ANMELDENจวนตระกูลเสิ่น
ฮ่องเต้เสด็จ!!! พระสนมเสิ่นเสด็จ!!!
เสียงอึกกระทึกหน้าประตูจวนตระกูลเสิ่นดังขึ้นดังลั่น ก่อนบานประตูจวนต้องเปิดออกโดยไม่มีใครขัดขวางได้ ฮ่องเต้เดินประคองเสิ่นลู่ถิงอยู่ไม่ห่าง เหล่าบ่าวรับใช้ในเรือนต้องโค้งคำนับต้อนทำความเคารพตามที่ควร ดวงตากลมมองเห็นคนในตระกูลที่วิ่งออกมาต้อนรับอย่างร้อนรน
“ถวายบังคมฝ่าบาท ขออภัยที่กระหม่อมและฮูหยินไม่ได้ออกมาต้อนรับ”
“พี่ใหญ่ท่านกลับมาแล้วหรือ?”
“ถิงถิง….” เสิ่นลู่ถิงขมวดใส่ผู้เป็นพ่อแม่ที่ใช้สายตาไม่ให้พี่ใหญ่พูดคุยกับตน นานมากแล้วที่เขาถูกส่งไปอยู่บ้านท่านป้าที่เมืองห่างไกล ชาติที่แล้วข้าจำได้ว่าพี่ใหญ่หาทุกวิถีทางเพื่อช่วยข้าให้ถูกยกเลิกการประหาร ทั้งยอมเสียบรรดาศักดิ์ แต่ในท้ายที่สุดก็ถูกฆ่าตายเพราะข้า ในชาตินี้ข้าจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น
“ฝ่าบาทเพคะ ดูเหมือนว่าท่านพ่อท่านแม่จะสั่งห้ามไม่ให้พี่ใหญ่พูดคุยกับหม่อมชั้น”
“เหลวไหลสิ้นดี!!”
“บังอาจ!!! ฮูหยินเสิ่น แม้เจ้าจะเป็นมารดา แต่บัดนี้ถิงถิงเป็นสนมของข้า คู่ควรให้เจ้าขึ้นเสียงใส่นางหรือ” ใต้เท้าเสิ่นรีบดึงฮูหยินของตนให้นั่งลงเพื่อกล่าวขอประทานอภัย เสิ่นลู่ถิงยิ้มมุมปากกับภาพที่มอง แม้จะเป็นผู้ให้กำเนิด แต่เลี้ยงดูข้าราวกับไม่ใช่คน แล้วเหตุใดข้าจะต้องไยดีพวกท่านด้วย
“เสิ่นซีห่าว! เจ้าอยากคุยกับน้องเจ้าหรือไม่?”
“อยาก….อยากพ่ะย่ะค่ะ”
“เช่นนั้นเมื่อข้าเสร็จธุระที่นี่ ก็ตามข้าเข้าวังด้วยกัน” คุณชายใหญ่ตระกุลเสิ่นรีบพยักหน้ารับคำทั้งรอยยิ้ม พี่ใหญ่ของข้าซูบผอมลงมาก ไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วการเป็นอยู่ที่จวนของป้าเป็นเช่นไรกันแน่
“ฝ่าบาทเสด็จมาถึงจวนของกระหม่อม ทรงมีเรื่องใดสำคัญหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“เดิมทีข้าไม่อยากยุ่งกับตระกูลเจ้านัก เพราะอย่างไรก็เป็นตระกูลบิดามารดาองถิงถิง แต่เมื่อวันก่อนฮูหยินของเจ้าไปก่อเรื่อง ใต้เท้าเสิ่นรู้หรือไม่?”
ฮูหยินเสิ่นตัวสั่นเทารีบก้มลงจนชิดพื้น เอ่ยปากบอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าถูกใส่ร้าย ทั้งที่ฮ่องเต้ยังไม่ได้พูดเสียด้วยซ้ำว่าเป็นเรื่องใด พวกกินปูนร้อนท้องเช่นนี้มีแต่จะหาเรื่องใส่ตัวเอง
“หม่อมชั้นถูกใส่ร้ายเพคะ”
“ข้ายังไม่ได้เอ่ยสักคำว่าเรื่องใด ดูท่าทีร้อนตัวเช่นนี้ เจ้าคงทำมันจริงๆ”
“มะ ไม่ใช่นะเพคะ!” สายตาเชือดเฉือนของใต้เท้าเสิ่นที่มองฮูหยินนั้นน่าขำนัก สิ่งที่บอกผ่านดวงตาคงจะหมายถึงว่าฮูหยินเสิ่นโง่เง่าสิ้นดี
“มาถึงขั้นนี้ยังจะปฏิเสธหรือ?” ฮูหยินเสิ่นยังเอาแต่ปฏิเสธยังไม่รู้ว่ามีสิ่งใดรออยู่ข้างหน้า ฮ่องเต้กวักมือเป็นสัญญาณก่อนทหารจะพาตัวชายาอ๋องเข้ามาแล้วเหวี่ยงให้นั่งลงที่พื้น หน้าตาดูตกอกตกใจของฮูหยินเสิ่นสร้างความพอใจให้เสิ่นลู่ถิงไม่น้อย
“ฝ่าบาททำเช่นนี้ไม่ได้นะเพคะ หม่อมชั้นเป็นชายาชินอ๋องนะเพคะ”
“ชายาชินอ๋องแล้วอย่างไร ฮ่องเต้อย่างข้าต้องกลัวหรือ!!!!” ยิ่งหลี่หว่านหว่านพูดจาไม่เข้าหูมากเท่าใด ความเคืองโกรธของฮ่องเต้ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น พูดต่อไปเถิด จงทำตัวโง่หยิ่งทะนงอย่างที่เจ้าชอบเป็น ข้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลามานั่งแสดงทำตัวน่าสงสารให้มากความ
ฮ่องเต้ดึงดาบยาวของทหารองครักษ์ออกมาแล้วจ่อเข้าที่คอของหลี่หว่านหว่าน เหตุการณ์ดูจะรุนแรงอย่างรวดเร็วมากกว่าที่ข้าคิดไปสักหน่อย แต่ก็เป็นที่น่าพอใจ อาการกลัวตายของเจ้ายิ่งทำให้ข้ารู้สึกสะใจนัก รู้สึกถึงความรู้สึกของข้าหรือไม่ ความรู้สึกที่กำลังจะตายโดยไม่มีใครช่วยได้
“ทั้งเจ้าทั้งพี่สาวเจ้าชั่วช้าด้วยกันทั้งคู่ ตระกูลหลี่ดูแลบุตรสาวเช่นนี้ เห็นทีคงเก็บไว้ไม่ได้”
“เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับตระกูลหม่อมชั้นนะเพคะ ฝ่าบาทได้โปรดประทานอภัยด้วย”
“แม้ข้าจะไม่จัดการตระกูลหลี่ในตอนนี้ แต่สุดท้ายตระกูลพวกเจ้าอย่างไรก็ต้องจบลง” เสิ่นลู่ถิงขมวดคิ้วไม่เข้าใจ เหตุใดฮ่องเต้จึงตรัสเช่นนี้ หรือว่ามีสิ่งใดที่ตัวข้าเองก็ยังไม่รู้
“ฝะ ฝ่าบาทตรัสอะไรเพคะ?”
“อีกสามวันเจ้าจะรู้เอง ส่งชายาอ๋องกลับจวน หากไม่มีคำสั่งข้าห้ามก้าวออกมาจากจวนแม้แต่ก้าวเดียว” หรือความจริงแล้วฮ่องเต้ไม่ได้นิ่งนอนใจเรื่องที่ตระกูลหลี่ทำผิด เพียงแต่แค่หาหลักฐานเท่านั้น ตระกูลหลี่คุมอำนาจทางทหารอยู่มาก หากด่วนตัดสินใจคงเกิดผลกระทบแน่
ชาติที่แล้วฮ่องเต้เชื่อใจสนมหลี่มากเพราะเป็นสนมที่เป็นที่โปรดปราน ตระกูลหลี่ร่ำรวยมั่งคั่งขึ้นทุกวันทั้งเงินทองยศศักดิ์จากคราบน้ำตาของคนอื่น ในชาตินี้จบลงเช่นนี้ก็สมควรแล้ว
แต่สำหรับหลี่หว่านหว่าน ชาติที่แล้วความแค้นระหว่างเจ้ากับข้าคือชีวิต หากชาตินี้เจ้าไม่ได้ถูกประหารต่อหน้าผู้คนอย่างไรความไยดี ข้าเสิ่นลู่ถิงจะไม่ยอมลดละโดยง่ายแน่
“ฮูหยินเสิ่นจงใจร่วมมือกับชายาอ๋องเพื่อทำร้ายสนมของข้า ใต้เท้าเสิ่นรู้เรื่องนี้ด้วยหรือไม่”
“ไม่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่รู้เรื่องด้วย” ดูสีหน้าตกใจของฮูหยินเสิ่นผู้สูงศักดิ์เถิด ต่อให้เป็นฮูหยินที่ถูกรักและดูแลมามากเพียงใด แต่ระหว่างสตีที่รักกับตระกูล แน่นอนว่าบุรุษเห็นแก่ตัวเช่นพ่อข้าต้องเลือกตระกูลเสิ่นเอาไว้ จงลิ้มรสการถูกทอดทิ้งดูเถิด
“ท่านพี่!! เหตุใดท่านไม่เข้าข้างข้า!!”
“ข้าจะให้โอกาสใต้เท้าเสิ่นอีกครั้ง หากรับรู้เรื่องนี้จะลงโทษทั้งตระกูล แต่หากไม่รู้ข้าจะสืบสวนแค่ฮูหยินคนเดียว”
“กระหม่อมไม่เคยรู้มาก่อนพ่ะย่ะค่ะ” เสิ่นลู่ถิงแค่นยิ้มเยาะเย้ยจนฮูหยินเสิ่นเกิดความโกรธเคืองลุกขึ้นมาผลักอย่างไม่ทันตั้งตัว โชคดีที่ชินอ๋องเข้ามาที่นี่พอดีแล้วรับเอาไว้ ไม่ได้อยู่ในอ้อมกอดของชินอ๋องนาน ฮ่องเต้ก็เข้ามาดึงกลับไปโอบกอดไว้แทน แล้วหันไปตบหน้าฮูหยินเสิ่นเต็มแรงด้วยความโกรธเคือง
“ช่างกล้านัก!! หากถิงถิงกับลูกข้าเป็นอะไรไป เจ้าจะรับผิดชอบไหวหรือ!!!” ฮูหยินเสิ่นเบิกตากว้างรีบก้มหัวด้วยอาการหวาดกลัว ดูท่าแล้วคงจะลืมไปว่าข้ากำลังมีลูกของฮ่องเต้อยู่ในครรภ์ ในตอนนี้ไม่ใช่บารมีจากตัวข้าเท่านั้น แต่เป็นบารมีของลูกน้อยในท้องข้าด้วยท่จะทำให้ข้าอยู่เหนือทุกคน
“ฝ่าบาทได้โปรดไตร่ตรองด้วย เสิ่นลู่ถิงเป็นลูกสาวหม่อมชั้น ปกติอยู่จวนนางทั้งเกียจคร้าน ไม่มีมารยาท แล้วยังไม่เคารพบิดามารดา สตรีเช่นนี้ไม่คู่ควรกับฝ่าบาทนะเพคะ”
“ดีเสียจริง ฮูหยินเสิ่นรักลูกสาวอย่างไร ถึงเหยียบย่ำความเป็นคนของลูกสาวเช่นนี้!!” ครานี้เป็นชินอ๋องที่พูดขึ้น ข้าคิดว่าสิ่งที่ข้าเดาไม่ผิดเพี้ยน แต่หากชินอ๋องมาเกิดใหม่จริง อะไรทำให้ท่านมาเกิดอีกครั้ง เพื่อต้องการแก้ไขในสิ่งที่ทำหรือ หลังจากที่ข้าตายไปแล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ท่านถึงได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเช่นนี้
“หม่อมชั้นตรัสจริงทุกอย่างเพคะฝ่าบาท”
“เจ้าบอกว่าถิงถิงไม่มีความสามารถของสตรีเช่นนั้นใช่หรือไม่?”
“เพคะ!”
“ถิงถิงรสมือทำอาหารเป็นเลิศกว่าพ่อครัวห้องเครื่องเสียด้วยซ้ำ งานเย็บปักก็ละเอียดเสียจนไท่เฮาเอ่ยปากชมมาตลอด ทั้งมารยาทก็ดีมีแต่ผู้คนชื่นชม นี่หรือลูกสาวที่ไม่ได้เรื่องที่เจ้าพูดถึง”
เสิ่นลู่ถิงเผลอยิ้มออกมาหลังได้ยินคำพูดชื่นชมแสนจริงใจเหล่านั้น ไม่รู้ทำไมภายในใจถึงได้รู้สึกมีความสุขนัก ตั้งแต่เด็กจนเติบโต ไม่ว่าข้าจะพยายามมากเท่าใดก็ไม่เคยดีในสายตาใครเลยสักคน แต่บัดนี้ฮ่องเต้บุรุษที่เป็นถึงเจ้าของแผ่นดินนี้กลับชื่นชมข้านัก
“ฝ่าบาท….”
“ถิงถิงไม่ต้องกลัว ข้าจะต้องให้เจ้าได้รับความเป็นธรรมแน่”
ฮ่องเต้ลูบหัวเสิ่นลู่ถิงให้คลายกังวล บัดนี้หากท่านพ่อท่านแม่ฉลาดสักนิด ควรรู้ว่าจะต้องปฏิบัติต่อข้าเช่นไร แต่กลับยังยึดติดที่จะช่วยเหลือตระกูลหลี่เพื่อทำรายข้าอยู่อย่างนั้น หรือว่า……ใช่สิ ข้าลืมคิดถึงเรื่องนี้ไปเสียสนิท เหตุใดท่านแม่ถึงยอมช่วยเหลือหลี่หว่านหว่านเช่นนั้น มิน่าใช่แค่เพราะเงินทองของมีค่าแน่
“หากใต้เท้าเสิ่นยังยืนกรานไม่รู้เรื่อง ข้าจะขอขังฮูหยินของเจ้าไว้ที่จวนก่อน คงไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
“กระหม่อมมิบังอาจขัดข้อง เชิญฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
“ท่านพี่!!!”
“เงียบไปก่อน เดี๋ยวฝ่าบาทกลับไป ข้าจะปล่อยเจ้า ฝ่าบาทไม่รู้หรอก” ทั้งบิดามารดาแสนเจ้าเล่ห์กระซิบกระซาบกันแล้วพยักหน้าตกลง ก่อนคำพูดต่อไปของฮ่องเต้จะทำให้ทั้งสองหน้าเสีย
“ข้าจะให้ทหารของวังหลวงเฝ้าที่จวนตระกูลเสิ่น หากมีสิ่งใดผิดปกติ ฆ่าทันทีไม่มีข้อยกเว้น” ฮ่องเต้ปรีชากว่าที่ข้าคิดไว้มากนัก แม้ในยามนี้ยังคงรอบคอบมาก หากปล่อยให้ควบคุมกกันเอง อย่างไรฮูหยินเสิ่นก็คงไม่พ้นถูกปล่อยออกมา
หลังจัดการตระกูลเสิ่นเสร็จตามคำสั่ง มือบางก็ถูกกอบกุมเอาไว้ เสิ่นลู่ถิงยังคงมีความคิดวนเวียนอยู่ภายในหัว ตอนนี้ไม่รู้แม้สักนิดว่าฮ่องเต้สืบรู้สิ่งใดมาบ้าง แล้วจะทำอย่างไรต่อไปกับคนพวกนี้ อาจจะเพราะใช้ความคิดมากไปอาการมึนงงก็เข้ามาแทรก เสิ่นลู่ถิงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะหน้ามืดจนกายบางโอนเอน
“ถิงถิงเจ้าเป็นอะไร?”
“เวียนหัวมากเลยเพคะ”
“เจ้าไหวหรือไม่?” ชินอ๋องกำลังเดินเข้ามาหาด้วยความกังวล แต่เป็นฮ่องเต้ที่ดันออกไปให้ห่าง ก่อนกายเล็กจะถูกอุ้มขึ้นสู่อ้อมแขน
“สตรีของข้า ข้าดูแลเองได้ เจ้ากลับไปดูแลชายาของเจ้าให้ดีเถิด อีกไม่กี่วันก็จะต้องรับโทษแล้ว”
“ฝ่าบาท” ชินอ๋องจงใจรั้งฮ่องเต้ไว้ราวกับมีเรื่องที่ต้องการพูด แต่สีหน้าไม่พอใจนั้นทำให้ต้องถอยหลังไปออกไปหนึ่งก้าว
“ข้าจะขอเอ่ยปากเตือนเจ้าเอาไว้อีกเรื่อง”
“……”
“แม้หลี่หว่านหว่านจะรับโทษจนจำเป็นต้องถูกข้าสั่งหย่าขาดกับเจ้า แต่นั่นก็ไม่ใช่ทางให้เจ้าเข้ามายุ่งกับสตรีของข้าได้อย่างอิสระ อยู่ห่างนางให้มาก เพราะหลังจากนี้ข้าคงไม่อดทนใจดีเห็นว่าเจ้าเป็นน้องแล้วปล่อยไปเฉยๆ อีก”
“แต่กระหม่อมกับเสิ่นลู่ถิงรักกันมาก่อน”
“ท่านอ๋องระวังวาจาด้วย” เสิ่นลู่ถิงเอ่ยปามคนที่พูดจาเข้าข้างตัวเอง นั่นมันเมื่อชาติก่อน ในชาตินี้ข้าไม่มีความรู้สึกรักหลงเหลือเลยแม้สักนิด และไม่อยากให้ฮ่องเต้ทรงกริ้วมากไปกว่านี้กับคำพูดของชินอ๋องด้วย
“ฝ่าบาทเพคะ หม่อมชั้นอยากพักแล้ว”
“ได้สิ ข้าพาถิงถิงกลับวังนะ” ชินอ๋องมองตามคนสองคนที่ดูเหมือนรักกนมากเดินออกไปทั้งกำมือแน่น แววตานั้นไม่ใช่แววตาที่เคยมอบให้ข้าเพียงคนเดียวหรือ เมื่อไหร่กันที่เสิ่นลู่ถิงหมดรักข้า ทั้งที่ข้าอุตส่าห์กลับมาแก้ไขมันแล้วแท้ๆ
จวนตระกูลเสิ่นฮ่องเต้เสด็จ!!! พระสนมเสิ่นเสด็จ!!!เสียงอึกกระทึกหน้าประตูจวนตระกูลเสิ่นดังขึ้นดังลั่น ก่อนบานประตูจวนต้องเปิดออกโดยไม่มีใครขัดขวางได้ ฮ่องเต้เดินประคองเสิ่นลู่ถิงอยู่ไม่ห่าง เหล่าบ่าวรับใช้ในเรือนต้องโค้งคำนับต้อนทำความเคารพตามที่ควร ดวงตากลมมองเห็นคนในตระกูลที่วิ่งออกมาต้อนรับอย่างร้อนรน“ถวายบังคมฝ่าบาท ขออภัยที่กระหม่อมและฮูหยินไม่ได้ออกมาต้อนรับ”“พี่ใหญ่ท่านกลับมาแล้วหรือ?”“ถิงถิง….” เสิ่นลู่ถิงขมวดใส่ผู้เป็นพ่อแม่ที่ใช้สายตาไม่ให้พี่ใหญ่พูดคุยกับตน นานมากแล้วที่เขาถูกส่งไปอยู่บ้านท่านป้าที่เมืองห่างไกล ชาติที่แล้วข้าจำได้ว่าพี่ใหญ่หาทุกวิถีทางเพื่อช่วยข้าให้ถูกยกเลิกการประหาร ทั้งยอมเสียบรรดาศักดิ์ แต่ในท้ายที่สุดก็ถูกฆ่าตายเพราะข้า ในชาตินี้ข้าจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น“ฝ่าบาทเพคะ ดูเหมือนว่าท่านพ่อท่านแม่จะสั่งห้ามไม่ให้พี่ใหญ่พูดคุยกับหม่อมชั้น”“เหลวไหลสิ้นดี!!”“บังอาจ!!! ฮูหยินเสิ่น แม้เจ้าจะเป็นมารดา แต่บัดนี้ถิงถ
ตำหนักจิ่งเหรินวุ่นวายด้วยความห่วงใยของฮ่องเต้ หลังเสิ่นลู่ถิงถูกอุ้มกลับมาที่ตำหนักไม่นานข่าวก็ไปถึงไท่เฮา และทันทีที่ได้รับข่าวก็รีบมาที่นี่ทันที ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นบ่งบอกถึงความดีใจจนฮองเฮานึกขัดใจไม่น้อย ทั้งที่เปิดโปงสนมหลี่ได้แล้วแท้ เหตุใดยังเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีกครั้งนี้มองอย่างไรก็รู้ว่าเสิ่นลู่ถิงท้องจริงอย่างที่หมอหลวงว่า เช่นนี้แล้วฮองเฮาควรจะทำอย่างไร ปกติเสิ่นลู่ถิงก็เป็นที่โปรดปรานมากอยู่แล้ว ในวังหลังต่างรู้กันดี หากตั้งท้องลูกของฮ่องเต้เช่นนี้ คงกอบโกยทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย สุดท้ายแล้วตนก็จะเป็นแค่ฮองเฮาเพียงชื่อ แต่สิ้นอำนาจ“กังวลใจหรือฮองเฮา” ไท่เฮาเดินมาแตะที่มือจนฮองเฮาสะดุ้งตกใจอย่างไม่ได้ตั้งตัว มือเหี่ยวย่นลูบราวกับพยายามปลอบใจตาหารู้ไม่ว่านั่นไม่ช่วยอะไร อาการดีพระทัยของไท่เฮาเมื่อครู่กำลังทำให้ฮองเฮารู้ตัวว่าต้นเหลือพื้นที่ยืนในวังน้อยลงทุกที“ปกตินางก็เป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท หากนางตั้งครรภ์โอรส….”“นั่นก็ถือเป็นเรื่องดี ข้าว่าสนมเสิ่นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร มันจะดีมากหากเจ้าอยู่กับนางได้อ
บรรยากาศวันพระราชสมภพใหญ่โตตามคาด เหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่ถูกเชิญเข้าวังมามากเสียใจผิดปกติ เสิ่นลู่ถิงยิ้มอย่างรู้ทัน วันนี้คงไม่ใช่แค่ฮองเฮาที่คิดจะทำการใหญ่ แต่สนมหลี่เองก็มีการใหญ่ที่วางแผนเอาไว้ตามคาด แล้วไม่แน่ว่าก็คงเกี่ยวข้องกับมารดาข้าที่นั่งอยู่ตรงนั้นด้วยเยว่จินรินชาร้อนให้ทั้งสายตายังคอยระแวดระวังอยู่เสมอ อย่างน้อยข้าก็มองคนไม่ผิดเลย เยว่จินเป็นหญิงสาวที่มีความภักดีมาก การได้นางมาอยู่ในกำมือช่างดียิ่ง“วันนี้สนมหลี่กับมีหน้าท้องนูนขึ้นมานิดหน่อย หรือว่านางจะตั้งครรภ์จริงๆ เพคะ”“ท้องคนเราจะนูนและใหญ่ขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่วันได้อย่างไร ข้าคิดวาวันนี้คงมีอะไรสนุกกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก” เสิ่นลู่ถิงยกชาขึ้นดื่มอย่างสบายใจ ก่อนเสียงพูดที่แสนระคายหูจะดังขึ้นมาจนต้องวางจอกชาลงแล้วหันมองอย่างไม่นึกหวาดกลัว“ได้ยินมาว่าฝ่าบาททรงสั่งให้จัดการงานพระราชสมภพอย่างใหญ่โตเพื่อสนมหลี่ คิดว่าอีกไม่นานก็คงเป็นคนโปรดเช่นเคย ไม่แน่ว่าตำแหน่งสนมเอกก็อาจจะได้คืนมาไม่ยาก” คุณหนูตระกูลเจียงคนนี้มิใช่ว่าเป็นเพื่อนตั้งแต่วั
เสิ่นลู่ถิงนั่งอยู่ที่ศาลาริมสระ ดวงตากลมจดจ้องอยู่กับการปักผ้าผืนสวยเพื่อจะมอบให้สนมหลี่เป็นของขวัญ อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสนมหลี่ ดูเหมือนฮ่องเต้จะสั่งให้คนเตรียมงานอย่างเอาอกเอาใจ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ข้านึกหนักใจแม้สักนิดถึงแม้ว่าฮ่องเต้จะเอาใจสนมหลี่เพียงใด แต่ใครต่างก็รู้ว่านั่นเพราะนางมีทายาทของฮ่องเต้อยู่ในครรภ์ ทุกค่ำคืนฮ่องเต้ยังคงเสด็จมาหาข้าอยู่เสมอ ไม่มีใครได้เห็นฮ่องเต้ในยามท้องฟ้ามืดยกเว้นข้า และข้าก็เชื่อว่าจะมีข่าวดีอีกไม่นานนี้“พระสนมเพคะ”“ว่าอย่างไรบ้าง?”“ดูเหมือนว่าฮองเฮาจะทำการใหญ่ในวันพระราชสมภพของสนมหลี่เพคะ อีกอย่างเท่าที่หม่อมชั้นให้คนคอยจับตาดู สนมหลี่ไม่เหมือนกับคนกำลังตั้งครรภ์เลยเพคะ”“อย่างไร?” เยว่จินขยับมาพูดที่ข้างหูอย่างแผ่วเบาเกี่ยวกับสิ่งที่สังเกตมา เสิ่นลู่ถิงฟังอย่างตั้งใจทั้งคิดตามก่อนจะยิ้มกว้าง ก็จริงอย่างที่เยว่จินว่า ทั้งที่ท้องแต่ยังพยายามยั่วให้ได้ร่วมรักกับฮ่องเต้อยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นฮ่องเต้ที่ไหวตัวทันและไม่ได้ทำอ
“ชายาชินอ๋องมาหาเราถึงที่นี่ คงมีเรื่องด่วน?” ฮ่องเต้เอ่ยปากถามคนที่นั่งคุกเข่าอย่างร้อนใจอยู่ตรงหน้า คิดสงสัยเสียจริงว่าเหตุใดถึงได้กล้ามาพบข้าด้วยตัวเองถึงที่นี่“หม่อมชั้นอยากทูลขอฝ่าบาทให้ปล่อยตัวพี่สาวหม่อมชั้นออกจากตำหนักเพคะ”“หลี่หว่านลู่ทำผิดเช่นไรเจ้ามิรู้หรือ?”“หม่อมชั้นทราบเพคะ แต่ถึงอย่างนั้นพี่สาวหม่อมชั้นก็ภักดีต่อฝ่าบาทมานาน นางทำไปเพียงเพราะอารมณ์หึงหวงชั่วครู่เท่านั้น ฝ่าบาทได้โปรดเห็นแก่ความรักที่มีต่อพี่สาวหม่อมชั้น อย่างน้อยให้พี่สาวหม่อมชั้นได้มีที่ยืนต่อไปในวังก็ยังดีเพคะ”ฮ่องเต้ครุ่นคิดตามสิ่งที่คุณหนูรองหลี่พูด ต้องยอมรับว่าความรักของตนกับหลี่หว่านลู่เมื่อครั้งอดีตนั้นหวานชื่น แม้จะรับสนมเข้ามากี่คนก็ยังไม่มีใครเป็นที่โปรดปรานเท่า ทุกครั้งที่ทำผิดก็ถูกประทานอภัยโดยง่าย แต่ความผิดครั้งนี้มันใหญ่นัก หากตัดสินไม่เด็ดขาดอาจถูกคนในวังครหาเอาได้“แต่ความผิดครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก”“แต่หากปล่อยพี่สาวหม่อมชั้นเอาไว้เช่นนี้ อาจจะแท้งลูกได้นะเพคะ”&ld
เสิ่นลู่ถิงถูกแบกพาดบ่ากลับเข้ามาที่ตำหนัก ฮ่องเต้วางกายเล็กลงแม้จะดูขุ่นเคืองแต่ยังคงใช้มือประคองไม่ให้กระแทกจนบาดเจ็บ ดวงตาคมที่มองจ้องเขม็งกลับทำให้คุณหนูเสิ่นรอบกลืนน้ำลายอย่างรู้สึกประหม่า“ฝ่าบาททรงกริ้วหรือเพคะ?”มือเล็กยกขึ้นแตะที่ข้างแก้มหวังให้ฮ่องเต้ลดอารมณ์โทสะลง แต่เรียวคิ้วที่ขมวดนั้นบ่งบอกว่าการกระทำนี้ไม่ช่วยอะไรเลย เสิ่นลู่ถิงรู้สึกได้ถึงรังสีความโกรธเคือง ไม่รู้ทำไม แต่กลับรู้สึกไม่อยากให้ฮ่องเต้โกรธกันเช่นนี้เลย“ฝ่าบาทเพคะ”“เจ้ายังไม่ได้ตอบคำถามข้า เหตุใดถึงไปที่จวนอ๋อง หรือว่าคิดถึงรักเก่าขึ้นมา”“ฝ่าบาท!!!”“กล้าขึ้นเสียงกับข้าหรือ”เสิ่นลู่ถิงรู้ตัวว่าเผลอทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่เมื่อได้ยินประโยคนั้นก็รู้สึกโกรธจนห้ามไม่ได้ ข้าไม่มีทางหวนคิดถึงชินอ๋องอีกแน่ เหตุใดฮ่องเต้ถึงได้ตัดสินเองเช่นนี้ เดิมทีตั้งใจให้ทหารองครักษ์ตามไปเพราะคิดว่าอาจเกิดเรื่องทะเลาะแน่ และให้ฝ่าบาทได้รับรู้ว่าข้าถูกรังแกก็เท่านั้น แต่ในตอนนี้ทุกอย่างกลับผิดเพี้ยนไปหมด







