Home / รักโบราณ / ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้ / บทที่ 3 ชายาท้ายจวนคลอดลูกเพียงลำพัง

Share

บทที่ 3 ชายาท้ายจวนคลอดลูกเพียงลำพัง

last update Last Updated: 2026-01-04 12:08:03

เวลาผ่านไปสองเดือน เป็นสองเดือนที่แสนเงียบสงบสำหรับหลิงชิงกับสาวใช้อย่างยิ่ง ท่านหญิงซีหวินกลั่นแกล้งสารพัด ให้บ่าวในจวนรั่วอ๋องห้ามมาช่วยเหลือไม่พอ ยังไม่ส่งอาหารมาให้ แต่ไม่รู้ว่ารั่วอ๋องไปอยู่ที่ใด ปล่อยให้ชายาที่อยู่ท้ายจวนลำบากเช่นนี้ จนกระทั่งเช้าวันหนึ่งที่นายหญิงของตนเองไม่สบาย

         “ฮึก...ข้าจะอาเจียน เอากระโถนให้ข้าหน่อย” ขณะที่นางปักผ้าอยู่ในเรือนไม่ให้จิตใจฟุ้งซ่านนั้น อยู่ ๆ ก็รู้สึกเวียนหัวคลื่นไส้อย่างหนักจนต้องเอามือมาปิดปากไว้

         “นายหญิงไม่สบายหรือเจ้าคะ” ซูเม่ยลูบหลังนายหญิงที่โก่งคออาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตาย หลังจากที่เอากระโถนมาให้ ใบหน้าผู้เป็นนายซีดเผือดไร้สีเลือดจนทำให้นางหวั่นวิตก

         “นายหญิง...ข้าจะไปตามหมอเจ้าค่ะ” ซูเม่ยพยุงนายหญิงให้ไปนอนพัก แล้วคิดว่าควรตามหมอมาดูอาการนายหญิงเสียหน่อยพูดขึ้น

         “เอาตำลึงนี่ไปปิดปากให้พวกบ่าวรับใช้ จะได้ผ่านทางง่าย” หลิงชิงหยิบห่อตำลึงของตัวเองส่งให้สาวใช้คนสนิท อยู่ที่นี่นางใช้สินเดิมประทังชีวิต ซึ่งมีไม่น้อยเลยก็จริง แต่ทว่าการเข้าออกในจวนรั่วอ๋องที่ต้องผ่านตำหนักกลาง มันก็ยากเย็นอยู่สักนิด หากไม่ได้ใช้เงินปิดปากคนอยู่บ้าง นางและสาวใช้ก็ออกไปซื้อของกลับมาอยู่เรือนท้ายจวนแสนลำบากนัก ทั้งยังหาทางออกด้านหลังไม่ได้จึงได้แต่มีทางออกเดียวคือด้านหน้า

         ยามนี้นางรู้สึกใจหวิว ๆ ชอบกล กังวลเรื่องที่ไม่อยากให้เกิดเป็นที่สุด คิดไปถึงชายใจอำมหิตผู้นั้น ถึงขั้นให้นางอยู่ท้ายจวนแล้วเออออกับท่านหญิงเช่นนี้ นับว่าไร้ความเมตตาโดยแท้ บุรุษเช่นนี้นางขอสาปส่งอย่าได้ประสบพบเจอกันอีก ชาตินี้พอแค่ชาติเดียวเถอะ

         ราวหนึ่งชั่วยามท่านหมอก็ได้เข้ามาตรวจนางถึงเรือนหลัง นับว่าซูเม่ยก็จ่ายไปไม่น้อย คนนอกจะเข้าออกจวนรั่วอ๋องไม่ใช่เรื่องง่ายดายนัก แต่นางแปลกใจขนาดนางไม่สบาย คนผู้นั้นก็ไม่สนใจไยดีเลยหรือไง

         ‘ช่างเป็นบุรุษหยาบช้าเย็นชายิ่งนัก’

         “พระชายายินดีด้วยขอรับ ท่านได้ตั้งครรภ์ให้ท่านอ๋องแล้ว” สิ้นเสียงหมอหลวงเหมือนมีหินอีกก้อนวางบนบ่านางอีกครั้ง ‘นางตั้งครรภ์กับเขาทั้งที่ร่วมหอมีคืนวสันต์เพียงราตรีเดียวนี่นะ’ เพราะหลังจากอดีตรั่วอ๋องสิ้นชีวิตลงกะทันหัน นางจึงไม่มีเวลาหายาห้ามครรภ์ แล้วนั่นก็ทำให้มีอีกชีวิตในท้องที่มาร่วมลำบากกับนาง

         ‘เห้อ’  

         หลังหมอหลวงกลับไปนางจึงถอนหายใจ ขบคิดเรื่องตัวเองและลูก หากต้องถูกขังอยู่เรือนท้ายจวนที่ความอบอุ่นเข้าไม่ถึงไม่พอ ทั้งยังไร้การเหลียวแลอีก นางและลูกจะแข็งแรงได้อย่างไรกัน

         หลังจากซูเม่ยส่งท่านหมอเสร็จแล้วจึงรีบมาดูนายหญิงของตนเอง เห็นแววตาหม่นเศร้าคู่นั้นแล้วพลันทำให้น้ำตาของตัวเองหลั่งรินออกมา

         “ซูเม่ยเจ้าเป็นอะไรไป” นางที่โชคชะตาเป็นเช่นนี้ น้ำตาสักหยดก็ไม่เคยให้มันไหลลงมา ผิดกับสาวใช้ที่จิตใจอ่อนไหวยิ่งกว่านางเสียอีก

         “ท่านอ๋องก็ไม่อยู่กระทั่งช่วงไว้ทุกข์ก็ยังเข้าไปค่ายทหารทั้งยังไม่มีเรื่องรบสักนิด เห็นได้ชัดว่าจงใจหลบหน้านายหญิง ทำไมจวนอ๋องถึงใจร้ายกันทุกคนเยี่ยงนี้เจ้าคะ”

         เสียงพูดเคล้าเสียงสะอื้นของสาวใช้ ทำให้นางต้องยกมือขึ้นไปปลอบนางให้ใจเย็น ๆ

         “เขาไปคุมกองทัพหรือ” ที่นางแปลกใจคือบิดาเพิ่งเสียชีวิต ยังมีแก่ใจทำงานอีกหรือ ใจต้องแข็งแค่ไหนกันถึงไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย ต่อให้เขารู้ว่านางท้องลูกของเขาก็คงไม่ต่างกันเท่าไหร่กระมัง

         “เจ้าค่ะ จัดการงานศพเสร็จก็ไปทันที กระทั่งท่านก็ไม่มาร่ำลา นี่ท่านเป็นชายารั่วอ๋องนะเจ้าคะ” ซูเม่ยยังตัดพ้อต่อทำเอานางส่ายหน้าให้กับสาวใช้ของนางที่ไม่รู้จักโตสักที

         “หากเขาเห็นว่าข้าเป็นชายา เขาจะเห็นดีเห็นงามกับท่านหญิงซีหวินมารดาของเขาหรือ เจ้าพูดก็คิดเสียบ้าง ข้ากับเขาล้วนโดนบังคับพอ ๆ กัน การจะให้มานั่งใส่ใจข้า เขาก็คงไม่ทำ”      

         “แต่ว่า...”

         “ไม่มีแต่...เอาเถอะ อยู่ของเราไปเถอะเดี๋ยวเจ้าปลูกผักพวกที่ใช้บำรุงครรภ์ไว้หน่อย ซื้อหาก็ยากลำบากต้องออกทางประตูหน้า อะไรที่ทำเองได้ก็ทำเองเถิด” ใกล้ฤดูหนาวแล้ว นางต้องเก็บสะสมถ่านและอาหารไว้บ้าง หากหนาวเหน็บจนยากจะเกินทน ลูกน้อยของนางจะเป็นอันตรายเอาได้

         ข่าวเรื่องการตั้งครรภ์ของชายาเอกรั่วอ๋องรู้ถึงหูของท่านหญิงซีหวิน นางจึงมาเยี่ยมเยียนลูกสะใภ้ดูบ้าง จึงย่างกายเข้ามาที่เรือนท้ายจวนของบุตรชายที่รับตำแหน่งอ๋องสืบต่อจากบิดา เดิมก็ไม่ไยดีอยู่แล้วยิ่งรู้ว่าท้องก็ไม่ได้ร่วมยินดีนัก เพียงแต่มาให้เห็นกับตาว่านางยังสบายดีอยู่อีกหรือ

         “นายหญิงท่านหญิงซีหวินมาเจ้าค่ะ” ซูเม่ยที่เห็นว่าใครผ่านประตูเข้ามาจึงรีบเข้าไปหาผู้เป็นนายเพื่อให้เตรียมตัว แต่ยังไม่ทันทำอะไรร่างของท่านหญิงซีหวินก็มาหยุดยืนอยู่หน้าเรือนแล้ว จำต้องออกมาทำความเคารพ

         “คารวะท่านหญิง” หลิงชิงพยายามไม่ทำตัวต่อต้านแม่สามี เพราะที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ก็หาความสบายไม่เจอ หากยังปากดีอีกคงจะทำให้ลูกในครรภ์เป็นอันตรายแล้วกระมัง

         “นับว่าร่างกายแข็งแรงดี ครั้งเดียวก็ติดได้ไม่ต้องพึ่งยา” ฟังเสียงแล้วเหมือนท่านหญิงกำลังประชดประชัน นางจึงนิ่งเงียบรอฟังว่าจะมาถากถางสิ่งใดอีก

         “ข้าจะให้คนมาคอยดูเรื่องยาบำรุงก็แล้วกัน เจ้าก็ดูแลตัวเองให้ดี อย่าให้เป็นภาระท่านอ๋องที่คุมกองทัพอยู่ชายแดน”

         นี่ท่านหญิงมาสั่งห้ามส่งข่าวเรื่องนางตั้งครรภ์ไปหาท่านอ๋องสินะ นางยิ้มมุมปากเล็กน้อยไม่ได้ตอบโต้อะไร เพราะรู้ว่าท่านอ๋องหรือจะดีใจที่ชายาที่ไม่เป็นที่ต้องการอย่างนางตั้งครรภ์ทายาทของเขา

         ‘เขาก็แค่อ๋องไร้ใจผู้หนึ่ง’

         ผ่านมาเจ็ดเดือนร่างกายของคนท้องก็พร้อมคลอดลูกแล้ว ตลอดเจ็ดเดือนที่ผ่านมานางไม่เคยแตะต้องยาที่ท่านหญิงซีหวินส่งมาเลยสักนิดเดียว ลับหลังก็ให้คนเอาไปเททิ้ง นางแม้เติบโตมาในบ้านนอก แต่ก็รู้จักระแวงระวังไม่ให้ตนถูกรังแกเอาง่าย ๆ โดยเฉพาะลูกในครรภ์ที่ไม่รู้ว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย

         “ข้าเจ็บท้องคลอดแล้ว” นางปวดหนึบบริเวณท้องแล้วมีแรงเบ่งเป็นระยะ นั่นเท่าที่ได้ฟังญาติของซูเม่ยเล่าอาการทำให้รู้ว่านี่เป็นอาการของคนกำลังจะคลอดลูกแล้ว

         “นายหญิงนอนสักครู่เจ้าค่ะ ข้าจะไปตามท่านป้ากับน้องสาวข้าเดี๋ยวนี้” เพราะนางวางแผนเรื่องคลอดลูกที่เรือนท้ายจวนไว้อย่างดิบดี ให้คนผู้หนึ่งช่วยเหลือนางจึงได้รับสาวใช้สองคนเข้ามาทำงานในจวนอ๋อง และทั้งสองก็เคยทำคลอดมาหลายครั้ง นั่นเป็นคนที่นางไว้ใจได้ ให้มาช่วยระหว่างนางใกล้คลอดที่แฝงอยู่ในจวนรั่วอ๋อง

         สามีที่อยู่ชายแดนคงไม่รู้กระมังว่าเขากำลังจะเป็นบิดาคนแล้ว แต่ว่านางจะไม่ส่งข่าว ปล่อยให้เขารู้ภายหลังก็แล้วกัน ‘ในเมื่อไม่สนใจข้าก็ขอคลอดลูกลำพังกับสาวใช้ก็พอ’

         แรงเบ่งมหาศาลที่มาเป็นระยะ ทำให้นางแทบหมดแรง แต่ว่าเพื่อลูกน้อยของนาง นางจะไม่ยอมแพ้ จนเมื่อได้ยินเสียงเด็กร้อง ความเจ็บปวดก็มลายสิ้นทันที

         อุ๊แว้ อุ๊แว้ อุ๊แว้...

         เสียงลูกร้องพร้อมกับรอยยิ้มคนเป็นแม่ นางคลอดลูกสำเร็จแล้ว

         “คลอดปลอดภัยแล้วเจ้าค่ะนายหญิง เด็กเป็นผู้ชาย...” ท่านป้าของซูเม่ยพูดขึ้นขณะอุ้มเด็กชายตัวอวบอ้วนที่อาบน้ำร้อนเสร็จแล้วห่อด้วยผ้าไหมอย่างดีที่นางเตรียมไว้ เพราะเป็นสินเดิมจากทางบ้านของนายหญิง บรรจงวางคุณชายน้อยด้านข้าง

         นางตะแคงตัวมองบุตรชายด้วยรอยยิ้ม หลังจากซูเม่ยจัดการเช็ดทำความสะอาดบนเตียงที่เตรียมคลอดลูกแล้ว

         “คุณชายน่าเอ็นดูนักเจ้าค่ะ แก้มเหมือนซาลาเปาเชียว” ซูเม่ยพูดอย่างรู้สึกอย่างนั้นจริง ๆ แล้วก็เดินออกไปส่งท่านป้าและน้องสาวของตนเองด้านนอก เพื่อไม่ให้คนอื่นรู้ว่านายหญิงคลอดลูกแล้ว ทุกอย่างทำกันลำพัง คนในจวนไม่มีใครสนใจเพราะเป็นเรือนท้ายจวนที่ไม่ค่อยมีใครกล้าย่างกายเข้ามา ระหว่างนี้นายหญิงของนางกำลังอ่อนแอ ไม่พร้อมต่อสู้แย่งชิงอะไรกับผู้ใดทั้งนั้น

         หลินชิงพินิจพิศมองใบหน้าของบุรุษแล้วแอบน้อยใจที่นางอุ้มท้องมาถึง 9 เดือน แต่กลับมีกรอบหน้า คิ้วบากดุจกระบี่ จมูกสันเป็นคม ริมฝีปากกระจับราวกับถอนจากบิดาที่นางได้พบเพียงครั้งเดียวในคืนเข้าหอ แต่ไม่ยอมลืมชายคนนั้นแม้เวลาผ่านมาเนิ่นนานแล้ว

         “เจ้ารักบิดาใจร้ายงั้นหรือ” นางต่อว่าลูกชายไม่จริงจังนัก แล้วช้อนเขาอุ้มขึ้นเพื่อให้ดื่มนมหลังจากทำปากจุบจับจนอยากฟัด

         เมื่อริมฝีปากเจ้าก้อนแป้งของนาง สัมผัสกับเต้านมก็ดูดราวกับกำลังสูบนมจากอกนางให้หมดในคราวเดียว

         “กินเก่งเช่นนี้ไงเล่าแม่เบ่งเกือบแย่” ลูกนางตัวใหญ่มากการเบ่งคลอดลูกจึงลำบากนิดหน่อย แม้เจ็บปวดใจเพียงใด นางก็ไม่ยอมแพ้ เพราะอยากเห็นใบหน้าของลูกชายที่เฝ้ารอด้วยความรักมาเนิ่นนาน

         ไม่น่าเชื่อว่านางจะเป็นแม่คนได้ ชะตาชีวิตที่พลิกผันไปเรื่อยของนาง อย่างน้อยก็มีหนึ่งสิ่งที่มาให้กำลังใจคือ ‘หลิงเฟย’ นางตั้งชื่อให้บุตรชายว่าหลิงเฟยที่แปลว่าสายลมที่โบยบินอยู่บนฟากฟ้า หวังให้เขาได้เติบโตอย่างอิสระ ไม่ถูกบังคับเหมือนนาง เมื่อผนวกรวมกับแซ่ของบิดาคือรั่ว รวมกันเป็นรั่วหลิงเฟย

         เจ้าก้อนซาลาเปามองนางตาแป๋วขณะดูดนมเมื่อเห็นว่าเขาอิ่มแล้ว นางจึงอุ้มพาดหลังตบก้มเบา ๆ ให้เรอออกมาจะได้ไม่อึดอัดท้อง

         “เด็กดีของแม่ เลี้ยงง่ายโตวัย ๆ นะลูกนะ” สิ้นเสียงของนางราวขับกล่อมให้ลูกชายหลับไปโดยเร็ว

         จากนั้นนางก็ต้องอยู่เรือนเลี้ยงบุตรชายกันตามลำพังกับสาวใช้ของตนเอง มองไปยังกำแพงที่กักขังนางและลูกมาไว้เนิ่นนาน เมื่อไหร่จะได้ออกไปเสียที นางมีสิ่งหนึ่งที่เฝ้าฝัน คืออยากพาบุตรชายออกไปใช้ชีวิตอย่างอิสระ มองเห็นโลกภายนอกที่ไม่คับแคบเหมือนเรือนท้ายจวนอ๋องรั่ว

         นางนับวันนับเดือนจนผ่านไปกว่าสองปีแล้ว เฟยเอ๋อร์ของนางก็เติบโตขึ้นเป็นเด็กชายตัวน้อยในวัย 2 หนาวที่มีใบหน้างดงามราวกับเทพปั้นแต่ง คงไม่ผิดนักเพราะบิดาของเขารูปงาม ยิ่งมองดูเขาเล่นซุกซนก็ยิ่งเหมือนเห็นบิดาใจร้ายของเขาในวัยเด็ก

         “หนิวหนิว...ลงมาเจ้าขึ้นไปสูงเกินไปแล้วนะ” เสียงเด็กน้อยเรียกแมวเพื่อนซี้ที่เก็บมาเลี้ยงเอาไว้ได้หกเดือนแล้วที่ปีนขึ้นไปบนต้นท้อด้านหลังเรือนก็นึกเป็นห่วง

         “เฟยเอ๋อร์ของแม่...ทำอะไรอยู่ลูก” เมื่อได้ยินเสียงลูกชายตัวน้อยโวยวาย นางก็เรียกเขาสักคำ

         “หนิวหนิวท่านแม่ หนิวหนิวปีนต้นไม้สูง” เด็กน้อยทำท่าฟ้องท่านแม่ทั้งชี้นิ้วไปยังแมวอ้วนลายโคนมที่ตนเองตั้งมันให้ชื่อคล้ายกับสีของมัน

         “เดี๋ยวมันก็ลงมา ไปล้างมือเตรียมกินมื้อเย็นเถิด” นางบอกลูกชายแล้วเข้าไปเตรียมอาหารเย็น แต่ทว่าก็ยังไม่ได้ยินเสียงลูกชายวิ่งเข้ามาจึงคิดว่าอีกประเดี๋ยวคงมากระมัง

         ด้วยความเป็นห่วงแมวสุดที่รักของตนเอง หลิงเฟย จึงปีนขึ้นต้นไม้ที่มีบันไดพาดไว้ และเมื่อปีนขึ้นไปถึงด้านบนกลับเห็นว่าในจวนใหญ่นั้นกำลังมีงาน และเห็นบุรุษผู้หนึ่งท่าทางดุดัน มองมายังบริเวณที่เขานั่งอยู่บนต้นไม้ ทำให้เขาสะดุ้งจนปล่อยมือจากกิ่งไม้ตกลงมา

         “เหมี๊ยว...ง่าว..” เสียงแมวร้องตกใจที่เจ้านายตัวเองพลัดตก

         “เย้ย...ท่านแม่...ช่วยหลิงเฟยด้วย...” ปากที่แหกไปยังช้ากว่าเงาของใครบางคนมารับเขาไปให้อยู่ในอ้อมกอด

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้   บทที่ 30 บทส่งท้าย

    เวลาผ่านมาห้าเดือนหลังจากหลิงชิงคลอดลูกสาว และนางก็ได้รับข่าวดีว่าท่านพ่อก็มีน้องเพิ่มจากอนุที่อยู่ในจวนกำลังตั้งครรภ์ นางก็ยินดีกับท่านพ่อด้วย ส่วนอนุที่ท่านพ่อเลือกให้ชูหน้าชูตาขึ้นเป็นผู้หญิงที่กิริยามารยาทเรียบร้อยนัก จนนางคิดว่าท่านพ่อดูคนไม่ผิดแล้ว ยามนี้นางวุ่นวายกับการเลี้ยงลูก และสามีก็ต้องเลี้ยงเหมือนกันเพราะชอบแอบกินนมนางแย่งเจ้าตัวเล็กทุกคืน เมื่อแผลหายสนิทหลังคลอด เขาก็เริ่มมีคืนวสันต์กับนางจนกังวลว่าลูกคนนี้ยังไม่ทันโตก็จะท้องอีกคนจนต้องกินยาห้ามครรภ์เป็นระยะ นางอยากให้ความรักความอบอุ่นกับลูกก่อน กลัวเขาจะอยู่กับนางน้อยเกินไปและคิดว่านางไม่รัก “ท่านพี่พอแล้วเจ้าค่ะ” คืนนี้ก็เป็นอีกวันที่สามีเหนื่อยงานมา แต่กลับลากนางเข้าห้องให้แม่นมดูแลลูกน้อยของนางแทน “อีกรอบข้ารู้สึกคร่ำเครียดมาก วันนี้เกือบมีสงครามระหว่างแคว้นเกิดขึ้นด้วยซ้ำ” ทูตที่มาต่างแคว้นวันนี้เกิดอยากแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ขึ้นมา แต่ทว่าฝ่าบาทไม่เคยให้งานแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์เพราะหากไม่ได้มีใจให้กัน เท่ากับส่งลูกสาวและหลานสาวไปตายเท่านั้น แต่อ๋องน้อยผู้นั้นฝีปากกล้าอยากได้ท่าน

  • ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้   บทที่ 29 ความเงียบเหงาของมารดา

    เรือนรั่วอ๋องต่างมีแขกมามากมายไม่ขาดสาย เมื่อรับรู้ว่ารั่วอ๋องและคุณชายหลิงเฟยเป็นที่โปรดปราน ก็อยากให้บุตรหลานได้เป็นเพื่อนเล่นด้วย เพื่อหวังจะมีช่องทางในการรับราชการในอนาคต แต่รั่วอ๋องไม่ค่อยปลื้มใจนัก เพราะเขามีเวลาส่วนตัวกับภรรยาน้อยเหลือเกิน ทั้งยังต้องแบ่งเวลาต้อนรับแขกอีก จึงสั่งให้พ่อบ้านงดรับแขกที่ไม่ได้นัดหมายห้ามเข้าเสีย เพื่อจะได้มีเวลาอยู่กับลูกและภรรยาบ้าง แต่แขกที่มาบ่อยเห็นจะเป็นท่านหญิงอันกับรั่วเทียนเฉิง จนเขาเริ่มชักหึงเสียแล้ว เพราะทั้งคู่บอกว่านัดมาตลอด ทั้งที่ไม่ได้นัด “บ้านเจ้าไม่มีข้าวหรือไง” รั่วเทียนเฉิงมาถึงก็ร้องกินข้าวไม่พอ เดือดร้อนให้ภรรยาเขาทำให้กินอีกด้วย หลิงชิงยื่นมือเข้าไปบิดเนื้อสามีที่เสียมารยาทกับแขกเช่นนี้ได้อย่างไร ทั้งยังมีท่านหญิงอันที่นั่งอยู่ข้างกันอีกด้วย “หึ...ข้าวบ้านท่านมีน้อยรึ เหตุใดถึงหวง” รั่วเทียนเฉิงเห็นพี่ชายกับพี่สะใภ้มีความสุขกันมากเกินไปจนเขาอิจฉาแล้ว จึงได้มารบกวนบ่อย ๆ “ไม่ต้องทะเลาะ ไว้คราวหน้าข้าจะให้ห้องเครื่องหลวงทำอาหารมาเผื่อพวกท่านบ้าง รับรองว่าอร่อยแน่นอน” อันเยว่

  • ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้   บทที่ 28 ความสัมพันธ์ที่สะบั้นแล้ว

    ในเช้าตรู่สองวันถัดมารั่วอ๋องก็เปิดจวนต้อนรับตระกูลหลี่เป็นครั้งแรก หลังจากออกปากเคยไม่ให้เข้ามาเหยียบในเรือนของตัวเอง แต่เมื่อภรรยาเขาต้องการจะกลับคำเล็กน้อยก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร วันนี้หลี่จิ้งมาพร้อมกับภรรยาแต่เช้าทั้งนั่งรอในรถม้าจนกว่าจะถึงเวลานัดโดยไม่อีดออดนอกจากภรรยาที่ไม่พอใจแต่อยากตามมาด้วยทำให้หลี่จิ้งหงุดหงิด “หากเจ้าไม่เต็มใจก็กลับไปข้าจะให้รถม้าไปส่งที่บ้าน” หากให้นางเข้าไปพูดจนเสียบรรยากาศจะทำให้รั่วอ๋องโกรธเอาได้ “ข้าจะเข้าไปดูคนใจดำอำมหิต” เจียงจิวฝูจะดูว่าลูกสาวที่อุตส่าห์อุ้มท้องมาเก้าเดือนและแบ่งคลอดมาด้วยตัวเองจะว่าอย่างไร เมื่อเห็นมารดาเช่นนางนั่งอยู่ตรงหน้า “หึ...เจ้ากล้าพูด เอาคันฉ่องมาส่องเถิด ใครกันที่อำมหิต เจ้าเกือบฆ่าลูกสาวอีกคนแล้วนะ” เขาไม่อยากจะคิดว่าหากหลิงชิงโดนกบฏผู้นั้นย่ำยีแล้วนางจะอยู่บนโลกนี้อย่างไร รั่วอ๋องจะโกรธถึงขั้นฆ่าล้างตระกูลหรือไม่ก็ไม่อาจรู้ นี่นับว่าปรานีที่สุดแล้ว “ท่านก็เอาแต่เข้าข้าง” “แล้วให้ข้าพูดหรือไม่ว่าเจ้าทำตัวต่ำทรามเช่นใดบ้าง” เขารู้สึกว่าภรรยาของเขาต่ำทรามแล้วจ

  • ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้   บทที่ 27 ไม่ได้ตั้งจะแอบดูนะ

    เจียงจิวฝูแทบขาดใจเมื่อรับรู้ว่าลูกสาวจะถูกตัดสินโทษ หลี่จิ้งเข้าไปขอร้องฝ่าบาทเพื่อเห็นแก่เดิมที่เป็นขุนนางจงรักภักดี รั่วอ๋องเองก็อยู่ในเหตุการณ์จึงก้มหน้าเท่านั้นไม่ขอออกความเห็นสิ่งใด ฝ่าบาทจึงเมตตาลดโทษตายแต่โทษเป็นยังอยู่ ส่งไปใช้แรงงานในเหมืองตลอดชีวิตห้ามกลับมาเมืองหลวงอีก เวลาผ่านไปลูกชายของนางหลิงเฟยเริ่มเติบใหญ่ขึ้นจนชอบปีนป่ายเสียจนนางหวั่นว่าจะตกลงมาจากต้นไม้เข้าสักวัน วันนี้นางเริ่มเดินคล่องขึ้นแล้วหน้าท้องก็เริ่มนูนนิดหน่อยยังมองไม่ออกว่านางท้องหรือไม่ แต่นางก็ระมัดระวังอย่างดีไม่ให้ตนเองทำอะไรเสี่ยง ๆ กับลูกในท้องที่กำลังจะเกิดมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า “ท่านแม่...ข้าปีนสูงหรือไม่” ตอนนี้ทั้งคนทั้งแมวปีนกันไปนั่งอยู่บนกำแพง ไม่รู้ว่าผู้ใดลืมบันไดไว้กันแน่ จนลูกชายของตนเอามาปีนป่ายเล่น “ระวังตกนะลูก” นางส่ายหน้าไปมาแต่ก็ห้ามไม่ได้ เห็นอะไรที่เขามีความสุขก็ทำไป เหมือนนางที่อยากใช้ชีวิตให้มีความสุขในทุกวัน เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ชีวิตจะทุกข์อีก “ไม่ตกขอรับ” ลูกชายตะโกนลงมาจากต้นไม้ นางได้แต่ส่ายหน้าแต่ก็กำชับให้บ่าวไพร่คอยช่วยด

  • ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้   บทที่ 26 มิใช่ตัดขาดกันแล้วหรือ

    ยังไม่ทันที่เจียงจิวฝูพูดสิ่งที่ต้องการจบ ร่างใหญ่ของรั่วอ๋องที่คิดถึงภรรยาแทบขาดใจก็เดินมุ่งไปในเรือน และรู้สึกว่าในเรือนแปลก ๆ ไป “พ่อบ้านหวงมีอะไร” เขาเอ่ยถามพ่อบ้านเมื่อเข้าไปเห็นคนล้อมเรือนของหลิงชิงไว้ไม่พอ ยังมีคนเข้าออกในห้องอีกหลายคน หรือว่าจะเกิดเรื่อง “พระชายาไม่สบายขอรับท่านอ๋อง ตอนนี้น่าจะกำลังให้ดื่มยา...” พ่อบ้านหวงไม่กล่าวออกไปหมด แต่เลือกดึงคำให้ยานให้ท่านอ๋องเข้าไปดูเองจะดีกว่า “ข้าจะเข้าไปดูเอง ให้คนต้มยามาอีก” ทั้งซูเม่ยทั้งหลิงเฟยมองหน้ากันแล้วก็ถอนหายใจ ท่านแม่ดื้อเกินไปไม่ยอมกินยา “ถ้าท่านไม่กินยาข้าจะไม่พูดกับท่าน” หลิงเฟยแสร้งทำเป็นงอนมารดา ทั้งที่จริงแล้วตัวเองก็ติดมารดามากทั้งเป็นห่วงด้วย เขามีหนิวหนิวต้องดูแลหนึ่งตัวแล้ว ตอนนี้ท่านแม่ก็ยังไม่ยอมกินยาอีก จนทำให้เขาวุ่นวายจนเหนื่อย “ใครดื้อไม่กินยาหรือ” เสียงของคนที่นางคิดถึงดังขึ้น ภายในใจนางสับสนจนแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ ต้องการกลับมาเพื่อจะขับไล่นางหรือ เร็วเพียงนี้เชียว “ท่านกลับมาเสียที ข้าเหนื่อยมาก ท่านพ่อขอรับท่านแม่

  • ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้   บทที่ 25 เหตุใดถึงต้องขังข้า

    การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นจนถึงเมืองหลวง ตลอดทางนางนิ่งเงียบพูดเท่าที่จำเป็นเท่านั้นจนทำให้สาวใช้และคนอื่นพากันอึดอัดไปด้วย เห็นจะมีคนเดียวที่ไม่รู้สึกว่ามารดาเปลี่ยนจนเมื่อรถม้าที่แยกจากขบวนเสด็จของฝ่าบาทกลับจวนรั่วอ๋อง “หลิงเฟย หากไม่มีบิดาอยู่กับพวกเราแล้วเจ้าจะเสียใจหรือไม่” นางถามพลางลูบที่ศีรษะลูกชายเบา ๆ “เสียใจขอรับท่านแม่ ข้าเพิ่งเจอท่านพ่อไม่เท่าไหร่เอง หากไม่มีเขาจริง ๆ ...” เด็กน้อยพูดแล้วก็หยุดไปน้ำตาของเขาปริ่มที่ดวงตาจนทำให้นางเจ็บปวดใจเหลือเกิน “แล้วหาก...ฮึก...หาก...หากไม่มีแม่เล่า...เจ้า...ฮึก” คำนี้ยากจะเปล่งออกมาจริง ๆ หากเขามีความสุขกับบิดาแล้วหากไม่มีนางเล่าเขาจะอยู่ได้ไหม แต่นางคงใจสลายเมื่อถึงเวลานั้น “ไม่...ข้าจะอยู่กับท่านพ่อและท่านแม่” หลิงเฟย กอดมารดาแน่นไม่อยากให้มารดาพูดเช่นนี้เขาเสียใจ “แล้วหากต้องเลือก...” “ไม่ข้าไม่เลือกอะไรทั้งนั้น ท่านพ่อกับท่านแม่ต้องอยู่กับข้า” เมื่อบุตรชายเริ่มงอแงนางก็ไม่รู้จะจัดการกับอารมณ์เช่นไรดี หากต้องห่างจากลูกนางต้องขาดใจแน่ ๆ ตลอดชีวิตเขาไม่เคยทำให้นางเสียใจ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status