LOGIN“เด็กเอ๋ยเด็ก การทำศึกไม่ได้วัดผลแพ้ชนะกันที่จำนวนทหารเสียหน่อย”
เรียวปากของชายหนุ่มวัยสิบห้าเหยียดยิ้ม ใช้นิ้วจิ้มหน้าผากเด็กรัวๆ คนอย่างเขาชอบการต่อสู้เพราะฉะนั้นจึงไม่เกี่ยงหรอกว่าอีกฝ่ายจะเป็นแค่เด็กเจ็ดขวบ
“ข้าอาจจะพลาดที่ไม่คิดว่าพี่ชายเจ้าจะซุ่มทัพไว้นอกเหนือจากที่คำนวณไว้ เรื่องจะง่ายขึ้นมากหากข้าใช้เจ้าเปิดทางตีฝ่า... บอกข้ามา เจ้าลงทุนลงแรงปีนขึ้นมาที่เนินเขานี่ทำไม”
“นายกองมือใหม่อย่างท่านจะไปเข้าใจอะไรล่ะ” เฉินเถาฮวาหน้าบึ้ง แก้มยุ้ยๆ แดงก่ำ “ทำไมพวกแคว้นหลี่ถึงชอบรุกรานแคว้นเอี้ยนนัก!”
“เด็กอย่างเจ้าจะไปเข้าใจอะไร”
หลี่เซวียนหลงแกล้งย้อน ริมฝีปากแดงจิ้มลิ้มพูดคำก็นายกองมือใหม่ สองคำก็นายกองมือใหม่ หลี่เซวียนหลงจึงแกล้งหมุนตัวเด็กหญิง แล้วปล่อยให้เชือกคลายเกลียว หมุนร่างเฉินเถาฮวาติ้วๆ จากนั้นก็แกล้งวางผลผิงกั่ว[1]บนศีรษะของเด็กน้อย
“ท่านจะทำอะไร”
“ข้าเป็นคนขี้เบื่อ... ต้องหาอะไรทำแก้เบื่อเสมอ เรื่องที่ข้าชอบคือ...”
ร่างสูงองอาจเหนี่ยวศรสุดสายโดยไม่ต้องเล็ง เกาทัณฑ์พุ่งทะลุผิงกั่วแม่นราวกับจับวาง เฉินเถาฮวาก็แน่ ไม่แม้แต่กะพริบตาหวาดกลัวหรือร้องไห้แต่อย่างใด ยังกล้าร้องด่าว่าฝีมือแค่นี้กระจอกเหลือเกิน ชายหนุ่มหน้าตาคมสันจึงหัวเราะออกมา
“กำลังขวัญดี! แล้วถ้าลองแบบนี้เล่า”
หลี่เซวียนหลงพบว่าการแกล้งเด็กเป็นเรื่องสนุกยิ่งนัก องค์ชายแคว้นหลี่ผูกผ้าปิดตา เฉินเถาฮวาจึงเริ่มหน้าเปลี่ยนสี เพราะเขาปิดตาแล้วยังเอี้ยวหันหลังยิงอีกต่างหาก
“ฝีมือของข้าไม่ค่อยนิ่ง อย่ากระดุกกระดิกล่ะ”
องค์ชายผู้สูงศักดิ์น้าวสายเกาทัณฑ์จนสุดแล้วยิงออกไปอย่างรวดเร็วชนิดที่เรียกว่าไม่มีใครมองทัน ท่วงท่าองอาจห้าวหาญทำให้ลูกธนูพุ่งไปไกลและแผลงอานุภาพเฉียบขาด ตรงดิ่งแหวกอากาศดุจสายฟ้าฟาด ปักผ่ากลางลูกศรอันแรกที่เสียบคาผลผิงกั่ว ผ่าเป็นสองเสี่ยงอย่างแม่นยำ เฉียดศีรษะของนางไปนิดเดียว ต่อให้เฉินเถาฮวาใจเด็ดแค่ไหนก็ยังต้องร้องโวยวาย
“คราวนี้ข้าจะปิดตาแล้วก็กระโดดตีลังกากลับหลังนะ”
“กรี๊ด!! ไอ้บ้า! ไอ้คนเลวทรามต่ำช้า! พี่จ๋าช่วยข้าด้วย”
เสียงร้องของน้องสาวทำให้เอี้ยนซ่านฉีเดือดดาล จู้จื่อรับทราบข้อความจากอีกฝ่ายจึงรีบเข้ามากราบทูลรายงาน “องค์ชาย! ทางฝ่ายแม่ทัพเอี้ยนซ่านฉียื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนพ่ะย่ะค่ะ”
“สั่งให้มันถอยทัพกลับเข้าไปในเมือง ไม่อย่างนั้นข้าจะใช้ศีรษะของอาหมวยนี่แทนผิงกั่ว”
“พ่ะย่ะค่ะ” จุดประสงค์ของหลี่เซวียนหลงเปลี่ยนไป จากเดิมที่จะนำทหารตีฝ่าถอยกลับไปสมทบทัพหลวงของพี่ชาย แต่ตัวแปรอย่างองค์หญิงหน้าหมวยเอื้อให้เขาพลิกกลับมาได้เปรียบ ดังนั้นหลี่เซวียนหลงจึงตกลงใจถ่วงเวลารอพี่ชาย จะได้ร่วมกันทุ่มกำลังจู่โจมตีเมืองยุทธศาสตร์แห่งนี้ให้สำเร็จ
“ว่าไงล่ะเรา”
ร่างสูงสง่าหันกลับไปหาเด็กหญิง เห็นแก้มแดงๆ เหมือนลูกท้อก็อดเอื้อมมือไปบีบเล่นไม่ได้ ถ้าอาหมวยคนนี้เป็นเด็กผู้ชายล่ะก็ เขาก็อาจจะสนใจลักตัวกลับไปแคว้นหลี่ แต่ในเมื่อเป็นผู้หญิงก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร รกวัง
“ข้าชื่นชมที่เจ้ากล้าหาญบุกขึ้นมาเพื่อเจรจาสงบศึกกับข้า แต่เจ้าลืมเตรียมทางถอยให้ตัวเอง หนำซ้ำยังทำให้พี่ชายเจ้าเดือดร้อน สมองน้อยจนน่าสงสารจริงๆ นะ”
เฉินเถาฮวาสะบัดหน้าหนี ไม่ยอมตอบก็แปลว่าเขาเดาถูก เด็กก็ยังเป็นเด็กจริงๆ คิดตื้นๆ หลี่เซวียนหลงจึงเปิดฉากอบรมสั่งสอนขนานใหญ่ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องทำด้วย “เจ้าอาจจะเก่งกล้าคิดการใหญ่เกินตัว คิดว่าโลกนี้ไม่มีอะไรต้องกลัว ขอบอกเลยว่าคนที่คิดอย่างเจ้าล้วนตายก่อนวัยอันควรทั้งสิ้น”
“ฟังดูเหมือนท่านพูดถึงตัวเอง” เฉินเถาฮวาเอียงคอและย้อนเถียง องค์ชายผู้สูงศักดิ์พยายามไม่ใส่ใจ ข่มแรงเดือดและพูดต่อไปว่า
“หากทำสำเร็จจริง เจ้าคิดหรือว่าจะหนีรอดจากทหารที่เหลือของข้าได้ การบุ่มบ่ามเข้ามาในค่ายของศัตรูจนถูกจับเป็นตัวประกัน มันไม่เรียกว่ากลยุทธ์หรอกนะอาหมวยน้อย เขาเรียกว่าโง่”
“ท่านอายุมากกว่าข้าสักกี่ปีกันเชียว เราสองคนมันก็เด็กไร้เดียงสาพอกันนั่นแหละ” คราวนี้องค์หญิงน้อยตาแดงก่ำ เม้มปากแน่น “ท่านไม่มีพ่อไม่มีแม่รึไง ทหารของท่านไม่มีครอบครัวใช่หรือไม่”
“แล้วมันเกี่ยวอะไร?”
“พวกท่านก็ดีแต่คิดจะฆ่าฟัน ไม่คิดดูบ้างหรือว่ารบกันแต่ละครั้ง มันไม่ได้สูญเสียแค่ชีวิตทหาร แต่ครอบครัวที่อยู่ข้างหลังก็ตายตามไปด้วย พวกท่านเดินไปตามท้องถนนที่แคว้นหลี่ เจอพวกเด็กกำพร้าข้างถนนแล้วรู้สึกอะไรบ้าง ท่านอาจจะคิดว่าข้าโง่ที่มาที่นี่คนเดียว แต่ข้าก็ไม่อยากเป็นคนฉลาดที่สั่งคนให้ไปตายอย่างท่านหรอกนะ”
เด็กน้อยพูดกระท่อนกระแท่นแต่เด็ดเดี่ยว เหล่าทหารแคว้นหลี่ฟังแล้วต่างนิ่งเงียบ หลี่เซวียนหลงกอดอกฟังเช่นกันก่อนจะโน้มตัวเข้ามาจ้องตา เขกหน้าผากเด็กไปหนึ่งทีแบบเต็มแรง
“ถ้าเจ้ายังมีความคิดเช่นนี้ เจ้าก็กลับบ้านไปซะ อย่าอวดดีเสนอหน้ามาที่สนามรบอีก เด็กผู้หญิงอย่างเจ้าควรจะไปฝึกหัดปักเย็บผ้าเถอะไป ชิ่วๆ”
“เอ๊ะ!”
“ใครขอให้เด็กอย่างเจ้าเล่นบทวีรสตรี ถ้าคิดจะเป็นทหาร คิดจะข้องเกี่ยวกับสงคราม แต่ออกรบโดยไม่เตรียมตัวเตรียมใจก็ไม่ต้องออกมา กลับบ้านไป เรื่องง่ายๆ แค่นี้เจ้ายังไม่เข้าใจแล้วจะมาเรียกร้องหาเหตุผลอะไรจากข้า การออกรบเป็นศักดิ์ศรีของทหารทุกคน ผืนแผ่นดินที่เจ้าเหยียบ สายน้ำที่เจ้าดื่ม อาหารที่เจ้ากิน มันไม่ได้เสกลงมาจากฟ้า แต่มีพวกข้ารวมทั้งพี่ชายของเจ้านี่แหละที่เสียเลือดเนื้อฟันผ่าและปกปักรักษา จำเอาไว้”
องค์หญิงหย่งอานเป็นฝ่ายเงียบ นางมิได้ร้องไห้กระซิกแต่กลับมีแววตากล้าแข็งขึ้น นั่นทำให้หลี่เซวียนหลงรู้สึกดึงดูดใจอย่างน่าประหลาด รู้ทันทีว่าองค์หญิงผู้นี้ไม่ได้เติบโตในวังเป็นแน่ และคงจะเผชิญความทรมานสาหัสมาไม่ใช่น้อย ดวงตาคู่งามถึงได้คมกริบฉายประกายดุจเพชรเช่นนั้น เด็กน้อยคิดตามที่หลี่เซวียนหลงพูด ก่อนจะหัวเราะและย้อนเกล็ดหลี่เซวียนหลงอย่างเจ็บแสบ
“ใช้เลือดเนื้อฟันผ่า? ท่านนายกองโง่งมพูดเสียสวยหรู เท่าที่ข้าเห็น ท่านเดินหน้าหาความตายไม่พอ ยังพาลูกน้องไปตายอีกต่างหาก วาจาเยี่ยงนี้ยังหลอกเด็กอย่างข้าไม่ได้เลย”
เด็กหญิงกล้าต่อกรโดยไม่สะทกสะท้าน
[1] แอปเปิ้ล
“ข้าขอโทษ ข้ามันเจ้ากี้เจ้าการไม่ดูฝีมือตัวเองนั่นแหละ ถ้าเจ้าไม่ชอบ ข้าจะแกะออกให้ก็ได้”“ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ชอบสักหน่อย...”“ก็เจ้าบ่นข้า”“แต่ข้าก็หยิบเสื้อเจ้ามาใส่นะ”ซูเจี้ยนหยุดกึก แก้มร้อนวาบเหมือนผิวจะไหม้จนต้องทำทีหยิบผ้ามาพับแล้วพับอีก จู้จื่อนั่งเย็บผ้าอยู่ข้างๆ อายุของเขาเข้าไปเกือบสามสิบแล้วแต่ยังไม่แต่งเมีย งานกระจุกกระจิกแบบนี้ถ้าเขาไม่ทำแล้วใครจะทำ“ตอนที่องค์ชายเอี้ยนซื่อจิ้นมา ข้าไม่ชอบที่เจ้ามององค์ชายตาแป๋วแบบนั้นเลย หัวข้าร้อนจี๋ไปหมด ไม่ไหวๆ ต่อไปห้ามทำอีกนะ”“อะ...อะไรล่ะ ข้า...ข้าจะมองใครก็ไม่เกี่ยวกับเจ้าสักหน่อย”“จูบ”“หา?”จู้จื่อขยำเผ้าผมของซูเจี้ยน สีหน้าเริ่มเคืองๆ “ถ้าเจ้าบอกว่าไม่เกี่ยว งั้นข้าก็จะทำให้เกี่ยวเอง ข้าถลึงตาจ้องเจ้าตั้งหลายรอบ ไม่รู้ตัวซะบ้างเลยรึ เอ้า! จูบ”“ทำไมข้าต้องจูบเจ้าด้วย อย่ามาซี้ซั้วนะ”เขาไม่ตอบ แต่เอาปากจ่อลงมาแล้ว “เจ้าเคยเ
บทส่งท้าย พระชายาของหลงอ๋อง วันต่อมา... “ฮวาเอ๋อร์... พี่กับฟางหนิงจะกลับเจียนหยางแล้ว” เอี้ยนซื่อจิ้นเคาะประตูเรือนกลางน้ำ แต่ไม่มีสัญญาณใดๆ ตอบกลับมา อาเป่าเองก็ส่ายหน้าไม่กล้ายุ่มย่าม เขามีหน้าที่ส่งอาหารร้อนๆ และสุราวางไว้ที่หน้าประตู แต่เนื่องจากองค์ชายหลี่เซวียนหลงผู้เป็นเจ้าของจวนหายเงียบไปนานแล้ว เคาะเรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีเสียงตอบกลับ เอี้ยนซื่อจิ้นในฐานะที่เขาเป็นพี่ต้องการจะเจอหน้าน้องก่อนกลับแคว้นเอี้ยนพร้อมกับฟางหนิง ดังนั้นเขาจึงแตะนิ้วบนปลายลิ้นแล้วจิ้มฉากกระดาษที่ประตูจนเป็นรู“ซื่อจิ้น เดี๋ยวเถอะ! ท่านทำแบบนี้จะเสียมารยาทนะเพคะ”“ถ้าไม่ดูให้แน่ใจว่าพวกเขายังสบายดี เราจะจากไปอย่างสบายใจได้อย่างไร พวกเขาเล่นลงกลอนประตูหายเงียบไม่ออกมากินข้าวกินปลา เกิดเจ้าหลงอ๋อง
นางก็ยินดีที่จะถูกเขาล่ามไว้ตลอดกาล... ตลอดไป...เขาจูบเล็มต้นขาด้านในของนางอย่างคลั่งไคล้ สูงขึ้น... สูงขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งละเลียดรสชาติของอิสตรี ทำเอาเฉินเถาฮวาหวีดเสียงอุทาน จังหวะลิ้มรสความหวานมีแต่จะมากขึ้นเป็นเท่าทวีทุกลมหายใจ เฉินเถาฮวาสะท้านเฮือก ต้องยกมือขึ้นอุดปากไว้เพื่อกลั้นเสียงหอบถี่ เกร็งซ่านดังไฟลนหลี่เซวียนหลงหิวกระหายและเรียกร้องไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้นเมื่อไม่อาจทนไหว สาวบริสุทธิ์ก็จำต้องครวญครางไม่เป็นส่ำ ซึ่งนั่นทำให้บุรุษผู้ตื่นตัวยิ่งฮึกเหิมที่ได้เป็นคนสัมผัส... ได้ฟังเสียงครางหวานๆ... ได้เห็นนางบิดกายเร่าร้อนเกินห้ามใจเขาพานางโบยบินสูงขึ้น... สูงขึ้นเรื่อยๆหากปลายลิ้นขยับอีกแค่ครั้งเดียว นางก็จะถึงขีดสุด ร่างกายบอบบางสั่นระริก แอ่นโค้ง เหยียดเกร็งราวกับคันศรพร้อมให้เขาเหนี่ยวสาย หากแตะอีกเพียงครั้งเดียว ลูกศรก็จะวิ่งพุ่งอย่างรุนแรง เฉินเถาฮวาร้องเรียกชื่อเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ความต้องการปะทุเอ่อล้นขึ้นราวกับน้ำพุชุ่มฉ่ำแสนหวาน วิงวอนขอให้เขาตักตวงดับกระหายโดยเร็วเถิด“ได้โปรด...” ลมหายใจของนางถี่รัว เรือนกายอ
“แปลว่า...”“อืม เสด็จพ่อทรงยอมรับท่านแล้ว”เฉินเถาฮวาหัวเราะแก้มแดง แต่ยังไม่ทันพูดอะไรต่อ ริมฝีปากอุ่นร้อนก็ตามติด มอบจุมพิตร้อนแรงขึ้นเป็นเท่าตัวจนเฉินเถาฮวาตามไม่ทัน ถูกบังคับให้แลกลิ้นอย่างหนักหน่วง สอดแทรกเข้ามาในอุ้งปากน้อยๆ ไม่หยุดยั้งจนนางร้องอู้อี้ รับรู้ว่าผู้ชายคนนี้กำลังหายใจไม่เป็นส่ำ“อา... อีกนิด อีกนิดเถิด แล้วข้าสาบานว่าจะทำให้เจ้าสุขซ่านยิ่งกว่าครั้งใด”หลี่เซวียนหลงทุ่มความโหยหาทั้งหมดให้นางรับรู้ผ่านจุมพิตอันดิบเถื่อน เฉินเถาฮวามองเห็นดวงดาววิบไหวภายใต้ดวงตาปิดสนิท สัมผัสของปลายลิ้นเย้าแหย่กระตุ้นให้นางเผยอปากเพื่อร้องคราง รอรับจุมพิตที่กระหน่ำไม่เป็นจังหวะราวกับคลื่นลูกแล้วลูกเล่าซัดเข้าฝั่ง เขาขบริมฝีปากล่าง ดูดดื่มเอาไว้ในปากแล้วปล่อยออกอย่างเชื่องช้า แต่ดูเหมือนว่าเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ“ข้ากำลังวอนขอคำตอบจากเจ้า ฮวาเอ๋อร์... เจ้ายินดีแต่งกับข้าหรือไม่”“ถ้าข้าตอบตกลง จะเกิดอะไรขึ้น”“เจ้าจะไม่ได้ลุกจากเตียงอีกเลยตลอดสามวันสามคืน” ความตั้งใจ
ท้องฟ้าของเมืองหยางโจวแดงฉานอยู่ถึงสามวันสามคืน เมื่อเปลวเพลิงสงบ พวกคณิกากับคนงานที่ไม่มีที่ไปต่างเข้าไปรื้อหาของมีค่าในกองเถ้าถ่าน เจอศพไหม้เกรียมดำเป็นตอตะโกหลายสิบร่างนอนหงิกงอกระจายไปทั่ว มีอยู่สองร่างที่นอนประกบเข้าหากันราวกับว่ากำลังเสพสังวาสจนถึงนาทีสุดท้ายของชีวิต“มีใครเห็นหยวนหยวนบ้าง”“ท่านโจวเหวิน... ท่านโจวเหวิน...”พวกเขาช่วยกันตามหาคนที่หายไป จนแล้วจนรอดก็ไม่เจอจึงพากันคิดว่าหยวนหยวนฉวยโอกาสหอบเงินหนีไปแล้ว หลายวันหลังจากนั้นพวกเขาถึงได้เจอศพหญิงสาวอยู่ใต้ซากปรักหักพัง สภาพศพเป็นที่น่าสยดสยองเพราะถูกผ่าหน้าท้อง ควักไส้และยัดแม่ไก่ตัวใหญ่เข้าไปทั้งเป็น ส่วนศีรษะถูกตัดออกหายไปอย่างลึกลับจนไม่มีใครบอกได้ว่าศพนี้เป็นผู้ใด“แล้วมีใครเห็นองค์หญิงหย่งอานบ้าง”ผู้คนต่างพากันเล่าขานถึงองค์หญิงหย่งอานผู้อาภัพ บางคนก็ว่านางตายอนาถในกองเพลิง บางคนก็ว่านางหนีรอยมลทินไปบวช บำเพ็ญเพียรอย่างสงบในป่าลึก จนกระทั่งวันเวลาผันผ่าน ชื่อของจี้จิง องค์หญิงผู้อาภัพแห่งหอเหมยเขียวก็ปลิวหายไปกับสายลม กลายเป
“ฮวาเอ๋อร์ เสด็จพ่อกับพวกพี่ๆ ให้ข้ามาตามเจ้ากลับบ้าน”“หนิงเอ๋อร์ เจ้าก็ต้องกลับเช่นกัน”พวกผู้ชายจอมบงการ! สองสาวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อย่างมีน้ำโห ก่อนจะตะโกนตอบกลับไปว่า “ไม่!!”ทั้งหลี่เซวียนหลงทั้งเอี้ยนซื่อจิ้นจะโมโหน้องสาวของตนก็ทำไม่ได้ถนัด เพราะพวกนางต่างเสียงดังฟังชัดกันขนาดนี้ พวกเขาซึ่งเพียรขอความรักจากพวกนางย่อมยืดอกขึ้นอย่างภาคภูมิใจ แต่สีหน้าของเอี้ยนซื่อจิ้นไม่สบอารมณ์นัก“ฮวาเอ๋อร์ ข้าพาฟางหนิงกลับมาที่หยางโจวที่แสดงความบริสุทธิ์ใจและทูลขอนางจากหลี่อ๋องอย่างเป็นทางการ แต่ฮวาเอ๋อร์... เจ้าจำเป็นต้องกลับ หลี่อ๋องทำลายชื่อเสียงของเจ้าจนพินาศไปแล้วเช่นนี้ เจ้าจะอยู่ที่นี่อย่างไร้ศักดิ์ศรีไม่ได้”“ข้าจะปกป้องนางเอง”หลี่เซวียนหลงไม่มีวันยอมให้ผู้ใดรังแกเฉินเถาฮวาอีก เอี้ยนซื่อจิ้นตวัดตามองอีกฝ่ายอย่างชิงชัง บาดแผลตามข้อมือข้อเท้าของเฉินเถาฮวาเป็นข้อพิสูจน์อย่างดีว่าไอ้ลูกเต่าดูแลฮวาเอ๋อร์ไม่ได้เรื่อง!“เจ้าจะทำได้หรือ? อย่าคิดว่าทางเราไม่รู้เรื่องที่พวกเจ้าทาร
“องค์หญิงน้อย...ข้ายอมรับว่าเจ้ากล้าหาญ ข้าสัญญาว่าจะไม่ทิ้งเจ้า รีบส่งขามาให้ข้า หากไม่รีบรักษาเจ้าอาจจะพิการไปตลอดชีวิต”เมื่อนางยอมสบตาเขาอีกครั้งและยอมยื่นขาข้างที่บาดเจ็บออกมาให้ทั้งที่ตัวเปียกปอนหนาวสั่น แม้ว่ากิริยาอาการยังเงอะงะแต่ก็แสดงถึงความไว้ใจ แค่ได้ยินเขาพูดว่า &
“หยุด!” เอี้ยนอ๋องตวาด ส่วนปลายแส้ม้านั้นเอี้ยนซ่านฉีตวัดฝ่ามือรับไว้ให้ทัน เขาลอบสังเกตเด็กน้อย นึกแปลกใจในความสุขุมเกินวัยเด็ก นับว่ากำลังขวัญของนางกล้าแข็งดีเยี่ยม“ฮวาเอ๋อร์คำนับท่านอ๋อง”ร่างน้อยคุกเข่าลง พูดจาฉาดฉาน ผิวพรรณของนางใสกระจ่างดุจหยกเนื้องามแ
นับจากนั้นมาเฉินเถาฮวาก็ขึ้นเป็นองค์หญิงหย่งอาน พระธิดาบุญธรรมของเอี้ยนอ๋อง ทรงมิได้ตามใจเด็กหญิงแต่เลี้ยงดูอย่างเข้มงวด มีเอี้ยนเซินเป็นผู้สอนน้องสาวให้เขียนอ่าน สอนประวัติศาสตร์และระเบียบแบบแผนของราชสำนัก เอี้ยนซ่านฉีสอนขี่ม้า ส่วนเอี้ยนซื่อจิ้นไม่สอนอะไรทั้งนั้น เน้นใช้แรงงานอย่างเดียว
จากใจนักเขียน ชายามังกร เป็นนิยายแนวจีนสมมติ วางโครงเรื่องค่อนข้างหวือหวาตรงที่นางเอกของเรื่องต้องกลายเป็นชางจี้ หรือคณิกาผู้ขายเสียงดนตรี ซึ่งชีวิตของนางเอกในเรื่องรันทดไม่เบาตั้งแต่วัยเด็ก แม้ว่าจะเป็นบุตรีของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นเอี้ยน แต่ชีวิตระหกระเหินกลายเป็นเด็กกำพร้าเร่ร่อน คว




![จะไม่ทนกับบทบาทนางร้าย [รีไรท์ตอนจบ]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


