LOGINเมื่อชีวิตที่ควรจะรุ่งโรจน์ของ ‘อาจารย์เวยเวย’ ต้องดับสิ้นลงเพราะอาการหัวใจวายเฉียบพลัน แถมดันทะลุมิติมาพร้อมระบบโง่ ติดแหง็กอยู่ในนิยายแนวโอโตเมะเกมพร้อมกล้องยาสูบในฐานะ ‘นายหญิงใหญ่แห่งหอหงเหมย’ หอคณิกาอันดับหนึ่งในฉางอัน
View More[ยินดีด้วยโฮสต์ใหม่! รางวัลสำหรับวันแรกทะลุมิติ: หนึ่งตำลึงทอง!]
ดวงตาคู่สวยจ้องเขม็งไปยังตัวอักษรสีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะพร้อมเสียงแหลมเล็กน่ารำคาญ มู่หว่านฉิง สบถด่าในใจ ‘ไอ้ระบบเฮงซวย! ฉันติดแหง็กอยู่ที่นี่มาหกเดือนจนจะกลายเป็นผีเฝ้าหอนางโลมอยู่แล้ว แกเพิ่งจะมาโผล่มาให้รางวัลวันแรก นี่แกใช้สมองหมูขับเคลื่อนระบบรึ’
ใบหน้างามบึ้งตึ้งหนัก เรียวนิ้วยาวที่แต้มชาดแดงบนเล็บหยิบกล้องยาสูบแกะสลักจากหยกขึ้นมาจรดริมฝีปาก ก่อนจะเอนกายพิงพนักนุ่มอย่างเกียจคร้าน ในจังหวะนั้นเอง สาวใช้คนสนิททั้งสองก็เปิดประตูเข้ามาปรนนิบัติ
“ชาเจ้าค่ะ นายหญิง”
“วางไว้แล้วออกไป วันนี้ข้าอยากอยู่เงียบ ๆ ห้ามใครเข้ามารบกวนเด็ดขาด” หว่านฉิงโบกมือไล่ด้วยความรำคาญใจ ขณะที่บ่าวรับใช้กำลังจัดวางถาดชาและอาภรณ์ชุดใหม่ลงบนโต๊ะไม้พะยูงบริเวณกลางห้อง ดรุณีน้อยนางหนึ่งมีสีหน้าเป็นกังวล ทำท่าคล้ายจะเอ่ยปากพูดบางอย่าง
“ไม่ได้ยินที่ข้าสั่งหรือไร? จัดการงานเสร็จแล้วก็รีบไสหัวออกไปเสีย”
“เจ้าค่ะนายหญิง มีอะไรรีบเรียกบ่าวนะเจ้าคะ”
“อื้ม...”
น้ำเสียงและสีหน้าไม่รับแขกของนายหญิงทำให้พวกนางต้องรีบออกไปรออยู่บริเวณหน้าห้อง เผื่อว่าหากนายหญิงต้องการสิ่งใดจะได้ยินเสียงเรียกอย่างทันท่วงที
อาคารหรูหราโอ่อ่าแห่งนี้มีถึงห้าชั้น ห้องพักชั้นบนสุดเป็นห้องของนายหญิงแห่งหอหงเหมย
ภายในห้องที่แบ่งแยกเป็นสัดส่วนประดับประดาด้วยเหมยแดงบานสะพรั่ง พื้นห้องปูด้วยพรมขนสัตว์หนานุ่มจากแดนตะวันตก เครื่องเรือนทุกชิ้นล้วนหรูหราสมฐานะบุตรสาวคนเล็กตระกูลมู่ ทั้งไม้พะยูงสลักลายประดับทองคำ ม่านมุกและผ้าแพรต่วนสีชาดทิ้งตัวลงจากเพดาน
‘มู่หว่านฉิง’ แม่เล้าอันดับหนึ่งแห่งฉางอันเป็นที่เคารพยำเกรงไม่ต่างจากพี่สาว ‘มู่หรงเหนียง’ เจ้าของหอนางโลมในอีกตรอกหนึ่งซึ่งมีอิทธิพลไม่น้อยไปกว่านาง แม้สถานเริงรมย์ของพี่สาวจะตั้งอยู่แถบชานเมือง ทว่าก็มีลูกค้าคับคั่งไม่น้อยไปกว่าหอคณิกาแห่งนี้
[มอบคะแนนรักษาคาแรคเตอร์: นายหญิงผู้รักสันโดษและสง่างาม สิงห์นักสูบแห่งหอหงเหมย... รับไป 50 คะแนน!]
“แกมีเครื่องฟอกปอดพ่วงมาให้ด้วยไหมล่ะ!? ไอ้ระบบเฮงซวย!” หว่านฉิงแผดเสียงด่าจนเส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบ จนสาวใช้ด้านนอกแตกฮือหนีด้วยความตกใจ “คะแนนของฉันเคยแลกอะไรได้ ในขณะที่แกให้ฉันมานั่งสูบยาสมุนไพรรุ่นทวดนี่ทั้งวันทั้งคืน จนปอดจะทะลุเป็นรูหมดแล้ว!”
[สู้ๆ นะครับโฮสต์ เป็นนางร้ายก็ต้องลำบากหน่อย ตอนนี้ร้านค้ายังไม่เปิดให้บริการ เก็บคะแนนไปก่อนนะขอรับ]
หว่านฉิงถอนหายใจยาว กลิ่นกำยานหอมลอยคลุ้งปะปนกับควันยาสูบสีจางที่นางพ่นออกมาอย่างเบื่อหน่าย...
ใครจะเชื่อว่าภายใต้ภาพลักษณ์นายหญิงผู้หยิ่งทะนง แท้จริงแล้วคืออาจารย์สาวจากคณะการกีฬาและนันทนาการแห่ง NTNU มหาวิทยาลัยชื่อดังในไต้หวัน!
อาจารย์ระดับหัวกะทิของประเทศ ผู้เชี่ยวชาญทั้งทฤษฎีวิทยาศาสตร์การกีฬาและกลยุทธ์การจัดการนันทนาการ วันๆ คลุกคลีอยู่กับเสียงนกหวีด หยาดเหงื่อกลางสนามกีฬา นางมีความสามารถเป็นเลิศในการจัดกีฬานันทนาการทุกประเภท...
ไม่เว้นแม้กระทั่งศาสตร์แห่งศาสตราวุธอย่างกระบี่ ดาบจีน หรือแม้แต่ดาบยุโรปยุคกลาง วิชาเคนโด้ ยิงปืน ยิงธนู อาจารย์เวยเวยล้วนแตกฉานจนสามารถแปลงร่างเป็นครูฝึกผู้เชี่ยวชาญได้ในพริบตา
ทว่าชีวิตที่ควรจะรุ่งโรจน์ดับสิ้นลงเพราะอาการหัวใจวายเฉียบพลัน อาจารย์คนสวยดันสิ้นใจตายคาสนาม ขณะกำลังสาธิตการวอร์มอัพให้ลูกศิษย์ดูเสียนี่
ให้ตายเถอะ... จากคนที่เคยเคี่ยวกรำผู้อื่นเรื่องสุขภาพและการออกกำลังกายอย่างหนัก ตอนนี้กลับต้องมานั่งปอดดำอยู่ในร่างนางร้าย แถมยังเป็นร่างที่ถูกลอบวางยาพิษจนทรุดโทรม ร่างแทบแหลกสลายขนาดนี้อีก
หว่านฉิงหลุบตามองเรียวนิ้วซีดราวซากศพที่คีบกล้องยาสูบพลางสมเพชชะตาตนเอง หากวันใดคะแนนมากพอเปิดร้านค้าได้ สิ่งแรกที่นางจะซื้อไม่ใช่ยาถอนพิษหรืออาวุธระดับตำนาน มันต้องเป็นเสื่อโยคะหรือดัมเบลหยกสักคู่ จะได้ฟื้นฟูร่างนายหญิงขี้โรคให้กลับมามีซิกแพคเสียก่อน
“ระบบ... ถ้าฉันเอาความรู้เรื่องการจัดการนันทนาการมาเปลี่ยนหอนางโลมนี่ให้เป็นสปอร์ตคลับครบวงจร แกจะให้คะแนนฉันเพิ่มไหม?”
[โฮสต์ครับ... นี่คือหอนางโลมยุคถัง ไม่ใช่ฟิตเนสเซนเตอร์ที่ไทเปนะครับ กรุณารักษาคาร์แรคเตอร์สตรีผู้สง่างามต่อไปด้วยเถอะขอรับ]
หว่านฉิงแค่นยิ้มเย็นชา พ่นควันสีหม่นออกมาเป็นสาย ระบบนี่ดูถูกความรู้ระดับเกียรตินิยมของเธอเกินไปแล้ว “ยุคถังบ้านแกมีกล้องยาสูบแบบนี้ใช้แล้วเหรอ? เห็นหน้าตาฉันสวยไปวัน ๆ ฉันท็อปวิชาประวัติศาสตร์นะยะ ข้อมูลแกมันผิดพลาดตั้งแต่วันแรกที่ส่งมาแล้ว ยังมีหน้ามาเถียงอีก”
[จะ...จริงเหรอครับ? เอ๊ะ... ข้อมูลในฐานระบบบอกว่าโฮสต์ทะลุมิติเข้ามาในเกมโอโตเมะนี่นา] เสียงหุ่นยนต์ของระบบเริ่มตะกุกตะกักคล้ายคนทำความผิด
[มันต้องเป็นแนวจีบหนุ่ม รุมรักนางเอก ส่วนนางร้ายอย่างโฮสต์ก็ต้องโดนเหล่าพระเอกรุมสั่งสอนจน Bad Ending ตายอย่างอนาถสิครับ...]
หว่านฉิงกระแทกกล้องยาสูบหยกแดงลงกับโต๊ะไม้พะยูงจนเกิดเสียงปัง! “ตั้งแต่ฉันลืมตาตื่นมาในร่างนี้ ยังไม่เห็นเงาพระเอกหล่อลากดินที่แกว่าสักคน ไหนล่ะ ‘เมนโปรด ’ สุดที่รักของฉัน วัน ๆ ฉันเห็นแต่โสเภณีหน้าจืดกับนายโลมที่เอาแต่ดัดจริตออดอ้อนแขกเนี่ย ไหนล่ะฮาเร็มหนุ่มหล่อ? ไหนล่ะฉากตบตีแย่งชิงผู้ชาย? มีแต่กลิ่นเหล้ากับเสียงดีดพิณจนหูจะหนวกอยู่แล้ว”
หว่านฉิงได้รับการแจ้งเตือนภารกิจจากระบบก่อนที่เสนาบดีหนุ่มจะก้าวเท้าเข้าสู่หอหงเหมยเสียด้วยซ้ำ นางสวมเครื่องแต่งกายสวยงามทำจากผ้าแพรต่วนสีสันอ่อนหวานอย่างคุณหนูผู้ดี เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์อันลุ่มลึกในฐานะนายหญิงใหญ่ เพื่อรอรับการมาถึงของเขาอย่างใจเย็นเมื่อเยี่ยนเฉิงแจ้งข่าวเรื่องตำแหน่ง ‘อาจารย์พิเศษที่ปรึกษาฝ่ายใน’ นางจึงตอบรับข้อเสนอแต่โดยดี ทว่ายังคงไว้ซึ่งจุดยืนที่เด็ดขาด“ข้ายินดีจะเข้าวังไปช่วยขัดเกลาเหล่านางสนมเพียงบางเวลาในช่วงกลางวันเท่านั้นเจ้าค่ะ ทว่าพอตะวันตกดิน... ข้าต้องรีบกลับมาสะสางกิจการของข้าต่อ” นางเอ่ยพลางคลี่ยิ้มบาง มองเสนาบดีหนุ่มในชุดสีครามอย่างคุณชาย “ข้ามิได้มีเพียงหอหงเหมยแห่งนี้ ยังมีโรงน้ำชาอีกแห่งที่ต้องคอยดูแลมิให้ขาดตกบกพร่อง ข้ามีกิจการหลายอย่างในเมืองหลวงเจ้าค่ะ”เยี่ยนเฉิงแสดงท่าทีตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด นัยน์ตาจิ้งจอกเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจ “โรงน้ำชาที่ใดบ้างหรือขอรับ? ท่านพี่ทั้งสองคอยตามสืบเรื่องของท่านมาพักใหญ่แล้ว แต่อาเยี่ยนมิกล้าจะล่วงเกินความเป็นส่วนตัวของเจี่ยเจียเลยสักนิด... ได้ยินเช่นนี้ข้าล่ะอยากรู้จริง ๆ”“อาเยี่ยน ท่านเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ
“ท่านเว่ยเฉิง ฮ่องเต้น้อยเริ่มเติบโตเป็นหนุ่มแล้ว ข้าคิดว่าเรื่องนางสนมในวังหลังควรจะรื้อระเบียบใหม่เสียที...”“ใต้เท้าหมายความว่าอย่างไรขอรับ?”“ก็หมายความว่า...” เยี่ยนเฉิงเว้นวรรค น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นราบเรียบจริงจังตามฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของกรม “นางสนมที่อายุมากขึ้นทุกวัน แม้ท่านอ๋องจะมิได้สั่งประหารไปพร้อมกับพระสวามีเดิมของนาง ควรคัดออกให้พ้นวังได้บ้างแล้ว เรื่องนี้พวกขันทีมีความเห็นอย่างไรบ้าง?”รองเสนาบดีลูบเคราสาก พลางนึกถึงฮ่องเต้น้อยที่ยามนี้เริ่มเติบใหญ่ อีกไม่นานนักก็จะถึงวัยอันเหมาะสมต่อการแต่งตั้งฮองเฮาและคัดเลือกพระสนมตามจารีตประเพณี โดยมีขุนนางกรมพิธีการประสานงานร่วมกับเหล่าขันทีเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติอย่างเคร่งครัด“ข้าได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของนายหญิงแห่งหอคณิกามามิใช่น้อย จึงเกิดความคิดว่า... นอกเสียจากจะเป็นคุณหนูตระกูลผู้ดีมีศีลธรรมแล้ว ศาสตร์แห่งการปรนนิบัติสามีก็เป็นเรื่องสำคัญที่มิอาจละเลยได้เช่นกัน”“อื้ม... จริงของใต้เท้า หากจักรพรรดิทรงตรากตรำกับราชกิจจนคร่ำเครียดเกินไป ทรงเบื่อหน่ายในรสรักจนไร้ทายาทสืบสกุล ย่อมไม่เป็นผลดีต่อความมั่นคงของแผ่นดิน”“ท่านเว่ยเฉ
คดีพิษเย็นที่คร่าชีวิตเสนาบดีชั้นผู้ใหญ่และประชาชนไปถึงห้าคน ทางราชสำนักมิอาจอยู่นิ่งเฉย ทว่าคงต้องสืบสวนจนแน่ใจเสียก่อนว่าองค์ชายจิ่งเหยียนกระทำการโดยพลการ ด้วยการนำยาพิษเข้ามาในฉางอัน และทางเป่ยเหลียงมิได้มีส่วนรู้เห็นด้วย“ข้าเห็นท่านอาทุ่มเทให้นายหญิงในหอหงเหมย ร้อนใจอยากจะได้ยาถอนพิษให้นางนัก หากวันหนึ่งข้าต้องลงนามในราชโองการสมรสพระราชทานระหว่างท่านอาและนาง เกรงว่าราชสำนักคงจะลุกเป็นไฟ”รุ่ยอ๋องแค่นยิ้มที่มุมปาก “หากถึงวันนั้นจริง ข้าจะเป็นคนดับไฟนั่นเอง ฝ่าบาทมิต้องกังวล”สองอาหลานต่างสายเลือดสบตากันด้วยความเข้าใจลึกซึ้ง ความเจ็บปวดจากการถูกทอดทิ้งในอดีตหล่อหลอมให้ทั้งคู่กลายเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นที่สุดในราชสำนัก จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีเสนาบดีหน้าไหนกล้าตั้งตัวเป็นศัตรูกับท่านอ๋องผู้เหี้ยมโหดและฮ่องเต้น้อยอย่างแท้จริงทว่าเบื้องหลังแผนการสมรสที่ดูประหนึ่งหวังดีต่อแผ่นดินครานี้ กลับซ่อนเร้นเกมอำนาจอันเลือดเย็น เนื่องด้วยหรงเยว่กุมกำลังทหารส่วนใหญ่ไว้ในมือ หากปล่อยให้หัวใจของแม่ทัพใหญ่ผูกติดอยู่กับสตรีที่ยากจะควบคุมอย่างหว่านฉิง ย่อมเป็นความเสี่ยงต่อราชบัลลังก์ที่เขามิอาจยอมรับ
ยามนี้หรงเยว่ต้องเผชิญหน้ากับองค์หญิงผู้สูงศักดิ์ ซึ่งเป็นดั่งรักแรกอันใสซื่อในวันวาน กับหว่านฉิง... สตรีผู้บอบช้ำทว่าเย้ายวนและเข้มแข็ง ทั้งยังผ่านค่ำคืนเร่าร้อนคืนแรกมาด้วยกัน เขาถือถ้วยชาด้วยมือที่ไร้ความมั่นคง ยกมันขึ้นจิบอย่างเชื่องช้า“ท่านพี่หรงเยว่ดูองอาจขึ้นจนน้องจำแทบไม่ได้เลยเจ้าค่ะ” องค์หญิงมู่อวี่เปลี่ยนหัวข้อสนทนา เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ค่อยพูดจา นางรินชาด้วยท่าทีแช่มช้อย “ยามอยู่ที่เป่ยเหลียง ข้าเฝ้าติดตามข่าวคราวในสนามรบของท่านอยู่เสมอ เมื่อทราบว่าท่านกำชัยชนะ ใจที่เคยวิตกกังวลก็เบาบางลงบ้าง”หรงเยว่รับจอกชามาถือไว้ ทว่ามิได้จิบในทันที นัยน์ตาคมกริบเพียงปรายมองปลายนิ้วที่สั่นน้อย ๆ ของนาง “องค์หญิงเดินทางมาไกลคงจะเหนื่อยล้าเอาการ การแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ครั้งนี้เป็นเรื่องใหญ่ของสองแผ่นดิน ข้าหวังว่าท่านจะสามารถพำนักในฉางอันได้อย่างสงบสุข”“หากมีท่านแม่ทัพคอยดูแล ข้าคงไม่กลัวสิ่งใด...” นางเงยหน้าสบตาเขาด้วยความหวัง ก่อนที่สายตาของนางจะพลันสบเข้ากับกระบี่ซึ่งเขาวางไว้บนเก้าอี้ไม้ข้างกายกระบี่เล่มนี้รวมถึงกระบี่จ้านหลูที่อยู่กับรุ่ยอ๋อง มิใช่อาวุธธรรมดาที่หาได้ทั่วไปตามร้
ฮะ? อะไรนะ? อนุชายเหรอ...หว่านฉิงถึงกับยืนตะลึงตาค้าง นี่นางกำลังรวบรวมบุรุษผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในนครฉางอันมาสร้างฮาเร็มชายบำเรอพร้อมกันถึงสองคนเลยหรือนี่[ติ๊ด! ยินดีด้วยขอรับโฮสต์! ภารกิจพิชิตรุ่ยอ๋องเป็นสามีเอก คว้าสองอนุชายสำเร็จลุล่วง! รับคะแนนความร้ายกาจของนางร้าย 1,000 คะแนน!]‘ไอ้ระบบ...’ ห
นางพยายามจะกระถดกายหนี ทว่าแรงบีบกระชับที่เอวกลับฉุดรั้งร่างเปลือยเปล่าให้บดเบียดเข้ากับมวลกล้ามเนื้อร้อนผ่าวหนักยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะคนด้านหลังอย่างเยี่ยนเฉิงที่ซุกตัวเข้าหานางด้วยท่าทางงัวเงียออดอ้อนพลางพร่ำเรียกหาแต่ ‘พี่สาว’ ทว่าตัวตนเบื้องล่างที่แข็งขึงตามสัญชาตญาณยามเช้าของบุรุษ กลับบดเบียดรุ
หว่านฉิงมิอาจรู้ว่ารุ่ยอ๋องหันไปกระซิบสิ่งใด ทว่าทั้งเยี่ยนเฉิงและหรงเยว่กลับยอมถอยร่นออกไป ประหนึ่งหมาป่าที่ต้องสยบความหิวกระหายไว้เพราะเกรงกลัวอำนาจจ่าฝูง ถึงแม้ว่าพวกเขาล้วนอยากเป็นบุรุษคนแรกของนาง ยิ่งนางมีท่าทีแสนอ่อนหวานและสมยอมเช่นนี้...นางพลันนึกขึ้นได้ว่าตามเนื้อเรื่องเดิม รุ่ยอ๋องผู้นี้คื
“ยาคลายกำหนัด... ในลิ้นชักของข้า ตรงมุมห้อง เม็ดสีดำ... ท่านทานเสียก่อน... อุ๊บ!”ไม่ทันสิ้นประโยคดี ริมฝีปากร้อนผ่าวของเสนาบดีหนุ่มก็ทาบทับลงมาปิดปากนางเสียสนิท รสสัมผัสที่จาบจ้วงและรุกรานทำเอาสติของนางพร่าเลือน สมองตื้อไปหมด ลืมทฤษฎีทุกอย่างที่เคยร่ำเรียนมาเสียสิ้นในขณะที่บุรุษทั้งสองกำลังเล้าโล