บททั้งหมดของ ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้: บทที่ 1 - บทที่ 10

31

บทที่ 1 เมื่อข้าต้องเป็นชายาเอก

เสียงครืนครืนของท้องฟ้า ราวกับร่วมสะอื้นไปกับโชคชะตาของนาง เมฆาทมิฬดำราวกับล่วงรู้ว่าในใจของนางนั้นทุกข์โศกเพียงใด หยาดพิรุณที่ร่วงหล่นเป็นเพื่อนร่ำไห้ไปกับนางด้วยความเสียใจ ฟ้าที่เคยสดใสเหมือนหัวใจของนางยามนี้เป็นเหมือนอากาศที่อยู่ ๆ ก็แปรปรวนโดยไร้สาเหตุ ทั้งเมฆฝน พายุ และลมที่โหมกระหน่ำนั่นเหมือนลางร้ายในดวงชะตาของนางที่ต้องประสบในวันข้างหน้า นางมองสายฝนที่ตกหนักติดต่อกันมาสามวัน ใช่ผ่านมาสามวันกับการรับรู้ข่าวร้ายของตัวเอง และเป็นสามวันที่น้องสาวในอุทรหาเรื่องตบตี ไม่มีแม้แต่คำขอโทษจากปากนาง ทั้งมารดาและบิดายังให้ท้าย จนนางคิดว่าหรือนางไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของเจ้าของตระกูลอย่างหลี่จิ้งกันแน่นะ ‘ข้าคือคุณหนูใหญ่จริงหรือ’ เสียงตัดพ้อเปล่งออกมาเคล้าเสียงสะอื้น ดวงตาแดงก่ำขึ้นสีเลือดเพราะผ่านการร้องไห้มานานมองไปยังเรือนใหญ่ เรือนที่สามคนพ่อแม่ลูกอยู่ด้วยกันอย่างรักใคร่... ‘ข้าไม่ใช่ลูกหรืออย่างไร’ ไม่รู้ตระกูลนี้สั่งสอนลูกสาวกันอย่างไร ถึงขนาดไม่ให้ความเคารพผู้อาวุโสกว่า ทั้งที่เรื่องนี้หาใช่ความผิดนาง แต่ท่านแม่ที่มองนางราวกับเสือที่เคียดแค้นเหยื่อยา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-04
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 2 ทำในสิ่งที่เขาต้องการ

เรียวปากยกยิ้ม นัยน์ตาแข็งกร้าวก้มลงมาชิดใบหน้าจิ้มลิ้มของนาง จมูกโด่งเป็นสันกดเฉียดเข้าที่แก้มนวล ริมฝีปากของนางที่แต่งแต้มด้วยชาดแดงสั่นระริกหวาดกลัวคนตรงหน้าที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี ‘ไม่ใช่ เขาไม่ได้อยากมีลูกกับนางงั้นรึ’ พิธีวันนี้ก็บ่งชัดแล้วหรือมิใช่ เขามิเต็มใจแต่งเหตุใดถึงคิดร่วมหอมีคืนวสันต์กับนางด้วยเล่า “มองข้าเช่นนี้ เจ้าคิดอะไรอยู่” เขาเกลียดนักสตรีที่หวาดกลัวเขา ทั้งที่ยังมิได้ทำอันใดเสียหน่อย แต่กับน้องชายเอาแต่ใจของเขารั่วเทียนเฉิง เหตุใดนางยิ้มระรื่นได้เล่า “คิด...คิดอะไรหรือเจ้าคะ” นางสั่นขนาดนี้จะคิดอะไรได้อีกหรือ นอกจากคิดหาทางหลุดจากกรงเล็บสุนัขจิ้งจอกดำเช่นเขา “กลัว...?” เขาถามวนไปวนมาอีกแล้ว นางทั้งหวาดกลัวทั้งทรมาน ร่างกายร้อนรุ่มราวกำลังจะปริแตก เพราะกำยานนั่นใช่หรือไม่ ยิ่งเขาชิดใกล้เพียงนี้นางยิ่งอยากสัมผัส ริมฝีปากนางขบเม้มจนเป็นเส้นตรงข่มความรู้สึกที่แสนน่าอับอายเอาไว้ แต่มันยากเย็นนัก อื้อ...อึก! แต่เหมือนร่างกายนางจะไม่ยอมฟังเสียงหัวใจ ปริปากส่งเสียงครวญครางออกมา ยิ่งส่งให้ใบหน้าคมคายที่เห็น
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-04
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 3 ชายาท้ายจวนคลอดลูกเพียงลำพัง

เวลาผ่านไปสองเดือน เป็นสองเดือนที่แสนเงียบสงบสำหรับหลิงชิงกับสาวใช้อย่างยิ่ง ท่านหญิงซีหวินกลั่นแกล้งสารพัด ให้บ่าวในจวนรั่วอ๋องห้ามมาช่วยเหลือไม่พอ ยังไม่ส่งอาหารมาให้ แต่ไม่รู้ว่ารั่วอ๋องไปอยู่ที่ใด ปล่อยให้ชายาที่อยู่ท้ายจวนลำบากเช่นนี้ จนกระทั่งเช้าวันหนึ่งที่นายหญิงของตนเองไม่สบาย “ฮึก...ข้าจะอาเจียน เอากระโถนให้ข้าหน่อย” ขณะที่นางปักผ้าอยู่ในเรือนไม่ให้จิตใจฟุ้งซ่านนั้น อยู่ ๆ ก็รู้สึกเวียนหัวคลื่นไส้อย่างหนักจนต้องเอามือมาปิดปากไว้ “นายหญิงไม่สบายหรือเจ้าคะ” ซูเม่ยลูบหลังนายหญิงที่โก่งคออาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตาย หลังจากที่เอากระโถนมาให้ ใบหน้าผู้เป็นนายซีดเผือดไร้สีเลือดจนทำให้นางหวั่นวิตก “นายหญิง...ข้าจะไปตามหมอเจ้าค่ะ” ซูเม่ยพยุงนายหญิงให้ไปนอนพัก แล้วคิดว่าควรตามหมอมาดูอาการนายหญิงเสียหน่อยพูดขึ้น “เอาตำลึงนี่ไปปิดปากให้พวกบ่าวรับใช้ จะได้ผ่านทางง่าย” หลิงชิงหยิบห่อตำลึงของตัวเองส่งให้สาวใช้คนสนิท อยู่ที่นี่นางใช้สินเดิมประทังชีวิต ซึ่งมีไม่น้อยเลยก็จริง แต่ทว่าการเข้าออกในจวนรั่วอ๋องที่ต้องผ่านตำหนักกลาง มันก็ยากเย็นอยู่สักนิด หากไม่ได้ใ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-04
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 4 แต่งชายาใหม่

สองมือของรั่วหลิงเฟยกำแน่นดวงตาหลับปี๋ เจ้าตัวเล็กคิดว่าตัวเองต้องตกต้นไม้แล้ววันนี้ แต่เมื่อกำลังรอร่างตัวเองที่ตกลงกระแทกพื้นเนิ่นนานแล้วแต่ก็ยังไม่ถึงสักที จึงลืมตาขึ้น “ฮึก...ท่าน” รั่วหลิงเฟยตกใจในตอนแรกที่ตนอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษท่าทางองอาจคล้ายกับบุรุษอีกคน แต่ทว่าดวงตาเปล่งประกายดุจดวงดาวบนท้องฟ้าเสียมากกว่าสีดำมืดทมิฬจนหน้ากลัวพาให้เขาตกลงมาจากต้นท้อ “ว่าอย่างไรเจ้าก้อนซาลาเปา ดื้อเสียจนจะตกต้นไม้แล้ว” รั่วเทียนเฉิงวางหลานรักของตัวเองลง แล้วก็ยกมือขึ้นบิดแก้มของเจ้าตัวแสบด้วยความมันเขี้ยว ตลอดเวลาที่ไม่ได้พบหน้า เขารับรู้ความลำบากของนางและลูกชาย ทั้งยังแอบช่วยเหลืออย่างลับ ๆ จนวันนี้วันที่เขาจะได้กลับเมืองหลวง และอยากเห็นหน้าเจ้าก้อนซาลาเปาก้อนนี้เสียที แต่ว่าแสบมากทีเดียว “ชู่ว์...อย่าเอ็ดไป เดี๋ยวข้ากับหนิวหนิวโดนทำโทษ” “เมี้ยว!!!” สิ้นเสียงเจ้าหลานตัวน้อย ก็ได้ยินเสียงเจ้าแมวอ้วนร้องราวกับรู้ความว่าเจ้านายของมันพูดเรื่องอะไร “หนิวหนิว?” รั่วเทียนเฉิงขมวดคิ้วสงสัย ว่าหนิวหนิว คือชื่อเจ้าแมวใช่หรือไม่ แล้วก็ได
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-04
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 5 ชายาคนเดียวก็เพียงพอ

“นี่เจ้า!” ท่านหญิงซีหวินไม่คิดว่าบุตรชายสุดที่รักจะหักหน้าตนต่อหน้าต่อตาคนอื่นอย่างเช่นหลี่หลิงชิง ลูกสะใภ้ที่นางไม่ได้อยากได้ แต่ฝืนขัดคำสั่งสามีไม่ได้ “พอเถิดท่านแม่ ที่ผ่านมายังวุ่นวายไม่พออีกหรือ” รั่วเทียนหยางปรามมารดาให้ลดทิฐิลงมาบ้าง เขาไม่คิดว่ามารดาผู้แสนใจดีมีเมตตาจะทำกับบุตรชายและชายาของเขาเช่นนี้ ที่จริงเขาเลือกใช้จวนตนเองเป็นตำหนักอ๋อง ไม่ได้ใช้จวนหลักของท่านพ่อ ดังนั้นเรื่องในจวนอ๋องของเขามารดาก็ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย เพียงแต่เขาไม่อยู่เมืองหลวง เรื่องต่าง ๆ จึงเป็นมารดาของเขาเป็นคนจัดการก็เท่านั้นเอง “เจ้ากล้าอกตัญญูต่อมารดารึ” ซีหวินไม่คิดว่าบุตรชายจะมีใจให้กับชายาที่ถูกบังคับแต่ง แต่เหตุใดถึงได้ปกป้องนางนักเล่า กับเจ้าเด็กตัวกลมนั้นอีก มีอะไรให้น่าหลงใหลกัน “ท่านแม่ นี่จวนอ๋องของข้า” “ใช่สิ...จวนเจ้า แต่มารดาเช่นข้าคงห้ามย่างกายมากระมัง หึ...ดีเช่นนั้นก็ตัดขาดกันไปเลย” ท่านหญิงซีหวินบีบน้ำตาทั้งหวังให้บุตรชายเห็นใจ แต่ไม่มีผู้ใดขยับเลยสักนิด “พวกเจ้านี่เสียแรงที่ข้าเบ่งออกมา ไม่สู้ปล่อยให้พวกเจ้าตายไปเสียก็ด
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-04
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 6 หน้าที่ชายาอ๋อง

หลังจากทานข้าวเสร็จแล้ว หลิงชิงก็เอาตัวเจ้าแสบที่คุยกับท่านอาทั้งสองจ้อย ๆ จนเริ่มหาวแล้วก็หลับไปเอง โดยมีคนเป็นพ่อที่นั่งจิบชาอ่านตำราบางอย่างที่นางก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคืออะไร รู้เพียงแต่ว่าเขาไม่รู้สึกเบื่อเสียงใส ๆ ของเจ้าตัวเล็กก็สบายใจ นางนั่งจิบชาแล้วก็ฟังเรื่องต่าง ๆ ทั้งเรื่องหนิวหนิวที่ท่านอาทั้งสองฟังแล้วก็จับมามันทำความรู้จักด้วยกัน แต่เมื่อเจ้าลูกชายตัวแสบสลบไปแล้ว นางจึงต้องพาไปนอนได้แล้ว ขณะที่นางอุ้มขึ้นเขาก็ลุกขึ้นฉวยเอาร่างของบุตรชายขึ้นอุ้มแทนนาง แล้วก็เดินนำไป “ท่านอ๋อง” นางเรียกให้เขาหยุดแต่เขาไม่หยุดยังสาวเท้าก้าวไปเรื่อย ๆ จนถึงห้องนอนที่จัดไว้ให้บุตรชาย โดยมีสาวใช้ในตำหนักที่ยืนขนาบข้างซูเม่ยคอยช่วยอำนวยความสะดวก “ท่านอ๋องวางตรงนี้เถิดข้าจะเช็ดตัวให้เขาก่อน” นางไม่รู้ว่าเขาทำแบบนี้ทำไม แต่นางรู้สึกไม่ชอบใจเอาเสียเลย หากเขาเย็นชาเหมือนน้ำแข็งแบบเก่าก็ดี นางจะไม่ต้องอึดอัด แต่นี่เขาเย็นชาแค่ใบหน้าแต่การกระทำเหมือนกับต้องการนางและลูก มันช่างขัดกันเสียจริง แต่ว่าเรื่องระหว่างนางและเขาคงไม่มีวันเป็นไปได้ นางไม่ใช่สตรีที่มา
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-04
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 7 เจ้าตัวแสบ

เสียงเจ้าตัวแสบหลิงเฟยปลุกให้ทั้งสองที่หลับสนิทในอ้อมกอดได้ตื่นขึ้น แต่แล้วก็เป็นหลิงชิงที่ลืมตามาพร้อมกับมองเขาด้วยสีหน้าตกใจ ทั้งสติที่ดับวูบไปเมื่อคืนเริ่มกลับมา และทบทวนว่าเกิดอะไรขึ้น พลันใบหน้าเหมือนเลือดไหลมารวมกันอยู่ที่เดียว แล้วก็รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมกายบดบังความอายทั้งผลักเขาที่ยิ้มรับอรุณแบบน่าอายส่งมาให้ “อย่ามองนะเจ้าคะท่านอ๋อง” เพราะสายตาของเขามันเข้าขั้นว่าหลงใหลนางเข้าไปทุกที ยิ่งเมื่อคืนความรู้สึกยิ่งเด่นชัดจนทำให้นางเริ่มหวาดกลัว ‘กลัวว่าวันหนึ่งจะเผลอใจไปกับบุรุษตรงหน้า’ “ไม่ให้ข้ามองชายาจะให้ข้ามองสตรีใดเล่า” รั่วเทียนหยางไม่เคยใช้วาจาหลอกล่อสตรีเช่นนี้เลย นี่เป็นครั้งแรกของเขา แต่กลับรู้สึกครื้นเครงยิ่งนัก จนไม่รู้ว่าชอบความรู้สึกนี้เพราะอะไร ยิ่งเห็นแก้มของนางแดงก่ำเหมือนผลท้อสุกก็ยิ่งอยากกลั่นแกล้งนางให้อับอาย “ข้ามีตาก็ต้องมองสิ” เขาพลิกตัวเป็นนอนตะแคงมองดูว่านางจะว่าอย่างไร ยิ่งเห็นดวงตาดุดันของนางกับริมฝีปากที่เย้ายวนแล้ว ทำให้เขายิ่งอยากบดขยี้จูบรับอรุณกับนางสักยก หากไม่เพราะเจ้าหลิงเฟยที่วิ่งโวยวายไปทั่วจวนอ๋องแบบนี้ เขาก็คงไม่ป
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-04
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 8 เสนอตัว

และสตรีที่ไม่ได้รับเชิญก็นั่งร่วมรับประทานอาหารเช้าด้วยกันกับรั่วอ๋องและน้องชายของเขาทั้งสอง โดยนั่งอยู่ท้ายสุดแทบไม่มีใครสนใจ จนนางร้อนรนทนไม่ไหวเปิดปากพูดขณะที่ทุกคนกำลังทานอาหารกันอย่างเงียบ ๆ “ท่านอ๋องกลับมาเมื่อวานอ่อนเพลียหรือไม่เจ้าคะ” หลิงอิงเอ่ยขึ้นเรียกสีหน้าคล้ายประหลาดใจให้กับทุกคน จนนางประหม่าไม่รู้ว่าตนเองทำอะไรผิดไปจนต้องหันมาถามพี่สาวที่แต่งงานเป็นชายาเอกมาก่อน แม้วันนี้จะอ้างมาเยี่ยมพี่สาวและท่านอ๋องที่เพิ่งกลับมาจากชายแดน แต่ก็ยังไม่ปริปากทักพี่สาวสักคำ “พี่ใหญ่...ข้าพูดอันใดผิด” หลิงอิงกระซิบเบา ๆ “ท่านอ๋องไม่ชอบให้พูดเวลากินข้าว” หลิงชิงเอ่ยตอบเสียงเรียบ แล้วก็หันไปกินข้าวต่อ จากเมื่อวานที่ร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน เขาชอบความเงียบมากกว่า แล้วน้องชายทั้งสองของเขาก็ไม่ปริปากสักคำ และเป็นเขาที่บอกว่ามีอะไรค่อยคุยกันหลังอาหาร นั่นทำให้นางเข้าใจได้ว่าท่านอ๋องไม่ชอบให้เวลาทานอาหารมีเสียงอื่น นอกเสียจากเสียงตะเกียบกระทบกับถ้วย กระทั่งหลิงเฟยของนางอายุเพียงสองหนาวยังรับรู้ถึงข้อนี้เป็นอย่างดี “อ้อ...ขออภัยเจ้าค่ะ” หลิงอ
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-04
อ่านเพิ่มเติม

บทที่ 9 งานเลี้ยงไม่อาจเลี่ยง

ในวังหลวงในห้องทรงอักษร... “อะไรนะเจ้ามีบุตรชายแล้วรึ...ทำไมข้าไม่รู้เรื่อง มารดาเจ้านี่อย่างไรข่าวดีขนาดนี้ไม่แจ้งเรา” โจวอวิ๋นฮ่องเต้บ่นแบบไม่จริงจังนัก เพราะเขานั้นชื่นชอบในผลงานของตระกูลรั่วที่ยกทัพปราบข้าศึก ทั้งพวกที่ก่อกบฏตามตะเข็บชายแดนจนราบคาบไม่มีใครกล้ามารุกราน รั่วอ๋องรีบคุกเข่าทันทีเมื่อเห็นว่าฝ่าบาททรงไม่พอพระทัย “ขออภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมเพิ่งทราบเมื่อมาถึงเมืองหลวงเช่นกัน” “เอาเถอะ เอาเถอะลุกขึ้น” โจวอวิ๋นไม่อยากใส่ใจมาก รั่วอ๋องถือว่าทำคุณต่อโยว่โจวเป็นอย่างมากตั้งแต่อดีต เรื่องเล็กน้อยเช่นนี้เขาจะนำมาใส่ใจได้อย่างไรกัน “เราจะจัดงานเลี้ยง เจ้าพาชายากับบุตรชายเจ้ามาด้วย ในวังไม่ได้มีเสียงเด็กตัวน้อยมานานแล้ว เราอยากอุ้มเจ้าจิ๋วของเจ้า” โจวอวิ๋นพูดกลั้วเสียงหัวเราะ เหล่าองค์ชายก็เติบใหญ่กันหมดแล้ว เหลือเพียงแต่ยังไม่ได้แต่งงานกันไปเท่านั้น ส่วนเหล่าองค์หญิงก็ไม่แพ้กัน หากมีเสียงเด็กจะยิ่งทำให้วังหลวงดูครึกครื้นยิ่งขึ้น “เป็นพระกรุณาต่อหลิงเฟยแล้ว” รั่วเทียนหยางแอบกังวลเล็กน้อย ไม่ใช่ไม่อยากพามาแต่งานเลี้ยงครั้งนี้
last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-01-04
อ่านเพิ่มเติม
ก่อนหน้า
1234
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status