Home / รักโบราณ / ชายาอสรพิษ / กลับสู่จุดเริ่มต้น 1

Share

กลับสู่จุดเริ่มต้น 1

last update publish date: 2024-12-25 19:24:18

ผ่านไปสิบวัน

อาการบาดเจ็บของหลี่เฟยหยางดีขึ้นมาก หูซานได้กลายเป็นแพทย์ประจำตัวของเขาไปแล้ว ทุกวันจะต้องมาจับชีพจร สอบถามความคืบหน้าระหว่างรักษาเสมอ ทั้งที่ชายชราไม่มีความจำเป็นต้องมาด้วยตนเอง เนื่องด้วยผู้ป่วยทั้งสองอยู่ในระยะปลอดภัยนานแล้ว

หลักๆ ที่วนเวียนอยู่อย่างนี้ เพราะต้องการเอาใจ ‘ศิษย์น้อง’ ที่เพิ่มมาอีกหนึ่งคน สร้างความรู้สึกประทับใจ เกาะติดหลี่หลิงเฟิ่งไม่ยอมห่าง

บอกตามตรง ตอนนั้นหลี่หลิงเฟิ่งเดือดดาลจนไร้คำพูดโต้กลับ นางแสดงเจตจำนงชัดเจนด้วยการปฏิเสธการเป็นศิษย์ของเขา นางไหนเลยจะคิดว่าเฒ่าทารกดันยกลำดับอาวุโสของนางให้สูงขึ้น ยังไม่ทันจะกล่าวอันใด หูซานก็ยกเตาหลอมโอสถให้นางพร้อมกับตำราสมุนไพรหนึ่งร้อยแขนงให้นางไว้ท่องจำ

ทุกเช้าหลังจากตรวจอาการหลี่เฟยหยางและเสี่ยวเฉินเรียบร้อย หูซานจะขลุกอยู่กับนางตลอดช่วงบ่าย บางครั้งยังลากนางไปโรงหมอเพื่อดูอาการคนไข้ เดิมทีหลังจากหลี่เฟยหยางฟื้นขึ้นมา นางคิดจะปฏิเสธหูซานอย่างจริงจัง เมื่อนำไปปรึกษากับชายหนุ่ม กลับเป็นหลี่เฟยหยางโน้มน้าวให้นางรับข้อเสนอนี้ไว้เสียเอง

หลี่หลิงเฟิ่งจึงผงกศีรษะรับอย่างจำใจ กลายมาเป็นศิษย์น้องของหูซานด้วยประการฉะนี้

“ร่างกายของคุณชายหายเป็นปกติแล้ว เพียงแต่พละกำลังภายในยังอ่อนแออยู่มาก ต้องเสริมสร้างอยู่เป็นประจำ หาไม่แล้วจะส่งผลต่อการเลื่อนขั้นพลังยุทธ์ของท่านในอนาคตได้” หูซานตรวจอาการของหลี่เฟยหยางอย่างเช่นทุกวัน ใบหน้าเป็นมิตรคลี่ยิ้มอบอุ่นส่งให้ มือผ่ายผอมจดเทียบยาส่งให้หวังซีจัดการต่อ

“ระหว่างนี้ข้าจะจัดให้ท่านดื่มวันละเทียบควบคู่กับการฝึกฝนซ่อมแซมร่างกายให้กลับคืนดังเดิม” หลี่เฟยหยางพยักหน้ารับรู้ ดื่มโอสถที่หวังซียื่นมาให้เงียบๆ แม้เขาจะไม่ค่อยพอใจที่คนอื่นมายุ่มย่ามใกล้ตัว แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเหมือนทุกครั้ง ด้วยรู้จุดประสงค์ของหูซานเป็นอย่างดี

หลี่หลิงเฟิ่งจ้องมองคนในห้องด้วยความเบื่อหน่าย นางคร้านจะเอ่ยปากไล่ ถึงอย่างไรก็ไม่เข้าหูชายชราหน้าทนผู้นี้หรอก เรื่องง่ายๆ แค่นี้ มีนางอยู่ทั้งคน ไม่ถึงกับต้องให้คนพวกนี้มาทำแทนก็ได้

“นอกจากอาการบาดเจ็บของพี่ใหญ่ ท่านยังตรวจพบอะไรอีกหรือไม่” หลี่หลิงเฟิ่งเลือกถามสิ่งที่นางสงสัยอยู่หลายวันออกไปแทน นางจำเหตุการณ์วันนั้นถนัดชัดเจน ความเย็นของร่างกายที่ลดต่ำอย่างรวดเร็ว เกล็ดน้ำแข็งเกาะขึ้นตามกาย ความเจ็บปวดทรมานสุดขีดที่แสดงออกมา รวมถึงปฏิกิริยาตอบสนองต่อเลือดของนางนั่นอีก ไม่มีสิ่งใดที่ไม่เป็นปัญหา

หลี่หลิงเฟิ่งรอคอยมาหลายวัน วาดหวังให้หูซานตรวจพบอาการแปลกประหลาดเหล่านั้น ผ่านมาหลายวัน การเฝ้าสังเกตของนางกลับว่างเปล่า นางกระวนกระวายใจ หลับไม่สนิททุกวันคืน แม้แต่คัมภีร์โอสถสวรรค์ที่รวบรวมโรคพิสดารต่างๆ บนโลกใบนี้ยังไม่สามารถไขความกระจ่างแจ้งแก่นางได้ หญิงสาวพลันรู้สึกมืดแปดด้านขึ้นมาทันที

“ร่างกายของพี่ชายเจ้าถือว่าแข็งแรงกว่าคนอื่นมากนัก ขอแค่บำรุงให้ดี หลีกเลี่ยงการใช้พลังยุทธ์ในช่วงนี้ก็ไม่มีปัญหาอันใดแล้ว” คำตอบของหูซานไม่เหนือความคาดหมายของนางมากนัก หลี่หลิงเฟิ่งผงกศีรษะรับรู้อย่างขอไปที

“หรือเจ้าเจอความผิดปกติอะไรเข้า” หูซานตาเป็นประกาย ที่เขาคิดเช่นนี้ได้ เหตุเพราะอยู่กับนางมาหลายวัน สาวน้อยนางนี้มักทำในสิ่งที่เหนือความคาดหมายอยู่บ่อยครั้ง หลายครั้งที่เขาให้นางศึกษาวินิจฉัยโรคให้คนป่วยร่วมกัน หลายโรคที่รักษานานกว่าจะหาย นางมักเสนอวิธีรักษาหรือการปรุงโอสถที่แปลกใหม่ให้กับเขา เขาไม่คุ้นเคยตำรับยาและวิธีรักษาของนาง แต่ไม่อาจโต้เถียงถึงผลลัพธ์ที่ดีกว่าสูตรเดิมที่เขามี

หลี่หลิงเฟิ่งมองหลี่เฟยหยางแวบหนึ่ง กล่าวด้วยน้ำเสียงติดเย็นชาขึ้นหลายส่วน “ไม่มี ข้าแค่ถามเพื่อความมั่นใจ” ขนาดระดับขั้นปฐมาจารย์ยังไม่รู้ ผู้อื่นจะรู้ได้อย่างไร

“จริงสิ เกือบลืมไป กำไลเงินที่ท่านใส่อยู่มันเก็บของได้หรือ วันนั้นข้าเห็นท่านหยิบพวกเตาหลอม สมุนไพรต่างๆ ออกมา” หญิงสาวโพล่งออกไปอย่างใคร่รู้ นางลืมไปได้อย่างไร นี่ถือเป็นศาสตราวุธที่ช่วยซ่อนเร้นมิติมายาของนางได้เชียวนะ ของดีแบบนี้ ทำไมสมองนางถึงลืมเลือนไปได้

“สายตาแหลมคมจริงๆ” หูซานหัวเราะร่า “นี่เป็นกำไลสำริดติดตัวข้าตั้งแต่กราบอาจารย์เข้าสำนักแพทย์โอสถ มีเพียงผู้ที่เป็นศิษย์สายตรงของผู้ก่อตั้งสำนักเท่านั้นถึงจะครอบครองมันได้”

สายตาเอ็นดูจ้องมองศิษย์น้องที่นานๆ จะแสดงความอยากรู้อยากเห็นอย่างชัดเจนถึงเพียงนี้ ใจของเขาพองโตอย่างมีความสุข นั่นเท่ากับว่าหลี่หลิงเฟิ่งเริ่มยอมรับเขาเป็นศิษย์พี่บ้างแล้ว ให้เอาวัตถุหรือความลับของสำนักมาขาย เขาก็ไม่ใส่ใจสักนิด

“ศิษย์น้อง ไม่เพียงแค่เป็นสัญลักษณ์ผู้มีอำนาจในสำนักแพทย์โอสถ กำไลวงนี้ยังสามารถเก็บสิ่งของได้อีกด้วย ยามใดที่เจ้าเดินทางไม่จำเป็นต้องแบกสิ่งของให้เหนื่อย จับพวกกมันโยนเข้าไปในกำไลสำริดเป็นอันสิ้นเรื่อง” ใจหลี่หลิงเฟิ่งฟูฟ่อง นางเดาไม่ผิดจริงๆ อนาคตภายภาคหน้าก็ไม่ต้องกังลเรื่องพลังธาตุมิติมายาของนางจะถูกพบเห็นได้ง่ายๆ อีกต่อไป

นอกจากหลี่เฟยหยางและผู้ติดตามทั้งสามของพวกนางแล้ว คนอื่นๆ ที่รู้เรื่องนี้ล้วนตายตกหมดสิ้น ความกังวลในตลอดหลายเดือนได้รับการปลดปล่อยเสียที แววตาที่มองหูซานดูสบายตาขึ้นไปอีกขึ้น

“นอกจากข้าแล้วยังมีศิษย์พี่ของเจ้าอีกสองคนที่ยึดครองไว้ หากเจ้าต้องการ เช่นนั้นก็เดินทางไปยังสำนักแพทย์โอสถ ข้าได้แจ้งข่าวให้ศิษย์พี่ทั้งสองรับรู้ก่อนแล้ว สิ่งที่ผู้อาวุโสในสำนักแพทย์โอสถจะได้รับ เจ้าย่อมมีครบไม่ขาดตกบกพร่องไปแม้แต่เพียงนิด” หลี่หลิงเฟิ่งมุมปากกระตุก นางรู้แค่ว่าอาจารย์ของหูซานลาโลกไปนานแล้ว นางถึงทำใจยอมรับข้อเสนอนี้ได้ แต่ศิษย์พี่อีกสองคนโผล่มาจากไหน ยิ่งไปกว่านั้นเกรงว่าตำแหน่งหูซานในสำนักแพทย์โอสถจะไม่ธรรมดาอย่างที่นางคิด เป็นไปได้มากว่า...

“ท่านจะบอกว่าตนเองเป็นศิษย์ของอดีตเจ้าสำนักหรือ” หลี่หลิงเฟิ่งถามออกไปอย่างระแวดระวัง ใจนางเริ่มกระตุกรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ หวังซีที่ยืนหลบอยู่ปลายเตียงมองหลี่หลิงเฟิ่งราวกับมองตัวประหลาด

‘นี่นางไม่รู้แม้กระทั่งประวัติของอาจารย์หูเลยงั้นรึ มิน่าล่ะ ตอนแรกนางถึงได้ปฏิเสธไม่อยากเป็นศิษย์ของท่านอาจารย์’ สายตาที่มักจะเก็บรายละเอียดรอบด้าน ถูกแบ่งความสนใจไปมองหูซานอย่างสงสาร

หูซานไม่ได้รับรู้ถึงบรรยากาศแปลกประหลาดรอบตัว หัวเราะเสียงดังลั่นห้อง “ฮ่าๆ เสี่ยวยาโถว ถ้าข้าไม่ใช่ ในแผ่นดินนี้จะมีใครใช่อีกเล่า ศิษย์ที่โดดเด่นที่สุดในรุ่นนั้นก็มีเพียงหูซานคนนี้ เจ้าสำนักจะอดใจไม่รั้งตัวข้าไว้เป็นศิษย์ได้รึ เหล่าผู้อาวุโสสมัยนั้นไม่อยู่ในสายตาของข้าเลยสักนิด ฟังอย่างนี้แล้ว เจ้ารู้สึกถึงความร้ายกาจของข้าบ้างรึยัง รู้สึกว่าศิษย์พี่ของเจ้าดียิ่งใช่หรือไม่”

หวังซีนึกอยากให้หลี่หลิงเฟิ่งเป็นอาจารย์อาของเขาขึ้นมาจริงๆ หากเป็นอย่างนี้ต่อไป เขาที่เป็นศิษย์ของหูซานคงอับอายจนไม่มีหน้าเหลือไปพบผู้ใดได้อีกต่อไปแล้ว

หลี่หลิงเฟิ่งยิ้มแหย หัวเราะเหอะๆ ในลำคอ “หากพูดกันตามจริง ท่านอาศัยอะไรรับข้าเป็นศิษย์แทนอดีตเจ้าสำนัก” อีกอย่าง ต่อให้หูซานยอมรับนาง ใช่ว่าอีกสองท่านนั้นจะเห็นด้วยไปกับเขา

“เรื่องนี้ไม่ยาก ท่านอาจารย์ชอบคนมีพรสวรรค์ ถ้าได้เจอเจ้าจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อรั้งตัวไว้เป็นแน่” นิ่งไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงกระตือรือร้นดังขึ้นอีกครั้ง “ใช่แล้ว พวกข้าฝันมาเสมอว่าอยากได้ศิษย์น้องหญิงสักคนหนึ่ง แต่เมื่อหมดจากรุ่นของข้าก็ไม่มีศิษย์ใหม่คนไหนมีความสามารถโดดเด่นอีกเลย ข้าจึงเป็นศิษย์คนสุดท้าย”

“นี่นับเป็นเหตุผลหรือ” ออกจะไร้สาระเกินไปหน่อยกระมัง หรือนักหลอมโอสถฝีมือดีทุกคนสมองมักจะไม่ปกติ เมื่อพบหญิงสาวตีสีหน้าพิลึกพิลั่น แววตาเย็นชาของหลี่เฟยหยางพลันปรากฏรอยยิ้ม

หูซานถลึงตา ส่งเสียงฮึดฮัดอย่างไม่พอใจ “แน่น่ะสิ ผ่านการรับรองจากข้าแล้ว เจ้าก็เป็นศิษย์น้องเต็มตัว สบายใจได้ ไม่มีผู้ใดกล้าคัดค้านต่อสายตาข้าผู้นี้หรอก”

หลี่หลิงเฟิ่งไม่ได้กลัวผู้คนไม่ยอมรับ ไม่ได้สนใจสักนิด นางแค่ไม่อยากมีศิษย์พี่ที่อายุรุ่นราวคราวปู่ หลี่เฟยหยางเคยเล่ารายละเอียดสำนักแพทย์โอสถให้นางฟังคร่าวๆ มาบ้าง เจ้าสำนักคนปัจจุบันอายุน่าจะไม่น้อยแล้ว

หลี่หลิงเฟิ่งเวทนาตนเองอยู่ในใจ ก่นด่าความใจอ่อนในตอนนั้นของตนเองเป็นพันครั้ง

“คุณหนูเจ้าขา นายท่านสามกับคนของฮูหยินใหญ่มาเจ้าค่ะ บอกว่าต้องการพบคุณชายใหญ่และคุณหนูเจ้าค่ะ” ขณะที่ภายในห้องนอนของหลี่เฟยหยางเต็มไปด้วยเสียงของหูซานนั้น เสี่ยวเซียง สาวใช้ตัวน้อยของหลี่หลิงเฟิ่งวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน ท่าทางทำความเคารพที่ต้องปฏิบัติลืมไปจนหมด พูดรัวเร็วระคนตกใจ

“พวกเขามาทำอะไร”

“คงมาเร่งให้เจ้ารีบกลับจวนกระมัง” หลี่เฟยหยางพูดออกมาอย่างเย็นชา ใบหน้าหล่อเหลาเย็นเยียบ

“ดูท่าเจ้าเมืองตระกูลหลี่ใจร้อนเกินไปหน่อยกระมัง” หูซานได้ฟังอดที่จะพูดขึ้นมาไม่ได้ ข่าวสารเรื่องการหมั้นหมายของนังหนูนี่เขาได้ยินมาบ้างเหมือนกัน มีเวลาอีกร่วมเดือนกว่าจะถึงวันส่งตัวเข้าวัง เหตุใดจึงเร่งรัดอยากให้ศิษย์น้องกลับไปนัก เมื่อก่อนไม่เห็นมาดูดำดูดีพวกนาง ตอนนี้กลับกระตือรือร้นมารับคน

หากว่าไม่มีจุดประสงค์ใดแอบแฝง ให้ตายเขาก็ไม่เชื่อ

มุมปากหลี่หลิงเฟิ่งยกยิ้ม ฮ่องเต้ไม่ร้อนใจ ขันทีกลับร้อนใจไปก่อน* หญิงสาวหมุนกายออกไปตามหลังเสี่ยวเซียง มือจับบานประตูค้างไว้ เหมือนคิดอะไรได้ หันหน้ากลับมาพูดกับคนในห้อง “พี่ใหญ่ท่านพักผ่อนเถอะ ข้าออกไปต้อนรับคนเดียวก็พอแล้ว ส่วนพวกท่าน เชิญตามอัธยาศัย ขอตัวก่อน”

ชายหนุ่มเผยสีหน้ายุ่งยากใจ มองเงาหลังหลี่หลิงเฟิ่งด้วยความเป็นห่วง ขยับตัวเตรียมจะลงจากเตียง แต่สุดท้ายก็รั้งตัวเองไว้ ถอนใจเฮือกใหญ่ หลับตาเอนตัวนั่งพิงหัวเตียงดังเดิม

คาดไม่ถึงเมื่อหลี่เฟยหยางสงบใจลงได้ กลายเป็นหูซานที่เป็นเดือดเป็นร้อนขึ้นมาแทน

หากเป็นเมื่อก่อนหูซานไม่อาจช่วยเหลือหลี่หลิงเฟิ่งได้มากนัก เขาไม่อาจก้าวก่ายเรื่องของครอบครัวคนอื่น ยิ่งไปกว่านั้น เขาไม่ชอบเอาตนเองเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องในราชสำนัก

แต่วันนี้ไม่เหมือนวันวาน นางเป็นศิษย์น้องของเขา แล้วเขาเป็นใคร ผู้อาวุโสสำนักแพทย์โอสถของดินแดนแห่งนี้ แค่จวนเจ้าเมืองเล็กๆ ไม่อยู่ในสายตาเขาเลยสักนิด!

“ฮ่าๆ ศิษย์น้องเจ้ารอข้าก่อน” ใบหน้าเจ้าเล่ห์เต็มไปด้วยความสนุกสนานฉาบขึ้นมา กวักมือเรียกหวังซีพร้อมกับผงกหัวอำลาหลี่เฟยหยาง “หวังซี อย่าลืมรายงานเรื่องนี้ให้อาจารย์ลุงของเจ้ารู้ด้วยเล่า อย่าได้ตกหล่นแม้แต่คำพูดเดียว”

“ขอรับ” หวังซีขานตอบเสียงเบา ฟังดูอ่อนอกอ่อนใจ เดินตามหลังหูซานออกไปเงียบๆ

เมื่อเหลือเพียงหลี่เฟยหยางทั้งห้องจึงตกอยู่ในความเงียบ สายตาของบุรุษเย็นชาราวน้ำแข็ง น้ำเสียงเฉียบขาดดังขึ้น “อู๋เหยียน ไปสืบมา”

ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ ตอบกลับมา มีเพียงต้นไม้ข้างห้องนอนสั่นไหวครั้งหนึ่งก่อนรอบบริเวณจะตกสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง

*ฮ่องเต้ไม่ร้อนใจ ขันทีกลับร้อนใจไปก่อน หมายถึง เดือดเนื้อร้อนใจเรื่องของคนอื่น ในขณะที่เจ้าตัวไม่สนใจเลยสักนิด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายาอสรพิษ   กาลเวลา

    ข่าวการล่มสลายของค่ายโจรหมื่นโลหิตแพร่สะพัดไปทั่วทุกเขตแดน ผู้คนพูดถึงความยิ่งใหญ่ของสิบราชันย์ กล่าวขานถึงการเสียสละของตระกูลใหญ่ สาปแช่งวิถีมารในหุบเขาหยกขาว หลี่หลิงเฟิ่งวางถ้วยชาอย่างแผ่วเบา เป่ยเฉินหลงรายงานผ่านป้ายคำสั่งทองคำตามเคย ค้นทั่วค่ายไม่พบเบาะแสของหัวหน้าใหญ่ บัญชีรายชื่อทั้งหมดจบที่หัวหน้าสาม“เหมือนเงา” เป่ยเฉินหลงสรุปก่อนตัดการเชื่อมต่อหลี่หลิงเฟิ่งคิดตามเงา… ย่อมต้องมีเจ้าของหัวหน้าสามระดับนั้น นักวางค่ายกลขั้นปราชญ์ ราชันย์วิถีมารที่ผสานค่ายกลกับพลังยุทธ์ได้อย่างแนบเนียนหากไม่มีใครหนุนหลัง ทรัพยากรจะมาจากที่ใด ความรู้ต้องห้ามจะถ่ายทอดจากผู้ใด ต่อให้เป็นอัจฉริยะ ก็ไม่อาจเติบโตลำพังในถิ่นทุรกันดารสายตานางเย็นลงเล็กน้อย “ตระกูลชิง…”ชื่อหนึ่งผุดขึ้นในใจ ไม่มีหลักฐาน เอาผิดไม่ได้ บอกผู้อื่นยิ่งไม่ได้ หลี่หลิงเฟิ่งรู้สึกอึดอัดมากตระกูลชิงเงียบสูญเสียครั้งใหญ่ แต่กลับไม่เคลื่อนไหว น่ากลัวเสียจริงหลี่หลิงเฟิ่งทอดถอนใจ ไร้หลักฐานก็คือไร้หลักฐานการกล่าวหาโดยไม่มีน้ำหนักมีแต่จะเปิดช่องให้ตนเองตกเป็นเป้าอีกอย่างเรื่องนี้ห่างไกลจากตัวนาง อย่างน้อยก็ในตอนนี้อีกด้านหน

  • ชายาอสรพิษ   สิ้นแล้วค่ายโจร

    ผ่านไปอีกหนึ่งเดือนเต็ม ลานหินกลางค่ายโจรกลายเป็นซากปรักหักพัง พื้นดินแตกร้าวเป็นใยแมงมุม หลุมลึกนับสิบจั้งกระจายทั่วบริเวณ อักขระสีดำและสีทองยังคงสลับส่องแสงปะทะกันไม่หยุดศึกยังไม่ตัดสินแพ้ชนะยอดราชันย์สิบคนผลัดกันโจมตีไม่หยุดตลอดหลายวันหลายคืน แม้มีผู้บาดเจ็บล้มลงบ้าง แต่ก็มีคนเข้ามาแทนที่ทันที ราวกับคลื่นซัดใส่โขดหินไม่ขาดสายทว่าโขดหินก้อนนั้นเริ่มมีรอยร้าวแล้วหัวหน้าสามแห่งหมื่นโลหิตยืนอยู่กลางแกนค่ายกล เสื้อคลุมดำขาดวิ่น แขนข้างหนึ่งยังคงมีรอยแผลกรีด โลหิตซึมไม่หยุด ใบหน้าซูบตอบลงเล็กน้อยแม้พลังยุทธ์ของเขาจะยังพลุ่งพล่าน แต่แววตาลึกโหลนั้นฉายแววอ่อนล้าหนึ่งคนสู้กับสิบคนต่อให้เป็นราชันย์ก็ใช่ว่าจะไม่สิ้นเปลือง“มันเริ่มไม่ไหวแล้ว” ผู้นำตระกูลไป๋ตะโกน โอกาสมาถึงแล้ว เส้นพลังสีฟ้าฟาดใส่กระแทกกำแพงค่ายกลจนสั่นสะเทือนตูม!อักขระสีดำด้านหนึ่งแตกกระจายเป็นผงหัวหน้าสามแค่นหัวเราะ แม้เสียงแหบพร่า “คิดว่าข้าล้าแล้วหรือ?”เขายกมือขึ้นอีกครั้ง วิญญาณเร่ร่อนที่เหลืออยู่พุ่งกรูออกมา แต่เหล่าราชันย์เตรียมตัวไว้แล้ว สมบัติอาคมหลายชิ้นส่องประกายพร้อมกัน ผนึกพลังวิญญาณให้กระจายหายไปในอากา

  • ชายาอสรพิษ   เริ่มบุก

    ภายนอกเป็นเวลากว่าห้าเดือนหลี่หลิงเฟิ่งสามารถรวมพลังจิตและเนตรลักษณ์เข้าด้วยกันแล้ว ตอนนี้สอดส่องได้ไกลถึงหน้าตีนเขาเขตจิตลวง ที่น่ายินดีนางเจอผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปราชน์หลายคนแต่ไม่มีใครรู้สึกถึงตัวตนของนางได้เลย วิชาเนตรลักษณ์สมกับเป็นหนึ่งในคัมภีร์สวรรค์ระยะนี้ป้ายคำสั่งทองคำสั่นบ่อยครั้งจนนางแทบไม่มีสมาธิฝึกฝน ครั้งนี้ก็เช่นกัน นางเก็บพลังจิตกลับมา ตอบรับเป่ยเฉินหลง“คำแนะนำของท่านได้ผลจริงๆ พวกเราแก้ค่ายกลชั้นนอกได้แล้ว คาดว่าอีกไม่นานก็จะทำลายจนหมด”ตลอดหลายเดือนเป่ยเฉินหลงหมั่นติดต่อมาหานาง แทบทุกครั้งมักจะพ่วงผู้อาวุโสเป่ยเหยียนมาด้วย ต้องบอกว่าพรสวรรค์เรื่องค่ายกลของเป่ยเหยียนไม่ธรรมดา นางเพียงชี้แนะนิดหน่อยเขาก็ขยายความต่อได้ทันที หลี่หลิงเฟิ่งแนะนำเหมือนอย่างเคยก่อนตัดการติดต่อจนกระทั่งเข้าสู่เดือนที่แปด ปราการที่แข็งแกร่งที่สุดจึงพังทลายลงด้วยการรวมพลังถล่มแกนกลางตามจุดอ่อนที่หลี่หลิงเฟิ่งระบุไว้หญิงสาวไม่คิดเลยว่าค่ายกลพวกนั้นที่นางเขียนขึ้นมาลวกๆ ทำให้เหล่ายอดฝีมือค่ายกลรับมือยากขนาดนี้ นางเป็นแค่มือสมัครเล่นเองนะ ไฉนถึงก่อคลื่นลมมากมายขนาดนี้กันเล่าหลี่หลิงเฟิ่งอยากจะร้อง

  • ชายาอสรพิษ   วิชาเนตรลักษณ์

    หลังทดลองกับมังกรดินแล้วล้มเหลว หลี่หลิงเฟิ่งละเหี่ยใจ ความเข้าใจในอาคมควบคุมของนางมิได้ผิดพลาด ค่ายกลก็ไม่ขาดตกบกพร่องแต่ระดับพลัง…สิ่งมีชีวิตที่มีวิญญาณแข็งแกร่งเกินไป ต่อให้โครงสร้างถูกต้อง หากพลังไม่ถึงก็ย่อมควบคุมไม่ได้“เช่นนั้นก็ลดระดับเป้าหมายลง”สายตานางทอดไปยังหุ่นเชิดเดิมทีหุ่นเชิดต้องฝังผลึกวิญญาณเลือดเพื่อให้เกิดพลังวิญญาณเป็นแก่นขับเคลื่อนนางมีผลึกชนิดนั้นเพียงชิ้นเดียว ใส่ให้อีกตัวไปแล้วหากต้องพึ่งพาจึงจะควบคุมได้ก็ไม่ต่างจากพึ่งพาวัตถุภายนอก อีกอย่างผนึกนั่นหาง่ายเสียที่ไหน‘หากข้าใช้อาคมควบคุมเป็นตัวกำกับ ใช้ค่ายกลวิญญาณเป็นตัวดึงพลังงานจากมิติมายามาทดแทนผลึกเหล่านั้นล่ะ?’นางตัดสินใจทดลอง นำหุ่นเชิดเหล็กสองตัวออกมา เริ่มวาดอักขระกลางอากาศครั้งนี้นางไม่สร้างวิญญาณให้มัน แต่สร้างโครงสร้างรองรับคำสั่งแทนค่ายกลดูดวิญญาณถูกวาดลงอย่างประณีตแทนที่แก่นพลังเดิม จากนั้นอาคมควบคุมซ้อนทับลงไป เชื่อมตรงเข้าสู่พลังจิตของนางอักขระสุดท้ายส่องประกาย หุ่นเชิดสั่นไหวเล็กน้อย ยกแขนยกขา หมุนคอ ก้าวเดิน มันก็หยุดคิดอีกครั้ง มันคุกเข่า ง่ายดายอย่างน่าประหลาด“หรือแท้จริงแล้วการควบ

  • ชายาอสรพิษ   รู้จักใช้อาคม

    หลี่หลิงเฟิ่งยังคงจมดิ่งอยู่กับการถอดรหัสอักขระโบราณบนแผ่นโลหะเขียว ความเงียบงันรอบกายขับเน้นให้กระบวนการคิดวิเคราะห์ในใจของนางเฉียบคมยิ่งขึ้น นางเริ่มตระหนักมหาคัมภีร์สวรรค์เก้าชั้นฟ้ามิใช่การสร้างวิถีใหม่ที่แปลกแยก ทว่ามันคือการเข้าถึงแก่นแท้ของวิชาทั้งปวงบนโลกที่นางอาศัยอยู่ หากนางเข้าใจหลักการของมันอย่างถ่องแท้ นางย่อมสามารถนำไปต่อยอดและแตกแขนงวิชาพื้นฐานให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมได้หลายแขนงยิ่งศึกษายิ่งลึกล้ำทุกวันนี้ นอกจากนางจะเคี่ยวกรำฝึกฝนวิชาตามตำราที่ได้รับมาอย่างหนักแล้ว ในใจของนางยังเริ่มก่อเกิดความต้องการที่จะรังสรรค์วิชาเฉพาะตัวของตนเองขึ้นมา นางต้องการสร้างกระบวนท่าที่แปลกใหม่ เอาไว้ใช้สร้างความประหลาดใจสยบศัตรูในอนาคตแต่ยากตรงที่วิชาทั่วไปสอนให้จำ สอนให้ทำตาม สอนให้เดินตามรอยเท้าคนก่อนหน้า แต่เจ้ากลับสอนให้ข้ารื้อทุกอย่างออกมาทั้งโครงสร้างพลัง เส้นทางไหลเวียน เจตจำนงท่วงท่าเมื่อมองทะลุถึงระดับนั้น วิชาหนึ่งย่อมปรับใช้กับอีกวิชาหนึ่งได้“ในเมื่อข้าเข้าใจแก่นแท้ เหตุใดต้องเดินตามผู้อื่นเพียงอย่างเดียว”ดวงตาของหลี่หลิงเฟิ่งเข้มขึ้น นางเริ่มจากสิ่งที่ถนัดที่สุดพลังธาตุ

  • ชายาอสรพิษ   จัดเปลี่ยนของวิถียุทธ์

    กองทัพตระกูลใหญ่มีหัวหอกเป็นตระกูลเป่ย พวกเขาไม่บุกในทันที เลือกปักหลักอยู่รอบบริเวณนอกค่ายโจร การเตรียมการต่างๆ กินเวลาหลายเดือน เชิญปรมาจารย์ค่ายกลขั้นปราชญ์ออกจากการเก็บตัว ระดมกำลังจากพันธมิตรสองตระกูล รวบรวมยอดฝีมือเหนือขั้นนภาหลายคนสายข่าวแทรกซึมตามแนวเขตอันตราย ส่งข้อมูลตำแหน่งลาดตระเวน จำนวนเวรยาม ช่วงเวลาที่ค่ายกลเปิดปิด ข้อมูลเหล่านี้ถูกส่งต่อมายังหุบเขาหยกขาวด้วยเช่นกัน หลี่หลิงเฟิ่งนั่งอ่านยันต์สื่อสารทีละแผ่นอย่างออกอรรถรสและแล้วเช้าวันหนึ่ง ป้ายคำสั่งทองคำสั่นขึ้นมา เสียงเป่ยเฉินหลงลอดออกมา“ค่ายกลแก้ยากกว่าที่ประเมินไว้เล็กน้อย แต่ควบคุมได้”พอหลี่หลิงเฟิ่งได้ฟังก็ยกยิ้ม แอบชื่นชมเหล่านักวางค่ายกลอยู่ในใจ สมกับเป็นแผ่นดินใหญ่ คนเก่งกาจมีเยอะจริง ๆ ตัวนางเอกก็ไม่อาจหย่อนยานฝึกฝน ทั้งสองพูดคุยกันสักก่อนจะตัดการติดต่อไปวันเดียวกันยันต์สื่อสารสว่างขึ้นกลางดึก“ค่ายกลซับซ้อนกว่าที่คิด มีชั้นซ้อนหลายระดับ ทุกครั้งที่แก้สำเร็จส่วนหนึ่ง จะกระตุ้นกลไกโจมตีอัตโนมัติ คาดว่าคงใช้ต้องเวลาอีกหลายวันถึงจะทำลายได้”หลี่หลิงเฟิ่งอ่านเงียบ ๆ สีหน้าแปลกประหลาดยิ่ง เมื่อเช้าเป่ยเฉินหลง

  • ชายาอสรพิษ   เขตลับ 1

    “อ่ะแฮ่ม...ไม่ว่าการประลองครั้งไหนก็ตัดสินที่ความสามารถเสมอ สำนักแพทย์โอสถเรายังไม่ถึงต้องให้ผู้อื่นมาตัดสินแทนหรอก” ผู้คนโดยรอบไม่มีใครกล้าส่งเสียงสักคน หรงอู่ซาบซึ้งใจน้ำตาแทบไหล เวลานี้เทิดทูนหลี่หลิงเฟิ่งยิ่งกว่าเจ้าสำนักเสียอีก ตั้งแต่นั้นมารอยยิ้มบนใบหน้าหุบไม่ลงอีกต่อไปครบหนึ่งชั่วยาม ผู้ชน

    last updateLast Updated : 2026-03-19
  • ชายาอสรพิษ   ความลับของสำนัก

    พระอาทิตย์ลับขอบฟ้าเป็นเวลานานมากแล้ว ภาพยามค่ำคืนควรปรากฏอยู่ในสายตา ทว่าที่แห่งนี้กลับเต็มไปด้วยแสงแดดอ่อนสว่างนวลราวแดดยามเช้า ลมหนาวเย็นยะเยือกถึงกระดูกพัดผ่านตัวนางที่นอนเหยียดแขนขาบนเก้าอี้หวายใต้ต้นท้อเป็นครั้งคราว ด้านข้างของนางเป็นสระหยกเย็นที่อบอวลไปด้วยพลังไอปราณบริสุทธิ์

    last updateLast Updated : 2026-03-19
  • ชายาอสรพิษ   เขตลับ 2

    เจ้านาย ทางนี้!เสียงนี้อีกแล้ว เรียกหาตั้งแต่นางเดินเข้ามาในอุโมงค์นี้เสียงก็ดังก้องในหูนางไม่ต่ำกว่าห้าครั้ง นางเดินออกมาห่างไกลจากคนในกลุ่มเรื่อย ๆ สมบัติตรงนี้น้อยกว่าที่อื่นมาก ชั้นวางสมบัติเป็นเพียงหินที่ทำเป็นชั้น ๆ เรียงกันขึ้นมาเท่านั้น แตกต่างจากก่อนหน้าที่ทำขึ้นด้วยทองคำและหยก คนเข้าละโม

    last updateLast Updated : 2026-03-19
  • ชายาอสรพิษ   จุดเริ่มต้นของหายนะ

    พรึ่บ !เปลวเพลิงไม่รู้ที่มาแผดเผาบริเวณโดยรอบโดยที่ทุกคนไม่ทันได้ตั้งตัว แผดเผาทุกสรรพสิ่งที่อยู่เบื้องหน้าให้มอดไหม้“เจ้าฉวยโอกาส” ผู้บุกรุกกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้น ทว่าเมื่อเทียบกับคนอื่นกลับดูดีกว่ามาก เขาป้องกันการลอบโจมตีของนางครั้งนี้ได้ทัน“ฆ่ากันต้องมีกฎด้วยหรือ ก็แค่เจ้าตาย ข้ารอด” หล

    last updateLast Updated : 2026-03-19
More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status