Share

ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ
ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ
Author: หลินเซี่ย

บทที่ 1

Author: หลินเซี่ย
วันนี้ตอนเพิ่งได้รับดอกไม้ ผมดีใจมากจริง ๆ

ผมนึกว่าในที่สุดหลินเยียนหรันก็คิดได้ และเตรียมเซอร์ไพรส์วันครบรอบแต่งงานให้ผม

แต่พอเปิดการ์ดในช่อดอกไม้ดู รอยยิ้มของผมก็แข็งค้างอยู่บนมุมปาก

[ขอบคุณรุ่นพี่หลินที่บินด่วนมาผ่าตัดให้คุณน้าของผมโดยเฉพาะ ครอบครัวของเราซาบซึ้งใจมาก นี่ดอกไม้ที่ผมตั้งใจเลือกให้รุ่นพี่ คิดว่ามันเหมาะกับ ‘เรา’ มาก หวังว่ารุ่นพี่จะชอบนะครับ—ลู่เฉวียน]

มือของผมสั่นเทา ช่อดอกไม้ร่วงหล่นกระแทกพื้น

สามปีก่อน พ่อป่วยหนัก

หมอบอกว่าต้องผ่าตัดให้เร็วที่สุด

แต่เทคโนโลยีการแพทย์ในอำเภอล้าหลัง และพ่อของผมก็ทนรับการย้ายโรงพยาบาลทางไกลไม่ไหว

ผมจึงขอร้องให้หลินเยียนหรันกลับบ้านเกิดไปผ่าตัดให้พ่อ

แล้วเธอพูดว่ายังไงน่ะเหรอ

“โรงพยาบาลห้ามหมอบินไปรับงานผ่าตัดข้างนอก งานก็คืองาน จะมาทำลายกฎเพราะเรื่องส่วนตัวไม่ได้”

ต่อมาพ่อของผมก็เสียชีวิตบนรถพยาบาลระหว่างการส่งตัวไปรักษาต่อ

นั่นคือความเสียใจที่สุดในชีวิตของผม

ตอนจัดงานศพให้พ่อ ผมตั้งใจเลือกดอกลำโพงสีดำ

มันคือภาษาดอกไม้ที่สื่อถึงพ่อ นั่นคือความตายและความรักที่ไม่อาจหยั่งรู้ได้

แต่ที่แท้มันไม่เคยมีอะไรที่ไม่อาจหยั่งรู้เลย...

ไม่รู้กี่ครั้งที่สะดุ้งตื่นกลางดึก เมื่อนึกถึงเส้นผมสีดอกเลาของพ่อตอนใกล้จะสิ้นใจ ผมก็มักจะแอบร้องไห้ออกมา

ผมเฝ้าเตือนตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าไม่ควรเคียดแค้นหลินเยียนหรัน เพราะทุกคนต่างก็มีหลักการในใจที่ต้องปกป้อง

กระทั่งวันนี้ผมถึงได้เข้าใจว่ากฎเกณฑ์แหกได้ และหลักการก็สามารถโอนอ่อนได้

เพียงแค่คนอย่างผม กู้เลี่ยน ไม่คู่ควรก็เท่านั้น

หลังจากวางสายจากฉู่เหยียน ผมก็จับลูกโป่งและสายรุ้งที่ตกแต่งไว้โยนทิ้งลงถังขยะทั้งหมด

ผมเปิดเสิร์ชเอนจิน แล้วพิมพ์ข้อความลงไป 'คู่มือขับรถเที่ยวเองเส้นทางเสฉวน-ทิเบตสาย 318'

ภูเขาหิมะ ทุ่งหญ้า ทะเลสาบ และถนนทอดยาวไปจนสุดขอบฟ้า

ผมเคยสัญญากับพ่อไว้ว่าในช่วงชีวิตนี้ จะขับรถพกกล้องถ่ายรูปไปเที่ยวเส้นทางสาย 318 ด้วยกันสักครั้ง

หลังพ่อจากไป เพื่อจะปลอบใจผม หลินเยียนหรันจึงบอกว่าสัญญาที่ยังไม่สำเร็จนี้ เธอจะเป็นคนไปเป็นเพื่อนแทนพ่อเอง

ทว่าปีนั้นหลินเยียนหรันเพิ่งเลื่อนขั้นเป็นแพทย์เจ้าของไข้ เธอยุ่งมาก ยุ่งเสียจนไม่มีเวลาแม้แต่จะกินข้าว

เห็นเธอหิวจนปวดท้องอยู่บ่อยครั้ง แต่ก็ยังต้องมานั่งดูประวัติคนไข้และเขียนวิทยานิพนธ์ ผมปวดใจเหลือเกิน

ผมจึงตัดสินใจปิดสตูดิโอถ่ายภาพของตัวเอง เปลี่ยนสถานะจากช่างภาพมาเป็นสามีของคุณหมอหลิน

ทั้งที่ในปีนั้น ผมเพิ่งได้รับรางวัลภาพถ่ายระดับประเทศ มีข้อเสนอจากบริษัทชั้นนำหลายแห่งอยู่ในมือ อนาคตกำลังสดใส

แต่ผมก็ยังเลือกจะทิ้งมันไปอย่างไม่ลังเล

ต่อมาหลินเยียนหรันได้กลายเป็นหัวหน้าแผนกศัลยกรรมหัวใจที่อายุน้อยที่สุด มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการ

ผมเคยคิดว่าความเสียสละและการทุ่มเทของตัวเองนั้นคุ้มค่า

แต่พอย้อนกลับมามองตอนนี้ มันช่างน่าสมเพชสิ้นดี...

เสียงบิดลูกบิดประตูดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดของผม

หลินเยียนหรันกลับมาแล้ว

เธอถอดเสื้อคลุมออก ปรายตามองโต๊ะอาหารที่ว่างเปล่า แล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน

“ข้าวล่ะ”

ผมจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์โดยไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น

“ไม่อยากทำ เหนื่อยแล้ว”

คิ้วของเธอขมวดมุ่นยิ่งกว่าเดิม

“เหนื่อยกว่าฉันไปทำงานหรือไง”

ยังไม่ทันที่ผมจะได้ตอบ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

เธอเหลือบมองชื่อคนโทรเข้า ก่อนจะกดรับสายแทบจะในทันที

“มีอะไรหรือเปล่า”

ปลายสายเป็นเสียงผู้ชายที่ฟังดูอ่อนโยน

ใบหน้าที่ตึงเครียดของเธอผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด มุมปากถึงกับยกขึ้นเล็กน้อย

“ใจเย็น ๆ เดี๋ยวฉันรีบไป”

ปลายสายมีเสียงเพื่อนร่วมงานในโรงพยาบาลเอ่ยแซว

“โหย หัวหน้าพยาบาลลู่มาตามกำลังเสริมอีกแล้วเหรอ”

“หัวหน้าหลินรีบมาเถอะครับ หัวหน้าพยาบาลใกล้จะทนไม่ไหวแล้ว”

เสียงหัวเราะดังไม่ขาดสาย บรรยากาศดูผ่อนคลาย ทั้งยังแฝงไปด้วยความตื่นเต้นของการจิ้นคู่รัก

ส่วนผมที่เป็นสามีที่จดทะเบียนสมรสกลับเหมือนคนนอกไปเลย

หลังจากวางสาย หลินเยียนหรันก็หยิบเสื้อคลุมที่เพิ่งถอดออกขึ้นมาสวมกลับเข้าไปใหม่

ผมเอ่ยปากขึ้น “ลู่เฉวียนเหรอ”

การกระทำของเธอชะงักไปเล็กน้อย

“คนไข้มีอาการผิดปกติ เขาเลยต้องตามฉัน เรื่องคอขาดบาดตาย คุณอย่าคิดมากไปเองเลย”

พูดจบเธอก็หันหลังเดินจากไป

ผมมองตามแผ่นหลังของเธอไป

นึกไปถึงสัปดาห์ก่อนที่เธอก็รีบร้อนออกจากบ้านไปแบบนี้ โดยบอกว่าจะไปดูงานสามวัน

ตอนนี้ถึงได้เข้าใจว่าไม่ได้ไปดูงาน

แต่เป็นการเดินทางไกลห้าร้อยกิโลเมตร เพื่อไปผ่าตัดให้น้าของลู่เฉวียน

“หลินเยียนหรัน”

ผมเรียกเธอไว้

เธอหันกลับมา “ว่าไง”

ผมมองลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ก่อนจะเอ่ยถามเสียงเบา “วันนี้วันอะไร คุณจำได้ไหม”

เธอตอบกลับโดยไม่เสียเวลาคิด “หนึ่งมิถุนาเหรอ”

ผมหัวเราะ

ลืมไปแล้วจริง ๆ สินะ

วันนี้คือวันครบรอบแต่งงานของเรา

ปีที่ห้า

โชคดีที่มันก็เป็นปีสุดท้ายเช่นกัน

“ไม่มีอะไรหรอก”

ผมดึงสายตากลับมา

“คุณตั้งใจทำงานเถอะ”

หลินเยียนหรันมองผม ราวกับสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่าง

หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เธอก็เค้นคำพูดแข็งกระด้างออกมา

“ฉันจัดการเสร็จแล้วจะรีบกลับมา จะให้ซื้ออะไรมาให้กินเป็นมื้อดึกไหม”

ผมส่ายหน้า

“ไม่ต้องหรอก”

ไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว

หลังหลินเยียนหรันออกไป ผมก็ไปร้านอาหารที่จองล่วงหน้าไว้เป็นสัปดาห์เพียงลำพัง

แสงไฟเจิดจ้า คู่รักเดินกันเป็นคู่ มีเพียงผมที่อยู่ตัวคนเดียว

พนักงานเสิร์ฟถาม “คุณผู้ชาย ไม่ทราบว่าลูกค้าอีกท่านจะมาถึงเมื่อไหร่ครับ”

ผมยิ้มบาง ๆ “เขาไม่มาแล้วล่ะครับ”

และจะไม่มีวันมาอีกแล้ว

หลังจากกินเสร็จ ผมก็กดโทรศัพท์หาศูนย์จำหน่ายและบริการรถยนต์

“ผมอยากจองรถออฟโรดสักคัน ขอสมรรถนะดี ๆ ที่ขับบนเส้นทางเสฉวน-ทิเบตสาย 318 ได้ งบอยู่ที่ราว ๆ สี่ล้านครับ”

ผู้จัดการบอกว่ามีรุ่นหนึ่งที่ตรงตามความต้องการ แต่เพราะขายดีมากจึงไม่มีรถพร้อมส่ง ต้องใช้เวลาดึงของประมาณหนึ่งสัปดาห์

เจ็ดวัน เพียงพอให้ผมปล่อยวางอดีต และจัดการกับชีวิตแต่งงานอันแสนวุ่นวายนี้แล้ว

“เอารุ่นนี้แหละครับ อีกหนึ่งสัปดาห์ผมจะไปรับรถ”

หลังจากวางสาย ผมก็เปิดเบราว์เซอร์ขึ้นมาเพื่อดูคู่มือขับรถเที่ยวเส้นทางสาย 318 ต่อ

รูปภาพถูกเลื่อนผ่านไปทีละรูป ความฝันที่ถูกผมทอดทิ้งมาถึงห้าปี ราวกับได้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

ไม่นานนัก ฉู่เหยียนก็โทรมาบอกว่าร่างหนังสือหย่าเสร็จเรียบร้อย และส่งเข้าอีเมลไปแล้ว

ผมตอบรับในลำคอเบา ๆ “อืม”

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะอดถามผมไม่ได้

“กู้เลี่ยน นายรักเธอมากขนาดนั้น ตัดใจได้จริง ๆ เหรอ”

ผมถามเขากลับ “นายเคยเห็นหลินเยียนหรันยอมทิ้งหลักการและทุ่มเทสุดตัวเพื่อใครสักคนไหมล่ะ”

“ไม่เคย” เขาตอบตามตรง

“แต่ฉันเคยเห็น”

ผมทอดสายตามองวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนอันมืดมิดนอกหน้าต่าง มุมปากยกยิ้มขื่นขม

“แต่ไม่ใช่เพื่อฉัน”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 19

    “ตั้งแต่วันที่พ่อของผมเสียชีวิต” ผมมองหลินเยียนหรัน น้ำเสียงราบเรียบราวกับน้ำในบึงลึก “เราก็ไม่ควรจะมีวันพรุ่งนี้ด้วยกันอีกต่อไปแล้ว”หลินเยียนหรันแข็งทื่ออยู่กับที่ผ่านนานไป จู่ ๆ เธอก็ยิ้มออกมายิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่นและจนตรอก ราวกับนักพนันที่ในที่สุดก็เล่นเสียจนหมดทุกชิปในมือ“ฉันเข้าใจแล้ว” เธอพยักหน้า น้ำเสียงแหบพร่า “กู้เลี่ยน ต่อไปฉันจะไม่ไปรบกวนคุณอีกแล้ว”พูดจบ เธอก็หันหลังเดินจากไป ฝีเท้าย่างก้าวอย่างเชื่องช้า ไม่หันกลับมามองอีกเลยผมยืนอยู่ที่เดิม มองเธอเดินห่างออกไปทีละก้าว กระทั่งร่างนั้นลับหายไปในแสงเงาตรงสุดปลายทางเดินภายในใจไม่มีความรู้สึกโล่งอก ไม่มีแม้แต่ความโศกเศร้า มีเพียงความสงบนิ่งบาง ๆ อย่างที่สุดเปรียบเสมือนหนังสือเล่มหนึ่งที่ในที่สุดก็เปิดอ่านมาจนถึงหน้าสุดท้าย...ห้าปีต่อมาณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ผมกับฉู่เหยียนกำลังนั่งดื่มเหล้ากันอยู่ริมแม่น้ำแซนช่วงเวลาห้าปีขัดเกลาให้เขาดูเด็ดเดี่ยวและมีความเป็นมืออาชีพ บัดนี้เขาได้กลายเป็นทนายความมือทองชื่อดังระดับแถวหน้าของวงการไปแล้ว ทุกอิริยาบถล้วนแผ่กลิ่นอายความเฉียบคมและแม่นยำส่วนผมก็ได้ตั้งสตู

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 18

    ในที่สุดแม่ก็พ้นขีดอันตรายทีมผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศได้ปรับเปลี่ยนแผนการรักษาใหม่ หนึ่งสัปดาห์ต่อมาท่านก็ถูกย้ายออกจากห้องไอซียูอย่างราบรื่นวันที่รู้ข่าว ผมนั่งอยู่บนม้านั่งยาวหน้าห้องพักผู้ป่วย ซุกหน้าลงกับฝ่ามือแล้วร้องไห้อยู่นานความหวาดกลัว ความร้อนรน และความรู้สึกไร้หนทางที่สะสมมาตลอดหลายวัน ในที่สุดก็มีทางระบายออกเสียที“พี่คะ”เหลียงเมิ่งอิ๋งยื่นกระดาษทิชชูมาให้ ก่อนจะย่อตัวลงนั่งยอง ๆ ตรงหน้าผม น้ำเสียงเจือความเงอะงะทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง“คุณป้าก็ปลอดภัยแล้ว ทำไมพี่ยังร้องไห้อยู่อีก”ผมรับทิชชูมาเช็ดตา ขอบตายังคงแดงช้ำ “ขอบคุณนะ เมิ่งอิ๋ง คุณใจดีมากจริง ๆ”ถ้าไม่มีเธอ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะผ่านช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้มาได้อย่างไรเหลียงเมิ่งอิ๋งเกาศีรษะแกรก ๆ เบือนหน้าหนีด้วยความเขินอายเล็กน้อย“ความจริงที่ฉันทำเรื่องพวกนี้ ก็ไม่ใช่เพราะเป็นคนใจดีไปซะทั้งหมดหรอกนะคะ”ผมชะงัก มองเธอแบบอึ้ง ๆเธอมองผมด้วยสายตาจริงจัง แล้วเอ่ยกับผมอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา “เพราะฉันชอบพี่ค่ะ”ผมนิ่งอึ้งอยู่กับที่ ทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะภายในแววตาของเหลียงเมิ่งอิ๋งเป็นประกาย น้ำเสียงท

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 17

    ผมแจ้งความ จากนั้นลู่เฉวียนก็ถูกคุมตัวไปการจงใจกระตุ้นคนไข้หลังผ่าตัดจนอาการทรุดลงกะทันหัน บวกกับผลการสอบสวนเรื่องเหตุการณ์คนไข้ตกเลือดหลังผ่าตัดก่อนหน้านี้ที่ถูกนำมาคิดบัญชีรวบยอด สิ่งที่รอเขาอยู่ จึงไม่ใช่แค่การถูกไล่ออกทว่าผมไม่มีกะจิตกะใจจะไปสนใจจุดจบของเขาแล้วอาการของแม่ทรุดหนักลงอย่างรวดเร็วหน้าห้องไอซียู หมอยื่นใบแจ้งเตือนอาการโคม่ามาให้ครั้งแล้วครั้งเล่าผมไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาสองวันเต็ม ๆ ได้แต่มองผ่านกระจกเข้าไปเห็นแม่นอนตัวเต็มไปด้วยสายระโยงระยางอยู่ตรงนั้นตัวเลขบนเครื่องวัดสัญญาณชีพที่ขยับเปลี่ยนไปแต่ละครั้ง ราวกับมีดทื่อ ๆ ที่ค่อย ๆ กรีดลงบนเส้นประสาทของผมทีละแผลช่วงหลายวันมานี้ หลินเยียนหรันก็คอยเฝ้าอยู่ที่โรงพยาบาลตลอดเวลา เธอนอนน้อยกว่าผมเสียอีก ใต้ตาจึงหมองคล้ำแต่พอผมมองเธอ ภายในใจกลับไม่หลงเหลือความรู้สึกซาบซึ้งเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความรังเกียจที่สลัดอย่างไรก็ไม่หลุดหากไม่ใช่เพราะเธอคอยให้ท้ายลู่เฉวียนครั้งแล้วครั้งเล่า แม่ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้“กู้เลี่ยน” น้ำเสียงของหลินเยียนหรันแหบพร่า “ให้ฉันลองดูเถอะนะ”ผมช้อนตาขึ้นมองอย่างเย็นชา “ลองอะไร”“ต

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 16

    “การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี ตามหลักแล้วอาการไม่น่าจะทรุดลงกะทันหันนะครับ”หมอเอ่ยอย่างงุนงง“เว้นเสียแต่ว่า...จะได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง”หัวใจของผมหล่นวูบ “กระทบกระเทือนจิตใจเหรอครับ”หมอพยักหน้า “อารมณ์ของคนไข้หลังผ่าตัดไม่ควรแปรปรวนมากเกินไปนัก โดยเฉพาะค่าการทำงานของหัวใจและความดันโลหิตที่เดิมทีก็ไม่คงที่อยู่แล้ว ญาติลองนึกดูดี ๆ นะครับ ว่าวันนี้มีเหตุการณ์ผิดปกติอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า”เหตุการณ์ผิดปกติงั้นเหรอแม่เพิ่งจะผ่าตัดเสร็จ นอกจากบุคลากรทางการแพทย์กับญาติอย่างพวกเราไม่กี่คน ก็ไม่มีใครได้เข้าใกล้ท่านเลยเดี๋ยวก่อนผมเงยหน้าขึ้น “ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเถอะครับ”ครึ่งชั่วโมงต่อมา ภาพในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดก็ถูกเปิดขึ้นมาบริเวณหน้าห้องพักฟื้นมีคนเดินไปมา พยาบาลถือถาดเดินเข้าออกอยู่ตลอดจนกระทั่งเวลา 15:20 น. ร่างของคนคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอลู่เฉวียนลมหายใจของผมสะดุดไปชั่วขณะ ก่อนจะหันไปมองหลินเยียนหรันตามสัญชาตญาณเธอยืนอยู่ข้างหลังผม แสงจากหน้าจอตกกระทบเสี้ยวหน้าของเธอ เผยให้เห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นกล้องวงจรปิดไม่มีเสียง จึงเห็นเพียงแค่ภาพเ

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 15

    พอรับสาย ผมก็รีบเดินทางยาวตลอดทั้งคืนเพื่อกลับบ้านเกิดทันทีบริเวณโถงทางเดินโรงพยาบาล แม่ยังอยู่ในห้องฉุกเฉิน สีหน้าของหมอเคร่งเครียด“อาการของคนไข้วิกฤตมาก ต้องผ่าตัดทันทีครับ”“แต่โรงพยาบาลที่นี่เครื่องมือไม่พร้อม หมอแนะนำให้ย้ายโรงพยาบาลด่วนครับ”ผมหนาวเยือกไปทั้งตัวราวกับย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน ตอนที่พ่อนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย หมอก็บอกผมแบบนี้เหมือนกันครั้งนั้นผมสูญเสียพ่อไปแล้วครั้งนี้ผมจะต้องสูญเสียแม่อีกงั้นเหรอผมยืนแทบไม่อยู่ เกือบจะล้มทั้งยืนอยู่ตรงนั้นจังหวะนั้นเอง หลินเยียนหรันก็รีบตามมาถึงพอดี“ฉันจัดการเองค่ะ”ทุกคนพากันชะงักไปพร้อมกันหมอจำเธอได้ “คุณคือ...หลินเยียนหรัน หมอหลินใช่ไหมครับ”หลินเยียนหรันพยักหน้า “ขอฉันดูประวัติคนไข้หน่อยค่ะ”เพียงไม่กี่นาที เธอก็ประเมินสถานการณ์ได้ “ทำได้ค่ะ เตรียมตัวให้เร็วที่สุด ฉันจะผ่าตัดเอง”การผ่าตัดครั้งนั้นกินเวลาไปแปดชั่วโมงเต็มเวลาตีสาม ในที่สุดไฟหน้าห้องผ่าตัดก็ดับลงตอนที่หลินเยียนหรันเดินออกมา ใบหน้าของเธอซีดเผือดจนน่าตกใจ บนหน้าผากเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ“การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ”ในที่สุดหัวใจที่แขวนค้

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 14

    ช่วงหลายวันหลังจากนั้น ผมไปที่ไหน หลินเยียนหรันก็ตามไปที่นั่นพักโรงแรมเดียวกัน ไปสถานที่ท่องเที่ยวเดียวกัน แม้แต่กินข้าวก็ยังต้องเป็นร้านเดียวกันผมรู้ดีว่าการเมินเฉยคือการตอบโต้ที่ดีที่สุด จึงถือซะว่าเธอเป็นอากาศธาตุ ถึงเวลาดูวิวก็ดูไป ถึงเวลาถ่ายรูปก็ถ่ายไปทว่าเหลียงเมิ่งอิ๋งกลับทนไม่ไหวอีกต่อไป“คุณอดีตภรรยา” ภายในร้านอาหาร เหลียงเมิ่งอิ๋งวางตะเกียบลงบนโต๊ะ “เธอเป็นสตอล์กเกอร์หรือเปล่าเนี่ย”หลินเยียนหรันไม่แม้แต่จะปรายตามอง เธอคีบปีกไก่อย่างเนิบนาบ เอื้อมข้ามโต๊ะมาใส่ลงในชามของผมท่าทางเป็นธรรมชาติเหมือนเมื่อก่อน ราวกับว่าชีวิตคู่ของเรายังไม่จบ“ฉันออกมาเที่ยวกับสามีตัวเอง จะนับว่าสะกดรอยตามได้ยังไง”เหลียงเมิ่งอิ๋งฉีกยิ้มกว้าง ทว่าในแววตากลับไม่มีรอยยิ้มเลยแม้แต่น้อย“ฉันขอแก้อีกรอบนะ อดีตสามี ไม่ใช่สามี”กลิ่นดินปืนที่ลอยคละคลุ้งในอากาศรุนแรงเกินไปแล้วผมปวดหัวจนต้องนวดขมับ “พวกคุณช่วยเงียบหน่อยได้ไหม”ทั้งสองคนเงียบเสียงลงพร้อมกัน ก่อนจะหันมามองผมเป็นตาเดียวสายตาของหลินเยียนหรันแฝงความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างดื้อดึงส่วนสายตาของเหลียงเมิ่งอิ๋งก็ฟ้องชัดเจนว่า “พี่ลองพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status