Masukตำหนักจิ่งเหรินวุ่นวายด้วยความห่วงใยของฮ่องเต้ หลังเสิ่นลู่ถิงถูกอุ้มกลับมาที่ตำหนักไม่นานข่าวก็ไปถึงไท่เฮา และทันทีที่ได้รับข่าวก็รีบมาที่นี่ทันที ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นบ่งบอกถึงความดีใจจนฮองเฮานึกขัดใจไม่น้อย ทั้งที่เปิดโปงสนมหลี่ได้แล้วแท้ เหตุใดยังเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีก
ครั้งนี้มองอย่างไรก็รู้ว่าเสิ่นลู่ถิงท้องจริงอย่างที่หมอหลวงว่า เช่นนี้แล้วฮองเฮาควรจะทำอย่างไร ปกติเสิ่นลู่ถิงก็เป็นที่โปรดปรานมากอยู่แล้ว ในวังหลังต่างรู้กันดี หากตั้งท้องลูกของฮ่องเต้เช่นนี้ คงกอบโกยทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย สุดท้ายแล้วตนก็จะเป็นแค่ฮองเฮาเพียงชื่อ แต่สิ้นอำนาจ
“กังวลใจหรือฮองเฮา” ไท่เฮาเดินมาแตะที่มือจนฮองเฮาสะดุ้งตกใจอย่างไม่ได้ตั้งตัว มือเหี่ยวย่นลูบราวกับพยายามปลอบใจตาหารู้ไม่ว่านั่นไม่ช่วยอะไร อาการดีพระทัยของไท่เฮาเมื่อครู่กำลังทำให้ฮองเฮารู้ตัวว่าต้นเหลือพื้นที่ยืนในวังน้อยลงทุกที
“ปกตินางก็เป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท หากนางตั้งครรภ์โอรส….”
“นั่นก็ถือเป็นเรื่องดี ข้าว่าสนมเสิ่นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร มันจะดีมากหากเจ้าอยู่กับนางได้อย่างสงบสุข อย่างไรเสียเจ้าก็ยังเป็นฮองเฮา ข้าไม่ยอมให้ใครมาแย่งตำแหน่งเจ้าหรอก”
ฮองเฮาได้แต่ก้มหน้ารับคำอย่างเข้าใจไปก่อน ต่อไปนี้ไท่เฮาที่เคยหนุนหลังตนทุกอย่างคงไม่มีประโยชน์อีกต่อไป ทำไมใครต่อใครก็ตกหลุมรักเสิ่นลู่ถิงกันเสียหมด นางมีดีอะไร ก็แค่บุตรีที่แม้แต่พ่อแม่ยังไม่รัก เจ็บใจนัก
“ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
“ว่ามา” ฮ่องเต้ผายมือให้ทหารองครักษ์ลุกขึ้นและเอ่ยปากสั่งให้เล่าเรื่องราวทั้งหมด
“พระสนมทรงตั้งใจหลอกลวงว่าตั้งครรภ์เพื่อเป็นหนทางรอดพ่ะย่ะค่ะ แล้วกระหม่อมเหมือนจะสืบมาได้ว่าวันนี้ที่ทูลขอพาฮูหยินตระกูลเสิ่นมา ก็เพื่อลอบทำร้ายสนมเสิ่นพ่ะย่ะค่ะ”
“ว่าอย่างไรนะ!? หลี่หว่านลู่ เหตุใดเจ้าถึงเป็นคนใจร้ายเช่นนี้ไปได้” ฮ่องเต้กำมือแน่นด้วยความโกรธ ไม่สามารถพูดออกมาได้ว่าอารมณ์โกรธภายในปะทุมากแค่ไหน หากวันนี้ฮองเฮาไม่พาหมอหลวงเข้ามาตรวจจนเกิดเรื่องเสียก่อน ก็ไม่อาจรู้เลยว่าหลี่หว่านลู่จะก่อเรื่องจนเสิ่นลู่ถิงแท้งหรือไม่
“ฝ่าบาทจะให้ทำอย่างไรต่อพ่ะย่ะค่ะ?”
“ขังนางไว้ที่คุกหลวง สืบสวนตามจริง หากมีความผิดตัดสินโทษตามกฎราชสำนัก” คำสั่งแสนเด็ดขาดนี้ทำเอาทหารองครักษ์ชะงักไปพักใหญ่อย่างไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน แต่ไหนแต่ไรฮ่องเต้รักสนมหลี่จนไม่มีใครสามารถแตะต้อง ในตอนนี้ดูแล้วสนมเสิ่นกำลังครอบครองหัวใจฮ่องเต้ได้ทั้งหมดแล้ว
เช้าวันรุ่งขึ้นแสงแดดจ้าสาดกระทบเข้ามาในตัวตำหนัก ความเงียบเชียบนี้เกิดขึ้นจากคำสั่งของฮ่องเต้ที่อยากให้เสินลู่ถิงได้พักผ่อนอย่างไม่มีใครมารบกวน มีแค่เพียงตนเท่านั้นที่นั่งเฝ้ามาตลอดคืน
ทันทีที่ดวงตากลุมลืมตื่นขึ้นรอยยิ้มบนใบหน้าของฮ่องเต้ก็ยิ่งเด่นชัด แขนแกร่งพยุงให้ได้ลุกขึ้นนั่งอย่างระวังทั้งนั่งลงข้างกายแล้วโอบกอดเอาไว้แน่น
“ฝ่าบาท? เกิดอะไรขึ้นหรือเพคะ? หม่อมชั้นจำได้ว่า….”
“ถิงถิง ต่อไปเจ้าต้องดูแลตัวเองรู้หรือไม่ วิ่งซนที่ไหนไม่ได้แล้วนะ” เสิ่นลู่ถิงขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ยิ่งคนตรงหน้าดูกระตือรือร้นทั้งยังเอาแต่ยิ้มไม่หยุดก็ยิ่งนึกสงสัยมากขึ้นอีก
“เจ้ากำลังมีลูกข้า” คุณหนูเสิ่นนิ่งไปชั่วครู่ก่อนมือบางจะยกขึ้นลูบหน้าท้องด้วยความตกใจ เงยมองสบตากับฮ่องเต้อีกครั้งอย่างต้องการคำยืนยัน ก่อนจะได้รับการพยักหน้ากลับมา
จู่ๆ หยดน้ำตาแห่งความปลื้มปีติก็ไหลลงมาอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนฮ่องเต้จะดึงไปโอบกอดแน่น ข้ามีลูกให้ฝ่าบาทดั่งที่ใจหวังแล้ว ในตอนนี้ฮองเฮาแท้ง ส่วนนมหลี่ก็เป็นเพียงเรื่องเท็จ เช่นนั้นลูกข้าต่างหากที่เป็นลูกคนแรกของฮ่องเต้ เช่นนั้นหากข้ามีโอรส ลูกของข้าก็จะได้เป็นรัชทายาท
“เหตุใดร้องไห้เล่า? มีลูกกับข้าไม่มีความสุขหรือ?” แม้คำถามจะดูเหมือนไม่พอใจ แต่ความจริงแล้วแค่ถามไปด้วยความเอ็นดูเท่านั้น ทั้งยังคอยเช็ดซับน้ำตาให้ทั้งใบหน้าเปื้อนยิ้ม
“หม่อมชั้นแค่ดีใจจนไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดีเพคะ”
“เด็กโง่”
“แล้วสนมหลี่….”
“หึ พูดถึงแล้วก็เจ็บใจนัก” กำปั้นหนักทุบเข้าที่ขาตัวเองแทนความเจ็บใจที่มี เดิมทีผิดที่อยากมีบุตรมาจนไม่สนใจว่าสนมหลี่เคยทำผิดเพียงใดแล้วอภัยโทษให้
“นางทั้งฆ่าลูกของข้ากับฮองเฮา โกหกข้าเรื่องท้อง แล้วไหนจะทำให้ถิงถิงตกใจจนสลบไปอีก ให้เก็บเอาไว้ คงบาดใจข้าจนตายแน่”
เสิ่นลู่ถิงจับมือหนาเอาไว้ทั้งมองด้วยแววตาใสซื่อ ไม่มีอะไรทำให้คนสุขใจได้เท่าความเข้าใจ เช่นนั้นข้าก็แค่ทำเหมือนเข้าอกเข้าใจฮ่องเต้ไปซะทุกเรื่อง ฮ่องเต้ก็จะรู้สึกสบ่ยใจเมื่ออยู่กับข้า และเมื่อไปอยู่ที่ใดที่ไม่มีความสบายใจก็จะยิ่งนึกถึงข้า
“หม่อมชั้นมีลูกให้ฝ่าบาทแล้ว อย่าเสียพระทัยอีกเลยนะเพคะ” จับมือหนาให้ขยับมาลูบหน้าท้องแผ่วเบา แล้วขยับเอาหัวไปถูที่แขนแกร่งอย่างออดอ้อน
“แค่มีเจ้าก็พอแล้ว”
“แต่หม่อมชั้นมีเรื่องกังวลใจเพคะ”
“เรื่องอะไร?” ฮ่องเต้รีบถามทั้งตั้งอกตั้งใจรอฟังสิ่งที่เสิ่นลู่ถิงอยากจะพูด ความใส่ใจนี้ทำเอาหัวใจดวงน้ยของเสิ่นลู่ถิงเต้นรัวได้ไม่ยาก
“หม่อมชั้นท้องแล้ว ก็ปรนนิบัติฝ่าบาทไม่ได้เหมือนอย่างเคย ฝ่าบาทจะรักถิงถิงน้อยลงหรือไม่”
“ข้าจะไม่มีวันรักเจ้าน้อยลง” ฮ่องเต้ยิ้มด้วยความเอ็นดูแล้วตอบกลับ โอบกอดเสิ่นลู่ถิงเอาไว้แน่นอย่างต้องการให้สบายใจว่าสิ่งที่พูดนั้นเป็นเรื่องจริง
“จริงหรือเพคะ?”
“ข้าสัญญา” นิ้วก้อยของฮ่องเต้ยื่นมาตรงหน้าเพื่อทำสัญลักษณ์แห่งการสัญญา เสิ่นลู่ถิงทำตามอย่างว่าง่ายแล้วขยับไปหอมแก้มฟอดใหญ่จนถูกหอมหน้าผากมลกลับคืน ที่จริงการเป็นสนมฮ่องเต้ก็ไม่ได้แย่อะไร ข้ารู้สึกมีความสุขมากกว่าตอนที่เป็นชายารองชินอ๋องเสียด้วยซ้ำ
“จริงสิ วันนี้ทหารองครักษ์ไปสืบเรื่องของหลี่หว่านลู่ แล้วลู่มาว่าที่แม่เจ้าเข้ามาวันนี้เพื่อทำร้ายเจ้า”
“หม่อมชั้นรู้เพคะ”
“รู้หรือ?”
“เพคะ”
“เช่นนั้นแล้วทำไมไม่บอกข้าเล่า หากวันนี้ไม่เกิดเรื่องก่อน เจ้าอาจถูกทำร้ายจนแท้งลูกก็ได้” ฮ่องเต้เอ่ยพูดกึ่งดุอย่างหัวเสีย ไม่อยากคิดเลยหากวันนี้คนที่มีโลหิตไหลออกมาเช่นนั้นไม่ใชสนมหลี่แต่เป็นเสิ่นลู่ถิงจะเป็นอย่างไร
“หม่อมชั้นแค่ไม่อยากให้ฝ่าบาททรงกังวล อีกอย่างหม่อมชั้นไม่รู้ด้วยเพคะว่าตัวเองกำลังท้อง”
“แล้วเจ้ารู้ได้อย่างไร?”
“ฝ่าบาทจำที่ชินอ๋องมาหาหม่อมชั้นได้หรือไม่เพคะ? ท่านอ๋องตั้งใจมาเตือนหม่อมชั้นเรื่องนี้” ฮ่องเต้พยักหน้าเข้าใจ ที่แท้ชินอ๋องก็ตั้งใจมาเตือนเสิ่นลู่ถิง แต่เช่นนั้นก็ทำให้รู้ได้ว่าชินอ๋องมีใจให้สนมของข้าเพียงใด เช่นนั้นจะปล่อยให้ใกล้ชิดกันมากไม่ได้ อย่างไรเสียเสิ่นลู่ถิงก็เคยรักชินอ๋องมาก่อน หากอีกคนทำดีด้วยมากมาย ความรู้สึกในวันเก่าอาจกลับคืนมาก็ได้
“ต่อไปหากมีเรื่องเช่นนี้บอกข้า เจ้าเป็นสตรีของข้า คนที่ต้องปกป้องเจ้าคือข้า ไม่ใช่ชินอ๋อง”
“หม่อมชั้นเข้าใจแล้วเพคะฝ่าบาท”
“พรุ่งนี้ข้าจะไปตระกูลเสิ่นสักหน่อย”
“ฝ่าบาทจะเสด็จไปทำอะไรเพคะ?” แม้จะรู้ดีอยู่แล้วว่าฮ่องเต้จะต้องเสด็จไปเพื่อจัดการเรื่องราวนี้ให้กระจ่าง แต่ก็ยังทำทีถามออกไปอย่างใสซื่อ
“คนที่คิดจะทำร้ายเจ้า แม้จะเป็นแม่ผู้ให้กำเนิด ข้าก็ไม่ละเว้นหรอกนะ”
“แต่ว่า…..”
“ไม่มีแต่ อย่างน้อยข้าต้องทำให้ตระกูลเสิ่นรู้ว่าเจ้าไม่ได้อยู่ในจุดที่จะถูกทำร้ายได้อีกแล้ว ข้าพาเจ้าเข้าวังเพื่อหลีกหนีจากการถูกทำร้าย แล้วตระกูลเสิ่นกล้าดีอย่างไรถึงจะลงมือกับเจ้า”
“หากหม่อมชั้นปล่อยให้ฝ่าบาทจัดการ ผู้คนจะมองว่าหม่อมชั้นเป็นลูกอกตัญญูหรือไม่เพคะ” เสิ่นลู่ถิงก้มหน้าลงด้วยความเศร้า คางมลถูกเชยขึ้นก่อนมือจะขยับไปลูบหัวแล้วดึงเข้ามาสู่อ้อมกอด
“ใครต่อใครก็รู้ว่าตระกูลเสิ่นโหดร้ายต่อเจ้าเพียงใด ข้าจะจัดการเรื่องนี้ มาดูว่าใครจะกล้าว่าเจ้ากัน”
“ฝ่าบาทพระทัยดีกับถิงถิงถึงเพียงนี้ ถิงถิงรู้สึกขอบพระทัยจริงๆ เพคะ”
“เจ้าเป็นสตรีของข้าแล้ว การดูแลเจ้าถือเป็นเรื่องที่ข้าสมควรทำอยู่แล้ว” จมูกโด่งกดลงบนกลุ่มผมนุ่ม กลิ่นหอมเฉพาะตัวทำให้รู้สึกผ่อนคลายไม่น้อย
“ฝ่าบาทคิดจะจัดการอย่างไรเพคะ?”
“ยังเป็นห่วงพวกนั้นอีกหรือ?”
“อย่างไรก็คือมารดาของหม่อมชั้น” รู้ดีอยู่แล้วว่าประโยคนี้จะทำให้ฮ่องเต้มีมุมมองที่ดีต่อตนเพียงใดถึงได้พูดออกไป แล้วมันก็เป็นไปดังคาด แววตาแสนอ่อนโยนนั้นไม่เคยมีใครได้รับนอกจากข้า
“เด็กดี ไม่ต้องห่วงหรอก ข้าแค่อยากให้ตระกูลเสิ่นจงจำไว้ว่าอย่ามาแตะต้องดวงใจของข้าอีกก็เท่านั้น”
“แต่หม่อมชั้นได้ยินมาว่า….”
“ว่าอย่างไร?” ฮ่องเต้เลิ่กคิ้วอย่างอยากรู้และกังวล ยิ่งท่าทีของเสิ่นลู่ถิงไม่ดีนักก็ยิ่งสร้างความกังวล
“หม่อมชั้นไม่รู้ว่าควรทูลฝ่าบาทหรือไม่เพคะ”
“พูดมาเถิด หากเจ้าไม่พูดแล้วเรื่องนี้ทำให้เจ้าเกิดอันตราย ข้าจะโกรธเจ้าแน่”
“หม่อมชั้นรู้มาว่าชายาอ๋องก็มีส่วนร่วมกับเรื่องนี้ด้วยเพคะ” ฮ่องเต้แค่นหัวเระาทั้งถอนหายใจเฮือกใหญ่ราวกับมีความรู้สึกหนักใจอยู่เต็มอก
“พี่น้องตระกูลหลี่นี่ดีเสียจริง เห็นทีข้าคงจัดการแค่ตระกูลเสิ่นอย่างเดียวไม่ได้…..”
การแก้แค้นของข้าเข้าใกล้ขึ้นทุกที รอดูเอาเถิดหลี่หว่านหว่าน ว่าชาตินี้เจ้าจะตายได้น่าอนาถเท่าข้าในชาติก่อนหรือไม่
จวนตระกูลเสิ่นฮ่องเต้เสด็จ!!! พระสนมเสิ่นเสด็จ!!!เสียงอึกกระทึกหน้าประตูจวนตระกูลเสิ่นดังขึ้นดังลั่น ก่อนบานประตูจวนต้องเปิดออกโดยไม่มีใครขัดขวางได้ ฮ่องเต้เดินประคองเสิ่นลู่ถิงอยู่ไม่ห่าง เหล่าบ่าวรับใช้ในเรือนต้องโค้งคำนับต้อนทำความเคารพตามที่ควร ดวงตากลมมองเห็นคนในตระกูลที่วิ่งออกมาต้อนรับอย่างร้อนรน“ถวายบังคมฝ่าบาท ขออภัยที่กระหม่อมและฮูหยินไม่ได้ออกมาต้อนรับ”“พี่ใหญ่ท่านกลับมาแล้วหรือ?”“ถิงถิง….” เสิ่นลู่ถิงขมวดใส่ผู้เป็นพ่อแม่ที่ใช้สายตาไม่ให้พี่ใหญ่พูดคุยกับตน นานมากแล้วที่เขาถูกส่งไปอยู่บ้านท่านป้าที่เมืองห่างไกล ชาติที่แล้วข้าจำได้ว่าพี่ใหญ่หาทุกวิถีทางเพื่อช่วยข้าให้ถูกยกเลิกการประหาร ทั้งยอมเสียบรรดาศักดิ์ แต่ในท้ายที่สุดก็ถูกฆ่าตายเพราะข้า ในชาตินี้ข้าจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น“ฝ่าบาทเพคะ ดูเหมือนว่าท่านพ่อท่านแม่จะสั่งห้ามไม่ให้พี่ใหญ่พูดคุยกับหม่อมชั้น”“เหลวไหลสิ้นดี!!”“บังอาจ!!! ฮูหยินเสิ่น แม้เจ้าจะเป็นมารดา แต่บัดนี้ถิงถ
ตำหนักจิ่งเหรินวุ่นวายด้วยความห่วงใยของฮ่องเต้ หลังเสิ่นลู่ถิงถูกอุ้มกลับมาที่ตำหนักไม่นานข่าวก็ไปถึงไท่เฮา และทันทีที่ได้รับข่าวก็รีบมาที่นี่ทันที ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นบ่งบอกถึงความดีใจจนฮองเฮานึกขัดใจไม่น้อย ทั้งที่เปิดโปงสนมหลี่ได้แล้วแท้ เหตุใดยังเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีกครั้งนี้มองอย่างไรก็รู้ว่าเสิ่นลู่ถิงท้องจริงอย่างที่หมอหลวงว่า เช่นนี้แล้วฮองเฮาควรจะทำอย่างไร ปกติเสิ่นลู่ถิงก็เป็นที่โปรดปรานมากอยู่แล้ว ในวังหลังต่างรู้กันดี หากตั้งท้องลูกของฮ่องเต้เช่นนี้ คงกอบโกยทุกอย่างได้อย่างง่ายดาย สุดท้ายแล้วตนก็จะเป็นแค่ฮองเฮาเพียงชื่อ แต่สิ้นอำนาจ“กังวลใจหรือฮองเฮา” ไท่เฮาเดินมาแตะที่มือจนฮองเฮาสะดุ้งตกใจอย่างไม่ได้ตั้งตัว มือเหี่ยวย่นลูบราวกับพยายามปลอบใจตาหารู้ไม่ว่านั่นไม่ช่วยอะไร อาการดีพระทัยของไท่เฮาเมื่อครู่กำลังทำให้ฮองเฮารู้ตัวว่าต้นเหลือพื้นที่ยืนในวังน้อยลงทุกที“ปกตินางก็เป็นที่โปรดปรานของฝ่าบาท หากนางตั้งครรภ์โอรส….”“นั่นก็ถือเป็นเรื่องดี ข้าว่าสนมเสิ่นก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร มันจะดีมากหากเจ้าอยู่กับนางได้อ
บรรยากาศวันพระราชสมภพใหญ่โตตามคาด เหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่ถูกเชิญเข้าวังมามากเสียใจผิดปกติ เสิ่นลู่ถิงยิ้มอย่างรู้ทัน วันนี้คงไม่ใช่แค่ฮองเฮาที่คิดจะทำการใหญ่ แต่สนมหลี่เองก็มีการใหญ่ที่วางแผนเอาไว้ตามคาด แล้วไม่แน่ว่าก็คงเกี่ยวข้องกับมารดาข้าที่นั่งอยู่ตรงนั้นด้วยเยว่จินรินชาร้อนให้ทั้งสายตายังคอยระแวดระวังอยู่เสมอ อย่างน้อยข้าก็มองคนไม่ผิดเลย เยว่จินเป็นหญิงสาวที่มีความภักดีมาก การได้นางมาอยู่ในกำมือช่างดียิ่ง“วันนี้สนมหลี่กับมีหน้าท้องนูนขึ้นมานิดหน่อย หรือว่านางจะตั้งครรภ์จริงๆ เพคะ”“ท้องคนเราจะนูนและใหญ่ขึ้นในเวลาเพียงไม่กี่วันได้อย่างไร ข้าคิดวาวันนี้คงมีอะไรสนุกกว่าที่ข้าคิดไว้เสียอีก” เสิ่นลู่ถิงยกชาขึ้นดื่มอย่างสบายใจ ก่อนเสียงพูดที่แสนระคายหูจะดังขึ้นมาจนต้องวางจอกชาลงแล้วหันมองอย่างไม่นึกหวาดกลัว“ได้ยินมาว่าฝ่าบาททรงสั่งให้จัดการงานพระราชสมภพอย่างใหญ่โตเพื่อสนมหลี่ คิดว่าอีกไม่นานก็คงเป็นคนโปรดเช่นเคย ไม่แน่ว่าตำแหน่งสนมเอกก็อาจจะได้คืนมาไม่ยาก” คุณหนูตระกูลเจียงคนนี้มิใช่ว่าเป็นเพื่อนตั้งแต่วั
เสิ่นลู่ถิงนั่งอยู่ที่ศาลาริมสระ ดวงตากลมจดจ้องอยู่กับการปักผ้าผืนสวยเพื่อจะมอบให้สนมหลี่เป็นของขวัญ อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพของสนมหลี่ ดูเหมือนฮ่องเต้จะสั่งให้คนเตรียมงานอย่างเอาอกเอาใจ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ข้านึกหนักใจแม้สักนิดถึงแม้ว่าฮ่องเต้จะเอาใจสนมหลี่เพียงใด แต่ใครต่างก็รู้ว่านั่นเพราะนางมีทายาทของฮ่องเต้อยู่ในครรภ์ ทุกค่ำคืนฮ่องเต้ยังคงเสด็จมาหาข้าอยู่เสมอ ไม่มีใครได้เห็นฮ่องเต้ในยามท้องฟ้ามืดยกเว้นข้า และข้าก็เชื่อว่าจะมีข่าวดีอีกไม่นานนี้“พระสนมเพคะ”“ว่าอย่างไรบ้าง?”“ดูเหมือนว่าฮองเฮาจะทำการใหญ่ในวันพระราชสมภพของสนมหลี่เพคะ อีกอย่างเท่าที่หม่อมชั้นให้คนคอยจับตาดู สนมหลี่ไม่เหมือนกับคนกำลังตั้งครรภ์เลยเพคะ”“อย่างไร?” เยว่จินขยับมาพูดที่ข้างหูอย่างแผ่วเบาเกี่ยวกับสิ่งที่สังเกตมา เสิ่นลู่ถิงฟังอย่างตั้งใจทั้งคิดตามก่อนจะยิ้มกว้าง ก็จริงอย่างที่เยว่จินว่า ทั้งที่ท้องแต่ยังพยายามยั่วให้ได้ร่วมรักกับฮ่องเต้อยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นฮ่องเต้ที่ไหวตัวทันและไม่ได้ทำอ
“ชายาชินอ๋องมาหาเราถึงที่นี่ คงมีเรื่องด่วน?” ฮ่องเต้เอ่ยปากถามคนที่นั่งคุกเข่าอย่างร้อนใจอยู่ตรงหน้า คิดสงสัยเสียจริงว่าเหตุใดถึงได้กล้ามาพบข้าด้วยตัวเองถึงที่นี่“หม่อมชั้นอยากทูลขอฝ่าบาทให้ปล่อยตัวพี่สาวหม่อมชั้นออกจากตำหนักเพคะ”“หลี่หว่านลู่ทำผิดเช่นไรเจ้ามิรู้หรือ?”“หม่อมชั้นทราบเพคะ แต่ถึงอย่างนั้นพี่สาวหม่อมชั้นก็ภักดีต่อฝ่าบาทมานาน นางทำไปเพียงเพราะอารมณ์หึงหวงชั่วครู่เท่านั้น ฝ่าบาทได้โปรดเห็นแก่ความรักที่มีต่อพี่สาวหม่อมชั้น อย่างน้อยให้พี่สาวหม่อมชั้นได้มีที่ยืนต่อไปในวังก็ยังดีเพคะ”ฮ่องเต้ครุ่นคิดตามสิ่งที่คุณหนูรองหลี่พูด ต้องยอมรับว่าความรักของตนกับหลี่หว่านลู่เมื่อครั้งอดีตนั้นหวานชื่น แม้จะรับสนมเข้ามากี่คนก็ยังไม่มีใครเป็นที่โปรดปรานเท่า ทุกครั้งที่ทำผิดก็ถูกประทานอภัยโดยง่าย แต่ความผิดครั้งนี้มันใหญ่นัก หากตัดสินไม่เด็ดขาดอาจถูกคนในวังครหาเอาได้“แต่ความผิดครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก”“แต่หากปล่อยพี่สาวหม่อมชั้นเอาไว้เช่นนี้ อาจจะแท้งลูกได้นะเพคะ”&ld
เสิ่นลู่ถิงถูกแบกพาดบ่ากลับเข้ามาที่ตำหนัก ฮ่องเต้วางกายเล็กลงแม้จะดูขุ่นเคืองแต่ยังคงใช้มือประคองไม่ให้กระแทกจนบาดเจ็บ ดวงตาคมที่มองจ้องเขม็งกลับทำให้คุณหนูเสิ่นรอบกลืนน้ำลายอย่างรู้สึกประหม่า“ฝ่าบาททรงกริ้วหรือเพคะ?”มือเล็กยกขึ้นแตะที่ข้างแก้มหวังให้ฮ่องเต้ลดอารมณ์โทสะลง แต่เรียวคิ้วที่ขมวดนั้นบ่งบอกว่าการกระทำนี้ไม่ช่วยอะไรเลย เสิ่นลู่ถิงรู้สึกได้ถึงรังสีความโกรธเคือง ไม่รู้ทำไม แต่กลับรู้สึกไม่อยากให้ฮ่องเต้โกรธกันเช่นนี้เลย“ฝ่าบาทเพคะ”“เจ้ายังไม่ได้ตอบคำถามข้า เหตุใดถึงไปที่จวนอ๋อง หรือว่าคิดถึงรักเก่าขึ้นมา”“ฝ่าบาท!!!”“กล้าขึ้นเสียงกับข้าหรือ”เสิ่นลู่ถิงรู้ตัวว่าเผลอทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ แต่เมื่อได้ยินประโยคนั้นก็รู้สึกโกรธจนห้ามไม่ได้ ข้าไม่มีทางหวนคิดถึงชินอ๋องอีกแน่ เหตุใดฮ่องเต้ถึงได้ตัดสินเองเช่นนี้ เดิมทีตั้งใจให้ทหารองครักษ์ตามไปเพราะคิดว่าอาจเกิดเรื่องทะเลาะแน่ และให้ฝ่าบาทได้รับรู้ว่าข้าถูกรังแกก็เท่านั้น แต่ในตอนนี้ทุกอย่างกลับผิดเพี้ยนไปหมด







