งจะร่วมรักกันหนักหน่วงอย่างหมดหัวใจ แสนจะดุดันและดิบเถื่อน ตะกายเข้าหากันครั้งแล้วครั้งเล่าจนหมดเรี่ยวแรงแต่ถึงจะอย่างนั้น ทั้งคู่ก็ยังรู้สึกว่าไม่พอ“เซินเซิน...” อู๋ซานเหนียงก้าวเข้าไปแต่หยุดยืนห่างจากเขา นางยิ้มอย่างมีความหมายขณะมองเรือนกายกำยำแสนเร้าใจของเขา นึกถึงตอนที่เขากลับจวนหลังจากสิ้นสุดสงครามครั้งใหญ่นั่น นางกับเขาทำสถิติข้ามวันข้ามคืนกันเลยทีเดียว นึกขึ้นมาคราวใดก็อดขำไม่ได้ที่นางกับเขาทำตัวเหมือนพวกตายอดตายอยากขนาดนั้น“หากเรียกข้าด้วยชื่อนั้นต้องมีค่าธรรมเนียมนะเมียข้า” เขาเงยหน้าขึ้นพลางขยิบตา อันเป็นกระบวนท่าร้ายกาจที่สุดกระบวนหนึ่ง แต่อู๋ซานเหนียงมั่นใจว่านางเด็ดกว่านั้น“ข้าไม่มีเงินทองติดกาย แต่ยินดีจ่ายด้วยเนื้อตัว... ท่านจอมทัพพยัคฆ์พอจะผ่อนผันรับไว้ได้หรือไม่” อู๋ซานเหนียงก้มลงหยิบศรเกาทัณฑ์ขึ้นมา จงใจให้ทรวงอก

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 2 อู๋ซานเหนียง 3

    “เจ้า!! พูดจาเหลวไหล!”จิวจิ่นฟางโกรธจัดเกือบจะบันดาลโทสะ แต่เป็นเพราะเป็นคนมีชนักปักหลัง แอบลักลอบเล่นชู้กับแม่เลี้ยงสาวของตนเอง จิวจิ่นฟางจึงยืนนิ่ง หน้าแดงก่ำเหมือนตับหมู เรื่องนี้ชาวบ้านก็พอรู้แต่ไม่มีใครกล้าพูด เมื่อมีเหตุการณ์ชี้ตัวจับผู้เฒ่าเข้าคุก แถมยังจงใจลบหลู่ฐานะของตาเฒ่าเพื่อทำลายความ

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 2 อู๋ซานเหนียง 2

    ปีนี้นางอายุสิบหกแต่ยังไม่มีคุณชายบ้านไหนสนใจส่งแม่สื่อมาทาบทาม อาจจะเป็นเพราะชื่อเสียงกิตติศัพท์ด้านไม่ดีไม่งามทั้งหลายดังกระฉ่อน หรืออาจจะเป็นเพราะเมื่อปีที่แล้วนางถีบคุณชายบ้านไหนสักบ้านตกน้ำ บรรดาแม่สื่อจึงพากันขีดฆ่าชื่อของนางทิ้งไป“ใต้เท้าโปรดพิจารณาด้วย คนร้ายอยู่ที่นี่แล้ว” อู๋ซานเหนียงเช็

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 2 อู๋ซานเหนียง 1

    บทที่ 2 อู๋ซานเหนียง ฤดูใบไม้ร่วง แคว้นเหลียนสภาพอากาศช่วงนี้ฝนตกหนักต่อเนื่องไม่ขาดระยะ หากไม่ฝนตกก็เมฆหนาครึ้ม ถนนหนทางกลายเป็นมังกรโคลนพาดเลื้อยเลี้ยวหายไปในม่านฝน เมื่อท้องฟ้าครึ้มก็ทำให้เมืองหานซานดูหม่นหมอง เนื่องจากเกิดสงครามแทบจะปีเว้นปี แผ่นดินขาดเอกภาพ เมืองหลวงจึงเริ่มขา

  • ชายาพยัคฆ์   บทที่ 1 เจ้าสาวที่น่ารังเกียจ 2

    “พูด!!”“กระ...กระหม่อม...” ผู้ใดไม่มีขวัญกล้าหาญล้วนสะดุ้งไหว บรรดาทหารกร้านศึกต่างยืนนิ่งราวกับศิลา จะมีก็แต่ขุนนางอ้วนทั้งสามที่กระถดตัวถอยหนี“องค์ชายอย่าเพิ่งกริ้ว เหลียนอ๋องทรงชี้แจงว่านี่เป็นการกระทำโดยพลการของแม่ทัพชายแดน ดังนั้นเพื่อแสดงความจริงใจ เหลียนอ๋องจึงยินยอมลงนามเจรจาเป็นพันธมิตร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status