ชายามังกร

ชายามังกร

Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
48Chapters
432views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

“เซวียนหลง” …พระอนุชาแห่งแคว้นหลี่ ในฐานะองค์ชายโดยสายเลือดผู้มีรูปลักษณ์งามดุจเทพสะกด ส่วนนาง… “เฉินเถาฮวา” จากเด็กหญิงใจเด็ด พื้นเพเร่ร่อนข้างถนน ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งองค์หญิงแห่งแคว้นเอี้ยน ปลอมตัวเป็นรองแม่ทัพผู้ประพฤติตนแสบสันเสียจนองค์ชายแห่งแคว้นหลี่อยากจะจับตัวมากระทืบ แต่ทันทีที่เขาจับกุมตัวได้ คู่แค้นอย่างนางกลับกลายเป็นหญิงงามดุจเทพธิดา ความขัดแย้งระหว่างแว่นแคว้นชักนำให้องค์หญิงแสนสวยตกอยู่ในฐานะเชลยสงคราม ร่วงลงกลายเป็นคณิกาไร้ค่า นางสลดบ้างหรือไม่…ก็ไม่ เดือดร้อนให้เขาต้องออกหน้า ซื้อตัวนางมาชำระความ ทบต้นทบดอกเสียให้สาสม แต่สวรรค์ช่างแกล้ง! หัวใจของเขาไม่เคยเกลียดนาง ไม่ว่าจะฐานันดรใด เขาก็ยอมใช้ชีวิตของตนเองเข้าเสี่ยงเป็นเดิมพัน ไขว่คว้านางมาเป็นคู่ใจ!

View More

Chapter 1

บทนำ 1

จากใจนักเขียน

                ชายามังกร เป็นนิยายแนวจีนสมมติ วางโครงเรื่องค่อนข้างหวือหวาตรงที่นางเอกของเรื่องต้องกลายเป็นชางจี้ หรือคณิกาผู้ขายเสียงดนตรี ซึ่งชีวิตของนางเอกในเรื่องรันทดไม่เบาตั้งแต่วัยเด็ก แม้ว่าจะเป็นบุตรีของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเอี้ยน แต่ชีวิตระหกระเหินกลายเป็นเด็กกำพร้าเร่ร่อน ความลำบากหล่อหลอมให้นางเอกทรหด ก่อนจะเปิดโอกาสด้วยมือตนเองจนได้เป็นพระธิดาบุญธรรมของเอี้ยนอ๋อง มีพี่ชายผู้สูงศักดิ์ทั้งสามชุบเลี้ยงดูแลอย่างอบอุ่น

                ชะตาชีวิตของนางเอกผูกพันอยู่กับสนามรบ ดังนั้นจึงปลอมตัวกระโจนเข้าสู่วังวนสงครามเพื่อเป้าหมายเดียวที่นางต้องการ นั่นคือพระเอกผู้ซึ่งเป็นองค์ชายแคว้นศัตรู กว่าจะลงเอยได้ด้วยดี ผู้เขียนหวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะประจักษ์ถึงความรักทรงพลังที่สุดของพวกเขา และมีความสุขที่ได้อ่านนิยายของตันเหมยนะคะ

ตันเหมย (มณีริน)

กันยายน 2560

ติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ https://www.f******k.com/maneerin.novel/

--------------------

บทนำ

                ลานสมรภูมิ ชายแดนแคว้นเอี้ยน

                เสียงกลองศึกดังระทึกขึ้นทันทีที่รุ่งอรุณไขแสง เร่งเร้าให้บรรยากาศฮึกเหิม เลือดร้อนระอุแล่นพล่านไปทั่วปฐพี แคว้นเอี้ยนทำศึกสงครามกับคู่แค้นอย่างแคว้นหลี่มาเนิ่นนานนับร้อยปี ต่างฝ่ายต่างรบพุ่งยึดครองดินแดนอย่างดุเดือด เลือดชโลมแผ่นดิน บัดนี้เป็นศึกครั้งที่เท่าไหร่แล้ว ทั้งสองฝ่ายต่างเลิกสนใจจดจำ

                “ทัพของเสด็จพี่จะมาถึงเมื่อใด”

                “อย่างช้าสี่วัน อย่างเร็ววันมะรืนพ่ะย่ะค่ะ”

                “ช้าเกินไป”

บุรุษองอาจผึ่งผายผู้หนึ่งยืนตระหง่านอยู่บนยอดผาเหนือสนามรบ ดูทรงพลังราวกับเทพที่จ้องมองลงมาจากเบื้องบน ร่างสูงกำยำสะพายเกาทัณฑ์คู่ใจ ข้างเอวเหน็บกระบี่คมกริบพร้อมพิฆาตศัตรู ริ้วธงทัพหลี่พัดปลิวไสวตามแรงลมโหมอยู่เบื้องหลัง

หลี่เซวียนหลง องค์ชายแห่งแคว้นหลี่กำลังเผชิญศึกหนัก

ท่ามกลางนายทหารร่างกำยำ รูปร่างขององค์ชายสง่างามโดดเด่นกว่าใคร ผิวกายคล้ำแดดบ่งบอกการฝึกฝนฝีมือการรบอย่างหนักหน่วง เสี้ยวพักตร์คมเข้มมีบาดแผลสดใหม่ซึ่งทำการรักษาอย่างลวกๆ แม้ว่าอากาศจะเย็นจับขั้วกระดูก ซึมแทรกผ่านเสื้อเกราะ แต่หัวใจแห่งชายชาตินักรบกำลังสูบฉีดเปลวเพลิงไปยังเส้นเลือดทุกเส้น บัดนี้ทั่วสี่ทิศเต็มไปด้วยซากศพทหารและศัตรูเกลื่อนกลาด บนเนินเขาจุดต่างๆ ไหม้เกรียม ยังมีควันไฟคละคลุ้งเหลือเป็นร่องรอยว่าการศึกของวันก่อนรุนแรงเพียงใด

ร่างสูงสง่าหรุบสายตาจ้องมองทัพเอี้ยนซึ่งตั้งพลอยู่ที่ราบเบื้องล่าง ห้อมล้อมเนินเขาแห่งนี้ไว้ในกรงเล็บ ฝ่ายทหารหลี่ของเขามีกำลังพลน้อยกว่า เสบียงกรังที่พี่ชายกำลังส่งมาถูกตัดขาดและอาจจะถูกทัพเอี้ยนจุดไฟเผาป้อมปราการธรรมชาติแห่งนี้ได้ทุกเมื่อ แต่แววตาของบุรุษหนุ่มก็หาได้หวั่นกลัว มีแต่จะยิ่งพึงพอใจที่จะได้แสดงฝีมือให้เป็นที่ยอมรับ

“พวกมันจะไม่เผาเนินเขานี้หรอก มันต้องการจับเป็นข้า”

องค์ชายหลี่เซวียนหลงประเดิมศึกแรกอย่างเต็มตัวโดยได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายกอง นำทหารฝีมือดีภายใต้สังกัดหน่วยเฟยหลงจำนวนห้าพัน เป้าหมายจู่โจมยึดเมืองยุทธภูมิสำคัญเพื่อชิงความได้เปรียบ แต่ตอนนี้เขากลับถูกซ้อนแผนตลบหลัง ไล่ต้อนให้มาตั้งหลักที่เนินเขาห่างจากเมืองเป้าหมายประมาณสามลี้ เสียกำลังพลไปเกือบครึ่ง เหลือทหารอยู่เพียงสามพันซึ่งล้วนอ่อนแรง

                “กราบทูลองค์ชาย ทัพเอี้ยนมีการเปลี่ยนแปลง จู่ๆ ก็แบ่งกำลังพลถอยออกไปจากสนามรบ อาจจะเป็นกลศึก”

รองหัวหน้าหน่วยนามจู้จื่อมีสีหน้าไม่สู้ดีนักขณะรายงาน ทัพหลี่สามพันคนกำลังถูกกำลังพลสามหมื่นล้อม ศัตรูมีมากมายมองไปสุดลูกหูลูกตา ซึ่งนี่เป็นศึกแรกขององค์ชายหลี่เซวียนหลงในวัยสิบห้าชันษา ที่ผ่านมาเขาติดตามทำศึกร่วมกับพี่ชายมาตั้งแต่สิบสองชันษา ดังนั้นเมื่อได้รับมอบหมายให้เคลื่อนทัพด้วยตนเองเป็นครั้งแรก องค์ชายหนุ่มรูปงามจึงลำพองใจในตนเอง หุนหันปรับเปลี่ยนแผนการเคลื่อนทัพจนถูกฝ่ายเอี้ยนไล่รุก จู้จื่อจึงมีสีหน้ากังวลตลอดเวลา ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับองค์ชาย พวกตนย่อมไม่พ้นโทษทัณฑ์สาหัสจากหลี่อ๋อง

หลังจากประชุมวางแผนกันแล้ว ทัพของหลี่อ๋องคงไม่สามารถมาช่วยพระอนุชาได้ทันแน่ การตั้งหลักยืดเยื้อก็จะเร่งให้กำลังของทหารทั้งสามพันอ่อนล้าลงเรื่อยๆ พวกเขายังไม่รู้หนทางแก้ไขสถานการณ์นี้เลย ขวัญกำลังใจเริ่มถดถอย

“เราจะตีฝ่า”

หลี่เซวียนหลงพูดเรียบๆ เสี้ยวพักตร์กระด้างนิ่งเฉยราวกับว่าต่อให้อีกฝ่ายแห่แหนเข้ามาตอนนี้ แววตาคมกร้าวก็ไม่สะทกสะท้าน เขาอาจจะเป็นผู้นำมือใหม่ก็จริง แต่สำหรับฝีมือการรบนั้นไม่แพ้ใครแน่ จู้จื่อกับนายทหารทั้งหมดจึงต่างหันมาประหนึ่งพร้อมใจกันตะโกนถามว่าจะเอาจริงหรือ สามหมื่นกับสามพัน สิบต่อหนึ่ง ตายแน่ๆ

                “พวกเจ้าเป็นทหารมือหนึ่งของหลี่ มีอะไรต้องเกรงกลัว พวกเจ้าแค่ฆ่าทหารเอี้ยนให้ได้อย่างต่ำสิบคน แค่นี้ก็ไม่มีปัญหา วันนี้ใครเป็นผู้นำทัพ”

                “ทัพเอี้ยนชูธงอสูรร้าย... เอี้ยนซ่านฉีพ่ะย่ะค่ะ”

“ดี เมื่อวานนี้มีแต่พวกรองแม่ทัพน่าเบื่อ” เรียวปากหยักได้รูปหยัดยิ้ม แววตามุทะลุยิ่งขึ้นมิได้ครั่นคร้าม “ข้าต้องการเด็ดหัวคนผู้นั้น”

ถึงแม้ว่าเอี้ยนอ๋องจะเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในวัง แต่พระองค์ก็เป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จมากคนหนึ่ง เพราะเอี้ยนอ๋องมีพระโอรสที่เป็นดั่งกระบี่ทรงพลานุภาพถึงสามคน หนึ่งคือเอี้ยนเซิน สองคือเอี้ยนซ่านฉีและสามเอี้ยนซื่อจิ้น รวมเป็นสามขุนพลสวรรค์แห่งแคว้นเอี้ยน องค์ชายรองเอี้ยนซ่านฉีเป็นผู้มีฝีมือรบเอกอุอยู่ในชั้นแนวหน้า เกิดในสนามรบ ฟันน้ำนมขึ้นครบในสมรภูมิ แม้จะอายุเพียงยี่สิบต้นๆ แต่ทว่าฝีมือทวนมีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่วทุกทิศจนได้รับฉายาว่า ‘ทวนมังกร’

หลี่เซวียนหลงเหยียดยิ้ม นับว่าสวรรค์ส่งของขวัญวันเกิดครบรอบอายุสิบห้าปีได้ถูกใจเขายิ่งนัก กระหายอยากทดสอบนักว่าศรเกาทัณฑ์สายฟ้าฟาดกับทวนมังกร อย่างไหนจะเร็วกว่ากัน!

                “เตรียมตัวพร้อมปะทะ เราจะบุกฝ่าออกไป จัดกระบวนทัพลิ่มทะลวง”

หลี่เซวียนหลงต้องการประลองฝีมือดั่งเด็กร้อนวิชา พร้อมจะดาหน้าเข้าประจัน ถ้าคิดจะฝ่าแนวล้อมออกไปต้องเจาะทะลวงให้ได้ในครั้งเดียว พูดง่ายแต่ทำยาก เพราะถ้าเสียจังหวะไปนิดเดียว ทัพสามหมื่นก็จะหนุนเนื่องเข้ามาเรื่อยๆ คนของเขาก็จะหมดแรงสู้และถูกรุมฆ่าในที่สุด

บรรยากาศทวีความเขม็งตึงตามจังหวะเสียงกลองศึก ทหารเกราะหนักเปลี่ยนรูปแบบแบ่งออกเป็นกองย่อย องค์ชายหนุ่มหมุนกายกลับมาเพื่อปลุกระดมขุนศึกทั้งหลายให้ฮึกเหิม ดวงตาสีดำจัดจ้าเป็นประกายราวกับมีดวงดารานับพัน แต่ทว่ามีอะไรบางอย่างลอยละลิ่วมากระแทกใบหน้าคมสันเข้าเต็มๆ ดังป้าบ

                สิ่งนั้นคือรองเท้าแพรไหมเล็กๆ ข้างหนึ่ง ปักลวดลายงดงาม รองเท้าข้างนั้นซัดใส่หน้าเขาก่อนจะหล่นตุบลงมาที่พื้น เหล่านายทหารต่างพากันอึ้ง คนที่อึ้งกว่าก็คือคนที่มีรอยรองเท้าทาบบนหน้า

                เด็กหน้าตาหมดจด แต่งกายอย่างบุตรขุนนางผู้หนึ่งยืนโดดเด่นท่ามกลางวงล้อมศัตรู ดวงตากลมโตฉายแววเอาเรื่อง มือซ้ายถือรองเท้าอีกข้าง ที่เอวเหน็บมีดเล็กๆ ขนาดพอดีตัว ดูจากสภาพเนื้อตัวมอมแมมชุ่มน้ำค้างแล้วน่าจะบุกป่าปีนเขาขึ้นมาตั้งแต่กลางดึก มุดซอกแซกไปมาจนเข้าประชิดถึงตัวนายกองผู้นำทัพได้เช่นนี้ มันน่านัก!

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
48 Chapters
บทนำ 1
จากใจนักเขียน ชายามังกร เป็นนิยายแนวจีนสมมติ วางโครงเรื่องค่อนข้างหวือหวาตรงที่นางเอกของเรื่องต้องกลายเป็นชางจี้ หรือคณิกาผู้ขายเสียงดนตรี ซึ่งชีวิตของนางเอกในเรื่องรันทดไม่เบาตั้งแต่วัยเด็ก แม้ว่าจะเป็นบุตรีของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเอี้ยน แต่ชีวิตระหกระเหินกลายเป็นเด็กกำพร้าเร่ร่อน ความลำบากหล่อหลอมให้นางเอกทรหด ก่อนจะเปิดโอกาสด้วยมือตนเองจนได้เป็นพระธิดาบุญธรรมของเอี้ยนอ๋อง มีพี่ชายผู้สูงศักดิ์ทั้งสามชุบเลี้ยงดูแลอย่างอบอุ่น ชะตาชีวิตของนางเอกผูกพันอยู่กับสนามรบ ดังนั้นจึงปลอมตัวกระโจนเข้าสู่วังวนสงครามเพื่อเป้าหมายเดียวที่นางต้องการ นั่นคือพระเอกผู้ซึ่งเป็นองค์ชายแคว้นศัตรู กว่าจะลงเอยได้ด้วยดี ผู้เขียนหวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะประจักษ์ถึงความรักทรงพลังที่สุดของพวกเขา และมีความสุขที่ได้อ่านนิยายของตันเหมยนะคะตันเหมย (มณีริน)กันยายน 2560ติดตามข่าวสารกิจกรรมได้ที่ https://www.facebook.com/maneerin.novel/--------------------บทนำ ลานสมรภูมิ ชายแดนแคว้นเอี้ยน เสียงกลองศึกดังระทึกขึ้นทันทีที่รุ่งอรุณไขแสง เร่งเร้าให้บรรยากาศฮ
Read more
บทนำ 2
เด็กน้อยก้าวขาไปข้างหน้าก้าวหนึ่งแล้วชันเข่าลงคำนับ “นายกองหลี่... ข้ามาเพื่อเจรจา วางอาวุธแล้วมาตกลงกันดีกว่า” “ข้าไม่รู้จักมารยาทการขอเจรจาด้วยการปารองเท้าใส่” “ข้าเองก็ไม่รู้จักมารยาทของพวกอันธพาลรุกรานชาวบ้านเช่นกัน ตอนนี้อันธพาลเช่นท่านกำลังถูกไล่ตีเหมือนสุนัข ข้านำทางออกมาให้ก็ควรจะคำนับขอบคุณข้าถึงจะถูก” “ไอ้เปี๊ยกอวดดีผู้นี้เป็นใคร วอนหาที่ตาย”หลี่เซวียนหลงเดือดจนมือหงิก กำรองเท้าข้างนั้นแน่นแทบแหลก จู้จื่อจับกุมตัวเด็กตัวน้อยไว้แล้วโดยหิ้วคอเสื้อด้านหลังขึ้นมาจนขาห้อยต่องแต่ง แต่หนูน้อยยังออกฤทธิ์ เตะขาเหวี่ยงไปมาและปารองเท้าอีกข้างใส่หน้าหลี่เซวียนหลง ทาบรอยเดิมพอดิบพอดี เหล่าทหารต่างอึ้งตาค้าง มีเพียงแต่เด็กน้อยที่จงใจหัวเราะเสียงดัง “ยกทัพมาเพื่อยึดเมืองอะไรกัน นายกองหลี่... รองเท้าของข้าท่านยังหลบไม่ได้เลย คงต้องพิจารณาชื่อเสียงของท่านใหม่จะดีกว่า” เจ้าหนูรู้ว่าเขาเป็นใคร แต่บังอาจจงใจเรียกเขาว่า ‘นายกองหลี่’ องค์ชายหนุ่มวัยสิบห้าชันษาคำรามฮือ พ่นลมออกจมูกดังพรืด แต่เด็กน้อยหาได้เกรงกลัว มือข
Read more
บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน 1
บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน องค์หญิงหย่งอาน พระธิดาของเอี้ยนอ๋อง ประวัติความเป็นมาขององค์หญิงผู้นี้ไม่แน่ชัด แทบไม่มีใครล่วงรู้ตัวตนขององค์หญิงผู้นี้เลยด้วยซ้ำ หากพิจารณาจากรูปร่างหน้าตาอาจจะฟันธงไม่ได้ แต่ถ้าดูจากกิริยาท่าทาง นางมีสง่าราศีแฝงอยู่ก็จริง แต่ก็ยังห่างไกลจากคำว่าเชื้อพระวงศ์หญิงมากโขบัดนี้องค์หญิงหย่งอานแห่งแคว้นเอี้ยนถูกจับมัดห้อยต่องแต่งกับกิ่งไม้ใหญ่ เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยเศษโคลนเศษใบไม้ หลี่เซวียนหลงจัดการล้างแค้นด้วยการนำรองเท้าของนางผูกห้อยคอเด็กหญิงไว้ หวังจะแกล้งให้ร้องไห้โฮเสียบ้างแต่นางกลับยิ้มขอบคุณ“ขอบใจ ถ้าข้าทำรองเท้าหายอีก พี่ข้าต้องบ่นสามวันสามคืนแน่”“ข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเจ้าคือองค์หญิงตัวจริง”เฉินเถาฮวายักไหล่ “มีตาหามีแววไม่ ข้าก็ได้แต่จนใจ”ท่าทีสงบนิ่งผิดวิสัยของนางสะกิดความสงสัยของเขาจนยากจะระงับ ชายหนุ่มจึงเดินวนรอบตัวเด็กหญิง ตาตี่ มือไม้ดำปี๋แถมฟันหลอแบบนี้ พลิกดูอย่างไรก็ระบุไม่ได้ว่าเป็นเชื้อพระวงศ์ ขนาดเด็กรับใช้ในจวนของเขายังน่ามองกว่าเลย และแล้วก็มีสิ่งที่ตัดสินได้ เมื่อหลี่เซวียนหลงก้มลงดอมดมไปตามซอกคอและหน้าอกของเด็กหญิง
Read more
บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน 2
“เด็กเอ๋ยเด็ก การทำศึกไม่ได้วัดผลแพ้ชนะกันที่จำนวนทหารเสียหน่อย”เรียวปากของชายหนุ่มวัยสิบห้าเหยียดยิ้ม ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเด็กรัวๆ คนอย่างเขาชอบการต่อสู้เพราะฉะนั้นจึงไม่เกี่ยงหรอกว่าอีกฝ่ายจะเป็นแค่เด็กเจ็ดขวบ“ข้าอาจจะพลาดที่ไม่คิดว่าพี่ชายเจ้าจะซุ่มทัพไว้นอกเหนือจากที่คำนวณไว้ เรื่องจะง่ายขึ้นมากหากข้าใช้เจ้าเปิดทางตีฝ่า... บอกข้ามา เจ้าลงทุนลงแรงปีนขึ้นมาที่เนินเขานี่ทำไม”“นายกองมือใหม่อย่างท่านจะไปเข้าใจอะไรล่ะ” เฉินเถาฮวาหน้าบึ้ง แก้มยุ้ยๆ แดงก่ำ “ทำไมพวกแคว้นหลี่ถึงชอบรุกรานแคว้นเอี้ยนนัก!”“เด็กอย่างเจ้าจะไปเข้าใจอะไร”หลี่เซวียนหลงแกล้งย้อน ริมฝีปากแดงจิ้มลิ้มพูดคำก็นายกองมือใหม่ สองคำก็นายกองมือใหม่ หลี่เซวียนหลงจึงแกล้งหมุนตัวเด็กหญิง แล้วปล่อยให้เชือกคลายเกลียว หมุนร่างเฉินเถาฮวาติ้วๆ จากนั้นก็แกล้งวางผลผิงกั่ว[1]บนศีรษะของเด็กน้อย“ท่านจะทำอะไร”“ข้าเป็นคนขี้เบื่อ... ต้องหาอะไรทำแก้เบื่อเสมอ เรื่องที่ข้าชอบคือ...”ร่างสูงองอาจเหนี่ยวศรสุดสายโดยไม่ต้องเล็ง เกาทัณฑ์พุ่งทะลุผิงกั่วแม่นราวกับจับวาง เฉินเถาฮวาก็แน่ ไม่แม้แต่กะพริบตาหวาดกลัวหรือร้องไห้แต่อย่างใด ยังกล้าร้องด่า
Read more
บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน 3
“ใช้เลือดเนื้อฟันผ่า? ท่านนายกองโง่งมพูดเสียสวยหรู เท่าที่ข้าเห็น ท่านเดินหน้าหาความตายไม่พอ ยังพาลูกน้องไปตายอีกต่างหาก วาจาเยี่ยงนี้ยังหลอกเด็กอย่างข้าไม่ได้เลย”เด็กหญิงกล้าต่อกรโดยไม่สะทกสะท้าน“ถ้าข้าจะสู้ ข้าจะสู้ด้วยสติปัญญา คนทำศึกหากไม่รู้ดินฟ้าอากาศ ไม่รู้จักกลยุทธ์ ไม่รู้จักใช้คน ไม่รู้จักวางแผนนั่นเขาเรียกว่าพวกกะโหลกหนา ถ้าท่านคิดยื้อรอเวลาให้ทัพหลักของพี่ชายท่านตามมาสมทบ ผู้อื่นก็คิดได้เช่นกัน พี่ชายของข้าย่อมเตรียมการตีตลบหลังไว้แล้ว ตามความเห็นของข้า... แม่ทัพที่เก่งกล้าและฉลาด เขารู้จักหาวิธีเอาชนะศึกโดยที่สูญเสียน้อยที่สุด! จำเอาไว้!”หลี่เซวียนหลงจ้องหน้าเฉินเถาฮวาตาเขม็ง ตาจ้องตาไม่มีใครยอมใคร เด็กอะไรอวดดีจนน่าโมโห กล้าด่าเขาว่าเป็นแม่ทัพที่โง่และไร้ความสามารถ มือแกร่งจึงถอนศรเกาทัณฑ์ออกจากผลผิงกั่วอย่างหงุดหงิด ชักกระบี่คมวาวออกมาตรงหน้า“องค์...ชาย องค์ชาย นางยังเด็ก พูดจาอะไรไม่ระวังมารยาทไปบ้าง ท่านอย่าได้ลงมือลงไม้ต่อเด็กเลย” จู้จื่อพยายามห้ามปราม“ถอยไป”หลี่เซวียนหลงยืนตระหง่านพร้อมกระบี่คมกริบในมือ ดวงตาเล็กๆ คู่นั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหวั่นเกรงแต่อย่างใด
Read more
บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน 4
ดวงตาคมกริบเหลือบมองเด็กน้อย ก่อนจะเลื่อนสายตากลับไปมองตรงข้างหน้า มือร้อนๆ กดศีรษะเล็กๆ ไว้ให้แนบแผงอก “ไม่น่ารักเอาซะเลยนะเรา อนาคตต้องได้เป็นนักรบที่เหลือรอด[1]แน่นอน”“นายกองหลี่พูดถูกต้องแล้ว” เฉินเถาฮวาฟังแล้วยิ้มอย่างถูกใจทันที“อย่ามัวแต่พูดมาก เกาะม้าไว้ให้ดีๆ เร็วเข้า”มือหยาบกระด้างกดศีรษะของเด็กหญิงให้หมอบต่ำหลบห่าธนูที่พุ่งมาอีกระลอก หลี่เซวียนหลงหลอกล่อให้ทัพเอี้ยนไล่ติดตามมาเพื่อให้ทัพสามพันของตนหลุดพ้นจากการติดตาม แต่บุคคลที่ตามไล่ตีคือหนึ่งในสามขุนพลสวรรค์ นับว่าเป็นงานหินของหลี่เซวียนหลงยิ่งนักความเร็วของม้าและกระแสลมกระโชกดึงมวยผมขององค์หญิงน้อยจนหลุดลุ่ย พัดสยายไม่เรียบร้อย แต่เฉินเถาฮวามิได้สนใจเพราะกำลังเบิกตากว้าง จ้องมองฝีมือการยิงเกาทัณฑ์ขณะควบม้าสุดฝีเท้าของหลี่เซวียนหลง เขายิงคราวละสามดอก ทิศทางแม่นยำและรวดเร็วแม้ว่าม้าคู่ใจจะห้อตะบึงอยู่บนทางที่เต็มไปด้วยกรวดและหินก็ตาม“เจ้าควบม้าเป็นมั้ย” เขาถาม“เป็น”“งั้นก็จัดการซะ” พูดจบก็โยนสายบังเหียนให้ ส่วนตัวชายหนุ่มผาดแผลงยิงเข้าเป้าไม่มีพลาด เฉินเถาฮวาพยายามจะขัดขวางเขาด้วยการบังคับม้าให้วิ่งซ้ายขวาไม่แน่นอน แ
Read more
บทที่ 2 ไปอยู่กับข้า 1
บทที่ 2 ไปอยู่กับข้าชาติกำเนิดที่แท้จริงของเฉินเถาฮวานั้นเกิดในตระกูลใหญ่ และทุกคนต่างรู้ดีว่าครอบครัวเฉินมีศักดิ์ศรีเป็นขุนศึกมาทุกรุ่น สายเลือดอันเข้มข้นถ่ายทอดความสามารถมาถึงทายาทคนสุดท้าย บิดาของนางคือเฉินไท่เหวิน แม่ทัพคู่พระทัยของเอี้ยนอ๋อง เฉินเถาฮวาไม่เคยพบหน้าเพราะบิดาสิ้นชีพในสนามรบตั้งแต่นางยังไม่เกิดเมื่อนางอายุเพียงห้าขวบมารดาก็เสียชีวิต เด็กหญิงไร้ที่พึ่งพิง ถูกญาติพี่น้องสกุลจ้าวซึ่งเป็นญาติฝ่ายแม่ข่มเหงรังแก ดูแลนางเยี่ยงเด็กบ่าวคนหนึ่ง ไม่ให้การศึกษา ไม่แนะนำให้ผู้ใดรู้จักว่านางเป็นทายาทแม่ทัพเฉิน เมื่อญาติผู้ใหญ่เข้ามาดูแลบัญชีภายในจวน เห็นทรัพย์สมบัติและที่ดินพระราชทานจำนวนมากของสกุลเฉินก็ตาโต กลายเป็นฉนวนสำคัญที่ทำให้เฉินเถาฮวาถูกจ้องทำร้าย ดังนั้นเด็กหญิงวัยห้าขวบจึงถูกพี่เลี้ยงตีจนสลบแล้วทิ้งให้ตายกลางป่าแต่เฉินเถาฮวารอดมาได้เมื่อโซซัดโซเซกลับเข้าเมือง กลับได้ยินชาวบ้านพูดถึงงานศพของตัวเองและญาติผู้ใหญ่สกุลจ้าวประกาศเข้ามาดูแลจวนสกุลเฉินเรียบร้อยแล้ว สกุลจ้าวจึงผงาดขึ้นเป็นตระกูลขุนนางใหญ่อันดับหนึ่งแห่งแคว้นเอี้ยน“ท่านพ่อ... ท่านแม่...”เฉินเถาฮวาเห็นป้ายหล
Read more
บทที่ 2 ไปอยู่กับข้า 2
“หยุด!” เอี้ยนอ๋องตวาด ส่วนปลายแส้ม้านั้นเอี้ยนซ่านฉีตวัดฝ่ามือรับไว้ให้ทัน เขาลอบสังเกตเด็กน้อย นึกแปลกใจในความสุขุมเกินวัยเด็ก นับว่ากำลังขวัญของนางกล้าแข็งดีเยี่ยม“ฮวาเอ๋อร์คำนับท่านอ๋อง”ร่างน้อยคุกเข่าลง พูดจาฉาดฉาน ผิวพรรณของนางใสกระจ่างดุจหยกเนื้องามแอบซ่อนอยู่ภายใต้เสื้อผ้าหยาบปอนสกปรก ดวงหน้าหวานใสเดาได้ไม่ยากว่าในอนาคตนางจะต้องเติบโตขึ้นเป็นโฉมสะคราญไร้ผู้ใดเทียบ เฉินเถาฮวาวัยห้าขวบจ้องมองเอี้ยนอ๋องด้วยดวงตาโตประกายเจิดจ้า สงบนิ่งจนบรรยากาศวุ่นวายรอบตัวเอี้ยนอ๋องจางหายไป เหลือเพียงแววตาห้าวหาญทระนงของเด็กหญิงที่เด่นชัดขึ้นมา“บังอาจ! นักเด็กไร้มารยาท ไสหัวของเจ้าไปซะ บังอาจจ้องพระพักตร์ท่านอ๋องเยี่ยงนี้ได้อย่างไร?!” ทหารองครักษ์ตรงมาขับไล่ แต่เด็กหญิงนิ่งเฉย เพียงสบตาก็ปลดปล่อยความน่าเกรงขามจนทหารผู้นั้นผงะถอย“เหตุใดประชาชนผู้เสียสละเลือดเนื้อจึงไม่สามารถมองหน้าผู้ปกครองแคว้นได้เล่า พระองค์มีอะไรสู้หน้าประชาชนไม่ได้งั้นหรือ?”วาจากล้าหาญไร้ความกลัวเช่นนี้ แววตาเข้มแข็งเช่นนี้ เอี้ยนอ๋องรู้
Read more
บทที่ 2 ไปอยู่กับข้า 3
นับจากนั้นมาเฉินเถาฮวาก็ขึ้นเป็นองค์หญิงหย่งอาน พระธิดาบุญธรรมของเอี้ยนอ๋อง ทรงมิได้ตามใจเด็กหญิงแต่เลี้ยงดูอย่างเข้มงวด มีเอี้ยนเซินเป็นผู้สอนน้องสาวให้เขียนอ่าน สอนประวัติศาสตร์และระเบียบแบบแผนของราชสำนัก เอี้ยนซ่านฉีสอนขี่ม้า ส่วนเอี้ยนซื่อจิ้นไม่สอนอะไรทั้งนั้น เน้นใช้แรงงานอย่างเดียวเวลาพวกพี่ๆ ฝึกซ้อมเพลงดาบเพลงทวน เด็กหญิงก็จะแอบดูและทำตามเก้ๆ กังๆ เอี้ยนซ่านฉีรู้เข้าจึงยอมให้ฝึกทวนอยู่ข้างๆ และดูแลแบบน้องชายคนหนึ่ง ต่อให้ฝึกโหดแค่ไหน เฉินเถาฮวาก็ไม่หวั่นเพราะอดทนผ่านความยากลำบากอยู่ที่ข้างถนนมาก่อน เอี้ยนซ่านฉีเห็นหน่วยก้านดีจึงสอนทุกอย่างที่เกี่ยวกับการรบให้ นานวันเข้าเจ้าดอกท้อตัวน้อยก็ชอบเล่นกระบี่กระบองแบบเด็กผู้ชาย ชอบแต่งตัวเยี่ยงบุรุษผู้หนึ่ง“ฉิบหาย!! ทำไมศึกแรกของข้าถึงได้ซวยแบบนี้”องค์ชายหลี่เซวียนหลงทะลึ่งตัวขึ้นเหนือผิวน้ำได้ก็แหวกว่ายฝ่ากระแสน้ำตรงเข้าไปช่วยเฉินเถาฮวาที่ตกใจจนสำลักน้ำ จะจมแหล่มิจมแหล่ ชุดเกราะหนักมากก็จริงแต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา เมื่อคว้าตัวเด็กหญิงได้ก็พาขึ้นฝั่งโดยที่เจ้าเฟยหลงตะเกียกตะกายตามมาติดๆมือน้อยๆ เกาะเส
Read more
บทที่ 2 ไปอยู่กับข้า 4
“องค์หญิงน้อย...ข้ายอมรับว่าเจ้ากล้าหาญ ข้าสัญญาว่าจะไม่ทิ้งเจ้า รีบส่งขามาให้ข้า หากไม่รีบรักษาเจ้าอาจจะพิการไปตลอดชีวิต”เมื่อนางยอมสบตาเขาอีกครั้งและยอมยื่นขาข้างที่บาดเจ็บออกมาให้ทั้งที่ตัวเปียกปอนหนาวสั่น แม้ว่ากิริยาอาการยังเงอะงะแต่ก็แสดงถึงความไว้ใจ แค่ได้ยินเขาพูดว่า ‘ไม่ทิ้ง’ นางก็แย้มยิ้มทั้งน้ำตา สร้างผลกระทบร้ายแรงบางอย่างให้แก่องค์ชายหนุ่ม เขาเป็นฝ่ายหน้าแดงวาบและหันหนีไปอีกทางขณะคลำตรวจกระดูกอืม... ขาหัก... เขากุมขมับ เวรเอ๊ย   องค์ชายหนุ่มลุกไปดูอาการบาดเจ็บของม้าคู่ใจ มันสบายดีไม่มีปัญหา แค่ตัวเปียกม่อล่อกม่อแลก ส่วนคันธนูกับลูกเกาทัณฑ์ยังอยู่ครบดี เขาจัดการหักคมแหลมทิ้งไปแล้วใช้มันดามขาไว้ชั่วคราว เฉินเถาฮวานั่งนิ่ง มองดูเขาฉีกชายเสื้อตนเองมาผูกขาให้แน่นแล้วอุ้มขึ้นจากน้ำ พาไปนั่งหลบใต้เงาไม้และผิวปากเรียกเฟยหลงให้มานั่งอยู่เป็นเพื่อน“ขาของเจ้าหัก นั่งอยู่ตรงนี้ อย่าไปไหนล่ะ ข้าจะไปหากิ่งไม้แห้งมาให้เจ้าผิงไฟ”เขาพูดดักคอเพราะเด็กหญิงทำท่าจะลุกตาม มือแกร่งจึงยันหน้าผากเด็กให้นั
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status