แชร์

9. เห็นความสำคัญ (1)

ผู้เขียน: หมอนบนโซฟา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-05-04 23:25:19

ร่างระหงเดินออกจากท้องพระโรงอย่างสง่างามพร้อมกับพัดคู่ใจ ราวกับการประชุมครานี้มิได้ทำให้หญิงสาวรู้สึกเหน็ดเหนื่อยแม้แต่น้อย ไม่ว่าผู้ใดก็นึกชื่นชม ไม่เว้นแม้แต่ นางกำนัลคนสนิทอย่างเสี่ยวหงที่หอบม้วนตำราเดินตามหลังนายเหนือหัวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

แน่นอนว่าการที่มีสตรีเดินออกมาจากท้องพระโรงย่อมเป็นที่สนใจของคนทุกผู้ ทว่าสายตาของเหล่าบุรุษทั้งหลาย มิได้มีผลต่อความคิดของซิงเยียนเลย

บัดนี้ในศีรษะเล็กกำลังเฝ้านึกถึงเรื่องที่พระบิดาของตน เอ่ยปัดเรื่องการแต่งตั้งองค์รัชทายาท ผู้คนทั่วแคว้นต่างรู้ดีว่าองค์ฮ่องเต้มิมีโอรสเพื่อสืบบัลลังก์แม้แต่พระองค์เดียว และหลังจากที่สนมขั้นผินประสูติองค์หญิงเจ็ด จวิ้นหนิงเซียนแล้ว ก็ไม่มีสนมคนใดให้กำเนิดพระโอรสหรือพระธิดาอีกเลย

“เห็นทีเรื่องนี้คงต้องพูดคุยกับเสด็จพ่อให้เข้าใจ” เพราะนับจากที่ซิงเยียนได้เข้ามาช่วยงานพระบิดา พระองค์ก็ไว้วางใจซิงเยียนมากขึ้น บ้างก็เรียกไปพูดคุย บ้างก็เรียกไปสอนเกี่ยวกับการปกครอง ทั้งยังมีการประกาศให้รู้โดยทั่วกันว่าซิงเยียนจะเข้ามาเป็นที่ปรึกษาส่วนพระองค์ คอยช่วยจัดการเรื่องต่างๆ

“พี่หญิงกลับมาแล้ว เรารีบไปกันเถิดเพคะ”

“อันใดกัน ต้องรีบไปที่ใดหรือ” ซิงเยียนหันไปมองพระมารดาอย่างต้องการคำตอบ

“ฮองเฮาเรียกสนมและองค์หญิงทุกพระองค์ไปรับน้ำชาที่ศาลาริมสระหลวง เรารีบไปกันเถิด สายมากแล้ว” ได้ยินคำบอกเล่าของมารดา ซิงเยียนก็พยักหน้าเข้าใจ แล้วจึงเร่งพากันไป

วังหลังของราชวงศ์จวิ้น มิมีผู้ใดอยู่ร่วมกันอย่างสันติ แม้ว่าจะพูดจาดีต่อกัน ทว่าลับหลังก็มิมีผู้ใดล่วงรู้ บางคนอาจซ่อนมีดเอาไว้ พร้อมจะทำร้ายกันได้เสมอ องค์ฮองเฮาเองก็สนิทสนมกับพระสนมฉี สนมขั้นหวงกุ้ยเฟยที่ถือว่าเป็นสนมขั้นสูงกว่าพระมารดาของซิงเยียน แต่ทั้งสองก็ใช่ว่าจะไม่ชิงดีชิงเด่นกัน

“เป็นเพราะข้าหย่อนยานในหน้าที่หรือไร จึงมีสนมและองค์หญิงมิรักษาเวลา เที่ยวเดินเตร็ดเตร่จนทำให้ผู้อื่นต้องรอ” ทันทีที่สนมหวังและองค์หญิงทั้งสองเดินขึ้นมาบนศาลา ฮองเฮาหลิวก็กล่าวบ่นออกมา พลางยกชาขึ้นดื่ม

“ขอประทานอภัยฮองเฮาด้วยเพคะ เนื่องจากว่าหม่อมฉันมีงานที่ต้องรับผิดชอบ ต้องเข้าประชุมเช้ากับเสด็จพ่อทุกวัน จึงได้มาเข้าเฝ้าช้าเช่นนี้” ซิงเยียนยอบกายลงนั่งประจำที่ พลางเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงโอ้อวด ไม่ว่าผู้ใดก็รับรู้ว่าหญิงสาวกำลังเย้ยหยันพวกนางทุกคน

“เจ้าเป็นหญิง จะเข้าท้องพระโรงไปยุ่งเกี่ยวกับกิจของบุรุษได้อย่างไร สนมหวังมิเคยสั่งสอนบุตรีเลยหรือ จึงมิรู้ขนบธรรมเนียมเช่นนี้”

“ขอประทานอภัยที่ต้องเอ่ยแทรกเพคะ เรื่องที่พี่หญิงต้องเข้าร่วมการประชุมเช้า มิใช่ความผิดของเสด็จแม่ แต่เป็นพระประสงค์ของเสด็จพ่อ พระองค์คงจะเห็นถึงความสามารถของพี่หญิงเพคะ” หนิงเซียนว่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่ทว่าถ้อยคำนั้นกลับอวดอ้างยิ่งกว่าเดิม จนผู้เป็นนางกำนัลของตำหนักพระสนมหวังลอบยิ้มกันเป็นแถว มิต่างจากพี่สาวอย่างซิงเยียนที่หัวเราะร่าอยู่ในใจ แม้ภายนอกน้องสาวนางจะดูอ่อนแอ แต่ก็เฉลียวฉลาด ดื้อรั้นมากทีเดียว

“ถึงกระนั้นซิงเยียนก็เป็นสตรี ทั้งยังเป็นองค์หญิง ควรสงวนกิริยาต่อหน้าเหล่าขุนนางไว้บ้าง มิควรคิดการใหญ่เกินตัว” หวงกุ้ยเฟยพยักหน้า ผสมโรงกับองค์ฮองเฮาที่เอ่ยตักเตือน

“ฮองเฮากลัวว่าหม่อมฉันคิดอยากได้ตำแหน่งองค์รัชทายาทของแคว้นจวิ้นอย่างนั้นหรือ อืม~ ช่างเป็นความคิดที่น่าสนใจยิ่งนัก” ท่าทางนึกขึ้นได้ของซิงเยียน ทำให้ฮองเฮาหลิวรู้ว่าตนเองได้ชี้โพรงให้กระรอกเสียแล้ว จึงรีบเปลี่ยนเรื่องพูดคุยทันที

“เหลวไหล! เอาเถิด ที่จริงแล้วข้าเรียกพวกเจ้ามา เพราะอยากจะปรึกษาเรื่องการจัดงานชมบุปผาใต้แสงจันทร์”

“คราก่อนหม่อมฉันเป็นผู้จัดงาน ปีนี้คงจะเป็นสนมหวังเพคะ” สนมหานเอ่ยตามความเป็นจริง เรื่องการจัดงานเลี้ยงในวาระต่างๆ จะมีการวนเวียนให้ทั้งสนมและฮองเฮาได้เป็นผู้นำในการจัดงาน และครานี้ก็เป็นคราวของหวังเจียลี่ที่จะได้เป็นผู้แสดงความสามารถในการจัดงานชมบุปผาใต้แสงจันทร์

“ปีนี้มีผู้เข้าร่วมมากกว่าทุกปี ข้าจึงจะจัดการเอง” คำตอบของหงส์เคียงบัลลังก์ ทำให้หวังเจียลี่ต้องก้มหน้ารับอย่างเศร้าหมอง ทั้งที่นางจะได้แสดงความสามารถให้ผู้อื่นได้เห็น อย่างน้อยก็ทำให้ธิดาทั้งสองของนาง เห็นว่านางมิได้ด้อยค่า แต่เมื่อผู้มีอำนาจในเรื่องนี้เอ่ยว่าจะจัดการเอง นางก็มิอาจขัดได้

“ฮองเฮาเพคะ งานชมบุปผาในปีนี้ เสด็จแม่ของหม่อมฉันตั้งใจว่าจะจัดให้ยิ่งใหญ่ พระนางได้วางแผนการคร่าวๆ เอาไว้แล้ว เพราะคิดว่าจะได้เป็นแม่งานตามการเวียนรอบ” ซิงเยียนเอ่ยแทรกขึ้นมา จนมารดาที่นั่งอยู่เคียงข้างต้องรีบปราม

“แม่มิเป็นไร”

“แต่เสด็จแม่ได้ทาบทามและวางแผนงานไว้แล้วมิใช่หรือ อีกอย่างการจัดงาน พระสนมทุกพระองค์จะต้องเวียนกันจัดเช่นนี้อยู่แล้ว ปีนี้ถึงคราของเสด็จแม่ ก็ควรเป็นไปตามนั้นนะเพคะ”

“ชักจะสามหาวเกินไปแล้วนะซิงเยียน มารดาข้าเป็นฮองเฮาย่อมมีสิทธิ์ขาดในเรื่องนี้” ซูหนี่ชักสีหน้าไม่พอใจ เดิมที่ก็เคืองเรื่องที่เสด็จพ่อให้ซิงเยียนเข้าท้องพระโรงอยู่แล้ว

“…” ซิงเยียนนั่งนิ่ง หากอ้างเรื่องสิทธิ์ขาด ฮองเฮาหลิวก็ได้รับไปเต็มๆ

“หึ! มิมีสิ่งใดจะค้านแล้วใช่หรือไม่” ยังไม่ทันที่องค์ฮองเฮาจะได้ยิ้มเยาะจนสาแก่ใจ เสียงขานการมาถึงของประมุขแผ่นดินก็ดังขึ้น เหล่าสนมและองค์หญิงต่างรีบลุกขึ้น เพื่อคารวะต่อผู้มาใหม่

“ฝ่าบาท”

“อืม ทำอันใดกันอยู่หรือ จึงได้อยู่กันพร้อมหน้าเช่นนี้”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   70. ตอนพิเศษ : ความหวังของบุพการี (2)

    หลังจากเหตุการณ์นั้นเพียงสองวัน ก็มีข่าวลือว่าคุณหนูสกุลจ้าวเข้าไปเที่ยวเล่นในหอนางโลม จนตกเป็นของแขกชายที่ไปใช้บริการในหอนางโลมนั้น แน่นอนว่าเรื่องราวเหล่านี้มาจากศัตรูทางการเมือง ที่ต้องการทำให้สกุลจ้าวเสื่อมเสีย“มันเกิดสิ่งใดขึ้น เจ้า เจ้าถูกขืนใจจริงหรือ” เสนาบดีกรมโยธาเค้นถามบุตรสาว เขาทั้งโกรธ และเสียใจที่ดูแลบุตรสาวไม่ดี ปล่อยให้พวกนางคาดสายตาจนไปเจอเรื่องเลวร้ายเช่นนี้“มิได้เจ้าค่ะท่านพ่อ ข่าวลือพวกนั้นเกินจริงไปมาก” เฟิงเหยียนรีบแก้ต่าง เมื่อเห็นว่าผู้เป็นบิดามีอาการเสียใจอย่างเห็นได้ชัด“แล้วเรื่องเป็นเช่นไร เล่าให้พ่อฟังเถิด พ่อพร้อมจะรับฟังพวกเจ้าเสมอ”“คือ…ลูกกับน้องหลงเข้าไปในหอนางโลมจริงเจ้าค่ะ และถูกพาไปที่ห้องรับรองแขกจริงๆ แต่มิได้มีสิ่งใดเกิดขึ้นเลยนะเจ้าคะ เพียงแค่นั่งทานอาหารด้วยกันเท่านั้น เพราะประตูห้องรับรองลงกลอนจากด้านนอกจึงออกมาไม่ได้”“แน่หรือ! ชายผู้นั้นได้ล่วงเกินพวกเจ้าหรือไม่” เสนาบดีจ้าวถามซ้ำ“มิได้เจ้าค่ะ เขามิได้ล่วงเกินลูกแม้แต่น้อย” ฟาผิงตอบรับอย่างหนักแน่น แต่ก็รู้อยู่แก่ใจ ว่าผู้อื่นคงมิเชื่อ ชายหญิงอยู่ในห้องรับรองของหอนางโลมเพียงลำพัง จะไม่ม

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   69. ตอนพิเศษ : ความหวังของบุพการี (1)

    นับตั้งแต่สถาปนาขึ้นเป็นองค์ฮ่องเต้และองค์ฮองเฮาของแคว้น จ้านโหรวและซิงเยียนก็ทำงานเพื่อแผ่นดินอย่างสุดความสามารถ แต่กระนั้นก็ไม่ได้ละเลยครอบครัว พวกเขามักพากันไปส่งบุตรทั้งหกเข้านอนอย่างที่เคยทำ เริ่มจากตำหนักของสองแฝด จากนั้นก็ตำหนักของโอรสคนที่สาม สี่ และห้า สุดท้ายก็กลับตำหนักใหญ่มากล่อมบุตรสาวคนเล็ก“เหตุใดวันนี้องค์หญิงของพ่อจึงไม่ยอมนอน หืม” จ้านโหรวมักจะพาบุตรสาวมานอนด้วยทุกคืน ตามประสา บิดาที่เห่อบุตรสาว ทั้งอี้เจินยังเป็นธิดาเพียงคนเดียวของฮ่องเต้หนุ่ม“ม่ายหลับ”“หึๆ ทีนี้เสด็จพ่อจะงัดกลยุทธ์ใดมากล่อมลูกอีกเล่า” ซิงเยียนยิ้มขำ ตั้งแต่ที่ขึ้นครองราชย์ เหล่าขุนนางก็กดดันให้จ้านโหรวรับสนมอยู่หลายครา แต่เจ้าตัวก็เอ่ยปฏิเสธไปทุกครั้ง และแก้ปัญหาโดยการมีบุตรเพิ่ม เพื่อไม่ให้เหล่าขุนนางยกเรื่องทายาทมาอ้าง“ไม่บอก เป็นความลับ ใช่หรือไม่ลูกสาวพ่อ” คนเรือนผมทองก้มลงหอมแก้มบุตรสาวเสียฟอดใหญ่ องค์หญิงตัวน้อยก็หัวเราะคิกคัก“คิกๆ ฮ่าๆ เจินม่ายบอก ความลับของพี่ยอง”“ความลับของพี่รองเจ้าหรือ เรื่องใดเล่า” ซิงเยียนถามย้ำ“ม่ายบอก เจินม่ายบอกว่าพี่ยองไปหอโลม” ได้ยินดังนั้นสองสามีภรรยาก็สบตา

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   68. ตอนพิเศษ : ตามรอยบิดา (2)

    “อย่าดูเลย ไม่เหมาะกับเด็ก” หนิงหวงเอามือปิดตาน้องชายไว้“เจ้ากับข้าเป็นฝาแฝดกัน ลืมแล้วหรือ” ซิ่วอิงมีหรือจะยอม เขามาถึงที่จะให้กลับไป โดยไม่รู้สิ่งใดเลยมันก็มิใช่เขาแล้วเสียงครวญครางของนางโลมสาว ที่ถูกเคี่ยวกร่ำดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อถูกชายร่างหนาควบขี่ด้วยจังหวะที่เร่งเร้า ซิ่วอิงเห็นดังนั้นก็หน้าแดงก่ำ หายใจไม่ทั่วท้อง แต่ก็ไม่อาจละสายตาได้ จนพี่ชายต้องรีบพาน้องชายออกจากที่นั่น“เป็นอย่างไรเจ้าคะ ครึกครื้นหรือไม่”“อืม ครึกครื้นมากเชียวล่ะ” ซิ่วอิงลดมือลงบังส่วนที่แข็งขืนขึ้นมา“เช่นนั้นเปิดห้องดีหรือไม่เจ้าคะ ข้าจะให้เด็กๆ มาดูแล รับรองว่าน่ารัก ช่างออดช่างอ้อน ถูกใจคุณชายทั้งสองแน่”“ไม่-”“เอา! มาถึงนี่แล้ว อย่างไรก็ต้องลองสักที นะ นะ พี่ใหญ่” ซิ่วอิงพูดจาออดอ้อนพี่ชายของตน ปกติแล้วเขามักจะไม่เรียกหนิงหวงว่าพี่ใหญ่ เว้นเสียแต่ว่ามีสิ่งที่ต้องการ เขาก็จะออดอ้อนพี่เป็นพิเศษ“อย่างไรดีเจ้าคะ”“…เอาสองห้องเลยแม่นาง” เมื่อพี่ชายไม่ได้คัดค้าน ซิ่วอิงจึงรีบคว้าโอกาสนี้ไว้ สั่งให้คณิกาสาวไปจัดการทันทีหนิงหวงนั่งอยู่ในห้องรับรองเพียงคนเดียว บนโต๊ะมีอาหารมากมายวางอยู่ สุราและชาเองก็ถูกเตร

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   67. ตอนพิเศษ : ตามรอยบิดา (1)

    ภายในวังหลวงที่แสนน่าอยู่ มองไปทางใดก็มีแต่ความร่มรื่น เต็มไปด้วยเสียงเด็กชายที่เล่นกันอยู่กลางสวน มิได้ทำให้องค์ชายรอง จวิ้นซิ่วอิง รู้สึกสนุกสนานไปด้วยเลย“หนิงหวง เราออกไปเที่ยวนอกวังดีหรือไม่” เด็กหนุ่มวัยสิบห้าหนาว กำลังอยากรู้อยากเห็นไปเสียทุกเรื่อง จึงได้เอ่ยถามพี่ชายฝาแฝดที่นั่งอยู่ข้างกัน“เจ้าอยากไปที่ใดเล่า แต่คงต้องรอให้เสด็จพ่อและเสด็จแม่กลับมาจากท้องพระโรงเสียก่อน” หนิงหวงว่า พลางอุ้มน้องสาวคนเล็กขึ้นมานั่งบนตักจวิ้นหนิงหวง องค์ชายใหญ่ของราชวงศ์จวิ้น มักจะตามใจน้องทุกคนอยู่เสมอ โดยเฉพาะ น้องสาวคนเล็ก เขามีพี่น้องทั้งหมด 6 คน ตัวเขาและซิ่วอิงเป็นฝาแฝด มีน้องชายอีกสามคน คือ เจียวเจี้ย 13 หนาว ฉางชุน 10 หนาว ซีฮัน 6 หนาว และน้องสาวคนเล็ก อี้เจิน ที่อายุเพียงสามหนาวเท่านั้น“ข้าอยากออกไปตอนกลางดึก” ซิ่วอิงป้องปากพูด เพราะไม่อยากให้เหล่าขันทีกำนัลบริเวณนั้นได้ยิน“หืม ไปที่ใดกัน เหตุใดต้องออกไปกลางดึกด้วยเล่า เจ้าก็รู้ว่ามันอันตราย”“พอๆ เลิกบ่นเสียที ที่ข้าจะไปตอนกลางคืน เพราะข้าอยากไปหอนางโลม”“ห๊า! หอนางโล- อุบ” เด็กหนุ่มเคลื่อนตัวมาปิดปากพี่ชายฝาแฝดอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเจ้

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   66. เพราะเจ้าเป็นของข้า (จบบริบูรณ์)

    จ้านโหรวและซิงเยียนอุ้มเด็กน้อยทั้งสองออกมาดูหน้าจวน ก็พบว่าเฟยหย่ากำลังชี้นิ้วสั่งการให้บ่าวไพร่นำของลงจากเกวียน“ท่านป้า ท่านลุง ของพวกนี้คือสิ่งใดหรือขอรับ” จ้านโหรวเอ่ยถามด้วยความสงสัย เขาแน่ใจว่ามิได้สั่งซื้อสิ่งใดมา“อ้าว พระชายายังมิได้บอกกับองค์รัชทายาทหรือพ่ะย่ะค่ะ”“บอกเรื่องใดหรือเยียนเอ๋อร์” ซิงเยียนอมยิ้ม ก่อนจะตอบออกไป“อีกสองวันข้างหน้าเป็นวันเกิดของเจ้ามิใช่หรือ ข้าเลยคิดว่าจะจัดงานเลี้ยงที่จวน เชิญเฉพาะครอบครัวมาดื่มกินสังสรรค์กัน”“อ่อ มิเห็นจะต้องลำบาก อย่างไรอีกสองวันก็ต้องจัดงานในวังอยู่แล้ว”“เพราะวันนั้นผู้คนจะมาร่วมอวยพรให้เจ้ามากมาย คงมิได้มีเวลาอยู่กับครอบครัว” จ้านโหรวยกยิ้มเต็มใบหน้า เข้าไปจุมพิตปรางแก้มเนียนของภรรยาเป็นรางวัล เขามิได้อยากมีงานฉลองยิ่งใหญ่ เพียงได้อยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าก็เพียงพอแล้ว“พอๆ รีบไปอาบน้ำแต่งตัวเถิดพ่ะย่ะค่ะ แม้จะมีเพียงครอบครัว แต่คนก็มากมายทีเดียว มิรู้ว่าฝ่าบาทจะเสด็จมาด้วยหรือไม่” ป๋อเหวินรีบไล่หลานสาวและหลานเขยไปอาบน้ำอาบท่า“เอาองค์ชายน้อยทั้งสองมาฝากกระหม่อมไว้เถิด”“เจ้าค่ะ แต่ท่านป้าอย่าสอนเรื่องแปลกๆ ให้บุตรของข้านะเจ

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   65. ชำระความ (2)

    ด้านซิงเยียนและจ้านโหรวแวะเข้ามาชำระกายที่หอนางโลม เพราะไม่อยากให้เลือดของสตรีชั่วช้าไปแปดเปื้อนในจวนผิงจิ้งของพวกเขา“ดีขึ้นแล้วหรือยัง ความแค้นในใจของท่าน”“ราวกับถูกปลดปล่อยเลยล่ะ ข้าอยากให้นางมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ทรมาน”“มันจะเป็นเช่นนั้น ในเมื่อคิดจะทำร้ายผู้อื่นก่อน ก็ต้องถูกเอาคืนเช่นนี้” จ้านโหรววักน้ำขึ้นมาขัดถูตามเนื้อตัวให้ภรรยา เขาเองก็อยากจะจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง เพราะไม่อยากให้มือที่แสนงดงามนี้ต้องเปื้อนเลือด ทว่าซิงเยียนกลับไม่ยอม“อย่าพูดถึงนางอีกเลย เรารีบอาบน้ำแล้วกลับไปหาเจ้าตัวเล็กทั้งสองเถิด ข้าคิดถึงพวกเขาแล้ว”“หึๆ ภรรยาติดลูกเช่นนี้ สามีจะทำอย่างไรเล่า”“มิต้องเลย รีบอาบเร็วเข้า ประเดี๋ยวลูกจะหิวนม” แม้ปากจะเอ่ยห้าม แต่กลับเงยหน้ารับจุมพิตแสนหวานจากสามีอ่า~ ดูเหมือนว่าบิดาก็หิวนมมิต่างจากบุตรชายทั้งสองหลังจากจัดการกับกองกำลังกบฏเรียบร้อย บ้านเมืองก็กลับมาสุขสงบอีกครั้ง จ้านโหรวในฐานะองค์รัชทายาทใช้เวลากว่าสามเดือนในการแก้พื้นฐานการปกครองของราชสำนัก ขุนนางที่คิดคด ทุจริตต่อบ้านเมือง ถูกตัดสินโทษทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กหรือใหญ่ แน่นอนว่าซิงเยียนเองก็คอยช

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   8. เข้าท้องพระโรง (2)

    ยิ่งการประชุมเช้าดำเนินต่อไปเรื่อยๆ องค์ฮ่องเต้ของแคว้นก็ยิ่งได้เห็นความสามารถของบุตรีคนที่สี่ ทั้งปัญหาเรื่องปากท้อง ปัญหาเรื่องภัยพิบัติ หรือแม้แต่ปัญหาเรื่องการค้าการขาย ซิงเยียนก็มีความคิดความอ่านที่เป็นประโยชน์ทั้งสิ้น หากว่านางเกิดเป็นชาย พระองค์คงมิลังเลที่จะแต่งตั้งเป็นองค์รัชทายาท“วันนี้เ

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   7. เข้าท้องพระโรง (1)

    “นั่นองค์หญิงสี่มิใช่หรือ เหตุใดเข้ามานั่งในท้องพระโรงด้วย” เสียงพูดคุยของเหล่าขุนนางดังขึ้น เมื่อเห็นว่าซิงเยียนเดินตามหลังองค์ฮ่องเต้เข้ามานั่งข้างพระที่นั่งของกษัตริย์ร่างสมส่วนสวมชุดสีแดงฉาน ปักดิ้นสีทอง ขับผิวกายขาวผ่อง เสริมให้ใบหน้าที่งดงามอยู่แล้วชวนดึงดูดให้ผู้คนหลงใหล เครื่องประดับแต่งแต

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   6. ปลากินเหยื่อ (2)

    เสียงหัวเราะของนายบ่าวดังไปทั่วสวนหลวง แต่ไม่นานก็ค่อยๆ เงียบลง เมื่อเห็นว่าองค์หญิงสามและองค์หญิงห้าของแคว้น เดินมาทางศาลาที่พวกนางอยู่“เห็นทีเราต้องรับศึกหนักแล้วกระมัง มากันเป็นคู่เช่นนี้” คู่ที่ว่า คือจวิ้นซูหนี่และจวิ้นเลี่ยงหรู คนหนึ่งเป็นธิดาของฮองเฮา ส่วนอีกคนกำเนิดจากครรภ์ของสนมขั้นหวงกุ้

  • ชายเสเพลผู้นี้ เป็นของข้า   5. ปลากินเหยื่อ (1)

    ในรัชสมัยขององค์ฮ่องเต้จวิ้นหลงไท่ ผู้คนต่างอยากเข้ามาเป็นขุนนาง บุตรพ่อค้าแม่ขายต่างหวังอยากมีโอกาส ได้สอบเข้ามารับใช้ราชสำนักกันทั้งนั้น ทว่ามิใช่เพราะพวกเขาจงรักภักดีต่อเหล่าเชื้อพระวงศ์ แต่เหตุผลหลัก คืออยากหนีจากความยากจน และการถูกกดขี่จากเหล่าขุนนางรับใช้แผ่นดิน“กระหม่อมได้ยินมาจากชาวบ้านว่า

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status