LOGIN“งั้นรอเดี๋ยวนะ” เขาพลิกหน้าตำรารวดเร็วจนเจอภาพวาดที่ต้องการ “ข้าอยากได้แบบนี้&
ช่วงที่หิมะตกหนักที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้ว ท้องฟ้าสว่างโล่งไร้ก้อนเมฆตัดสีสันกับกิ่งเหมยสีแดงสด ร่างสูงสง่าสวมชุดปักลายมังกรตวัดขาลงมาจากหลังม้า แล้วส่งสายบังเหียนให้อาเป่ารับไปดูแล “หากมีเรื่องผิดปกติ ให้ไปรายงานข้าทันที ตามตัวจู้จื่อมาจัดการเรื่องเวรยามภายในจวนด้วย ข้าต้องการเพิ่มจำนวนคนเป็นสามเท่า” “พ่ะย่ะค่ะ” หลี่เซวียนหลงเดิมดุ่มเข้าจวนโดยไม่พูดไม่จา เขาเพิ่งจะทะเลาะกับพี่ชาย สีหน้าคมกร้าวจึงเต็มไปด้วยแรงเดือดดาล หลี่อ๋องไม่พระราชทานสมรสให้เขาไม่ว่า แต่มีอย่างที่ไหนถึงกล้าสั่งให้เขารับเฉินเถาฮวาเข้าจวนในฐานะสาวใช้!เขาไม่อยากจะนำความทุกข์ร้อนใดๆ ติดตัวไปยามพบหน้าเจ้าฮวาเอ๋อร์ หลี่เซวียนหลงจึงยืนเท้าแขนกับเสาระเบียงทางเดินนิ่งๆ เพื่อระงับความหงุดหงิด ชีพจรเต้นตุบที่ลำคอ โทสะที่สะสมมายืดเยื้ออยู่ในสมองของเขาเนิ่นนาน จำได้แม่นว่าตอนที่เขา
“งั้นรอเดี๋ยวนะ” เขาพลิกหน้าตำรารวดเร็วจนเจอภาพวาดที่ต้องการ “ข้าอยากได้แบบนี้”เฉินเถาฮวาก้มดูตามที่เขาชี้ด้วยแววตาระยิบระยับ เนื้อตัวก็แดงวาบไปทั้งตัวเพราะเป็นภาพคู่รักกำลังพลอดรักอย่างร้อนแรง ท้องฟ้าตรงหน้าต่างในภาพแบ่งเส้นกลางวันกลางคืน หมายถึงร่วมสวาททั้งวันทั้งคืน คนผู้นี้แผนสูงนัก! จงใจขนตำราพวกนี้มาอ่านใกล้ๆ ขนาดลิงยังรู้เลยว่ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์ เฉินเถาฮวาจึงก้มหน้างุดหนักขึ้น ไม่ยอมตอบ ไม่ยอมสบตา ร่างสูงใหญ่ก็มิได้คาดคั้น แต่โอบร่างบอบบางให้นอนเอนหลังอ่านหนังสือไปด้วยกัน“ข้อแรกกับข้อสองจะเกี่ยวพันกันแน่นแฟ้น หากต้องการทายาทที่สุขภาพดี ผู้ชายต้องหลั่งในช่วงที่ผู้หญิงมียินชี่มากที่สุด หน้าที่ของข้าคือต้องหน่วงเวลาไว้ให้นานที่สุด”เอ่ยจบก็โน้มริมฝีปากอุ่นร้อนลงไปหาขณะที่นางกำลังเบิกตากว้าง เรียวปากของเจ้าฮวาเอ๋อร์ตัวน้อยช่างนุ่มละมุนและมีรสชาติหวานล้ำ หลี่เซวียนหลงตั้งอกตั้งใจดูดดื่มและตวัดลิ้นไล้ แม้ว่าอากาศด้านนอกจะหนาวจับใจแต่เขากลับรู้สึกว่าตนเองกำลังลุกเป็นไฟครั้นเมื่อลิ้นหวานนุ่มพัวพันกันนัวเนีย เขาก็รู้ส
บทที่ 18 หมดเวลาสายลมพัดมาหนาวจับขั้วกระดูก หิมะตกโปรยปราย ร้านรวงพากันปิดเงียบตั้งแต่ตะวันยังไม่ทันตกดิน บรรยากาศเมืองหยางโจวจึงเงียบสงัด มีเพียงเสียงทหารเวรยามที่ร้องเตือน ‘ระวังฟืนไฟ ระวังฟืนไฟ’ ภายในจวนหลงอ๋องเองก็สงบเงียบ คืนนี้เฉินเถาฮวานั่งอ่านบันทึกสงครามที่หลี่เซวียนหลงจดไว้ส่วนตัว นางค้นเจอโดยบังเอิญที่ชั้นหนังสือจึงหยิบมาอ่านเพลินๆ ตั้งแต่ค่ำ รู้ตัวอีกทีก็ดึกมากแล้ว พอเงยหน้าขึ้นและเหยียดกายไล่ความเมื่อยขบ นางก็หัวเราะเมื่อเห็นเขาหอบหนังสือกองโตมานั่งอ่านเป็นเพื่อนด้วยตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้“มีไม่กี่คนหรอกนะที่อ่านลายมือข้าออก” หลี่เซวียนหลงเงยหน้าจากหนังสือขึ้นมามองนางด้วยสายตาพร่างพราย ไม่ว่ากี่ครั้งกี่ครา รอยยิ้มอ่อนหวานของเขาก็ยังทำให้นางใจเต้นทุกครั้งที่ได้เจอ“อาเป่าบอกข้าว่าเจ้าตัดผ้าม่านของข้าจนเกลี้ยงจวน”“ข้าขอโทษที่ไม่ได้ขอท่านก่อน ข้า...” เฉินเถาฮวาอาศัยอยู่ที่จวนในฐานะอะไรก็ยังไม่แน่ชัด ดังนั้นพอจะเอ่ยปากว่าจะช
มือของเขาค้างนิ่งบนเอวคอดกิ่ว สายตาคมกริบร้อนระอุจนนางกอดตัวเองไว้เพื่อป้องกันตัวเองตามสัญชาตญาณ เฉินเถาฮวานิ่งเงียบไปอึดใจก่อนจะคลายอ้อมแขนของตนเองช้าๆ เผชิญหน้าชายฉกรรจ์ผู้ซึ่งประกาศตัวว่าเป็นเจ้าชีวิตของนางไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งนางหลับตาแน่นปี๋ ก่อนจะเค้นคำออกมาตะกุกตะกัก “สา...สา...มี...ข้า”“เจ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ”“ไม่รู้ ไม่เรียกแล้ว!” เฉินเถาฮวาหรุบตามองตลับยาในมือของเขา ไม่ใช่เพราะมันสวยงามวิจิตรอะไรหรอก เพียงแต่นางอยากจะมองอะไรสักอย่างไว้ก่อนที่จะเป็นลมเพราะแววตาร้อนๆ ของชายหนุ่ม แสงสว่างจากเปลวเทียนจับต้องผิวขาวผ่องของนางอย่างพอเหมาะพอเจาะ เรือนร่างของนางสวยงามไร้ที่ติเสียจนเขาใจเต้นระทึกนางจับมือสากกระด้างของเขาไว้ นำมาวางบนทรวงอกของตน ต่างฝ่ายต่างหน้าแดงราวกับจับไข้ นางจะพูดอะไรบางอย่างแต่กลับคัดจมูกจนจามเสียงดัง หลี่เซวียนหลงจึงเอื้อมมือมาแตะหน้าผากเพื่อวัดไข้ ก่อนจะยิ้มอย่างอารมณ์ดี“ไข้ขึ้นจนได้ ถึงเจ้าอยากจะได้ตัวข้า แต่ข้าคงจะสนองให้ไม่ได้หรอกนะ”หลี่เซวียนหลงเห็นเปลวไฟถูก
“ช่วงนี้เจ้าต้องอยู่นิ่งๆ สักพัก” หลี่เซวียนหลงอุ้มเฉินเถาฮวามานั่งที่คั่งอุ่นๆ เพื่อตรวจดูแผลที่ขาภายในห้องนอนของเขาเอง แสงตะเกียงอบอุ่นอาบไล้นุ่มนวล หลี่เซวียนหลงหันไปควานหายาตามลิ้นชัก เมื่อหันกลับมาอีกครั้ง เฉินเถาฮวาก็กำลังปลดกระบี่ที่แขวนบนผนัง ชักออกจากฝักมาตวัดร่ายรำดู กระบี่โบราณในมือเป็นกระบี่ชั้นยอด เพียงพลิกข้อมือพลิ้วไหวก็เกิดเสียงดังกังวานน่าเกรงขามทันที“กระบี่ดี น้ำหนักเบา”“ต่อจากนี้ไปทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่เป็นของเจ้าแล้ว”“ของข้า?” เฉินเถาฮวามองไปที่กองหนังสือบนหัวนอนของเขาก่อนจะส่ายหน้า “ข้าไม่ชอบอ่านหนังสือของท่าน”“การออกรบเป็นเรื่องที่น่าหลงใหลเพียงใด การอ่านหนังสือก็สำราญใจเพียงนั้น เอาไว้ข้าจะอ่านให้เจ้าฟังวันหลัง แต่ตอนนี้เจ้าต้องทำแผลได้แล้ว”ร่างสูงใหญ่ทรุดลงนั่งบนคั่งโดยที่มีเฉินเถาฮวาอยู่ในอ้อมแขน จับข้อเท้าที่บาดเจ็บพลิกดูไปมา ใส่ยาทำแผลแล้วประคบร้อน เขาเต็มอกเต็มใจดูแลทั้งๆ ที่ฐานะของเขาเองไม่จำเป็นต้องทำให้ด้วยซ้ำ เฉินเถาฮ
บทที่ 17 จวนหลงอ๋องท้องฟ้าวันนี้กระจ่างสดใสเสียจนดวงตาของหลี่เซวียนหลงพร่างพรายไปหมด อากาศหอมหวานแช่มชื่นจนอดครวญเพลงออกมาไม่ได้ ความสุขลอยล่องทั่วทุกอณูและตัวของเขาเปลี่ยนแปลงจาก ‘ผู้ทำลาย’ เป็น ‘ผู้สร้างสรรค์’ ไปแล้วตลอดกาล จู้จื่อเห็นเจ้านายเล่นผีผ้าห่มจนหน้าผ่องใสเกลี้ยงเกลาเช่นนั้นยังอดหมั่นไส้ไม่ได้ ช่วงก่อนอาละวาดจนบรรดาลูกน้องเข้าหน้าไม่ติด แต่พอมาวันนี้แจกยิ้มกระจายองค์ชายหนุ่มสวมมาลาทำจากหนังจิ้งจอกสีดำ ตัวเสื้อบุขนสัตว์ไว้ด้านในเพื่อความอบอุ่น ด้านนอกเป็นผ้าต่วนสีน้ำเงินเข้ม สวมเกราะอ่อนลายมังกรและเหน็บมีดสั้นของเฉินเถาฮวาไว้ที่เอวอย่างเช่นที่เคยเป็นมา แต่คราวนี้แตกต่างออกไปเพราะเจ้าของมีดได้กลับมาหาเขาแล้ว“เร่งมือหน่อย ข้าต้องการกลับถึงหยางโจวภายในวันนี้”หลี่เซวียนหลงออกคำสั่งให้ทหารที่ติดตามมาเตรียมตัวออกเดินทาง หลังจากเร่งเดินทางฝ่าความหนาวเย็น ขบวนทหารม้าเกราะดำก็เริ่มเข้าสู่ประตูเมือง ใหญ่โตเสียจนเฉินเถาฮวาต้องแหงนคอตั้งบ่าเพื่
ดวงตาคมกริบเหลือบมองเด็กน้อย ก่อนจะเลื่อนสายตากลับไปมองตรงข้างหน้า มือร้อนๆ กดศีรษะเล็กๆ ไว้ให้แนบแผงอก “ไม่น่ารักเอาซะเลยนะเรา อนาคตต้องได้เป็นนักรบที่เหลือรอด[1]แน่นอน”“นายกองหลี่พูดถูกต้องแล้ว” เฉินเถาฮวาฟังแล้วยิ้มอย่างถูกใจทันที“อย่ามัวแต่พูดมาก เกาะม้าไว้ให้ดีๆ เร็วเข้า”มือหยาบกระด้างกดศีร
“ใช้เลือดเนื้อฟันผ่า? ท่านนายกองโง่งมพูดเสียสวยหรู เท่าที่ข้าเห็น ท่านเดินหน้าหาความตายไม่พอ ยังพาลูกน้องไปตายอีกต่างหาก วาจาเยี่ยงนี้ยังหลอกเด็กอย่างข้าไม่ได้เลย”เด็กหญิงกล้าต่อกรโดยไม่สะทกสะท้าน“ถ้าข้าจะสู้ ข้าจะสู้ด้วยสติปัญญา คนทำศึกหากไม่รู้ดินฟ้าอากาศ ไม่รู้จักกลยุทธ์ ไม่รู้จักใช้คน ไม่รู้จ
“เด็กเอ๋ยเด็ก การทำศึกไม่ได้วัดผลแพ้ชนะกันที่จำนวนทหารเสียหน่อย”เรียวปากของชายหนุ่มวัยสิบห้าเหยียดยิ้ม ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเด็กรัวๆ คนอย่างเขาชอบการต่อสู้เพราะฉะนั้นจึงไม่เกี่ยงหรอกว่าอีกฝ่ายจะเป็นแค่เด็กเจ็ดขวบ“ข้าอาจจะพลาดที่ไม่คิดว่าพี่ชายเจ้าจะซุ่มทัพไว้นอกเหนือจากที่คำนวณไว้ เรื่องจะง่ายขึ้นมา
บทที่ 1 รับตัวเข้าจวน องค์หญิงหย่งอาน พระธิดาของเอี้ยนอ๋อง ประวัติความเป็นมาขององค์หญิงผู้นี้ไม่แน่ชัด แทบไม่มีใครล่วงรู้ตัวตนขององค์หญิงผู้นี้เลยด้วยซ้ำ หากพิจารณาจากรูปร่างหน้าตาอาจจะฟันธงไม่ได้ แต่ถ้าดูจากกิริยาท่าทาง นางมีสง่าราศีแฝงอยู่ก็จริง แต่ก็ยังห่างไกลจากคำว่าเชื้อพระวงศ์







