Mag-log inหลายปีต่อมา
ไฟสงครามระหว่างแว่นแคว้นยังคงไหม้ลามไม่มีหยุด ควันไฟเถ้าถ่านปกคลุมไปทั่ว กระจายไปตามหัวเมืองต่างๆ แคว้นใดปรับตัวได้ทันก็รวบกินผลประโยชน์ แคว้นใดอ่อนแอก็จะถูกกลืนกิน บัดนี้จึงเหลือเพียงหลี่ เอี้ยนและเหลียน สามแคว้นใหญ่ที่ทุ่มกำลังชิงความเป็นใหญ่
“กราบทูลองค์ชาย... ท่านอ๋องเสด็จมาพ่ะย่ะค่ะ”
“อืม ข้ารู้แล้ว”
แนวต้นสนริมชายหาดเพิ่งตื่นจากการหลับใหล แผ่กิ่งต้อนรับแสงอรุณและโอบกอดสายลมอย่างอ่อนโยน เหนือกิ่งก้านอันมีน้ำค้างพร่างพราวนั้น มีเหยี่ยวตัวใหญ่บินฉวัดเฉวียนไปมา ส่งเสียงกรีดร้องแหลมเล็กดุจแก้วเจียระไนดังกังวาน สายตาของมันจ้องเหยื่อและตวัดกรงเล็บกลางเวหาอย่างแม่นยำ
นิสัยของเหยี่ยวสายพันธุ์นี้เย่อหยิ่งและดุร้าย แต่เมื่อมันได้ยินเสียงผิวปากเรียก มันจึงละทิ้งเหยื่อก่อนจะบินถลาลงมาเกาะแขนบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งอย่างเชื่อฟัง
“เด็กดี เจ้าบินสวยมาก”
เบื้องหลังห่างออกไปนั้นทหารองครักษ์นับร้อยชีวิตยืนเรียงรายอารักขา หลี่อ๋องผู้สง่างามเอนกายประทับที่ตั่ง ทอดพระเนตรชายหาดแสนบริสุทธิ์และนกเหยี่ยวของน้องชาย
“ข้าได้ยินว่าเมียของมันเพิ่งจะฟักลูก และวันก่อนมันก็เพิ่งได้รับเหยี่ยวตัวเมียแสนสวยเป็นรางวัล” รับสั่งโต้เสียงคลื่นลม ทรงรู้ว่าน้องชายไม่ค่อยชอบให้มีคนมากมายเช่นนี้ยามพักผ่อนตามลำพัง แต่หลี่อ๋องก็ชอบที่จะเสด็จมาแบ่งปันความสงบเงียบที่ชายหาดแห่งนี้เช่นกัน
หลี่เซวียนหลง องค์ชายแห่งแคว้นหลี่มิได้สนใจรับสั่งของผู้เป็นพี่ชาย ร่างฉกรรจ์สูงกำยำยังคงทอดสายตามองคลื่นทะเลและสะบัดท่อนแขน ส่งเหยี่ยวตัวโปรดขึ้นสู่ท้องฟ้า
“อย่าเสียเวลาล่อเหยื่อกระหม่อมเลยฝ่าบาท”
คลื่นทะเลโหนตัวขึ้นจุมพิตแสงอรุณรุ่งเหนือท้องทรายสีขาว พัดพาคลื่นน้ำสีเขียวอมฟ้าซัดสาดขึ้นสู่ชายฝั่ง สายลมกระหน่ำโหมให้ชุดสีน้ำเงินเข้มของชายหนุ่มแนบลู่เรือนร่างแข็งแรง เรือนผมดำขลับมัดเป็นหางม้าสะบัดไปตามแรงลม งามสง่าดุจเทพมังกรแห่งท้องทะเล
หลี่เซวียนหลงผินหน้ากลับมาและก้าวย่ำผ่านผืนทรายอย่างหนักแน่น ก้าวขาออกมาขาหนึ่ง รวบชายเสื้อแล้วชันเข่าคำนับอย่างเป็นทางการในฐานะขุนนาง แววเนตรของหลี่อ๋องจึงหม่นแสงลงเล็กน้อย พระองค์มักจะจำภาพเด็กชายเลือดร้อนเหมือนพายุบ้า บัดนี้เติบโตขึ้นเป็นชายหนุ่มแสนสุขุมลุ่มลึก หลี่อ๋องจึงมักจะถอนหายใจถึงกาลเวลา
“ลุกขึ้นเถอะแล้วมานั่งเป็นเพื่อนข้า นานมากแล้วที่เราพี่น้องไม่ได้นั่งคุยกันเช่นนี้”
“พ่ะย่ะค่ะ” ร่างสูงสง่าประสานมือคำนับ ทรุดกายลงนั่งเคียงข้างพี่ชาย อาเป่า เด็กรับใช้คนสนิทถวายน้ำชา หลี่อ๋องจึงโบกพระหัตถ์ไล่
“ไปเอาเหล้ามา! เวลาสบายๆ เยี่ยงนี้ข้าอยากดื่มเหล้า”
“ทราบแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
บรรยากาศริมชายหาดชวนผ่อนคลาย หลี่อ๋องยังมีแก่ใจหยิบกู่เจิ้งที่วางอยู่ขึ้นมาร่ายดนตรี ปลายนิ้วกรีดเสียงเพลงขับกล่อมทะเลและแสงแดดเป็นทำนองคึกคัก หลี่เซวียนหลงหัวเราะและร่วมร้องเพลงด้วยน้ำเสียงกังวานมีพลัง เนื้อหาของบทเพลงที่ร่ายขึ้นมาสดๆ หากมีสนมนางกำนัลหรือหญิงสาวที่ยังไม่ได้ออกเรือนร่วมฟัง คงจะหน้าแดงอายม้วนและด่าชายรูปงามทั้งคู่ว่าต่ำทราม เพราะเนื้อเพลงที่หลี่เซวียนหลงร่ายล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องลามกในวงเหล้า
“เมื่อก่อนเจ้าตัวเตี้ยกว่าข้าเกือบหนึ่งฝ่ามือ เวลาผ่านไปพริบตา... เจ้าก็ตัวสูงกว่าข้าเสียแล้ว”
หลี่อ๋องกล่าวพลางแย้มสรวล ทรงมีรูปโฉมงดงามถอดแบบมาจากพระราชบิดาผู้ล่วงลับ หลี่เซวียนหลงเองก็เช่นกัน หน้าตาของเขาคมเข้ม ได้สัดส่วนไปหมดทั้งคิ้วกระบี่ ดวงตาเป็นประกายเฉิดฉาย จมูกโด่งเป็นสันภูผาและความสูงโดดเด่น เพียงกอดอกนิ่งก็แผ่บารมีจนทุกชีวิตต้องย่นระย่อ
“เสด็จพี่นั่งรถม้ามาตั้งไกล คงไม่ได้มาแค่ชมความสูงของกระหม่อมกระมัง?”
“ข้าต้องการให้เจ้าแต่งงาน”
หลี่เซวียนเยว่ อ๋องแห่งหลี่เปิดประเด็นตรงไปตรงมา
“แต่งงานงั้นหรือ”
นิสัยของหลี่เซวียนหลงเย็นชาเงียบขรึมจนยากจะหยั่งถึง ทุกคนกลัวเขา ต่างรู้สึกว่าดวงตาดำขลับคู่นั้นพ่นพิษได้เหมือนงู เพียงแค่หลี่เซวียนหลงปรายตามองผู้ใด ก็ส่งผลให้เหมือนมีอสรพิษร้ายเลื้อยพันรอบลำคอของผู้ถูกจ้องมอง กลัวจนต้องยืนนิ่งไม่ไหวติงทุกที
“ข้าต้องการจัดการเจ้าให้เรียบร้อยก่อนเปิดศึกครั้งต่อไป”
หลี่อ๋องยิ้ม เป้าหมายต่อไปที่ปลายดาบของหลี่อ๋องจะหันไปประจันคือแคว้นคู่ปรับอย่างแคว้นเอี้ยน แต่ตอนนี้หลี่อ๋องมีงานสำคัญที่จะต้องจัดการก่อน ทรงจ้องมองน้องชายผู้ซึ่งไร้ที่ติ มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าชายหนุ่มฉกรรจ์ผู้นี้ยังคงถือครองพรหมจรรย์ นั่นทำให้หลี่อ๋องรู้สึกตะขิดตะขวงใจมาตลอด
“ปีนี้เจ้าอายุยี่สิบห้าแล้ว... สิบปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ข้าปล่อยเจ้าลงสู่สนามรบ เจ้าก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องการแต่งงานอีกเลย”
“กระหม่อมมีที่พึ่งอยู่แล้ว” หลี่เซวียนหลงหมายถึงหนังสือบนโต๊ะที่พลิกหน้าสะบัดไปตามแรงลม แต่หน้าล้วนมีภาพวาดสีสันสวยงามและลามกโจ่งครึ่ม หลี่เซวียนเยว่เป็นพี่ชายยังถึงกับถอนหายใจดังเฮ้อแรงๆ
บัดซบ!เลือดในกายบุรุษหนุ่มเดือดพล่านทันที หลี่เซวียนหลงไม่อาจรักษาความสงบไว้ได้อีกต่อไป ใบหน้าคมเข้มขบกรามแน่น โกรธเกรี้ยวและรู้สึกวูบโหวงเหมือนหายใจไม่ออก ถ้อยคำแต่ละคำในราชโองการนั่นเต็มไปด้วยคำหยามหมิ่นเกลียดชังรุนแรง ทำไมพี่ชายต้องจงใจพรากนางไปจากเขา ทำไมถึงจงใจทำร้ายนางให้ตกต่ำกลายเป็นคณิกาด้วย!! บรรดาขันทีพากันตัวสั่นขึ้นมาทันที แค่เจอดวงตาคมกริบดุดัน เย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง ต่างก็เห็นภาพตัวเองถูกดาบขององค์ชายสับเป็นท่อนๆ“องค์ชาย ท่านจะทำอะไรขอให้คิดดีๆ หากท่านทำร้ายตัวแทนพระองค์ เรื่องย่อมไม่จบง่ายๆ ด้านนอกมีทหารของฝ่าบาทอยู่สามพันนาย ล้อมจวนแห่งนี้ไว้หมดแล้ว กระหม่อมมิอยากกระทำรุนแรง โปรดเห็นใจด้วย” “ให้พวกมันไสหัวเข้ามา!”เฉินเถาฮวามายืนอยู่ข้างหลังเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ร่างบอบบางแต่งกายชุดกระโปรงสีเขียวอ่อน มีเสื้อกั๊กตัวหนาอบอุ่นส
“อืม... ฮวาเอ๋อร์ของข้าเก่งมาก อา... ขยับอีกสักหน่อย เร่งอีกนิด อา... นั่นแหละจ้ะ ไฟแรงกำลังได้ที่แล้วนะ”ท่ามกลางเปลวไฟร้อนระอุในเตาถ่าน ร่างสูงใหญ่แข็งแกร่งหาเรื่องทรมานตนเองด้วยการสวมกอดนางไว้ ลูบคลำเส้นผมเงางาม จมูกได้กลิ่นหอมหวานจากกายสาวจึงยิ่งอยากจะจับนางมาฟัดพุง เฉินเถาฮวาเพิ่งจะเรียงถาดปลาลงไปในหม้อนึ่งเสร็จ โรยขิงซอย ต้นหอมและเครื่องปรุงรส ถึงแม้ว่าจะงุ่มง่ามกะส่วนผสมไม่คล่องจนต้องให้เขาบอกซ้ำๆ แต่สุดท้ายแล้วก็ทำได้สวยงาม สีหน้าของนางจึงดูพึงพอใจมาก เรียกว่าแทบจะลืมคนตัวใหญ่ที่เอาแต่เกาะติดอยู่ข้างหลังด้วยซ้ำ“ปลาตัวใหญ่ ต้องเผื่อเวลานึ่งนานกว่าปกติสักนิด นับว่าเจ้าหัวไว เรียนรู้เร็วมาก”หลี่เซวียนหลงแสร้งทำเป็นลูบคาง อาหมวยน้อยเป็นคนเข้าครัวทำกับข้าวให้เขากินด้วยตัวเอง จะไม่ให้ยิ้มหน้าบานก็เกินไป กลิ่นปลานึ่งหอมกรุ่นลอยฟุ้งมากับไอน้ำเดือดพวยพุ่ง แค่ได้กลิ่นก็รู้แล้วว่าต้องโอชะ เฉินเถาฮวาก็ยิ่งดีใจ หลังจากล้างไม้ล้างมือเสร็จเรียบร้อย นางยังไม่ทันจะเอ่ยอะไรก็รู้สึกถึงลมหายใจร้อนผ่าวที่เป่ารดต้นคอ ส่วนล่างของเขาบดเบียดเชื่องช้า แต
ช่วงที่หิมะตกหนักที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว ท้องฟ้าสว่างโล่งไร้ก้อนเมฆตัดสีสันกับกิ่งเหมยสีแดงสด ร่างสูงสง่าสวมชุดปักลายมังกรตวัดขาลงมาจากหลังม้า แล้วส่งสายบังเหียนให้อาเป่ารับไปดูแล “หากมีเรื่องผิดปกติ ให้ไปรายงานข้าทันที ตามตัวจู้จื่อมาจัดการเรื่องเวรยามภายในจวนด้วย ข้าต้องการเพิ่มจำนวนคนเป็นสามเท่า” “พ่ะย่ะค่ะ” หลี่เซวียนหลงเดิมดุ่มเข้าจวนโดยไม่พูดไม่จา เขาเพิ่งจะทะเลาะกับพี่ชาย สีหน้าคมกร้าวจึงเต็มไปด้วยแรงเดือดดาล หลี่อ๋องไม่พระราชทานสมรสให้เขาไม่ว่า แต่มีอย่างที่ไหนถึงกล้าสั่งให้เขารับเฉินเถาฮวาเข้าจวนในฐานะสาวใช้!เขาไม่อยากจะนำความทุกข์ร้อนใดๆ ติดตัวไปยามพบหน้าเจ้าฮวาเอ๋อร์ หลี่เซวียนหลงจึงยืนเท้าแขนกับเสาระเบียงทางเดินนิ่งๆ เพื่อระงับความหงุดหงิด ชีพจรเต้นตุบที่ลำคอ โทสะที่สะสมมายืดเยื้ออยู่ในสมองของเขาเนิ่นนาน จำได้แม่นว่าตอนที่เขา
“งั้นรอเดี๋ยวนะ” เขาพลิกหน้าตำรารวดเร็วจนเจอภาพวาดที่ต้องการ “ข้าอยากได้แบบนี้”เฉินเถาฮวาก้มดูตามที่เขาชี้ด้วยแววตาระยิบระยับ เนื้อตัวก็แดงวาบไปทั้งตัวเพราะเป็นภาพคู่รักกำลังพลอดรักอย่างร้อนแรง ท้องฟ้าตรงหน้าต่างในภาพแบ่งเส้นกลางวันกลางคืน หมายถึงร่วมสวาททั้งวันทั้งคืน คนผู้นี้แผนสูงนัก! จงใจขนตำราพวกนี้มาอ่านใกล้ๆ ขนาดลิงยังรู้เลยว่ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์ เฉินเถาฮวาจึงก้มหน้างุดหนักขึ้น ไม่ยอมตอบ ไม่ยอมสบตา ร่างสูงใหญ่ก็มิได้คาดคั้น แต่โอบร่างบอบบางให้นอนเอนหลังอ่านหนังสือไปด้วยกัน“ข้อแรกกับข้อสองจะเกี่ยวพันกันแน่นแฟ้น หากต้องการทายาทที่สุขภาพดี ผู้ชายต้องหลั่งในช่วงที่ผู้หญิงมียินชี่มากที่สุด หน้าที่ของข้าคือต้องหน่วงเวลาไว้ให้นานที่สุด”เอ่ยจบก็โน้มริมฝีปากอุ่นร้อนลงไปหาขณะที่นางกำลังเบิกตากว้าง เรียวปากของเจ้าฮวาเอ๋อร์ตัวน้อยช่างนุ่มละมุนและมีรสชาติหวานล้ำ หลี่เซวียนหลงตั้งอกตั้งใจดูดดื่มและตวัดลิ้นไล้ แม้ว่าอากาศด้านนอกจะหนาวจับใจแต่เขากลับรู้สึกว่าตนเองกำลังลุกเป็นไฟครั้นเมื่อลิ้นหวานนุ่มพัวพันกันนัวเนีย เขาก็รู้ส
บทที่ 18 หมดเวลาสายลมพัดมาหนาวจับขั้วกระดูก หิมะตกโปรยปราย ร้านรวงพากันปิดเงียบตั้งแต่ตะวันยังไม่ทันตกดิน บรรยากาศเมืองหยางโจวจึงเงียบสงัด มีเพียงเสียงทหารเวรยามที่ร้องเตือน ‘ระวังฟืนไฟ ระวังฟืนไฟ’ ภายในจวนหลงอ๋องเองก็สงบเงียบ คืนนี้เฉินเถาฮวานั่งอ่านบันทึกสงครามที่หลี่เซวียนหลงจดไว้ส่วนตัว นางค้นเจอโดยบังเอิญที่ชั้นหนังสือจึงหยิบมาอ่านเพลินๆ ตั้งแต่ค่ำ รู้ตัวอีกทีก็ดึกมากแล้ว พอเงยหน้าขึ้นและเหยียดกายไล่ความเมื่อยขบ นางก็หัวเราะเมื่อเห็นเขาหอบหนังสือกองโตมานั่งอ่านเป็นเพื่อนด้วยตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้“มีไม่กี่คนหรอกนะที่อ่านลายมือข้าออก” หลี่เซวียนหลงเงยหน้าจากหนังสือขึ้นมามองนางด้วยสายตาพร่างพราย ไม่ว่ากี่ครั้งกี่ครา รอยยิ้มอ่อนหวานของเขาก็ยังทำให้นางใจเต้นทุกครั้งที่ได้เจอ“อาเป่าบอกข้าว่าเจ้าตัดผ้าม่านของข้าจนเกลี้ยงจวน”“ข้าขอโทษที่ไม่ได้ขอท่านก่อน ข้า...” เฉินเถาฮวาอาศัยอยู่ที่จวนในฐานะอะไรก็ยังไม่แน่ชัด ดังนั้นพอจะเอ่ยปากว่าจะช
มือของเขาค้างนิ่งบนเอวคอดกิ่ว สายตาคมกริบร้อนระอุจนนางกอดตัวเองไว้เพื่อป้องกันตัวเองตามสัญชาตญาณ เฉินเถาฮวานิ่งเงียบไปอึดใจก่อนจะคลายอ้อมแขนของตนเองช้าๆ เผชิญหน้าชายฉกรรจ์ผู้ซึ่งประกาศตัวว่าเป็นเจ้าชีวิตของนางไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งนางหลับตาแน่นปี๋ ก่อนจะเค้นคำออกมาตะกุกตะกัก “สา...สา...มี...ข้า”“เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ”“ไม่รู้ ไม่เรียกแล้ว!” เฉินเถาฮวาหรุบตามองตลับยาในมือของเขา ไม่ใช่เพราะมันสวยงามวิจิตรอะไรหรอก เพียงแต่นางอยากจะมองอะไรสักอย่างไว้ก่อนที่จะเป็นลมเพราะแววตาร้อนๆ ของชายหนุ่ม แสงสว่างจากเปลวเทียนจับต้องผิวขาวผ่องของนางอย่างพอเหมาะพอเจาะ เรือนร่างของนางสวยงามไร้ที่ติเสียจนเขาใจเต้นระทึกนางจับมือสากกระด้างของเขาไว้ นำมาวางบนทรวงอกของตน ต่างฝ่ายต่างหน้าแดงราวกับจับไข้ นางจะพูดอะไรบางอย่างแต่กลับคัดจมูกจนจามเสียงดัง หลี่เซวียนหลงจึงเอื้อมมือมาแตะหน้าผากเพื่อวัดไข้ ก่อนจะยิ้มอย่างอารมณ์ดี“ไข้ขึ้นจนได้ ถึงเจ้าอยากจะได้ตัวข้า แต่ข้าคงจะสนองให้ไม่ได้หรอกนะ”หลี่เซวียนหลงเห็นเปลวไฟถูก
ดวงตาคมกริบเหลือบมองเด็กน้อย ก่อนจะเลื่อนสายตากลับไปมองตรงข้างหน้า มือร้อนๆ กดศีรษะเล็กๆ ไว้ให้แนบแผงอก “ไม่น่ารักเอาซะเลยนะเรา อนาคตต้องได้เป็นนักรบที่เหลือรอด[1]แน่นอน”“นายกองหลี่พูดถูกต้องแล้ว” เฉินเถาฮวาฟังแล้วยิ้มอย่างถูกใจทันที“อย่ามัวแต่พูดมาก เกาะม้าไว้ให้ดีๆ เร็วเข้า”มือหยาบกระด้างกดศีร
“ใช้เลือดเนื้อฟันผ่า? ท่านนายกองโง่งมพูดเสียสวยหรู เท่าที่ข้าเห็น ท่านเดินหน้าหาความตายไม่พอ ยังพาลูกน้องไปตายอีกต่างหาก วาจาเยี่ยงนี้ยังหลอกเด็กอย่างข้าไม่ได้เลย”เด็กหญิงกล้าต่อกรโดยไม่สะทกสะท้าน“ถ้าข้าจะสู้ ข้าจะสู้ด้วยสติปัญญา คนทำศึกหากไม่รู้ดินฟ้าอากาศ ไม่รู้จักกลยุทธ์ ไม่รู้จักใช้คน ไม่รู้จ
“เด็กเอ๋ยเด็ก การทำศึกไม่ได้วัดผลแพ้ชนะกันที่จำนวนทหารเสียหน่อย”เรียวปากของชายหนุ่มวัยสิบห้าเหยียดยิ้ม ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเด็กรัวๆ คนอย่างเขาชอบการต่อสู้เพราะฉะนั้นจึงไม่เกี่ยงหรอกว่าอีกฝ่ายจะเป็นแค่เด็กเจ็ดขวบ“ข้าอาจจะพลาดที่ไม่คิดว่าพี่ชายเจ้าจะซุ่มทัพไว้นอกเหนือจากที่คำนวณไว้ เรื่องจะง่ายขึ้นมา
บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน องค์หญิงหย่งอาน พระธิดาของเอี้ยนอ๋อง ประวัติความเป็นมาขององค์หญิงผู้นี้ไม่แน่ชัด แทบไม่มีใครล่วงรู้ตัวตนขององค์หญิงผู้นี้เลยด้วยซ้ำ หากพิจารณาจากรูปร่างหน้าตาอาจจะฟันธงไม่ได้ แต่ถ้าดูจากกิริยาท่าทาง นางมีสง่าราศีแฝงอยู่ก็จริง แต่ก็ยังห่างไกลจากคำว่าเชื้อพระวงศ์






![จะไม่ทนกับบทบาทนางร้าย [รีไรท์ตอนจบ]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)