ANMELDEN“ชายาชินอ๋องมาหาเราถึงที่นี่ คงมีเรื่องด่วน?” ฮ่องเต้เอ่ยปากถามคนที่นั่งคุกเข่าอย่างร้อนใจอยู่ตรงหน้า คิดสงสัยเสียจริงว่าเหตุใดถึงได้กล้ามาพบข้าด้วยตัวเองถึงที่นี่
“หม่อมชั้นอยากทูลขอฝ่าบาทให้ปล่อยตัวพี่สาวหม่อมชั้นออกจากตำหนักเพคะ”
“หลี่หว่านลู่ทำผิดเช่นไรเจ้ามิรู้หรือ?”
“หม่อมชั้นทราบเพคะ แต่ถึงอย่างนั้นพี่สาวหม่อมชั้นก็ภักดีต่อฝ่าบาทมานาน นางทำไปเพียงเพราะอารมณ์หึงหวงชั่วครู่เท่านั้น ฝ่าบาทได้โปรดเห็นแก่ความรักที่มีต่อพี่สาวหม่อมชั้น อย่างน้อยให้พี่สาวหม่อมชั้นได้มีที่ยืนต่อไปในวังก็ยังดีเพคะ”
ฮ่องเต้ครุ่นคิดตามสิ่งที่คุณหนูรองหลี่พูด ต้องยอมรับว่าความรักของตนกับหลี่หว่านลู่เมื่อครั้งอดีตนั้นหวานชื่น แม้จะรับสนมเข้ามากี่คนก็ยังไม่มีใครเป็นที่โปรดปรานเท่า ทุกครั้งที่ทำผิดก็ถูกประทานอภัยโดยง่าย แต่ความผิดครั้งนี้มันใหญ่นัก หากตัดสินไม่เด็ดขาดอาจถูกคนในวังครหาเอาได้
“แต่ความผิดครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก”
“แต่หากปล่อยพี่สาวหม่อมชั้นเอาไว้เช่นนี้ อาจจะแท้งลูกได้นะเพคะ”
“แท้งหรือ!?” ขมวดคิ้วแล้วลุกขึ้นยืนถามด้วยความสงสัย เพราะไม่ได้ไปเจอหลี่หว่านลู่นานแล้วจึงไม่ทราบความเป็นอยู่แม้สักนิด
“หม่อมชั้นมาเยี่ยมพี่สาวบ่อยครั้ง และทุกครั้งพาหมอจากจวนมาด้วยจึงรู้ว่าตั้งครรภ์เพคะ แต่เป็นเพราะพี่สาวหม่อมชั้นเห็นว่าฝ่าบาททรงกริ้วมากและไม่อยากพบหน้า จึงสั่งไม่ให้หม่อมชั้นกราบทูล”
เมื่อได้ฟังเช่นนั้นก็ไม่รอช้า สั่งกงกงคนสนิทให้รีบตามหมอหลวงของวังมุ่งหน้าไปหาหลี่หว่านลู่ในทันที ฮ่องเต้เดินไปมาอย่างร้อนรนอยู่หน้าตำหนัก หากหลี่หว่านลู่ตั้งครรภ์จริง ที่ผ่านมาก็ปล่อยให้นางใช้ชีวิตลำบากไม่น้อย
ทันทีที่หมอหลวงออกมาก็รีบเอ่ยปากถามอย่างร้อนรน คำตอบที่น่าพอใจสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าทั้งยังมีเสียงแสดงความยินดีดังกึกก้อง ฮ่องเต้รีบเดินเข้าไปหาอีกคนภายในห้องแล้วโอบกอดอย่างกลับไม่เคยรับรู้มาก่อนว่าเยทำสิ่งใดผิดมาก่อนหน้า
“น่าแปลก” เสิ่นลู่ถิงที่ยืนอยู่นอกตำหนักดูผู้คนวิ่งเข้าออกพูดขึ้นมา ทำเอาเยว่จินและอาลี่หันมองเป็นตาเดียวว่านายของตนกำลังสงสัยสิ่งใดอยู่
“ทำไมหรือเพคะพระสนม?”
“เจ้าไม่รู้สึกว่าเด็กคนนี้มาทันเวลาเกินไปหน่อยหรือ? อีกอย่างข้าได้ยินมาว่าหลี่หว่านหว่านบอกกับฝ่าบาทว่าสนมหลี่เป็นคนสั่งไม่ให้บอกฝ่าบาทเรื่องที่ตั้งครรภ์แล้ว”
“แล้วอย่างไรเจ้าคะคุณหนู?”
“เด็กโง่เอ๊ย” เสิ่นลู่ถิงเอานิ้วจิ้มที่หัวของอาลี่ด้วยความเอ็นดู คนรอบตัวข้าเหมือนจะไม่มีใครมองแผนการออกเลยสักคน
“สนมหลี่ต้องการความโปรดปรานถึงเพียงนั้น มีหรือที่ยอมนิ่งเงียบเรื่องตั้งครรภ์ ทั้งที่แค่พูดออกไป ฝ่าบาทก็จะประเคนทุกอย่างให้แล้ว แม้แต่ทำผิดแค่ไหน โทษตายก็คงโดนละเว้น”
เสิ่นลู่ถิงรอบถอนหายใจตอนพูดจบ ที่แท้แล้วชีวิตในวังหลวงไม่ได้อยู่ได้ด้วยความรัก แต่คืออำนาจต่างหาก หลี่หว่านลู่มีลูกให้ฮ่องเต้ เช่นนั้นจะได้รับการดูแลอย่างดีทุกอย่าง และยิ่งหากลูกของนางเป็นโอรส ทุกอย่างก็จะยิ่งแย่ลงไปอีก
“ข้าจะปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ได้”
“แล้วพระสนมจะทำอย่างไรต่อไปเพคะ?”
“เยว่จินเจ้าส่งคนคอยจับตาดูให้แน่ใจ หรือทำอย่างไรก็ได้ ข้าต้องการรู้ว่าสนมหลี่ตั้งครรภ์จริงหรือไม่” เยว่จินก้มหัวรับคำสั่งแล้วรีบเดินออกไป ดูท่าแล้วเรื่องตั้งครรภ์ปล่อยไว้นานไม่ได้ ข้าเองก็ควรที่จะมีโอรสหรือธิดาให้ฝ่าบาทได้แล้ว
“ถ้าเกิดว่าพระสนมหลี่ทรงเป็นที่โปรดปรานอีกครั้งจะทำอย่างไรเจ้าคะคุณหนู หรือถ้าหากว่าฝ่าบาทเอาแต่เสด็จไปหานางแล้วไม่มาหาคุณหนู…..”
“มันจะไม่เป็นเช่นนั้นหรอก”
“ทำไมคุณหนูถึงมั่นใจขนาดนี้เจ้าคะ?”
“ฝ่าบาทอย่างไรก็เป็นบุรุษ สนมหลี่ตั้งครรภ์ถึงแม้จะเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ นางก็ไม่สามารถปรนนิบัติฝ่าบาทได้ สุดท้ายอย่างไรข้ามั่นใจว่าฝ่าบาทก็ต้องเสด็จมาหาข้า”
“คุณหนูคิดรอบคอบมากเจ้าค่ะ” คุณหนูเสิ่นยิ้มรับคำชมจากบ่าวคนสนิท เหตุผลในการทำให้ฝ่าบาทปล่อยออกมาเป็นอิสระในครั้งนี้ คงไม่พ้นการจัดการกับข้าเป็นแน่
“อาลี่ เจ้ารีบไปปล่อยข่าวเรื่องที่สนมหลี่ตั้งครรภ์ ข้าอยากจะรู้นักว่าถ้าฮองเฮาทรงทราบจะเป็นเช่นไร” เสิ่นลู่ถิงยังคงยิ้มออกมาในสถานการณ์เช่นนี้ ข้าไม่จำเป็นต้องลงมือทำสิ่งใดให้เปลืองแรง หากเจ้าคิดว่าการตั้งครรภ์จะปกป้องเจ้าได้ ข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นว่าเจ้ากำลังคิดผิด
“สนมเสิ่นเสด็จมาถึงที่นี่ ตั้งใจมาเยี่ยมพี่สาวหม่อมชั้นหรือเพคะ?”
“ข้าก็แค่เดินผ่านมาเท่านั้น เห็นว่าหมอหลวงวิ่งเข้าออกจนวุ่นวายจึงหยุดดู” หลี่หว่านหว่าน เจ้านี้ช่างรีบทระนงตัวเสียจริง ทั้งแววตาและรอยยิ้มราวกับพึงพอใจนั้นไม่ได้ทำให้ข้ารู้สึกหวาดกลัวแต่กลับอยากหัวเราะเยาะ ตัดสินสถานการณ์เร็วเกินไป ช่างโง่นัก…
“มิใช่ว่าพระสนมทรงไม่พอใจที่พี่สาวหม่อมชั้นกำลังตั้งครรภ์หรอกนะเพคะ”
“หากพี่สาวเจ้าตั้งครรภ์จริงข้าย่อมยินดีด้วยแน่นอน” เสิ่นลู่ถิงพูดทั้งใบหน้าไม่เผยความกังวล ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้ชายาอ๋องที่ยืนทำท่าเหนือกว่าแล้วกระซิบข้างหู
“แต่เจ้ารู้หรือไม่ว่าโทษฐานหลอกลวงฮ่องเต้นั้นเป็นเช่นไร” ไม่พูดอะไรให้มากความก็ชนเข้ากับไหล่ของอีกคนแล้วตั้งท่าเดินหนีไปตัดความรำคาญ แต่กลับถูกผลักจากด้านหลังจนเซถลาเกือบล้มลง แต่กลับมีอ้อมแขนที่โอบรับได้ทัน
ดวงตาสองคู่จ้องมองกัน เป็นชินอ๋องที่เข้ามาช่วยไว้ ไม่รู้ว่าทำไมแววตานี้ถึงสร้างความประหลาดใจให้ข้านัก ชาติก่อนแม้ข้าจะแสดงความจริงใจต่อท่านไปมากมายเท่าใด ท่านก็ไม่เคยมองข้าด้วยแววตาแสนลึกซึ้งนี่เลยสักครั้ง ไม่สิ….ท่านไม่แม้แต่จะมองข้าเลยต่างหาก
กว่าคุณหนูเสิ่นจะรู้สึกตัวก็ตอนโดนกระชากออกไปเต็มแรงจนทรุดลงกับพื้น พยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งแล้วมองดูแผลถลอกที่ข้อศอกก่อนจะรอบถอนหายใจ แม้ในชาตินี้จะอยู่ในที่ต่ำกว่าข้า ก็ยังจงใจจะรังแกข้าอยู่ เช่นนั้นไม่ว่าจะเรื่องของชาติที่แล้วหรือชาตินี้ ข้าจะเอาคืนทั้งหมด….
“ถิงถิง! เจ้าเป็นอะไร?” เป็นฮ่องเต้ที่รีบรุดเข้ามาพยุงให้ลุกขึ้นยืน ทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกก็ทำให้ในใจได้รู้ว่าสวรรค์ยังคงอยู่ข้างข้าเสมอ พาฮ่องเต้มาเห็นภาพนี้ได้ทันเวลา เช่นนั้นข้าก็ไม่ต้องลงมือเองให้เปลืองแรงแล้ว
“ฝ่าบาททรงประทานอภัย เป็นชายาของกระหม่อมที่ไม่รู้ความ”
“ท่านอ๋อง!! เหตุใดท่านพูดเช่นนี้!!” เสิ่นลู่ถิงแอบขำในลำคอ ภาพที่ชินอ๋องไม่เข้าข้างชายาคนโปรดของตนเช่นนี้ ข้าไม่เคยได้เห็นมาก่อนเลย ทำไมท่านถึงดูไม่เหมือนเดิมแม้สักนิด เป็นเพราะข้าเปลี่ยนทุกอย่าง ความรู้สึกของท่านถึงได้เปลี่ยนด้วยงั้นหรือ
“ไหนเจ้าพูดมา!! กล้าดีอย่างไรลงมือทำร้ายพระสนมเช่นนี้”
“หม่อมชั้นแค่ขาดสติไปเท่านั้นเพคะ เพียงเห็นว่าพระสนมมายุ่งกับท่านอ๋อง เดิมทีใครต่างก็รู้ว่าสนมเสิ่นทรงมีใจให้สวามีหม่อมชั้นมาก่อน หม่อมชั้นก็เลยกลัวจนเลอะเลือนไปชั่วครู่เท่านั้น”
“ดีจริงหลี่หว่านหว่าน เจ้ากล้าใส่ร้ายข้า!!” เรื่องในตอนนี้ช่างกวนใจเสยจนน่ารำคาญ แม้แต่วิธีเหล่านี้ยังเลือกที่จะใช้เพื่อให้ข้าถูกฮ่องเต้เข้าใจผิด อย่าฝันหวานไปหน่อยเลย คอยดูเถิดว่าข้าจะจัดการเจ้าเยี่ยงไร
“หม่อมชั้นพูดความจริงเพคะ พระสนมกล้าพูดหรือไม่ว่าไม่เคยมีใจให้ท่านอ๋อง”
“ข้ายอมรับ”
“นั่นไงเพคะ พระสนมทรงยอมรับแล้ว” ดูแววตาที่มองมาก็รู้ว่าฮ่องเต้กำลังโทสะมากแค่ไหน ส่วนชินอ๋องกลับดูพอใจนักกับสิ่งที่ข้าพูดไปเมื่อครู่
เสิ่นลู่ถิงเดินเข้าไปใกล้คุณหนูรองหลี่อีกครั้งแล้วตบเข้าที่ใบหน้าสวยเต็มแรง ทั้งสีหน้าและแววตาของเจ้ามันช่างน่าหงุดหงิดนัก
“ข้าเคยมีใจให้ชินอ๋องก็จริง แต่นั่นเป็นเพราะข้าตามืดบอด ในตอนนี้ในใจของข้าไม่มีที่ไว้สำหรับชินอ๋องแม้แต่เศษเสี้ยว”
“ข้าไม่เชื่อ!!” ชินอ๋องตวาดลั่นขึ้นมา ไยท่านถึงดูผิดหวังถึงเพียงนั้น ชาตินี้นึกรักข้าขึ้นมาแล้วหรือ
“ท่านอ๋องกับชายาจะเชื่อหรือไม่ ไม่ใช่ธุระอะไรของข้า” คุณหนูเสิ่นคล้องแขนฮ่องเต้แล้วกอดแน่น เป็นการย้ำเตือนให้รู้ว่าตนเลือกฮ่องเต้มิใช่คนอื่น แล้วก็ดูเหมือนว่าฮ่องเต้จะพอใจไม่น้อยเลย
“แต่เมื่อครู่….”
“เมื่อครู่เป็นเจ้าที่ผลักข้า ชินอ๋องถึงได้มาช่วยข้าไว้ แล้วหลังจากนั้นเจ้าก็ยังไม่ยอมหยุดผลักข้าลงที่พื้นอีกครั้ง”
“พระสนมใส่ร้ายหม่อมชั้น!!!”
“ใส่ร้ายหรือไม่ก็ถามสวามีเจ้าดู” ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ข้ามั่นใจนักว่าชินอ๋องจะเข้าข้างข้า หากเป็นชาติก่อนข้าคงไม่กล้าพูดเช่นนี้ เพราะไม่ว่าหลี่หว่านหว่านจะผิดหรือไม่ คนที่ชินอ๋องเลือกจะลงโทษก็คือข้า
“เจ้าว่าอย่างไร?” ฮ่องเต้เอ่ยปากถามความจริงจากชินอ๋อง อีกคนคุกเข่าแล้วโค้งคำนับแทนคำขอประทานอภัยและเอ่ยตอบรับสิ่งที่เสิ่นลู่ถิงพูดว่าเป็นความจริง รู้สึกอย่างไรเล่าหลี่หว่านหว่าน เวลาที่สวามีไม่เข้าข้างเจ้า มันเจ็บปวดมากใช่หรือไม่
“ฟู่เอ๋อ!”
“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”
“ประกาศออกไป ชายาอ๋องคิดร้ายต่อพระสนมทั้งกล่าวความเท็จ ลงโทษคัดบทเรียนสตรีหนึ่งร้อยเจ็บ และห้ามเหยียบเข้าวังหากไม่ได้รับอนุญาต!! ไสหัวไป!!” แววตาที่มองข้าตอนเดินออกไปนั้นดูก็รู้ว่าแค้นเคืองมากแค่ไหน ความรู้สึกที่สวามีปกป้องและเข้าข้างมันรู้สึกเช่นนี้เอง ชาติที่แล้วข้าไม่เคยได้สัมผัสมันเลยสักครั้ง
“ถิงถิงคิดอะไรอยู่?”
“เปล่าเพคะ หม่อมชั้นได้ยินว่าสนมหลี่ทรงตั้งครรภ์”
“เจ้าจะโกรธหรือไม่หากข้าละเว้นโทษของนาง หลี่หว่านลู่กำลังตั้งครรภ์ นาง….” มือเล็กยกขึ้นปิดปากฮ่องเต้ที่พยายามอธิบาย อย่างน้อยก็ยังดีที่นึกถึงใจของข้า นั่นแสดงว่าข้าก็ยังคงเป็นที่โปรดปรานไม่น้อย
“หม่อมชั้นย่อมยินดีด้วย ขอแค่ฝ่าบาทไม่ทรงโปรดหม่อมชั้นน้อยลงก็พอเพคะ” นิ้วเรียวแตะที่จมูกด้วยความเอ็นดูก่อนจะหอมแก้มนิ่มไปฟอดใหญ่
“เด็กโง่ ข้าจะชอบเจ้าน้อยลงได้อย่างไร?”
“จริงๆ นะเพคะ”
“จริงสิ ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ข้าก็จะไม่ชอบเจ้าน้อยลง และจะปกป้องเจ้าตลอดไป”
จวนตระกูลเสิ่นฮ่องเต้เสด็จ!!! พระสนมเสิ่นเสด็จ!!!เสียงอึกกระทึกหน้าประตูจวนตระกูลเสิ่นดังขึ้นดังลั่น ก่อนบานประตูจวนต้องเปิดออกโดยไม่มีใครขัดขวางได้ ฮ่องเต้เดินประคองเสิ่นลู่ถิงอยู่ไม่ห่าง เหล่าบ่าวรับใช้ในเรือนต้องโค้งคำนับต้อนทำความเคารพตามที่ควร ดวงตากลมมองเห็นคนในตระกูลที่วิ่งออกมาต้อนรับอย่างร้อนรน“ถวายบังคมฝ่าบาท ขออภัยที่กระหม่อมและฮูหยินไม่ได้ออกมาต้อนรับ”“พี่ใหญ่ท่านกลับมาแล้วหรือ?”“ถิงถิง….” เสิ่นลู่ถิงขมวดใส่ผู้เป็นพ่อแม่ที่ใช้สายตาไม่ให้พี่ใหญ่พูดคุยกับตน นานมากแล้วที่เขาถูกส่งไปอยู่บ้านท่านป้าที่เมืองห่างไกล ชาติที่แล้วข้าจำได้ว่าพี่ใหญ่หาทุกวิถีทางเพื่อช่วยข้าให้ถูกยกเลิกการประหาร ทั้งยอมเสียบรรดาศักดิ์ แต่ในท้ายที่สุดก็ถูกฆ่าตายเพราะข้า ในชาตินี้ข้าจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น“ฝ่าบาทเพคะ ดูเหมือนว่าท่านพ่อท่านแม่จะสั่งห้ามไม่ให้พี่ใหญ่พูดคุยกับหม่อมชั้น”“เหลวไหลสิ้นดี!!”“บังอาจ!!! ฮูหยินเสิ่น แม้เจ้าจะเป็นมารดา แต่บัดนี้ถิงถ
ตำหนักจิ่งเหรินวุ่นวายด้วยความห่วงใยของฮ่องเต้ หลังเสิ่นลู่ถิงถูกอุ้มกลับมาที่ตำหนักไม่นานข่าวก็ไปถึงไท่เฮา และทันทีที่ได้รับข่าวก็รีบมาที่นี่ทันที ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นบ่งบอกถึงความดีใจจนฮองเฮานึกขัดใจไม่น้อย ทั้งที่เปิดโปงสนมหลี่ได้แล้วแท้ เหตุใดยังเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีกครั้งนี้มองอย่างไรก็รู้ว่าเสิ่นลู่ถิงท้องจริงอย่างที่หมอหลวงว่า เช่นนี้แล้วฮองเฮาควรจะทำอย่างไร ปกติเสิ่นลู่ถิงก็เป็นที่โปรดปรานมากอยู่แล้ว ในวังหลังต่างรู้กันดี หากตั้งท้องลูกของฮ่องเต้เช่นนี้ คงกอบโกยทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย สุดท้ายแล้วตนก็จะเป็นแค่ฮองเฮาเพียงชื่อ แต่สิ้นอำนาจ“กังวลใจหรือฮองเฮา” ไท่เฮาเดินมาแตะที่มือจนฮองเฮาสะดุ้งตกใจอย่างไม่ได้ตั้งตัว มือเหี่ยวย่นลูบราวกับพยายามปลอบใจตาหารู้ไม่ว่านั่นไม่ช่วยอะไร อาการดีพระทัยของไท่เฮาเมื่อครู่กำลังทำให้ฮองเฮารู้ตัวว่าต้นเหลือพื้นที่ยืนในวังน้อยลงทุกที“ปกตินางก็เป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท หากนางตั้งครรภ์โอรส….”“นั่นก็ถือเป็นเรื่องดี ข้าว่าสนมเสิ่นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร มันจะดีมากหากเจ้าอยู่กับนางได้อ
บรรยากาศวันพระราชสมภพใหญ่โตตามคาด เหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่ถูกเชิญเข้าวังมามากเสียใจผิดปกติ เสิ่นลู่ถิงยิ้มอย่างรู้ทัน วันนี้คงไม่ใช่แค่ฮองเฮาที่คิดจะทำการใหญ่ แต่สนมหลี่เองก็มีการใหญ่ที่วางแผนเอาไว้ตามคาด แล้วไม่แน่ว่าก็คงเกี่ยวข้องกับมารดาข้าที่นั่งอยู่ตรงนั้นด้วยเยว่จินรินชาร้อนให้ทั้งสายตายังคอยระแวดระวังอยู่เสมอ อย่างน้อยข้าก็มองคนไม่ผิดเลย เยว่จินเป็นหญิงสาวที่มีความภักดีมาก การได้นางมาอยู่ในกำมือช่างดียิ่ง“วันนี้สนมหลี่กับมีหน้าท้องนูนขึ้นมานิดหน่อย หรือว่านางจะตั้งครรภ์จริงๆ เพคะ”“ท้องคนเราจะนูนและใหญ่ขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่วันได้อย่างไร ข้าคิดวาวันนี้คงมีอะไรสนุกกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก” เสิ่นลู่ถิงยกชาขึ้นดื่มอย่างสบายใจ ก่อนเสียงพูดที่แสนระคายหูจะดังขึ้นมาจนต้องวางจอกชาลงแล้วหันมองอย่างไม่นึกหวาดกลัว“ได้ยินมาว่าฝ่าบาททรงสั่งให้จัดการงานพระราชสมภพอย่างใหญ่โตเพื่อสนมหลี่ คิดว่าอีกไม่นานก็คงเป็นคนโปรดเช่นเคย ไม่แน่ว่าตำแหน่งสนมเอกก็อาจจะได้คืนมาไม่ยาก” คุณหนูตระกูลเจียงคนนี้มิใช่ว่าเป็นเพื่อนตั้งแต่วั
เสิ่นลู่ถิงนั่งอยู่ที่ศาลาริมสระ ดวงตากลมจดจ้องอยู่กับการปักผ้าผืนสวยเพื่อจะมอบให้สนมหลี่เป็นของขวัญ อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสนมหลี่ ดูเหมือนฮ่องเต้จะสั่งให้คนเตรียมงานอย่างเอาอกเอาใจ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ข้านึกหนักใจแม้สักนิดถึงแม้ว่าฮ่องเต้จะเอาใจสนมหลี่เพียงใด แต่ใครต่างก็รู้ว่านั่นเพราะนางมีทายาทของฮ่องเต้อยู่ในครรภ์ ทุกค่ำคืนฮ่องเต้ยังคงเสด็จมาหาข้าอยู่เสมอ ไม่มีใครได้เห็นฮ่องเต้ในยามท้องฟ้ามืดยกเว้นข้า และข้าก็เชื่อว่าจะมีข่าวดีอีกไม่นานนี้“พระสนมเพคะ”“ว่าอย่างไรบ้าง?”“ดูเหมือนว่าฮองเฮาจะทำการใหญ่ในวันพระราชสมภพของสนมหลี่เพคะ อีกอย่างเท่าที่หม่อมชั้นให้คนคอยจับตาดู สนมหลี่ไม่เหมือนกับคนกำลังตั้งครรภ์เลยเพคะ”“อย่างไร?” เยว่จินขยับมาพูดที่ข้างหูอย่างแผ่วเบาเกี่ยวกับสิ่งที่สังเกตมา เสิ่นลู่ถิงฟังอย่างตั้งใจทั้งคิดตามก่อนจะยิ้มกว้าง ก็จริงอย่างที่เยว่จินว่า ทั้งที่ท้องแต่ยังพยายามยั่วให้ได้ร่วมรักกับฮ่องเต้อยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นฮ่องเต้ที่ไหวตัวทันและไม่ได้ทำอ
“ชายาชินอ๋องมาหาเราถึงที่นี่ คงมีเรื่องด่วน?” ฮ่องเต้เอ่ยปากถามคนที่นั่งคุกเข่าอย่างร้อนใจอยู่ตรงหน้า คิดสงสัยเสียจริงว่าเหตุใดถึงได้กล้ามาพบข้าด้วยตัวเองถึงที่นี่“หม่อมชั้นอยากทูลขอฝ่าบาทให้ปล่อยตัวพี่สาวหม่อมชั้นออกจากตำหนักเพคะ”“หลี่หว่านลู่ทำผิดเช่นไรเจ้ามิรู้หรือ?”“หม่อมชั้นทราบเพคะ แต่ถึงอย่างนั้นพี่สาวหม่อมชั้นก็ภักดีต่อฝ่าบาทมานาน นางทำไปเพียงเพราะอารมณ์หึงหวงชั่วครู่เท่านั้น ฝ่าบาทได้โปรดเห็นแก่ความรักที่มีต่อพี่สาวหม่อมชั้น อย่างน้อยให้พี่สาวหม่อมชั้นได้มีที่ยืนต่อไปในวังก็ยังดีเพคะ”ฮ่องเต้ครุ่นคิดตามสิ่งที่คุณหนูรองหลี่พูด ต้องยอมรับว่าความรักของตนกับหลี่หว่านลู่เมื่อครั้งอดีตนั้นหวานชื่น แม้จะรับสนมเข้ามากี่คนก็ยังไม่มีใครเป็นที่โปรดปรานเท่า ทุกครั้งที่ทำผิดก็ถูกประทานอภัยโดยง่าย แต่ความผิดครั้งนี้มันใหญ่นัก หากตัดสินไม่เด็ดขาดอาจถูกคนในวังครหาเอาได้“แต่ความผิดครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก”“แต่หากปล่อยพี่สาวหม่อมชั้นเอาไว้เช่นนี้ อาจจะแท้งลูกได้นะเพคะ”&ld
เสิ่นลู่ถิงถูกแบกพาดบ่ากลับเข้ามาที่ตำหนัก ฮ่องเต้วางกายเล็กลงแม้จะดูขุ่นเคืองแต่ยังคงใช้มือประคองไม่ให้กระแทกจนบาดเจ็บ ดวงตาคมที่มองจ้องเขม็งกลับทำให้คุณหนูเสิ่นรอบกลืนน้ำลายอย่างรู้สึกประหม่า“ฝ่าบาททรงกริ้วหรือเพคะ?”มือเล็กยกขึ้นแตะที่ข้างแก้มหวังให้ฮ่องเต้ลดอารมณ์โทสะลง แต่เรียวคิ้วที่ขมวดนั้นบ่งบอกว่าการกระทำนี้ไม่ช่วยอะไรเลย เสิ่นลู่ถิงรู้สึกได้ถึงรังสีความโกรธเคือง ไม่รู้ทำไม แต่กลับรู้สึกไม่อยากให้ฮ่องเต้โกรธกันเช่นนี้เลย“ฝ่าบาทเพคะ”“เจ้ายังไม่ได้ตอบคำถามข้า เหตุใดถึงไปที่จวนอ๋อง หรือว่าคิดถึงรักเก่าขึ้นมา”“ฝ่าบาท!!!”“กล้าขึ้นเสียงกับข้าหรือ”เสิ่นลู่ถิงรู้ตัวว่าเผลอทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่เมื่อได้ยินประโยคนั้นก็รู้สึกโกรธจนห้ามไม่ได้ ข้าไม่มีทางหวนคิดถึงชินอ๋องอีกแน่ เหตุใดฮ่องเต้ถึงได้ตัดสินเองเช่นนี้ เดิมทีตั้งใจให้ทหารองครักษ์ตามไปเพราะคิดว่าอาจเกิดเรื่องทะเลาะแน่ และให้ฝ่าบาทได้รับรู้ว่าข้าถูกรังแกก็เท่านั้น แต่ในตอนนี้ทุกอย่างกลับผิดเพี้ยนไปหมด







