เข้าสู่ระบบ“เซวียนหลง” …พระอนุชาแห่งแคว้นหลี่ ในฐานะองค์ชายโดยสายเลือดผู้มีรูปลักษณ์งามดุจเทพสะกด ส่วนนาง… “เฉินเถาฮวา” จากเด็กหญิงใจเด็ด พื้นเพเร่ร่อนข้างถนน ก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งองค์หญิงแห่งแคว้นเอี้ยน ปลอมตัวเป็นรองแม่ทัพผู้ประพฤติตนแสบสันเสียจนองค์ชายแห่งแคว้นหลี่อยากจะจับตัวมากระทืบ แต่ทันทีที่เขาจับกุมตัวได้ คู่แค้นอย่างนางกลับกลายเป็นหญิงงามดุจเทพธิดา ความขัดแย้งระหว่างแว่นแคว้นชักนำให้องค์หญิงแสนสวยตกอยู่ในฐานะเชลยสงคราม ร่วงลงกลายเป็นคณิกาไร้ค่า นางสลดบ้างหรือไม่…ก็ไม่ เดือดร้อนให้เขาต้องออกหน้า ซื้อตัวนางมาชำระความ ทบต้นทบดอกเสียให้สาสม แต่สวรรค์ช่างแกล้ง! หัวใจของเขาไม่เคยเกลียดนาง ไม่ว่าจะฐานันดรใด เขาก็ยอมใช้ชีวิตของตนเองเข้าเสี่ยงเป็นเดิมพัน ไขว่คว้านางมาเป็นคู่ใจ!
ดูเพิ่มเติมดวงตาคมกริบเหลือบมองเด็กน้อย ก่อนจะเลื่อนสายตากลับไปมองตรงข้างหน้า มือร้อนๆ กดศีรษะเล็กๆ ไว้ให้แนบแผงอก “ไม่น่ารักเอาซะเลยนะเรา อนาคตต้องได้เป็นนักรบที่เหลือรอด[1]แน่นอน”“นายกองหลี่พูดถูกต้องแล้ว” เฉินเถาฮวาฟังแล้วยิ้มอย่างถูกใจทันที“อย่ามัวแต่พูดมาก เกาะม้าไว้ให้ดีๆ เร็วเข้า”มือหยาบกระด้างกดศีรษะของเด็กหญิงให้หมอบต่ำหลบห่าธนูที่พุ่งมาอีกระลอก หลี่เซวียนหลงหลอกล่อให้ทัพเอี้ยนไล่ติดตามมาเพื่อให้ทัพสามพันของตนหลุดพ้นจากการติดตาม แต่บุคคลที่ตามไล่ตีคือหนึ่งในสามขุนพลสวรรค์ นับว่าเป็นงานหินของหลี่เซวียนหลงยิ่งนักความเร็วของม้าและกระแสลมกระโชกดึงมวยผมขององค์หญิงน้อยจนหลุดลุ่ย พัดสยายไม่เรียบร้อย แต่เฉินเถาฮวามิได้สนใจเพราะกำลังเบิกตากว้าง จ้องมองฝีมือการยิงเกาทัณฑ์ขณะควบม้าสุดฝีเท้าของหลี่เซวียนหลง เขายิงคราวละสามดอก ทิศทางแม่นยำและรวดเร็วแม้ว่าม้าคู่ใจจะห้อตะบึงอยู่บนทางที่เต็มไปด้วยกรวดและหินก็ตาม“เจ้าควบม้าเป็นมั้ย” เขาถาม“เป็น”“งั้นก็จัดการซะ” พูดจบก็โยนสายบังเหียนให้ ส่วนตัวชายหนุ่มผาดแผลงยิงเข้าเป้าไม่มีพลาด เฉินเถาฮวาพยายามจะขัดขวางเขาด้วยการบังคับม้าให้วิ่งซ้ายขวาไม่แน่นอน แ
“ใช้เลือดเนื้อฟันผ่า? ท่านนายกองโง่งมพูดเสียสวยหรู เท่าที่ข้าเห็น ท่านเดินหน้าหาความตายไม่พอ ยังพาลูกน้องไปตายอีกต่างหาก วาจาเยี่ยงนี้ยังหลอกเด็กอย่างข้าไม่ได้เลย”เด็กหญิงกล้าต่อกรโดยไม่สะทกสะท้าน“ถ้าข้าจะสู้ ข้าจะสู้ด้วยสติปัญญา คนทำศึกหากไม่รู้ดินฟ้าอากาศ ไม่รู้จักกลยุทธ์ ไม่รู้จักใช้คน ไม่รู้จักวางแผนนั่นเขาเรียกว่าพวกกะโหลกหนา ถ้าท่านคิดยื้อรอเวลาให้ทัพหลักของพี่ชายท่านตามมาสมทบ ผู้อื่นก็คิดได้เช่นกัน พี่ชายของข้าย่อมเตรียมการตีตลบหลังไว้แล้ว ตามความเห็นของข้า... แม่ทัพที่เก่งกล้าและฉลาด เขารู้จักหาวิธีเอาชนะศึกโดยที่สูญเสียน้อยที่สุด! จำเอาไว้!”หลี่เซวียนหลงจ้องหน้าเฉินเถาฮวาตาเขม็ง ตาจ้องตาไม่มีใครยอมใคร เด็กอะไรอวดดีจนน่าโมโห กล้าด่าเขาว่าเป็นแม่ทัพที่โง่และไร้ความสามารถ มือแกร่งจึงถอนศรเกาทัณฑ์ออกจากผลผิงกั่วอย่างหงุดหงิด ชักกระบี่คมวาวออกมาตรงหน้า“องค์...ชาย องค์ชาย นางยังเด็ก พูดจาอะไรไม่ระวังมารยาทไปบ้าง ท่านอย่าได้ลงมือลงไม้ต่อเด็กเลย” จู้จื่อพยายามห้ามปราม“ถอยไป”หลี่เซวียนหลงยืนตระหง่านพร้อมกระบี่คมกริบในมือ ดวงตาเล็กๆ คู่นั้นก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหวั่นเกรงแต่อย่างใด
“เด็กเอ๋ยเด็ก การทำศึกไม่ได้วัดผลแพ้ชนะกันที่จำนวนทหารเสียหน่อย”เรียวปากของชายหนุ่มวัยสิบห้าเหยียดยิ้ม ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเด็กรัวๆ คนอย่างเขาชอบการต่อสู้เพราะฉะนั้นจึงไม่เกี่ยงหรอกว่าอีกฝ่ายจะเป็นแค่เด็กเจ็ดขวบ“ข้าอาจจะพลาดที่ไม่คิดว่าพี่ชายเจ้าจะซุ่มทัพไว้นอกเหนือจากที่คำนวณไว้ เรื่องจะง่ายขึ้นมากหากข้าใช้เจ้าเปิดทางตีฝ่า... บอกข้ามา เจ้าลงทุนลงแรงปีนขึ้นมาที่เนินเขานี่ทำไม”“นายกองมือใหม่อย่างท่านจะไปเข้าใจอะไรล่ะ” เฉินเถาฮวาหน้าบึ้ง แก้มยุ้ยๆ แดงก่ำ “ทำไมพวกแคว้นหลี่ถึงชอบรุกรานแคว้นเอี้ยนนัก!”“เด็กอย่างเจ้าจะไปเข้าใจอะไร”หลี่เซวียนหลงแกล้งย้อน ริมฝีปากแดงจิ้มลิ้มพูดคำก็นายกองมือใหม่ สองคำก็นายกองมือใหม่ หลี่เซวียนหลงจึงแกล้งหมุนตัวเด็กหญิง แล้วปล่อยให้เชือกคลายเกลียว หมุนร่างเฉินเถาฮวาติ้วๆ จากนั้นก็แกล้งวางผลผิงกั่ว[1]บนศีรษะของเด็กน้อย“ท่านจะทำอะไร”“ข้าเป็นคนขี้เบื่อ... ต้องหาอะไรทำแก้เบื่อเสมอ เรื่องที่ข้าชอบคือ...”ร่างสูงองอาจเหนี่ยวศรสุดสายโดยไม่ต้องเล็ง เกาทัณฑ์พุ่งทะลุผิงกั่วแม่นราวกับจับวาง เฉินเถาฮวาก็แน่ ไม่แม้แต่กะพริบตาหวาดกลัวหรือร้องไห้แต่อย่างใด ยังกล้าร้องด่า
บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน องค์หญิงหย่งอาน พระธิดาของเอี้ยนอ๋อง ประวัติความเป็นมาขององค์หญิงผู้นี้ไม่แน่ชัด แทบไม่มีใครล่วงรู้ตัวตนขององค์หญิงผู้นี้เลยด้วยซ้ำ หากพิจารณาจากรูปร่างหน้าตาอาจจะฟันธงไม่ได้ แต่ถ้าดูจากกิริยาท่าทาง นางมีสง่าราศีแฝงอยู่ก็จริง แต่ก็ยังห่างไกลจากคำว่าเชื้อพระวงศ์หญิงมากโขบัดนี้องค์หญิงหย่งอานแห่งแคว้นเอี้ยนถูกจับมัดห้อยต่องแต่งกับกิ่งไม้ใหญ่ เนื้อตัวมอมแมมเต็มไปด้วยเศษโคลนเศษใบไม้ หลี่เซวียนหลงจัดการล้างแค้นด้วยการนำรองเท้าของนางผูกห้อยคอเด็กหญิงไว้ หวังจะแกล้งให้ร้องไห้โฮเสียบ้างแต่นางกลับยิ้มขอบคุณ“ขอบใจ ถ้าข้าทำรองเท้าหายอีก พี่ข้าต้องบ่นสามวันสามคืนแน่”“ข้าจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเจ้าคือองค์หญิงตัวจริง”เฉินเถาฮวายักไหล่ “มีตาหามีแววไม่ ข้าก็ได้แต่จนใจ”ท่าทีสงบนิ่งผิดวิสัยของนางสะกิดความสงสัยของเขาจนยากจะระงับ ชายหนุ่มจึงเดินวนรอบตัวเด็กหญิง ตาตี่ มือไม้ดำปี๋แถมฟันหลอแบบนี้ พลิกดูอย่างไรก็ระบุไม่ได้ว่าเป็นเชื้อพระวงศ์ ขนาดเด็กรับใช้ในจวนของเขายังน่ามองกว่าเลย และแล้วก็มีสิ่งที่ตัดสินได้ เมื่อหลี่เซวียนหลงก้มลงดอมดมไปตามซอกคอและหน้าอกของเด็กหญิง