Masukเสิ่นลู่ถิงนั่งอยู่ที่ศาลาริมสระ ดวงตากลมจดจ้องอยู่กับการปักผ้าผืนสวยเพื่อจะมอบให้สนมหลี่เป็นของขวัญ อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสนมหลี่ ดูเหมือนฮ่องเต้จะสั่งให้คนเตรียมงานอย่างเอาอกเอาใจ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ข้านึกหนักใจแม้สักนิด
ถึงแม้ว่าฮ่องเต้จะเอาใจสนมหลี่เพียงใด แต่ใครต่างก็รู้ว่านั่นเพราะนางมีทายาทของฮ่องเต้อยู่ในครรภ์ ทุกค่ำคืนฮ่องเต้ยังคงเสด็จมาหาข้าอยู่เสมอ ไม่มีใครได้เห็นฮ่องเต้ในยามท้องฟ้ามืดยกเว้นข้า และข้าก็เชื่อว่าจะมีข่าวดีอีกไม่นานนี้
“พระสนมเพคะ”
“ว่าอย่างไรบ้าง?”
“ดูเหมือนว่าฮองเฮาจะทำการใหญ่ในวันพระราชสมภพของสนมหลี่เพคะ อีกอย่างเท่าที่หม่อมชั้นให้คนคอยจับตาดู สนมหลี่ไม่เหมือนกับคนกำลังตั้งครรภ์เลยเพคะ”
“อย่างไร?” เยว่จินขยับมาพูดที่ข้างหูอย่างแผ่วเบาเกี่ยวกับสิ่งที่สังเกตมา เสิ่นลู่ถิงฟังอย่างตั้งใจทั้งคิดตามก่อนจะยิ้มกว้าง ก็จริงอย่างที่เยว่จินว่า ทั้งที่ท้องแต่ยังพยายามยั่วให้ได้ร่วมรักกับฮ่องเต้อยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นฮ่องเต้ที่ไหวตัวทันและไม่ได้ทำอะไรลงไป ไหนจะเรื่องหน้าท้องที่ดูเหมือนจะไม่นูนขึ้นเลยแม้แต่น้อย น่าสงสัยเหลือเกิน
“พระสนมจะให้หม่อมชั้นเตรียมการสิ่งใดไหมเพคะ?”
“ไม่ต้องหรอก”
“พระสนมจะปล่อยไปเช่นนี้หรือเพคะ? หากสนมหลี่ได้โอรส….”
“ใครบอกว่าข้าจะปล่อยไป แค่ไม่จำเป็นต้องลงมือเองก็เท่านั้น” เสิ่นลู่ถิงยิ้มมุมปาก ถ้าเป็นไปอย่างที่เยว่จินบอกว่าฮองเฮากำลังคิดจะทำการใหญ่ ข้าก็ไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองเข้าไปยุ่ง หลี่หว่านลู่ทำฮองเฮาแท้งลูก ครั้งนี้สิ่งที่ฮองเฮาจะจัดการก็คงรุนแรงพอกัน แค่มารอดูกันว่าจะเป็นฮองเฮาที่ลงโทษเพราะทำหลี่หว่านลู่แท้ง หรือเป็นการค้นพบว่านางไม่เคยท้องมาก่อนกันแน่
“หม่อมชั้นลืมไปเลยเพคะ อี้ชวนยังฝากมาทูลด้วยว่า งานพระราชสมภพของสนมหลี่ครั้งนี้ ฮ่องเต้ทรงประทานอนุญาตให้ตระกูลเสิ่นเข้ามาด้วย” นิ้วเรียวเคาะบนโต๊ะอย่างฉุกคิด ทั้งที่ไม่มีสัมพันธ์ใดเลยเกี่ยวข้องกันระหว่างตระกูลหลี่และตระกูลเสิ่น แต่ยังคงอนุญาตให้เข้าวัง ไม่แน่ว่านี่อาจะเป็นคำขอที่สนมเอกทูลขอฝ่าบาท มิใช่ว่าจงใจเล่นงานข้าอยู่หรอกนะ
“เจ้าไปบอกอี้ชวนว่าจับตาดูท่านแม่ข้าให้ดี การเข้าวังมาครั้งนี้ต้องมีสิ่งใดผิดปกติแน่”
จวนชินอ๋อง
“พระชายาโปรดวางใจ ข้าจะไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน” ฮูหยินเสิ่นเอ่ยปากบอกชายาอ๋องที่นั่งอยู่อย่างกระตือรือร้น บทสนทนานั้นได้ยินถึงหูของใครบางคนที่แอบฟังอยู่โดยที่ไม่มีใครรู้ตัว
“ก่อนหน้านี้ก็เกือบจะแต่งเข้ามาเพื่อแย่งท่านอ๋องของข้า แม้ฝ่าบาทจะยกเลิกการอภิเษกแต่สุดท้ายนางก็ยังมายุ่งกับฝ่าบาท แล้วทำให้พี่สาวข้าถูกปลดออกจากตำแหน่งสนมเอกได้อีก นางหญิงบ้านี่เก็บเอาไว้ไม่ได้”
“พระชายาวางใจ ข้าจะไม่ปล่อยนางไปอีก” ปึ้ง!! บานประตูถูกคนที่แอบฟังอยู่ผลักเข้าไปเต็มแรงด้วยโทสะ ดวงตาทุกคู่เบิกกว้างขึ้นทันทีเมื่อเป็นชินอ๋องที่เข้ามา หลี่หว่านหว่านนั่งกุมมือด้วยความประหม่า ก่อนจะรวบรวมความกล้าแสร้งยิ้มเดินเข้าไปจับมือของชินอ๋องเอาไว้แน่น
“ช่วงนี้ดูเหมือนว่าฮูหยินเสิ่นจะมาที่จวนข้าบ่อยนัก มีสิ่งใดน่าสนใจหรือ?” แววตาเชือดเฉือนและประโยคนั้นเยือกเย็นมากพอที่จะทำให้ฮูหยินเสิ่นรีบขอตัวกลับจวนอย่างไม่กล้าพูดสิ่งใดต่อ ชินอ๋องหันไปหาชายาของตนที่จะเสแสร้งยืนยิ้มไร้เดียงสา ก่อนจะบีบเข้าที่คอสวยเต็มแรง
“แคกๆ ท่านอ๋อง ปล่อยนะเจ้าคะ”
“ข้าจะเตือนเจ้าเอาไว้ อย่าแตะต้องเสิ่นลู่ถิง” พูดเท่านั้นแล้วผลักหลี่หว่านหว่านจนกระเด็นกระแทกกับเก้าอี้ ขายังไม่ทันได้ก้าวไปไหนเสียงอาละวาดปาข้าวของแตกลงพื้นก็ดังขึ้นจนต้องหันไปมอง
“เหตุใดท่านอ๋องถึงสนใจมันขนาดนั้น ไม่ใช่ว่าท่านเกลียดมันมากที่สุดหรือ!!!”
“ที่ข้าต้องเกลียดเสิ่นลู่ถิงถึงเพียงนั้น ไม่ใช่เพราะว่าเจ้าคอยเอาแต่เป่าหูหรือ!!” ชินอ๋องตวาดเสียงดังลั่น แขนข้างหนึ่งยกขึ้นเตรียมใช้มือหนาฟาดเข้าที่ใบหน้าคนตรงหน้า แต่ยังโชคดีที่ยับยั้งอารมณ์เอาไว้ได้ทัน ชินอ๋องหลับตาลงกัดฟันกรอดพยายามระงับอารมณ์ของตนไว้ แม้ลงมือไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น
“ท่านอ๋องเคยบอกว่ารักข้ามากที่สุด ลืมไปหมดแล้วหรือเจ้าคะ!”
“ข้าไม่เคยลืมในสิ่งที่เจ้าพูด และยิ่งไม่เคยลืมในสิ่งที่เจ้าทำกับข้า!!” หลี่หว่านหว่านมองจดจ้องอย่างไม่เข้าใจในสิ่งที่ชินอ๋องพูด พยายามรั้งคนที่จะเดินหนีกันไปจนถูกผลักล้มลงสู่พื้นเต็มแรง ยิ่งถูกเมินเฉยมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งรู้สึกเกลียดเสิ่นลู่ถิงมากขึ้นเท่านั้น ทั้งที่ชินอ๋องเคยเกลียดนางดั่งกับนางเป็นสิ่งสกปรก แต่ในตอนนี้ทำไมกลับให้ความสนใจถึงเพียงนี้
“ท่านอ๋องกำลังพูดถึงอะไรเจ้าคะ”
“ช่างมันเถิด แต่ข้าขอเตือนเจ้าเอาไว้ หากเจ้าทำอะไรเสิ่นลู่ถิง ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าเอาไว้แน่”
“เหตุใดถึงทำกับข้าเช่นนี้ ข้าเป็นชายาของท่าน…..”
“หากข้ากลับมาเร็วกว่านี้ เจ้าคิดว่าเจ้าจะได้เป็นชายาของข้าหรือ!!!” ยิ่งบทสนทนาเพิ่มมากขึ้นก็ยิ่งสร้างความไม่เข้าใจ ชินอ๋องกระแอมเมื่อรู้ว่าตัวเองพูดบางสิ่งชวนสงสัยก่อนจะรีบเดินออกไป ทิ้งให้หลี่หว่านหว่านยืนกำมือแน่นด้วยความโกรธ
“ยิ่งท่านสนใจมันมากเท่าไหร่ ข้าก็ยิ่งอยากกำจัดมันให้หายไปจากโลกนี้เสีย!!”
เสิ่นลู่ถิงเดินกลับจวนหลังจากที่มุ่งมั่นอยู่กับการปักผ้าตลอดวัน เสียงหัวเราะร่าอย่างมีความสุขยามคุยกับเยว่จินและอาลี่ดังไปทั่วสวนดอกไม้ที่กำลังเดินผ่าน ก่อนใบหน้าเปื้อนยิ้มจะหมดลงในตอนที่เดินมาเจอกับชินอ๋องพอดิบพอดี
“ท่านอ๋องมาหาฝ่าบาทหรือ?”
“ข้ามาหาเจ้า ขอคุยสักครู่ได้หรือไม่?” คุณหนูเสิ่นก้มมองมือของอาลี่ที่แตะแขนก่อนจะลูบมือนั้นกลับไปอย่างรู้ว่าบ่าวคนสนิทกำลังนึกเป็นห่วง
ยอมเดินหลบมาคุยกับชินอ๋องตรงที่ห่างไกลจากสายตาผู้คน มือบางถูกกอบกุมเอาไว้ทันที แววตาคนตรงหน้าดูเป็นห่วงมากแต่นั่นไม่ได้ทำให้รู้สึกดี เพียงแต่ทำให้อยากรู้เท่านั้นว่าสิ่งที่ชินอ๋องต้องการจะพูดคุยคือเรื่องใดกันแน่
“เจ้าสบายดีหรือไม่?”
“ท่านอ๋องมีเรื่องอันใดก็พูดมาเถิด เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะดูไม่ดี” มือเล็กถูกปล่อยจากเกาะกุม ดูเหมือนชินอ๋องจะเริ่มรู้ตัวแล้วว่ากำลังทำสิ่งไม่เหมาะสม ท่านในตอนนี้ไม่เหลือคราบท่านอ๋องที่มั่นอกมั่นใจหรือหยิ่งทะนงในตัวเองเลยสักนิด เกิดอะไรขึ้นกับท่านกันแน่
“ข้าแค่อยากมาเตือนเจ้า”
“เตือน?”
“แม่ของเจ้าไปหาหลี่หว่านหว่านที่จวนบ่อยนัก นางกำลังวางแผนจะทำอะไรสักอย่างกับเจ้าแน่ ข้าอยากให้เจ้าระวังตัวด้วย” ยอมนำเรื่องของชายาที่ท่านรักนักรักหนามาบอกข้าเช่นนั้นหรือ? ชาติก่อนไม่ว่าหลี่หว่านหว่านจะทำอะไรท่านไม่เพียงห้ามนางแถมยังเห็นด้วย เหตุใดตอนนี้ถึงอยากจะมาเตือนให้ข้าระวังตัว
“ท่านอ๋องเอาเรื่องของชายาท่านมาบอกข้าเช่นนี้ ต้องการอะไรหรือ?”
“ข้าก็แค่เป็นห่วงเจ้า” มือหนายกขึ้นลูบไหล่เล็กแผ่วเบา ไม่รู้ว่าทำไมข้ากับรู้สึกว่าความรู้สึกของชินอ๋องในตอนนี้ถึงดูจริงใจนัก เสิ่นลู่ถิงสะบัดหัวไล่ความคิด คนตรงหน้าเคยเลวถึงเพียงนั้น เป็นไปได้อย่างไรที่จะกลับตัวกลับใจจนเรื่องราวดูกลับตาลปัตรไปหมดเช่นนี้
“ท่านอ๋องห่วงข้าด้วยเหตุใด”
“เพราะข้ารักเจ้า” ราวกับทุกอย่างรอบตัวหยุดนิ่งไป คำว่ารักที่ข้าทุ่มเทแทบตายในชาติก่อนแต่กลับไม่เคยได้ยิน ในตอนนี้ท่านพูดมันออกมาอย่างง่ายดายโดยที่ข้าไม่ต้องพยายามอะไรเลย หากเป็นตอนนั้นข้าคงมีความสุขที่สุด แต่ในตอนนี้ข้าไม่ต้องการอีกแล้ว
“ท่านพูดเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร คนที่ท่านรักมากที่สุดก็คือหลี่หว่านหว่านไม่ใช่หรือ?”
“นั่นเพราะข้าหลงผิด หากข้ากลับมาเร็วกว่านี้ ข้าก็คงไม่ต้องเสียเจ้าไป”
“กลับมา?” เสิ่นลู่ถิงขมวดคิ้วตั้งคำถามอีกครั้ง รู้สึกเหมือนได้ยินคำพูดแปลกๆ เหล่านี้จากชินอ๋องมาหลายครั้ง หรือว่าคนตรงหน้าเองก็กลับมาเกิดใหม่หรือ? จะเป็นไปได้อย่างไร จะมีคนถึงสองคนที่ลับมาเกิดใหม่ได้อย่างไร
“ช่างเถิด ข้าแค่มาเตือนเจ้า และอยากจะบอกด้วยว่าไม่ต้องกลัวสิ่งใด ข้าจะคอยปกป้องเจ้าเอง” เสิ่นลู่ถิงแค่นหัวเราะ ในตอนนี้ข้ามีฮ่องเต้ที่คอยดูแลข้า ท่านไม่ได้จำเป็นต่อข้าเลยแม้สักนิด หากเกิดใหม่อย่างที่ข้าคิดจริงๆ แล้ววท่านคิดว่าข้าจะต้องรู้สึกซาบซึ้งกับสิ่งที่ท่านทำในตอนนี้หรือ อย่างไรชาติก่อนข้าก็ตายไปแล้ว ตายโดยที่ท่านไม่เหลียวแลเลยแม้สักนิด
“ตอนนี้ข้ามีฮ่องเต้ ไม่ลำบากให้ท่านต้องมาปกป้องข้าหรอก” เสิ่นลู่ถิงก้มหัวแทนการขอบคุณก่อนจะเบี่ยงตัวเพื่อเดินหนีแต่เป็นชินอ๋องที่รั้งข้อมือเอาไว้ก่อน ดวงตากลมหันมองคนที่ดูเหมือนจะไม่ยอมลดละโดยง่าย
“สนมของข้าพูดถูก” เป็นฮ่องเต้ที่เดินเข้ามาขัดจังหวะ ชินอ๋องถูกกระชากตัวให้ออกห่างจากเสิ่นลูถิง และมือบางนั้นถูกฮ่องเต้กอบกุมเอาไว้แทน แม้ชินอ๋องจะไม่พอใจแค่ไหน ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลยแม้แต่น้อย
“ถิงถิงมีข้าอยู่ทั้งคน แค่ข้าก็ปกป้องนางได้จากทุกอันตราย ว่าแต่ชินอ๋องดูจะห่วงสนมของข้าเป็นพิเศษนะ”
“กระหม่อมกับเสิ่นลู่ถิงรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก เป็นห่วงนางก็ไม่ใช่เรื่องแปลกไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ” ชินอ๋องพูดเสียงแข็ง มองมือเล็กที่ถูกฮ่องเต้จับเอาไว้อย่างรู้สึกเหมือนมีอะไรบาดลึกเข้ามาที่หัวใจ
“หากเจ้าคิดเช่นนั้นจริงก็ไม่เป็นไรหรอก อย่าลืมคำนึงไว้ให้ดีเสมอก็พอ ว่าถิงถิงเป็นสตรีของข้า” ได้แต่มองเสิ่นลู่ถิงเดินจากไปอย่างไม่สามารถทำอะไรได้ หากบุรุษที่อยู่ข้างกายเสิ่นลู่ถิงไม่ใช่ฮ่องเต้ ชินอ๋องอย่างข้าคงรู้สึกมีความหวังมากกว่านี้ แต่ในตอนนี้ดูแล้วหนทางที่จะได้เสิ่นลู่ถิงกลับมาช่างยากนัก
“ชินอ๋องคุยอะไรกับเจ้า?”
“ไม่มีอะไรเพคะ ก็แค่มาเตือนให้หม่อมชั้นระวังตัว” เสิ่นลู่ถิงเอ่ยบอกไปตามตรง ถึงแม้จะไม่ได้พูดทั้งหมดก็ควรพูดให้ฮ่องเต้ได้รับรู้บ้างว่าข้ากำลังตกอยู่ในอันตราย หากเกิดสิ่งใดขึ้นจริง จะได้จัดการได้ทัน
“ระวังอะไร?”
“วันพระราชสมภพท่านแม่จะเข้ามาในวังด้วยใช่หรือไม่เพคะ ไม่แน่ใจว่าชินอ๋องไปได้ยินสิ่งใดมา ถึงได้มาเตือนหม่อมชั้น”
“เช่นนั้นให้ข้ายกเลิกการอนุญาตดีหรือไม่?” เสิ่นลู่ถิงจับแขนของฮ่องเต้แล้วส่ายหัว หากทำเช่นนั้นก็ไม่เป็นไปตามแผนที่ชายาอ๋องกับสนมหลี่วางแผนไว้สิ เช่นนั้นก็หมดสนุกแย่
“หม่อมชั้นได้ยินว่าฝ่าบาททรงประทานอนุญาตเพราะสนมหลี่เป็นคนทูลขอ ตอนนี้นางตั้งครรภ์ อย่าขัดใจนางเลยเพคะ หม่อมชั้นเป็นห่วงเด็กในท้อง”
“ถิงถิงช่างรู้ความนัก สมแล้วที่เป็นคนโปรดของข้า” ฮ่องเต้หอมหน้าผากมลอย่างพึงพอใจ ข้าจะไม่รู้ความได้อย่างไรกันเล่า ในเมื่อข้าอยากให้ทุกอย่างที่นางคิดจะทำมันเกิดขึ้น
จวนตระกูลเสิ่นฮ่องเต้เสด็จ!!! พระสนมเสิ่นเสด็จ!!!เสียงอึกกระทึกหน้าประตูจวนตระกูลเสิ่นดังขึ้นดังลั่น ก่อนบานประตูจวนต้องเปิดออกโดยไม่มีใครขัดขวางได้ ฮ่องเต้เดินประคองเสิ่นลู่ถิงอยู่ไม่ห่าง เหล่าบ่าวรับใช้ในเรือนต้องโค้งคำนับต้อนทำความเคารพตามที่ควร ดวงตากลมมองเห็นคนในตระกูลที่วิ่งออกมาต้อนรับอย่างร้อนรน“ถวายบังคมฝ่าบาท ขออภัยที่กระหม่อมและฮูหยินไม่ได้ออกมาต้อนรับ”“พี่ใหญ่ท่านกลับมาแล้วหรือ?”“ถิงถิง….” เสิ่นลู่ถิงขมวดใส่ผู้เป็นพ่อแม่ที่ใช้สายตาไม่ให้พี่ใหญ่พูดคุยกับตน นานมากแล้วที่เขาถูกส่งไปอยู่บ้านท่านป้าที่เมืองห่างไกล ชาติที่แล้วข้าจำได้ว่าพี่ใหญ่หาทุกวิถีทางเพื่อช่วยข้าให้ถูกยกเลิกการประหาร ทั้งยอมเสียบรรดาศักดิ์ แต่ในท้ายที่สุดก็ถูกฆ่าตายเพราะข้า ในชาตินี้ข้าจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น“ฝ่าบาทเพคะ ดูเหมือนว่าท่านพ่อท่านแม่จะสั่งห้ามไม่ให้พี่ใหญ่พูดคุยกับหม่อมชั้น”“เหลวไหลสิ้นดี!!”“บังอาจ!!! ฮูหยินเสิ่น แม้เจ้าจะเป็นมารดา แต่บัดนี้ถิงถ
ตำหนักจิ่งเหรินวุ่นวายด้วยความห่วงใยของฮ่องเต้ หลังเสิ่นลู่ถิงถูกอุ้มกลับมาที่ตำหนักไม่นานข่าวก็ไปถึงไท่เฮา และทันทีที่ได้รับข่าวก็รีบมาที่นี่ทันที ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นบ่งบอกถึงความดีใจจนฮองเฮานึกขัดใจไม่น้อย ทั้งที่เปิดโปงสนมหลี่ได้แล้วแท้ เหตุใดยังเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีกครั้งนี้มองอย่างไรก็รู้ว่าเสิ่นลู่ถิงท้องจริงอย่างที่หมอหลวงว่า เช่นนี้แล้วฮองเฮาควรจะทำอย่างไร ปกติเสิ่นลู่ถิงก็เป็นที่โปรดปรานมากอยู่แล้ว ในวังหลังต่างรู้กันดี หากตั้งท้องลูกของฮ่องเต้เช่นนี้ คงกอบโกยทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย สุดท้ายแล้วตนก็จะเป็นแค่ฮองเฮาเพียงชื่อ แต่สิ้นอำนาจ“กังวลใจหรือฮองเฮา” ไท่เฮาเดินมาแตะที่มือจนฮองเฮาสะดุ้งตกใจอย่างไม่ได้ตั้งตัว มือเหี่ยวย่นลูบราวกับพยายามปลอบใจตาหารู้ไม่ว่านั่นไม่ช่วยอะไร อาการดีพระทัยของไท่เฮาเมื่อครู่กำลังทำให้ฮองเฮารู้ตัวว่าต้นเหลือพื้นที่ยืนในวังน้อยลงทุกที“ปกตินางก็เป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท หากนางตั้งครรภ์โอรส….”“นั่นก็ถือเป็นเรื่องดี ข้าว่าสนมเสิ่นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร มันจะดีมากหากเจ้าอยู่กับนางได้อ
บรรยากาศวันพระราชสมภพใหญ่โตตามคาด เหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่ถูกเชิญเข้าวังมามากเสียใจผิดปกติ เสิ่นลู่ถิงยิ้มอย่างรู้ทัน วันนี้คงไม่ใช่แค่ฮองเฮาที่คิดจะทำการใหญ่ แต่สนมหลี่เองก็มีการใหญ่ที่วางแผนเอาไว้ตามคาด แล้วไม่แน่ว่าก็คงเกี่ยวข้องกับมารดาข้าที่นั่งอยู่ตรงนั้นด้วยเยว่จินรินชาร้อนให้ทั้งสายตายังคอยระแวดระวังอยู่เสมอ อย่างน้อยข้าก็มองคนไม่ผิดเลย เยว่จินเป็นหญิงสาวที่มีความภักดีมาก การได้นางมาอยู่ในกำมือช่างดียิ่ง“วันนี้สนมหลี่กับมีหน้าท้องนูนขึ้นมานิดหน่อย หรือว่านางจะตั้งครรภ์จริงๆ เพคะ”“ท้องคนเราจะนูนและใหญ่ขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่วันได้อย่างไร ข้าคิดวาวันนี้คงมีอะไรสนุกกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก” เสิ่นลู่ถิงยกชาขึ้นดื่มอย่างสบายใจ ก่อนเสียงพูดที่แสนระคายหูจะดังขึ้นมาจนต้องวางจอกชาลงแล้วหันมองอย่างไม่นึกหวาดกลัว“ได้ยินมาว่าฝ่าบาททรงสั่งให้จัดการงานพระราชสมภพอย่างใหญ่โตเพื่อสนมหลี่ คิดว่าอีกไม่นานก็คงเป็นคนโปรดเช่นเคย ไม่แน่ว่าตำแหน่งสนมเอกก็อาจจะได้คืนมาไม่ยาก” คุณหนูตระกูลเจียงคนนี้มิใช่ว่าเป็นเพื่อนตั้งแต่วั
เสิ่นลู่ถิงนั่งอยู่ที่ศาลาริมสระ ดวงตากลมจดจ้องอยู่กับการปักผ้าผืนสวยเพื่อจะมอบให้สนมหลี่เป็นของขวัญ อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสนมหลี่ ดูเหมือนฮ่องเต้จะสั่งให้คนเตรียมงานอย่างเอาอกเอาใจ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ข้านึกหนักใจแม้สักนิดถึงแม้ว่าฮ่องเต้จะเอาใจสนมหลี่เพียงใด แต่ใครต่างก็รู้ว่านั่นเพราะนางมีทายาทของฮ่องเต้อยู่ในครรภ์ ทุกค่ำคืนฮ่องเต้ยังคงเสด็จมาหาข้าอยู่เสมอ ไม่มีใครได้เห็นฮ่องเต้ในยามท้องฟ้ามืดยกเว้นข้า และข้าก็เชื่อว่าจะมีข่าวดีอีกไม่นานนี้“พระสนมเพคะ”“ว่าอย่างไรบ้าง?”“ดูเหมือนว่าฮองเฮาจะทำการใหญ่ในวันพระราชสมภพของสนมหลี่เพคะ อีกอย่างเท่าที่หม่อมชั้นให้คนคอยจับตาดู สนมหลี่ไม่เหมือนกับคนกำลังตั้งครรภ์เลยเพคะ”“อย่างไร?” เยว่จินขยับมาพูดที่ข้างหูอย่างแผ่วเบาเกี่ยวกับสิ่งที่สังเกตมา เสิ่นลู่ถิงฟังอย่างตั้งใจทั้งคิดตามก่อนจะยิ้มกว้าง ก็จริงอย่างที่เยว่จินว่า ทั้งที่ท้องแต่ยังพยายามยั่วให้ได้ร่วมรักกับฮ่องเต้อยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นฮ่องเต้ที่ไหวตัวทันและไม่ได้ทำอ
“ชายาชินอ๋องมาหาเราถึงที่นี่ คงมีเรื่องด่วน?” ฮ่องเต้เอ่ยปากถามคนที่นั่งคุกเข่าอย่างร้อนใจอยู่ตรงหน้า คิดสงสัยเสียจริงว่าเหตุใดถึงได้กล้ามาพบข้าด้วยตัวเองถึงที่นี่“หม่อมชั้นอยากทูลขอฝ่าบาทให้ปล่อยตัวพี่สาวหม่อมชั้นออกจากตำหนักเพคะ”“หลี่หว่านลู่ทำผิดเช่นไรเจ้ามิรู้หรือ?”“หม่อมชั้นทราบเพคะ แต่ถึงอย่างนั้นพี่สาวหม่อมชั้นก็ภักดีต่อฝ่าบาทมานาน นางทำไปเพียงเพราะอารมณ์หึงหวงชั่วครู่เท่านั้น ฝ่าบาทได้โปรดเห็นแก่ความรักที่มีต่อพี่สาวหม่อมชั้น อย่างน้อยให้พี่สาวหม่อมชั้นได้มีที่ยืนต่อไปในวังก็ยังดีเพคะ”ฮ่องเต้ครุ่นคิดตามสิ่งที่คุณหนูรองหลี่พูด ต้องยอมรับว่าความรักของตนกับหลี่หว่านลู่เมื่อครั้งอดีตนั้นหวานชื่น แม้จะรับสนมเข้ามากี่คนก็ยังไม่มีใครเป็นที่โปรดปรานเท่า ทุกครั้งที่ทำผิดก็ถูกประทานอภัยโดยง่าย แต่ความผิดครั้งนี้มันใหญ่นัก หากตัดสินไม่เด็ดขาดอาจถูกคนในวังครหาเอาได้“แต่ความผิดครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก”“แต่หากปล่อยพี่สาวหม่อมชั้นเอาไว้เช่นนี้ อาจจะแท้งลูกได้นะเพคะ”&ld
เสิ่นลู่ถิงถูกแบกพาดบ่ากลับเข้ามาที่ตำหนัก ฮ่องเต้วางกายเล็กลงแม้จะดูขุ่นเคืองแต่ยังคงใช้มือประคองไม่ให้กระแทกจนบาดเจ็บ ดวงตาคมที่มองจ้องเขม็งกลับทำให้คุณหนูเสิ่นรอบกลืนน้ำลายอย่างรู้สึกประหม่า“ฝ่าบาททรงกริ้วหรือเพคะ?”มือเล็กยกขึ้นแตะที่ข้างแก้มหวังให้ฮ่องเต้ลดอารมณ์โทสะลง แต่เรียวคิ้วที่ขมวดนั้นบ่งบอกว่าการกระทำนี้ไม่ช่วยอะไรเลย เสิ่นลู่ถิงรู้สึกได้ถึงรังสีความโกรธเคือง ไม่รู้ทำไม แต่กลับรู้สึกไม่อยากให้ฮ่องเต้โกรธกันเช่นนี้เลย“ฝ่าบาทเพคะ”“เจ้ายังไม่ได้ตอบคำถามข้า เหตุใดถึงไปที่จวนอ๋อง หรือว่าคิดถึงรักเก่าขึ้นมา”“ฝ่าบาท!!!”“กล้าขึ้นเสียงกับข้าหรือ”เสิ่นลู่ถิงรู้ตัวว่าเผลอทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่เมื่อได้ยินประโยคนั้นก็รู้สึกโกรธจนห้ามไม่ได้ ข้าไม่มีทางหวนคิดถึงชินอ๋องอีกแน่ เหตุใดฮ่องเต้ถึงได้ตัดสินเองเช่นนี้ เดิมทีตั้งใจให้ทหารองครักษ์ตามไปเพราะคิดว่าอาจเกิดเรื่องทะเลาะแน่ และให้ฝ่าบาทได้รับรู้ว่าข้าถูกรังแกก็เท่านั้น แต่ในตอนนี้ทุกอย่างกลับผิดเพี้ยนไปหมด







