Se connecterอึดใจต่อมาทหารม้าแคว้นเอี้ยนที่แกะรอยเร่งไล่ล่าก็โผนทะยาน ย่ำผ่านกองไฟเล็กๆ นั่นจนดับมอด ผู้ที่ขี่ม้านำหน้าขบวนคือเอี้ยนซ่านฉี สองมือกอดอกโดยไม่ต้องจับสายบังเหียนก็บังคับม้าได้อย่างดีเยี่ยม สายตาแหลมคมของเขาจับจ้องแผ่นหลังขององค์ชายหลี่เซวียนหลงอย่างเดือดดาล ไอ้หนูคนนี้ช่างปราดเปรียวนัก ไล่กวดอย่างไรไม่เคยทัน
“ปล่อยตัวนางเดี๋ยวนี้!” เอี้ยนซ่านฉีแผดเสียงคำรามขณะควบม้าไล่ตามอย่างดุเดือด หลี่เซวียนหลงกลับหัวเราะและตะโกนกลับไป
“นางจะไปอยู่แคว้นหลี่ของข้าต่างหาก”
หลี่เซวียนหลงตะโกนกลับไปอย่างเอาจริงเอาจัง ทำเอาเฉินเถาฮวาเบิกตากว้าง หันขวับไปถลึงตาใส่คนพูด “นี่! ใครบอกท่านว่าข้าจะไปกับท่าน”
“ก็เจ้าไงล่ะ ไม่อยากไปหรอกรึ”
กระแสลมโต้เสียงให้กระจัดกระจาย เอี้ยนซ่านฉีกำลังควบม้าจึงได้ยินเสียงองค์ชายพูดแค่เพียง ‘นาง... ของข้า...’ ฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจ แต่พอเห็นไอ้หนุ่มกอดน้องน้อยซะแน่น ใจของพี่ชายก็ลุกเป็นไฟแทบระเบิด เอี้ยนซ่านฉีเร่งม้าจนสังเกตเห็นว่าหลี่เซวียนหลงเปลือยท่อนบน ส่วนน้องสาวตัวน้อยก็เหลือแค่เอี๊ยมกับกางเกงชั้นในติดกาย เส้นเลือดบนขมับของแม่ทัพอสูรร้ายถึงกับปริแตก เกรี้ยวกราดดุจพายุไล่ซัดตามหลังแบบไม่คิดชีวิต
“ไอ้ชั่วช้าตัณหากลับ! ข้าจะสับไอ้จ้อนของเจ้าเป็นชิ้นๆ ไอ้จัญไร! นางเพิ่งจะเจ็ดขวบแท้ๆ”
“พี่ชายเจ้าคิดสกปรกอะไรวะ” เขายอมรับนะว่าแอบตื่นเต้นนิดๆ ที่ได้เห็นเนื้อเด็ก แต่ก็ไม่ได้ต่ำทรามอย่างที่เอี้ยนซ่านฉีคิดสักหน่อย หลี่เซวียนหลงเร่งควบม้าสุดแรงเกิดโดยรวบเอวเฉินเถาฮวาไว้แน่น มือหนึ่งจับบังเหียน มือหนึ่งแกว่งไกวกระบี่สังหารทหารเอี้ยนที่ตีโอบเข้ามา ในที่สุดก็บุกตะลุยไปจนถึงช่องเขา หลี่เซวียนหลงตามมาสมทบทัพของตนเองได้ทัน เลือกรั้งท้ายขบวนทัพเพื่อเผชิญหน้ากับทวนมังกรผู้ซึ่งควบม้าไล่ตามหลังมาติดๆ เพียงลำพัง
“ปากก็พูดปาวๆ ว่าเป็นลูกผู้ชายรักษาสัจจะ แต่เจ้าผิดคำสัญญานะเอี้ยนซ่านฉี”
“หุบปาก! ข้าไม่จำเป็นต้องให้เกียรติโจรลักพาตัวเด็กเยี่ยงเจ้า! ปล่อยตัวน้องข้าซะ!” เอี้ยนซ่านฉีโกรธจัด ขว้างทวนมังกรสุดแรง หลี่เซวียนหลงต้องการวัดระดับฝีมือจึงไม่หลบ
“ไปซะอาหมวยปากดี ขาหักคราวนี้ หวังว่าโตขึ้นจะไม่ขาเป๋นะ” บุรุษหนุ่มกระซิบขณะหิ้วคอเสื้อองค์หญิงน้อย เหวี่ยงออกไปให้พ้นรัศมีอันตราย ก่อนที่จะตวัดกระบี่รับทวนแหลมที่พุ่งเข้ามาในพริบตา หลี่เซวียนหลงปัดมันได้สำเร็จแต่ข้อมือทั้งสองข้างชาหนึบ แรงทวนกดทับจนม้าคู่ใจตื่นตระหนก บ่งบอกแน่ชัดว่าความทรงพลังของเอี้ยนซ่านฉีไม่ใช่ราคาคุย
“ฮึ! เอี้ยนซ่านฉี เก็บหัวของเจ้าไว้ให้ดีๆ หนี้บัญชีครั้งนี้ข้าจะกลับมาเด็ดหัวของเจ้า”
หลี่เซวียนหลงเก็บกระบี่คืนใส่ฝัก เมื่อเห็นว่าองค์หญิงน้อยกำลังพยุงตัวเองลุกขึ้นจากพงหญ้า ดูแล้วปลอดภัยดี มือแกร่งจึงเตะสีข้างม้าเป็นสัญญาณว่าเขากำลังจะจากไป เฉินเถาฮวาพยายามเขย่งขาวิ่งตามแต่หกล้มหน้าคะมำ
“นี่! แล้วมีดสั้นของพ่อข้าล่ะ?!”
“มันเป็นของข้าแล้วต่างหาก! ถ้าอยากได้คืนก็มาเอาเอง เด็กขาเป๋อย่างเจ้ามีปัญญามาที่แคว้นหลี่ก็มาได้เลย ข้าจะรอดูน้ำหน้าเจ้า! องค์หญิงสมองลา”
ในเมื่อไม่ยอมไปด้วยกันดีๆ เขาจึงแกล้งยั่วโทสะเพราะรู้ว่าต่อให้ขาขาดทั้งสองข้าง อาหมวยเถื่อนผู้นี้ก็จะกระเสือกกระสนไปแคว้นหลี่แน่นอน หลี่เซวียนหลงหัวเราะลูกคอเจ็ดชั้น ทำเอาเฉินเถาฮวาเริ่มโมโห รังแกเด็กไม่พอยังขี้ขโมย แถมปากสุนัขอีก นิสัยไม่ดีที่สุด
“ไอ้องค์ชายลูกเต่าโง่เง่า! จำเอาไว้ ข้าจะไล่เตะก้นท่าน”
“เตี้ยอย่างเจ้าเตะถึงตาตุ่มข้าหรือเปล่าเถอะ”
หลี่เซวียนหลงยังมีแก่ใจต่อปากต่อคำ ม้าขององค์ชายแห่งแคว้นหลี่ตะกุยขาหน้าขึ้นฟ้าอย่างคึกคะนองและโผนทะยานจากไปราวกับสายลม กว่าเอี้ยนซ่านฉีจะเร่งม้าจนถึงตัวน้องสาว หลี่เซวียนหลงและทัพสามพันนายก็ถอยไปไกลแล้ว หัวคิ้วหนาเข้มของเอี้ยนซ่านฉีขมวดตึงขณะมองตามหลังทัพแคว้นหลี่ องค์ชายหลี่เซวียนหลงผู้นั้นอายุเพียงสิบห้าแต่สามารถปัดทวนมังกรที่พุ่งสุดแรงได้นับว่าไม่ธรรมดา
และเขาก็ไม่ลืมเขกศีรษะเฉินเถาฮวาดังโป๊ก ตำแหน่งเดียวกับที่หลี่เซวียนหลงเขกไว้อีกต่างหาก
“เจ้านี่มันน่ากระทืบ! กลับไปกับข้า เสด็จพ่อเตรียมไม้เรียวอันเท่าแขนไว้รอต้อนรับเจ้าแล้ว ข้าจะมัดเจ้าไว้กับพี่สะใภ้ของเจ้า ให้นางดัดนิสัยของเจ้าเสียให้เข็ด”
ร่างสูงใหญ่ปานภูผาหิ้วคอเสื้อน้องสาวตัวดีขึ้นนั่งม้า พอเห็นอาการบาดเจ็บที่ขาก็โวยวายดังลั่น รีบพากลับไปยังเขตแดนของแคว้นเอี้ยนโดยเร็วที่สุด เด็กน้อยไม่พูดอะไร เอาแต่นั่งนิ่ง เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดเปื้อนกระเซ็น เอี้ยนซ่านฉีจึงนึกในใจว่าให้องค์หญิงจอมแก่นได้มาพบเห็นการฆ่าฟันในสนามรบของจริงก็ดีเหมือนกัน จะได้เลิกร่ำร้องขอเรียนวิชาสงครามและเลิกตามเขามาที่แนวหน้าเสียที
แต่เอี้ยนซ่านฉีหารู้ไม่ว่าดวงตากลมโตของนางส่องประกายแวววาวยิ่งกว่าเดิมเสียอีก และผู้ที่ทำให้เฉินเถาฮวาหมายหัวก็ล้วนเดือดร้อนหนักกันทุกคน
เมืองเจียนหยาง เมืองหลวงของแคว้นเอี้ยน แคว้นเอี้ยนกำลังเข้าสู่ฤดูหนาว ต้นเฟิงแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มแดงสดใส พอสายลมกระโชกใส่ ใบเฟิงก็ร่วงสู่พื้นปูเป็นพรมธรรมชาติสว่างไสว ต้นผิงกั่วที่ปลูกริมทะเลสาบใสกระจ่างกำลังออกผลเล็กๆ สีแดงพราวเต็มต้น ร่วงหล่นลงมาทับถมบนพื้น พวกหงส์กับยวนยาง[1]ก็แวะมากินผลผิงกั่วกันอย่างมีความสุข ส่วนนกหลากสีกับกระรอกตัวเล็กตัวน้อยเร่งมือเก็บเสบียงตุนไว้สำหรับหน้าหนาวกันคึกคัก ใครที่มาเยือนอุทยานหลวงในวังเอี้ยนอ๋องได้เห็นฉากนี้ล้วนประทับใจความสงบงามกันทุกคน เหนือขึ้นไปบนหอไข่มุก มีร่างหนึ่งกำลังห้อยโหนอยู่ที่ขอบระเบียงชั้นสาม ต่างหูเงินที่นางสวมส่องประกายวิบวับท้าทายแสงตะวัน มือขาวผ่องเกาะแนวระเบียงหอไว้ ชุดกระโปรงผ้าไหมสีชมพูอ่อนและเรือนยาวยาวสลวยถึงบั้น
“กระหม่อมมีที่พึ่งอยู่แล้ว” หลี่เซวียนหลงหมายถึงหนังสือบนโต๊ะที่พลิกหน้าสะบัดไปตามแรงลม แต่หน้าล้วนมีภาพวาดสีสันสวยงามและลามกโจ่งครึ่ม หลี่เซวียนเยว่เป็นพี่ชายยังถึงกับถอนหายใจดังเฮ้อแรงๆ“ตำราเสพสุขที่เจ้าอ่านก็ไม่ต่างอะไรจากเรียนรู้วิชาสังหารมังกร[1] เจ้าควรจะต้องรู้จักรสของอิสตรีได้แล้ว ความหมายของข้าคือเสพจริง ไม่ใช่ภาพวาด การสูญเสียน้ำพิสุทธิ์ไปด้วยวิธีการของเจ้าถือเป็นเรื่องต้องห้าม ทำเช่นนี้ไม่ได้เด็ดขาด”“ก็เมื่อใดที่ข้าร่วมเตียงกับใคร นางผู้นั้นก็จะได้ตั้งครรภ์ทันทีอย่างไรเล่า[2]”“ข้าเบื่อฟังข้ออ้างของเจ้าเต็มทน”“เหตุใดเสด็จพี่จึงเดือดร้อนเรื่องการเสพสังวาสของกระหม่อมนัก กระหม่อมไม่ต้องการมีภาระ ไม่ต้องการมีห่วงพันธะให้เสียสมาธิยามออกรบ หากท่านต้องการให้กระหม่อมแต่งงาน คงต้องเป็นวันที่หลี่ไร้สงคราม”หลี่อ๋องพยักพระพักตร์อย่างรับฟัง “เลิกอ้างโน่นอ้างนี่แล้วตอบข้ามาตามตรง เจ้าคิดจะเก็บพรหมจรรย์ไว้ให้ใคร”&nbs
บทที่ 3 เสนอตัว หลายปีต่อมา ไฟสงครามระหว่างแว่นแคว้นยังคงไหม้ลามไม่มีหยุด ควันไฟเถ้าถ่านปกคลุมไปทั่ว กระจายไปตามหัวเมืองต่างๆ แคว้นใดปรับตัวได้ทันก็รวบกินผลประโยชน์ แคว้นใดอ่อนแอก็จะถูกกลืนกิน บัดนี้จึงเหลือเพียงหลี่ เอี้ยนและเหลียน สามแคว้นใหญ่ที่ทุ่มกำลังชิงความเป็นใหญ่ “กราบทูลองค์ชาย... ท่านอ๋องเสด็จมาพ่ะย่ะค่ะ” “อืม ข้ารู้แล้ว” แนวต้นสนริมชายหาดเพิ่งตื่นจากการหลับใหล แผ่กิ่งต้อนรับแสงอรุณและโอบกอด
อึดใจต่อมาทหารม้าแคว้นเอี้ยนที่แกะรอยเร่งไล่ล่าก็โผนทะยาน ย่ำผ่านกองไฟเล็กๆ นั่นจนดับมอด ผู้ที่ขี่ม้านำหน้าขบวนคือเอี้ยนซ่านฉี สองมือกอดอกโดยไม่ต้องจับสายบังเหียนก็บังคับม้าได้อย่างดีเยี่ยม สายตาแหลมคมของเขาจับจ้องแผ่นหลังขององค์ชายหลี่เซวียนหลงอย่างเดือดดาล ไอ้หนูคนนี้ช่างปราดเปรียวนัก ไล่กวดอย่างไรไม่เคยทัน“ปล่อยตัวนางเดี๋ยวนี้!” เอี้ยนซ่านฉีแผดเสียงคำรามขณะควบม้าไล่ตามอย่างดุเดือด หลี่เซวียนหลงกลับหัวเราะและตะโกนกลับไป“นางจะไปอยู่แคว้นหลี่ของข้าต่างหาก”หลี่เซวียนหลงตะโกนกลับไปอย่างเอาจริงเอาจัง ทำเอาเฉินเถาฮวาเบิกตากว้าง หันขวับไปถลึงตาใส่คนพูด “นี่! ใครบอกท่านว่าข้าจะไปกับท่าน”“ก็เจ้าไงล่ะ ไม่อยากไปหรอกรึ”กระแสลมโต้เสียงให้กระจัดกระจาย เอี้ยนซ่านฉีกำลังควบม้าจึงได้ยินเสียงองค์ชายพูดแค่เพียง ‘นาง... ของข้า...’ ฟังแล้วไม่ค่อยเข้าใจ แต่พอเห็นไอ้หนุ่มกอดน้องน้อยซะแน่น ใจของพี่ชายก็ลุกเป็นไฟแทบระเบิด เอี้ยนซ่านฉีเร่งม้าจนสังเกตเห็นว่าหลี่เซวียนหลงเปลือยท่อนบน ส่วนน้องสาวตัวน้อยก็เหลือแ
“รีบมาผิงไฟซะ ตอนนี้ข้ากำลังถูกไล่ล่าจะมัวโอ้เอ้ไม่ได้ เจ้าตัวอุ่นขึ้นเมื่อไหร่ข้าจะเดินทางต่อทันที”“อืม”“ไม่ต้องลุก ข้าจะอุ้มเจ้าเอง” หลี่เซวียนหลงทำหน้าขึงขัง หาข้ออ้างอุ้มเด็กหญิงให้ขยับเข้าไปใกล้กองไฟ เขาเองก็จัดแจงปลดเสื้อเกราะออก ถอดเสื้อมาวางผึ่งบนโขดหินแล้วจึงทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้าม สายตาคอยกวาดมองระวังรอบตัว ระหว่างที่เขาใช้มีดสั้นของเฉินเถาฮวาถลกหนังกระต่าย ดวงตากลมโตของนางก็จ้องดูวิธีใช้มีด จดจำเรียนรู้ทุกอย่างด้วยความสนใจ“ถ้าคราวหน้าเจ้าหลงป่าอีก จำไว้ว่าแค่มีดเล่มเดียวเจ้าเอาตัวรอดสบายๆ ได้แล้ว พี่ชายเจ้าไม่ได้สอนหรอกหรือ”เด็กหญิงตัวน้อยส่ายหน้า“ใครต้องการฆ่าเจ้า แล้วตอนนี้มันอยู่ที่ไหน”เฉินเถาฮวาตวัดสายตามองหน้าคนถาม คนที่เขาอยากรู้คนนั้นลงไปนอนในหลุมนานแล้ว เอี้ยนอ๋องกำลังหาทางลิดรอนอำนาจของขุนนางสกุลจ้าวอยู่พอดี ดังนั้นจึงใช้ข้ออ้างเรื่องเฉินเถาฮวาและความผิดต่างๆ จัดการเพิ่มบทลงโทษทีละนิดทีละน้อย จนในที่สุดก็...“ชี่สื้อ[1]”“อะ
“องค์หญิงน้อย...ข้ายอมรับว่าเจ้ากล้าหาญ ข้าสัญญาว่าจะไม่ทิ้งเจ้า รีบส่งขามาให้ข้า หากไม่รีบรักษาเจ้าอาจจะพิการไปตลอดชีวิต”เมื่อนางยอมสบตาเขาอีกครั้งและยอมยื่นขาข้างที่บาดเจ็บออกมาให้ทั้งที่ตัวเปียกปอนหนาวสั่น แม้ว่ากิริยาอาการยังเงอะงะแต่ก็แสดงถึงความไว้ใจ แค่ได้ยินเขาพูดว่า ‘ไม่ทิ้ง’ นางก็แย้มยิ้มทั้งน้ำตา สร้างผลกระทบร้ายแรงบางอย่างให้แก่องค์ชายหนุ่ม เขาเป็นฝ่ายหน้าแดงวาบและหันหนีไปอีกทางขณะคลำตรวจกระดูกอืม... ขาหัก... เขากุมขมับ เวรเอ๊ยองค์ชายหนุ่มลุกไปดูอาการบาดเจ็บของม้าคู่ใจ มันสบายดีไม่มีปัญหา แค่ตัวเปียกม่อล่อกม่อแลก ส่วนคันธนูกับลูกเกาทัณฑ์ยังอยู่ครบดี เขาจัดการหักคมแหลมทิ้งไปแล้วใช้มันดามขาไว้ชั่วคราว เฉินเถาฮวานั่งนิ่ง มองดูเขาฉีกชายเสื้อตนเองมาผูกขาให้แน่นแล้วอุ้มขึ้นจากน้ำ พาไปนั่งหลบใต้เงาไม้และผิวปากเรียกเฟยหลงให้มานั่งอยู่เป็นเพื่อน“ขาของเจ้าหัก นั่งอยู่ตรงนี้ อย่าไปไหนล่ะ ข้าจะไปหากิ่งไม้แห้งมาให้เจ้าผิงไฟ”เขาพูดดักคอเพราะเด็กหญิงทำท่าจะลุกตาม มือแกร่งจึงยันหน้าผากเด็กให้นั
“ใช้เลือดเนื้อฟันผ่า? ท่านนายกองโง่งมพูดเสียสวยหรู เท่าที่ข้าเห็น ท่านเดินหน้าหาความตายไม่พอ ยังพาลูกน้องไปตายอีกต่างหาก วาจาเยี่ยงนี้ยังหลอกเด็กอย่างข้าไม่ได้เลย”เด็กหญิงกล้าต่อกรโดยไม่สะทกสะท้าน“ถ้าข้าจะสู้ ข้าจะสู้ด้วยสติปัญญา คนทำศึกหากไม่รู้ดินฟ้าอากาศ ไม่รู้จักกลยุทธ์ ไม่รู้จักใช้คน ไม่รู้จ
“เด็กเอ๋ยเด็ก การทำศึกไม่ได้วัดผลแพ้ชนะกันที่จำนวนทหารเสียหน่อย”เรียวปากของชายหนุ่มวัยสิบห้าเหยียดยิ้ม ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเด็กรัวๆ คนอย่างเขาชอบการต่อสู้เพราะฉะนั้นจึงไม่เกี่ยงหรอกว่าอีกฝ่ายจะเป็นแค่เด็กเจ็ดขวบ“ข้าอาจจะพลาดที่ไม่คิดว่าพี่ชายเจ้าจะซุ่มทัพไว้นอกเหนือจากที่คำนวณไว้ เรื่องจะง่ายขึ้นมา
บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน องค์หญิงหย่งอาน พระธิดาของเอี้ยนอ๋อง ประวัติความเป็นมาขององค์หญิงผู้นี้ไม่แน่ชัด แทบไม่มีใครล่วงรู้ตัวตนขององค์หญิงผู้นี้เลยด้วยซ้ำ หากพิจารณาจากรูปร่างหน้าตาอาจจะฟันธงไม่ได้ แต่ถ้าดูจากกิริยาท่าทาง นางมีสง่าราศีแฝงอยู่ก็จริง แต่ก็ยังห่างไกลจากคำว่าเชื้อพระวงศ์
เด็กน้อยก้าวขาไปข้างหน้าก้าวหนึ่งแล้วชันเข่าลงคำนับ “นายกองหลี่... ข้ามาเพื่อเจรจา วางอาวุธแล้วมาตกลงกันดีกว่า” “ข้าไม่รู้จักมารยาทการขอเจรจาด้วยการปารองเท้าใส่” “ข้าเองก็ไม่รู้จักมารยาทของพวกอันธพาลรุกรานชาวบ้านเช่นกัน ตอนนี้อันธพาลเช่นท่านกำลังถูกไล่ตีเหมือนสุนัข ข


![วสันต์สุดท้ายของนางร้ายตัวประกอบ [4P]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



