แชร์

บทที่ 4 แต่งชายาใหม่

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-04 12:08:27

สองมือของรั่วหลิงเฟยกำแน่นดวงตาหลับปี๋ เจ้าตัวเล็กคิดว่าตัวเองต้องตกต้นไม้แล้ววันนี้ แต่เมื่อกำลังรอร่างตัวเองที่ตกลงกระแทกพื้นเนิ่นนานแล้วแต่ก็ยังไม่ถึงสักที จึงลืมตาขึ้น

         “ฮึก...ท่าน” รั่วหลิงเฟยตกใจในตอนแรกที่ตนอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษท่าทางองอาจคล้ายกับบุรุษอีกคน แต่ทว่าดวงตาเปล่งประกายดุจดวงดาวบนท้องฟ้าเสียมากกว่าสีดำมืดทมิฬจนหน้ากลัวพาให้เขาตกลงมาจากต้นท้อ

         “ว่าอย่างไรเจ้าก้อนซาลาเปา ดื้อเสียจนจะตกต้นไม้แล้ว” รั่วเทียนเฉิงวางหลานรักของตัวเองลง แล้วก็ยกมือขึ้นบิดแก้มของเจ้าตัวแสบด้วยความมันเขี้ยว

         ตลอดเวลาที่ไม่ได้พบหน้า เขารับรู้ความลำบากของนางและลูกชาย ทั้งยังแอบช่วยเหลืออย่างลับ  ๆ จนวันนี้วันที่เขาจะได้กลับเมืองหลวง และอยากเห็นหน้าเจ้าก้อนซาลาเปาก้อนนี้เสียที แต่ว่าแสบมากทีเดียว  

         “ชู่ว์...อย่าเอ็ดไป เดี๋ยวข้ากับหนิวหนิวโดนทำโทษ”

         “เมี้ยว!!!”

         สิ้นเสียงเจ้าหลานตัวน้อย ก็ได้ยินเสียงเจ้าแมวอ้วนร้องราวกับรู้ความว่าเจ้านายของมันพูดเรื่องอะไร

         “หนิวหนิว?” รั่วเทียนเฉิงขมวดคิ้วสงสัย ว่าหนิว

หนิว คือชื่อเจ้าแมวใช่หรือไม่ แล้วก็ได้คำตอบเมื่อหลานรักของเขามองไปทางแมวตัวกลมไม่ต่างจากเจ้าของ แล้วคว้าขึ้นมาทั้งแนะนำตัวเขาเสร็จสรรพ

         “หนิวหนิว นี่ท่านลุงผู้มีพระคุณ เจ้าอย่าแกล้งเขาเด็ดขาดรู้หรือไม่” เด็กน้อยแนะนำโดยยังไม่รู้ว่าเขามีศักดิ์เป็นอาสินะ

         “ท่านอาต่างหาก” เขาแก้ลำดับญาติให้ถูกต้อง หลิงเฟยตัวแสบจะได้ไม่เรียกผิด

         “ท่านอายุน้อยกว่าท่านพ่อหรือ” หลิงเฟยเคยฟังที่ท่านแม่สั่งสอนว่า หากเป็นคนที่อายุน้อยกว่าบิดาให้เรียกว่าท่านอา

         “ใช่”

         “ช่างเถอะ ท่านอาก็ท่านอา อย่างไรข้าก็ไม่เคยมีบิดาอยู่แล้ว” ถ้อยคำตัดพ้อนี้มันทำให้รั่วเทียนเฉิงกำหมัดแน่น เขารักกับนางมาก่อน หากไม่เพราะสัญญาบ้า ๆ จนต้องมีการแต่งงานโดยไม่เต็มใจของพี่ชายกับสตรีที่เขารัก ก็คงไม่เกิดเรื่องจนหลานเขาต้องอาภัพเช่นนี้

         “มีสิเหตุใดไม่มี” เขาเถียง

         “ไม่มีหรอก ข้าเกิดมาก็ไม่มีใคร มีท่านแม่กับพี่ซูเม่ยเท่านั้น ญาติคนอื่นก็ไม่มี ข้าจึงเลี้ยงหนิวหนิวไว้เป็นเพื่อน แล้วประตูนั่นข้าก็ออกไปไม่ได้” เด็กน้อยพูดอย่างน้อยอกน้อยใจ เขาไม่มีเพื่อนเลย มีแต่ท่านแม่กับพี่ซูเม่ย จนมีเพื่อนอีกคนเป็นเจ้าแมวอ้วนตัวน้อย เขาย่อมดีใจเป็นอย่างมาก

         “โถ...หลานรักของอา” เขาฉวยเอาหลานตัวเองขึ้นอุ้มทั้งยกหลังมือเช็ดน้ำตา แต่เศร้าได้เพียงชั่วครู่ เสียงตึงตังหน้าประตูก็ดังขึ้น

         “ออกไป...เอาออกไปให้หมด ใครกันขังพี่สะใภ้กับหลานชายข้า” ฟังจากเสียงแล้วคงไม่พ้นพี่รองแน่ ๆ ที่โวยวาย แล้วก็เป็นจริงดังที่คิดไว้ พี่รองพาคนมาทั้งพังประตูเมื่อรู้ว่าพี่สะใภ้ต้องคลอดลูกเพียงลำพังอยู่เรือนท้ายจวน เขาก็โกรธหนักถึงกับอาละวาดกับท่านแม่

         “คุณชายรอง...”

         “เจ้าจะขวางรึ” ดวงตาแข็งกร้าวกราดมองไปยังคนรับใช้แล้วก็หลบตาลง เมื่อคุณชายรองคิดเอาจริง แม้ยามปกติพวกเขาจะไม่เคยประสบกับอารมณ์ขุ่นมัวของคุณชายรองนัก เพราะเป็นคนใจเย็น มีเพียงคุณชายสามเท่านั้นที่อารมณ์ฉุนเฉียว บัดนี้ทั้งคุณชายสาม กับคุณชายรองอยู่ตรงหน้าเขาจึงอึดอัดใจนัก จำต้องหลีกเลี่ยง

         “พี่รองเอะอะอะไร พี่สะใภ้ก็ตกใจหมด” รั่วเทียนเฉิงปรามพี่ชายคนรอง ตอนแต่งงานเขาไปคุมกองทัพอยู่ชายแดน และยังเข้าไปเป็นไส้ศึกจึงไม่ได้มาร่วมงานแต่งของพี่ใหญ่ แต่ไม่นึกว่าพี่ใหญ่กับท่านแม่จะใจร้ายกับพี่สะใภ้เยี่ยงนี้ ไม่สู้เขาเอาพี่สะใภ้กับหลานชายไปเลี้ยงเองไม่ดีกว่าหรือ ให้อยู่เรือนหลังลำบากแสนเข็ญทำไมกัน

         “นั่นหลานข้ารึ” รั่วเทียนหยุนเห็นเจ้าหนูน้อยที่อุ้มแมวตัวอวบอยู่ด้วยก็นึกอยากเข้าไปเล่นด้วยทันที เขาเพิ่งรู้เมื่อตอนมาถึงว่าพี่สะใภ้ท้องและคลอดลูกเรือนท้ายจวน เพราะความเชื่อบ้า ๆ ของท่านแม่ ถึงกับทรมานพี่สะใภ้เพียงนี้เขาโกรธนัก ยิ่งเห็นพี่ใหญ่เมินเฉยไม่กล่าวอะไรสักคำ ยิ่งพาลโกรธพี่ใหญ่เลยด้วย ถือว่าเห็นดีเห็นงามให้ท่านแม่รังแก

         “ใช่แล้ว หลิงเฟย”

         “ท่านอา...ข้ายังไม่ได้บอกท่านเลยว่าชื่ออะไรท่านรู้ได้อย่างไร” แต่คำถามของเขายังไม่ทันได้คำตอบ ก็ได้ยินเสียงท่านแม่ของเขาออกมาจากในเรือนพร้อมกับสีหน้าตกใจ

         “เฟยเอ๋อร์...คุณชายสาม!” นางเรียกเสียงแผ่วเบา ไม่ได้เห็นเขามานานแล้วพลันน้ำตาที่เคยกักเก็บไว้เอ่อล้นออกมา รักแรกพลัดพราก เมื่อพบกันอีกครั้งกับสถานะที่ไม่อาจมีความสัมพันธ์ใดร่วมกันได้อีก นอกจากสถานะญาติทางสามีก็ยิ่งเจ็บปวดใจ

         “หลิงชิง” เสียงแหบเครือเปล่งออกมาเมื่อพบนางอีกครั้ง สองสายตาสอดประสานความรู้สึกอึดอัดเกิดขึ้นแน่นอกจนแทบหายใจไม่ออก

         รั่วเทียนหยางเมื่อรับรู้ว่าน้องรองกับน้องสามมุ่งหน้าไปยังเรือนท้ายจวนที่มีชายาและลูกของเขาอาศัยอยู่มาตลอดก็รีบตามไป ยิ่งเมื่อเห็นนางสอดประสานสายตากับน้องสามของตน อารมณ์ฉุนเฉียวผุดขึ้นในอก แม้รู้สึกขัดหูขัดตา แต่ก็ยังรักษากิริยาสุขุมไว้ดังเดิม  

         เขาหนีไปอยู่ชายแดนสองปีกว่า ไม่รับรู้เรื่องราวทางบ้าน คิดว่าเดี๋ยวก็ลืมนาง แต่เมื่อกลับบ้านจึงรับรู้ได้ว่าเขายังไม่เคยลืมนางได้เลย แต่ที่สำคัญเพิ่งรู้ตัวว่ามีบุตรชาย ทั้งที่เขาเข้าหอเพียงคืนเดียวเท่านั้น ความหนักอึ้งในอกยิ่งทวีคูณเมื่อเห็นเจ้าลูกชายที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับเขาราวกับย่อส่วนของตนเองมาอยู่ในร่างเด็ก

         ‘ไม่ผิดแน่...นี่บุตรชายของเขาไม่ผิด’

         “ฮึก...ข้า...ข้ากลัวท่านอา” หลิงเฟยเห็นชายผู้นี้ที่เป็นต้นเหตุให้ตนตกลงมาจากต้นไม้ ก็รีบหลบด้านหลังท่านอาของเขา

         หลี่หลิงชิงเห็นดังนั้นจึงเข้าไปอุ้มบุตรชายมาไว้กับตน สีหน้าท่าทางของเขายามนี้ทำให้นางหวาดกลัวว่าเขาจะมาพรากบุตรชายสุดที่รักของนางไป

         “ท่านแม่...ข้า...ข้าไม่อยากเห็นเขา คนใจร้าย” เด็กน้อยกระซิบข้างหูด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย จนคนเป็นแม่ต้องลูบหลังปลอบเขาให้ใจเย็น

         “นั่นคือบิดาเจ้า รีบไปคารวะเร็วเข้า” แม้นางจะไม่อยากให้บุตรชายรู้กระทั่งใบหน้าของคนเป็นบิดา แต่ที่นางอาศัยอยู่ย่อมหลีกเลี่ยงได้ยาก นางคิดว่าเขาจะไม่กลับเมืองหลวงแล้วเสียอีก กว่าสองปีที่นางอยู่ลำพังกับบุตรชาย นอกจากไม่ได้รับข่าวคราวจากเขา นางยังรู้สึกว่าคนผู้นี้เงียบหายเหมือนตายจากไปแล้วด้วยซ้ำ

         “ไม่...” เฟยเอ๋อร์เด็กน้อยของนางดื้อรั้นเป็นครั้งแรก ยิ่งนางมองใบหน้าเขาที่เรียบนิ่งไม่คล้ายอยากมีเราสองแม่ลูกในชีวิตก็ยิ่งโล่งใจ

         ‘ข้าอยากได้หนังสือหย่าภรรยา’ นางคิดในใจแต่ไม่กล่าวสิ่งใดออกมา เมื่อเขามาแล้วนางจะพูดเรื่องนี้กับเขาก็แล้วกัน

         “ข้าเป็นอารองของเจ้านะ มานี่มาเจ้าก้อนแป้งอ้วน” รั่วเทียนหยุนเห็นความอึดอัดระหว่างพ่อแม่ลูก จึงแก้สถานการณ์ให้เพื่อที่จะไม่ให้หลานชายของตนเองต้องหวาดกลัว ต่อให้กลัวบิดาแต่กับท่านอาเช่นเขาก็ไม่ควรกลัว

         “คารวะท่านอารอง คารวะท่านอาสาม” เมื่อได้ยินเสียงท่านแม่กระซิบข้างใบหู เขาจึงเข้าไปคำนับท่านอาทั้งสอง แต่เมื่อมองไปบุรุษที่ท่านแม่บอกว่าเป็นบิดา เขาก็เข้าไปยืนหลบด้านหลังท่านแม่ 

         “หึ!”

         เสียงเยาะในคอนั้นทำให้นางมองเขาอย่างต้องการหาคำตอบ เรื่องบุตรชายเพราะมารดาของเขาที่ต้องการปิดบังแล้วมาโทษนางได้อย่างไร ไม่ใช่เขาหรือที่เห็นดีเห็นงามด้วย

         “พี่สะใภ้ลำบากเพียงนี้ทำไมไม่บอกพวกเรา ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น ท่านแม่นะท่านแม่” เป็นรั่วเทียนหยุนที่เอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจขึ้นมา แต่นั่นนางรับรู้แล้วว่าทั้งสามคงไม่รับรู้การกระทำของท่านหญิง แต่แล้วยังไงเขาก็แม่ลูกกัน แต่ก็เอาเถอะอย่างไรคนเป็นสามีก็ไม่เคยเห็นนางเป็นภรรยา ต่อให้นางเป็นชายาเอกแล้วอย่างไร เขาเคยส่งข่าวมาบ้างหรือไม่เล่า ความเป็นห่วงสักคำก็ไม่มี

         “มิใช่เป็นรั่วอ๋องสั่งหรอกหรือ” นางเชิดหน้าขึ้นไม่สบตาเขา บุรุษไร้หัวใจทรมานได้กระทั้งสตรีและคนท้อง ตอนนี้ยังมาวุ่นวายอีก จะทำอะไรกันแน่

         “ไปเก็บของพระชายาจะไปอยู่จวนข้า” รั่วเทียนหยุนเมื่อฟังพี่สะใภ้ก็สั่งการทันที ไม่สนว่าหักหน้าพี่ใหญ่หรือไม่ ต่อไปหากให้หลานเขาอยู่ที่เรือนท้ายจวนอีกคงได้แตกหัก และยังรับรู้ว่าท่านแม่วางแผนสิ่งใดไว้ด้วย

         “นี่จวนอ๋อง เจ้าอย่ามาก้าวก่าย”

         ในที่สุดคนที่เงียบมาตลอดก็ปริปากออกมาเสียที ปล่อยให้นางนิ่งฟังพี่น้องของพวกเขาปกป้องอยู่เสียนานแล้ว ไม่เห็นเขาจะมีแก่ใจปกป้องนางและลูกสักนิด ก็ดีหากเป็นเช่นนั้นสิ่งที่นางคิดไว้จะไม่ลังเลอีกต่อไป

         “จวนท่านแล้วท่านทำกับชายาท่านแบบนี้หรือ อยากให้คนประณามกันทั้งใต้หล้าหรืออย่างไร หากท่านไม่ให้พี่สะใภ้กับหลานชายข้าไปอยู่จวนที่ดีกว่านี้ ข้านี่แหละจะแตกหักกับท่าน” รั่วเทียนหยุนไม่ยอมแล้วเช่นกัน นี่มันอะไรกัน สตรีตัวเล็ก ๆ กับเด็กต้องมาอาศัยอยู่ที่คับแคบ ใจอำมหิตเกินไปหรือไม่

         “ท่านอารอง ข้าออกไปได้จริงหรือ”  หลิงเฟยถาม อย่างไร้เดียงสาแต่คำพูดนั้นกลับเสียดแทงใจท่านอาทั้งสองของเขายิ่งนัก

         “ได้...ใครขวางมาสู้ตายกับข้า” คราวนี้เป็นรั่วเทียนเฉิงที่ออกโรงปกป้อง ในเมื่อพี่ใหญ่ได้นางไปไม่รู้จักดูแล ต่อให้เขาโดนประณามเพียงใด เขาก็จะยื่นมือออกมาช่วย

         “เสน่ห์แรงเสียจริง ทั้งน้องรองน้องสามข้าต่างหลงเสน่ห์เจ้ากันหมด นี่เจ้าใช้มารยาไปกี่เล่มเกวียนกันเล่า” พูดจบเขาแสยะยิ้มมุมปาก ดูว่านางจะตอบโต้เช่นไรอีก

         “ขออภัยที่ต้องตอบท่านอ๋องว่า เสน่ห์ข้าไม่จำเป็นต้องใช้กระมัง หากข้าใช้เห็นทีว่าเป็นท่านอ๋องก็หลงรักข้า แต่นี่สภาพชีวิตข้าสองแม่ลูกต่างอะไรกับบ่าวไพร่ในเรือนหรือ หากท่านอ๋องไม่ต้องการข้าเพียงแค่ส่งหนังสือหย่ามาก็สิ้นเรื่อง ไม่เห็นต้องเก็บข้าสองแม่ลูก ที่เป็นชายาที่ท่านไม่ต้องการ กับบุตรชายที่ท่านไม่ไยดีไว้ข้างกายเลยนี่ รกหูรกตาเปล่า ๆ”

         ฮึก...แง...แง...แง!!!

         หลิงเฟยได้ฟังมารดาพูดว่าบิดาไม่ต้องการเขาก็เสียใจนัก เปล่งเสียงร้องออกมาดังจนทุกคนเริ่มทนไม่ได้

         “โอ๋...เฟยเอ๋อร์ของแม่...ไม่เป็นไรนะลูก” นางฉวยเอาร่างของบุตรชายขึ้นแล้วกล่อมให้เขาเงียบเสียง เดิมก็ไม่ได้ตั้งใจให้เขาเสียใจ แต่ว่าหากนางไม่พูดวันนี้ วันหน้าบุตรชายของนางจะมีชีวิตที่ดีได้อย่างไร

         “เจ้าพูดอะไรเห็นหรือไม่เขาร้องไห้” คราวนี้กลายเป็นเขาที่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแทน

         “พูดเรื่องจริง”

         เสียงขบฟันกรามดังกรอดจนเรียวหน้าขึ้นเป็นสัน ดวงตาสีนิลมองมาอย่างต้องการเอาเรื่อง มือของเขากำหมัดแน่น ‘นางฝีปากกล้ายั่วโมโหเขาได้จริง ๆ’

         “ข้าไม่มีท่านพ่อ...ท่านพ่อไม่ต้องการข้า...ฮึก...ฮื้อ ๆ”

         เสียงเจ้าหนูน้อยนี่ทำไมมันทำให้หัวใจของเขาคันยุบยิบเสียจริง เขาบอกเมื่อไหร่ว่าไม่ต้องการ เจ้าเด็กฟุ้งซ่านเหมือนมารดากระมัง

         “ไม่ต้องพูดมากแล้ว เด็ก ๆ ขนของไปอยู่จวนข้า ใครขวางฆ่า!” รั่วเทียนหยุนไม่รู้ว่าระหว่างพี่สะใภ้กับน้องสามมีอะไรกัน เขาเห็นสายตาที่สบประสานกันอย่างไม่ธรรมดา แต่พี่ใหญ่ก็ใจร้ายเกินไปเขารับไม่ได้ ดังนั้นเป็นจวนเขาย่อมดีที่สุด

         “นางเป็นชายาข้าต้องอยู่ที่นี่” เสียงประกาศกร้าวทำให้ความตึงเครียดระหว่างพี่น้องดังขึ้น แต่แล้วเสียงของมารดาก็ดังขึ้นทำให้ทุกคนมองเขาราวกับตัวประหลาด

         “ให้นางไปอยู่กับเจ้ารองก็ดี เจ้าก็แต่งชายาเอกใหม่ ส่วนลูกนางก็คงกาลกิณีไม่ต่างจากนางนัก ก็ให้ย้ายไปด้วยกันเสียเลย”

         “ท่านแม่!!!” รั่วเทียนหยุนกับรั่วเทียนเฉิงประสานเสียงกัน เขาไม่คิดว่ามารดาจะจิตใจอำมหิตเพียงนี้

         “ข้าไม่แต่ง!”

        

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้   บทที่ 30 บทส่งท้าย

    เวลาผ่านมาห้าเดือนหลังจากหลิงชิงคลอดลูกสาว และนางก็ได้รับข่าวดีว่าท่านพ่อก็มีน้องเพิ่มจากอนุที่อยู่ในจวนกำลังตั้งครรภ์ นางก็ยินดีกับท่านพ่อด้วย ส่วนอนุที่ท่านพ่อเลือกให้ชูหน้าชูตาขึ้นเป็นผู้หญิงที่กิริยามารยาทเรียบร้อยนัก จนนางคิดว่าท่านพ่อดูคนไม่ผิดแล้ว ยามนี้นางวุ่นวายกับการเลี้ยงลูก และสามีก็ต้องเลี้ยงเหมือนกันเพราะชอบแอบกินนมนางแย่งเจ้าตัวเล็กทุกคืน เมื่อแผลหายสนิทหลังคลอด เขาก็เริ่มมีคืนวสันต์กับนางจนกังวลว่าลูกคนนี้ยังไม่ทันโตก็จะท้องอีกคนจนต้องกินยาห้ามครรภ์เป็นระยะ นางอยากให้ความรักความอบอุ่นกับลูกก่อน กลัวเขาจะอยู่กับนางน้อยเกินไปและคิดว่านางไม่รัก “ท่านพี่พอแล้วเจ้าค่ะ” คืนนี้ก็เป็นอีกวันที่สามีเหนื่อยงานมา แต่กลับลากนางเข้าห้องให้แม่นมดูแลลูกน้อยของนางแทน “อีกรอบข้ารู้สึกคร่ำเครียดมาก วันนี้เกือบมีสงครามระหว่างแคว้นเกิดขึ้นด้วยซ้ำ” ทูตที่มาต่างแคว้นวันนี้เกิดอยากแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ขึ้นมา แต่ทว่าฝ่าบาทไม่เคยให้งานแต่งเพื่อเชื่อมสัมพันธ์เพราะหากไม่ได้มีใจให้กัน เท่ากับส่งลูกสาวและหลานสาวไปตายเท่านั้น แต่อ๋องน้อยผู้นั้นฝีปากกล้าอยากได้ท่าน

  • ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้   บทที่ 29 ความเงียบเหงาของมารดา

    เรือนรั่วอ๋องต่างมีแขกมามากมายไม่ขาดสาย เมื่อรับรู้ว่ารั่วอ๋องและคุณชายหลิงเฟยเป็นที่โปรดปราน ก็อยากให้บุตรหลานได้เป็นเพื่อนเล่นด้วย เพื่อหวังจะมีช่องทางในการรับราชการในอนาคต แต่รั่วอ๋องไม่ค่อยปลื้มใจนัก เพราะเขามีเวลาส่วนตัวกับภรรยาน้อยเหลือเกิน ทั้งยังต้องแบ่งเวลาต้อนรับแขกอีก จึงสั่งให้พ่อบ้านงดรับแขกที่ไม่ได้นัดหมายห้ามเข้าเสีย เพื่อจะได้มีเวลาอยู่กับลูกและภรรยาบ้าง แต่แขกที่มาบ่อยเห็นจะเป็นท่านหญิงอันกับรั่วเทียนเฉิง จนเขาเริ่มชักหึงเสียแล้ว เพราะทั้งคู่บอกว่านัดมาตลอด ทั้งที่ไม่ได้นัด “บ้านเจ้าไม่มีข้าวหรือไง” รั่วเทียนเฉิงมาถึงก็ร้องกินข้าวไม่พอ เดือดร้อนให้ภรรยาเขาทำให้กินอีกด้วย หลิงชิงยื่นมือเข้าไปบิดเนื้อสามีที่เสียมารยาทกับแขกเช่นนี้ได้อย่างไร ทั้งยังมีท่านหญิงอันที่นั่งอยู่ข้างกันอีกด้วย “หึ...ข้าวบ้านท่านมีน้อยรึ เหตุใดถึงหวง” รั่วเทียนเฉิงเห็นพี่ชายกับพี่สะใภ้มีความสุขกันมากเกินไปจนเขาอิจฉาแล้ว จึงได้มารบกวนบ่อย ๆ “ไม่ต้องทะเลาะ ไว้คราวหน้าข้าจะให้ห้องเครื่องหลวงทำอาหารมาเผื่อพวกท่านบ้าง รับรองว่าอร่อยแน่นอน” อันเยว่

  • ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้   บทที่ 28 ความสัมพันธ์ที่สะบั้นแล้ว

    ในเช้าตรู่สองวันถัดมารั่วอ๋องก็เปิดจวนต้อนรับตระกูลหลี่เป็นครั้งแรก หลังจากออกปากเคยไม่ให้เข้ามาเหยียบในเรือนของตัวเอง แต่เมื่อภรรยาเขาต้องการจะกลับคำเล็กน้อยก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร วันนี้หลี่จิ้งมาพร้อมกับภรรยาแต่เช้าทั้งนั่งรอในรถม้าจนกว่าจะถึงเวลานัดโดยไม่อีดออดนอกจากภรรยาที่ไม่พอใจแต่อยากตามมาด้วยทำให้หลี่จิ้งหงุดหงิด “หากเจ้าไม่เต็มใจก็กลับไปข้าจะให้รถม้าไปส่งที่บ้าน” หากให้นางเข้าไปพูดจนเสียบรรยากาศจะทำให้รั่วอ๋องโกรธเอาได้ “ข้าจะเข้าไปดูคนใจดำอำมหิต” เจียงจิวฝูจะดูว่าลูกสาวที่อุตส่าห์อุ้มท้องมาเก้าเดือนและแบ่งคลอดมาด้วยตัวเองจะว่าอย่างไร เมื่อเห็นมารดาเช่นนางนั่งอยู่ตรงหน้า “หึ...เจ้ากล้าพูด เอาคันฉ่องมาส่องเถิด ใครกันที่อำมหิต เจ้าเกือบฆ่าลูกสาวอีกคนแล้วนะ” เขาไม่อยากจะคิดว่าหากหลิงชิงโดนกบฏผู้นั้นย่ำยีแล้วนางจะอยู่บนโลกนี้อย่างไร รั่วอ๋องจะโกรธถึงขั้นฆ่าล้างตระกูลหรือไม่ก็ไม่อาจรู้ นี่นับว่าปรานีที่สุดแล้ว “ท่านก็เอาแต่เข้าข้าง” “แล้วให้ข้าพูดหรือไม่ว่าเจ้าทำตัวต่ำทรามเช่นใดบ้าง” เขารู้สึกว่าภรรยาของเขาต่ำทรามแล้วจ

  • ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้   บทที่ 27 ไม่ได้ตั้งจะแอบดูนะ

    เจียงจิวฝูแทบขาดใจเมื่อรับรู้ว่าลูกสาวจะถูกตัดสินโทษ หลี่จิ้งเข้าไปขอร้องฝ่าบาทเพื่อเห็นแก่เดิมที่เป็นขุนนางจงรักภักดี รั่วอ๋องเองก็อยู่ในเหตุการณ์จึงก้มหน้าเท่านั้นไม่ขอออกความเห็นสิ่งใด ฝ่าบาทจึงเมตตาลดโทษตายแต่โทษเป็นยังอยู่ ส่งไปใช้แรงงานในเหมืองตลอดชีวิตห้ามกลับมาเมืองหลวงอีก เวลาผ่านไปลูกชายของนางหลิงเฟยเริ่มเติบใหญ่ขึ้นจนชอบปีนป่ายเสียจนนางหวั่นว่าจะตกลงมาจากต้นไม้เข้าสักวัน วันนี้นางเริ่มเดินคล่องขึ้นแล้วหน้าท้องก็เริ่มนูนนิดหน่อยยังมองไม่ออกว่านางท้องหรือไม่ แต่นางก็ระมัดระวังอย่างดีไม่ให้ตนเองทำอะไรเสี่ยง ๆ กับลูกในท้องที่กำลังจะเกิดมาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า “ท่านแม่...ข้าปีนสูงหรือไม่” ตอนนี้ทั้งคนทั้งแมวปีนกันไปนั่งอยู่บนกำแพง ไม่รู้ว่าผู้ใดลืมบันไดไว้กันแน่ จนลูกชายของตนเอามาปีนป่ายเล่น “ระวังตกนะลูก” นางส่ายหน้าไปมาแต่ก็ห้ามไม่ได้ เห็นอะไรที่เขามีความสุขก็ทำไป เหมือนนางที่อยากใช้ชีวิตให้มีความสุขในทุกวัน เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ชีวิตจะทุกข์อีก “ไม่ตกขอรับ” ลูกชายตะโกนลงมาจากต้นไม้ นางได้แต่ส่ายหน้าแต่ก็กำชับให้บ่าวไพร่คอยช่วยด

  • ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้   บทที่ 26 มิใช่ตัดขาดกันแล้วหรือ

    ยังไม่ทันที่เจียงจิวฝูพูดสิ่งที่ต้องการจบ ร่างใหญ่ของรั่วอ๋องที่คิดถึงภรรยาแทบขาดใจก็เดินมุ่งไปในเรือน และรู้สึกว่าในเรือนแปลก ๆ ไป “พ่อบ้านหวงมีอะไร” เขาเอ่ยถามพ่อบ้านเมื่อเข้าไปเห็นคนล้อมเรือนของหลิงชิงไว้ไม่พอ ยังมีคนเข้าออกในห้องอีกหลายคน หรือว่าจะเกิดเรื่อง “พระชายาไม่สบายขอรับท่านอ๋อง ตอนนี้น่าจะกำลังให้ดื่มยา...” พ่อบ้านหวงไม่กล่าวออกไปหมด แต่เลือกดึงคำให้ยานให้ท่านอ๋องเข้าไปดูเองจะดีกว่า “ข้าจะเข้าไปดูเอง ให้คนต้มยามาอีก” ทั้งซูเม่ยทั้งหลิงเฟยมองหน้ากันแล้วก็ถอนหายใจ ท่านแม่ดื้อเกินไปไม่ยอมกินยา “ถ้าท่านไม่กินยาข้าจะไม่พูดกับท่าน” หลิงเฟยแสร้งทำเป็นงอนมารดา ทั้งที่จริงแล้วตัวเองก็ติดมารดามากทั้งเป็นห่วงด้วย เขามีหนิวหนิวต้องดูแลหนึ่งตัวแล้ว ตอนนี้ท่านแม่ก็ยังไม่ยอมกินยาอีก จนทำให้เขาวุ่นวายจนเหนื่อย “ใครดื้อไม่กินยาหรือ” เสียงของคนที่นางคิดถึงดังขึ้น ภายในใจนางสับสนจนแทบจะร้องไห้ออกมาอยู่รอมร่อ ต้องการกลับมาเพื่อจะขับไล่นางหรือ เร็วเพียงนี้เชียว “ท่านกลับมาเสียที ข้าเหนื่อยมาก ท่านพ่อขอรับท่านแม่

  • ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้   บทที่ 25 เหตุใดถึงต้องขังข้า

    การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นจนถึงเมืองหลวง ตลอดทางนางนิ่งเงียบพูดเท่าที่จำเป็นเท่านั้นจนทำให้สาวใช้และคนอื่นพากันอึดอัดไปด้วย เห็นจะมีคนเดียวที่ไม่รู้สึกว่ามารดาเปลี่ยนจนเมื่อรถม้าที่แยกจากขบวนเสด็จของฝ่าบาทกลับจวนรั่วอ๋อง “หลิงเฟย หากไม่มีบิดาอยู่กับพวกเราแล้วเจ้าจะเสียใจหรือไม่” นางถามพลางลูบที่ศีรษะลูกชายเบา ๆ “เสียใจขอรับท่านแม่ ข้าเพิ่งเจอท่านพ่อไม่เท่าไหร่เอง หากไม่มีเขาจริง ๆ ...” เด็กน้อยพูดแล้วก็หยุดไปน้ำตาของเขาปริ่มที่ดวงตาจนทำให้นางเจ็บปวดใจเหลือเกิน “แล้วหาก...ฮึก...หาก...หากไม่มีแม่เล่า...เจ้า...ฮึก” คำนี้ยากจะเปล่งออกมาจริง ๆ หากเขามีความสุขกับบิดาแล้วหากไม่มีนางเล่าเขาจะอยู่ได้ไหม แต่นางคงใจสลายเมื่อถึงเวลานั้น “ไม่...ข้าจะอยู่กับท่านพ่อและท่านแม่” หลิงเฟย กอดมารดาแน่นไม่อยากให้มารดาพูดเช่นนี้เขาเสียใจ “แล้วหากต้องเลือก...” “ไม่ข้าไม่เลือกอะไรทั้งนั้น ท่านพ่อกับท่านแม่ต้องอยู่กับข้า” เมื่อบุตรชายเริ่มงอแงนางก็ไม่รู้จะจัดการกับอารมณ์เช่นไรดี หากต้องห่างจากลูกนางต้องขาดใจแน่ ๆ ตลอดชีวิตเขาไม่เคยทำให้นางเสียใจ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status