Share

บทที่ 5

Author: หลินเซี่ย
การผ่าตัดถูกจัดไว้ในช่วงสายของวันพรุ่งนี้

ผมกลับมาบ้านก่อน

ท่ามกลางแสงอาทิตย์อัสดง ดอกไม้ตรงระเบียงกำลังเบ่งบานงดงาม

พุดซ้อน กุหลาบ ไม้อวบน้ำ ไฮเดรนเยีย ล้วนเป็นต้นไม้ที่ผมค่อย ๆ ปลูกทีละกระถางตลอดหลายปีที่ผ่านมา

หลินเยียนหรันไม่มีเวลาอยู่เป็นเพื่อนผม ผมเลยต้องเอาใจไปผูกไว้กับต้นไม้ใบหญ้าแทน

พอผมไปแล้ว ดอกไม้พวกนี้ก็ไม่มีใครคอยดูแล ปล่อยให้เหี่ยวเฉาไปก็น่าเสียดาย

ผมถ่ายรูปแล้วส่งลงกลุ่มลูกบ้าน: [จะย้ายบ้านแล้ว ยกต้นไม้ให้ฟรี ใครมาก่อนได้ก่อนครับ]

เพื่อนบ้านเองก็ไว้หน้ากันมาก ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงพื้นที่ตรงระเบียงก็โล่งไปกว่าครึ่ง

พอยกดอกไฮเดรนเยียกระถางสุดท้ายให้คนอื่นไป ผมก็ยืนอยู่บนระเบียงอันว่างเปล่า

ที่แท้การปล่อยวาง ก็ไม่ได้ยากเย็นเหมือนอย่างที่คิด

ผมหันหลังเดินเข้าห้องแต่งตัว

ในตู้กระจกเต็มไปด้วยนาฬิกาข้อมือ ส่วนใหญ่เป็นของขวัญที่หลินเยียนหรันซื้อให้

เมื่อก่อนตอนได้รับมา ผมดีใจแทบแย่

แต่พอกลับมามองในวันนี้ พลันนึกถึงสีหน้าของเธอเวลาให้ของขวัญที่ให้แบบส่ง ๆ ซ้ำยังซื้อแบบเดิมซ้ำกันถึงสองครั้ง ช่างน่าขำสิ้นดี

คนที่ผมรักมาตลอด เป็นเพียงหลินเยียนหรันที่ผมจินตนาการขึ้นมาเอง

พอภาพลวงตาพังทลายลง ถึงได้รู้ว่ามันไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย

ผมถ่ายรูปแล้วอัปโหลดลงแพลตฟอร์มมือสอง

เพียงคืนเดียวก็ขายออกไปได้เจ็ดแปดเรือน

ตู้ที่เคยอัดแน่นพลันโล่งไป

เหมือนกับหัวใจของผม

เวลาสี่ทุ่ม เสียงไขกุญแจประตูดังมาจากด้านนอก

หลินเยียนหรันกลับมาแล้ว

ตรงหางคิ้วมีแผลถลอก ใบหน้ามีรอยฟกช้ำ แขนขวาพันผ้าพันแผลหนาเตอะ

คนที่ประคองเธออยู่คือลู่เฉวียน

ขอบตาของเขาแดงก่ำ เหมือนเพิ่งผ่านการร้องไห้มา

“พี่เขยครับ วันนี้ญาติคนไข้มาป่วน รุ่นพี่บาดเจ็บเพราะออกหน้าแทนผม พี่ต้องดูแลเธอให้ดี ๆ นะครับ”

ผมปรายตามองเขา แล้วพูดเสียงเรียบ “ถ้าไม่วางใจ นายก็อยู่ดูแลเองสิ”

ลู่เฉวียนหน้าแดงขึ้นมาทันที ก่อนจะพูดอึกอักว่า

“พี่เขย ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น...ผมกับรุ่นพี่เป็นแค่เพื่อนร่วมงานกันนะครับ...”

หลินเยียนหรันชักสีหน้าทันที “กู้เลี่ยน พูดจาเหน็บแนมให้มันน้อย ๆ หน่อยได้ไหม”

ผมประหลาดใจ “ผมพูดอะไรเหรอ”

“ลู่เฉวียนอุตส่าห์มีน้ำใจมาส่งฉัน คุณจะมาประชดประชันทำไม”

เธอโยนกุญแจรถลงบนโต๊ะ สายตาที่มองมามีแต่ความผิดหวัง

ลู่เฉวียนรีบปั้นยิ้มประจบ ทว่าขอบตากลับแดงขึ้นมา

“รุ่นพี่อย่าไปโทษพี่เขยเลยครับ ทั้งหมดเป็นความผิดผมเอง ผมไม่ควรมาส่งรุ่นพี่เลย ผมจะไปเดี๋ยวนี้แหละ”

เขาหันหลังแล้ววิ่งหนีออกไป

หลินเยียนหรันรีบวิ่งตามออกไปทันที ไม่ลังเลแม้แต่น้อย

ประตูปิดลงเสียงดังลั่น

หนึ่งชั่วโมงต่อมา หลินเยียนหรันก็กลับมาด้วยสีหน้าดูแย่ยิ่งกว่าเดิม

เธอไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของผมเลยสักนิด และไม่ได้สนใจระเบียงหรือตู้เก็บนาฬิกาที่ว่างเปล่าด้วย เอาแต่เค้นถามผมว่า

“คุณพอใจหรือยัง”

ผมไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้น “พอใจเรื่องอะไร”

“ลู่เฉวียนร้องไห้ตลอดทางกลับไป เขาไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมคุณต้องคอยแต่จะหาเรื่องเขาด้วย”

มือที่กำลังแพ็กของของผมไม่ได้หยุดชะงัก

ผมชินชานานแล้ว

ในสายตาของเธอ คนที่ต้องรับความไม่เป็นธรรมคือลู่เฉวียนเสมอ

ส่วนผมก็เป็นได้แค่วายร้ายที่คอยกดดันคนอื่นอยู่เสมอ

พอยัดนาฬิกาเรือนสุดท้ายลงกล่องพัสดุ ผมก็ขี้เกียจจะต่อล้อต่อเถียง จึงลุกขึ้นเดินเข้าห้องนอน

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ” น้ำเสียงของหลินเยียนหรันเย็นชาขึ้นมา “คุณไม่ได้ทำมื้อเย็นอีกแล้วเหรอ”

ฝีเท้าของผมชะงักไป “ในตู้เย็นมีเกี๊ยวกับบะหมี่ ถ้าทำไม่เป็นจริง ๆ ก็สั่งเดลิเวอรีเอา”

หลินเยียนหรันยกแขนที่พันผ้าพันแผลขึ้นมา สีหน้าดูไม่สบอารมณ์ “ฉันเจ็บอยู่นะ”

ผมหันกลับไปมองเธอ มุมปากยกยิ้มจาง ๆ

“ก็ไม่ได้เจ็บเพราะผมสักหน่อย ผมต้องมาตอบแทนบุญคุณแทนคนอื่นด้วยหรือไง”

ใบหน้าของหลินเยียนหรันเขียวคล้ำขึ้นมาทันที ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงได้แค่นหัวเราะ

“ได้ กู้เลี่ยน คุณนี่เก่งจริง ๆ ”

เธอเดินเข้าห้องหนังสือไป ประตูถูกปิดกระแทกอย่างแรงจนกำแพงสะเทือนไหว

ผมไม่แม้แต่จะปรายตามอง

พรุ่งนี้ยังต้องผ่าตัด ไม่มีเวลามานั่งทะเลาะกับเธอหรอก

พอล้มตัวลงนอนใต้ผ้าห่ม ไม่นานก็ผล็อยหลับไป

นี่เป็นค่ำคืนที่ผมนอนหลับสนิทที่สุดตั้งแต่ตัดสินใจหย่าร้างมา

เช้าวันรุ่งขึ้น ฉู่เหยียนก็มารับผม

“คิดดีแล้วเหรอ ยอมมีลูกแล้วเหรอ”

ผมก้มมองข้อมือที่ว่างเปล่า เงียบไปอึดใจหนึ่งแล้วพยักหน้า

“คิดดีแล้ว”

เมื่อก่อนในโลกของผมมีแค่หลินเยียนหรัน

เพื่อเธอแล้ว ผมยอมทิ้งทั้งหน้าที่การงาน หรือแม้กระทั่งยอมไม่มีทายาทสืบสกุล

แต่เธอช่างไม่คู่ควรเอาเสียเลย

ถ้าอย่างนั้นผมก็จะไปใช้ชีวิตในแบบอื่นบ้าง

หลังจากทำเรื่องเสร็จเรียบร้อย ผมก็ถูกเข็นเข้าห้องผ่าตัด

แพทย์ผู้ผ่าตัดกำลังตรวจสอบข้อมูล วิสัญญีแพทย์ประจำที่เรียบร้อย

ทว่าในตอนนั้นเอง ร่างที่คุ้นตาก็เดินเข้ามา

พอสบสายตากับคนคนนั้น แผ่นหลังของผมก็เย็นวาบขึ้นมาทันที

ลู่เฉวียน

เขาสวมชุดผ่าตัดปลอดเชื้อและหน้ากากอนามัยยืนอยู่ข้างแพทย์ผ่าตัด

เมื่อสังเกตเห็นสายตาของผม เขาก็ไม่แปลกใจเลยสักนิด ดวงตาอันกระจ่างใสนั้นผุดประกายรอยยิ้มขึ้นมาอย่างชัดเจน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 19

    “ตั้งแต่วันที่พ่อของผมเสียชีวิต” ผมมองหลินเยียนหรัน น้ำเสียงราบเรียบราวกับน้ำในบึงลึก “เราก็ไม่ควรจะมีวันพรุ่งนี้ด้วยกันอีกต่อไปแล้ว”หลินเยียนหรันแข็งทื่ออยู่กับที่ผ่านนานไป จู่ ๆ เธอก็ยิ้มออกมายิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่นและจนตรอก ราวกับนักพนันที่ในที่สุดก็เล่นเสียจนหมดทุกชิปในมือ“ฉันเข้าใจแล้ว” เธอพยักหน้า น้ำเสียงแหบพร่า “กู้เลี่ยน ต่อไปฉันจะไม่ไปรบกวนคุณอีกแล้ว”พูดจบ เธอก็หันหลังเดินจากไป ฝีเท้าย่างก้าวอย่างเชื่องช้า ไม่หันกลับมามองอีกเลยผมยืนอยู่ที่เดิม มองเธอเดินห่างออกไปทีละก้าว กระทั่งร่างนั้นลับหายไปในแสงเงาตรงสุดปลายทางเดินภายในใจไม่มีความรู้สึกโล่งอก ไม่มีแม้แต่ความโศกเศร้า มีเพียงความสงบนิ่งบาง ๆ อย่างที่สุดเปรียบเสมือนหนังสือเล่มหนึ่งที่ในที่สุดก็เปิดอ่านมาจนถึงหน้าสุดท้าย...ห้าปีต่อมาณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ผมกับฉู่เหยียนกำลังนั่งดื่มเหล้ากันอยู่ริมแม่น้ำแซนช่วงเวลาห้าปีขัดเกลาให้เขาดูเด็ดเดี่ยวและมีความเป็นมืออาชีพ บัดนี้เขาได้กลายเป็นทนายความมือทองชื่อดังระดับแถวหน้าของวงการไปแล้ว ทุกอิริยาบถล้วนแผ่กลิ่นอายความเฉียบคมและแม่นยำส่วนผมก็ได้ตั้งสตู

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 18

    ในที่สุดแม่ก็พ้นขีดอันตรายทีมผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศได้ปรับเปลี่ยนแผนการรักษาใหม่ หนึ่งสัปดาห์ต่อมาท่านก็ถูกย้ายออกจากห้องไอซียูอย่างราบรื่นวันที่รู้ข่าว ผมนั่งอยู่บนม้านั่งยาวหน้าห้องพักผู้ป่วย ซุกหน้าลงกับฝ่ามือแล้วร้องไห้อยู่นานความหวาดกลัว ความร้อนรน และความรู้สึกไร้หนทางที่สะสมมาตลอดหลายวัน ในที่สุดก็มีทางระบายออกเสียที“พี่คะ”เหลียงเมิ่งอิ๋งยื่นกระดาษทิชชูมาให้ ก่อนจะย่อตัวลงนั่งยอง ๆ ตรงหน้าผม น้ำเสียงเจือความเงอะงะทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง“คุณป้าก็ปลอดภัยแล้ว ทำไมพี่ยังร้องไห้อยู่อีก”ผมรับทิชชูมาเช็ดตา ขอบตายังคงแดงช้ำ “ขอบคุณนะ เมิ่งอิ๋ง คุณใจดีมากจริง ๆ”ถ้าไม่มีเธอ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะผ่านช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้มาได้อย่างไรเหลียงเมิ่งอิ๋งเกาศีรษะแกรก ๆ เบือนหน้าหนีด้วยความเขินอายเล็กน้อย“ความจริงที่ฉันทำเรื่องพวกนี้ ก็ไม่ใช่เพราะเป็นคนใจดีไปซะทั้งหมดหรอกนะคะ”ผมชะงัก มองเธอแบบอึ้ง ๆเธอมองผมด้วยสายตาจริงจัง แล้วเอ่ยกับผมอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา “เพราะฉันชอบพี่ค่ะ”ผมนิ่งอึ้งอยู่กับที่ ทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะภายในแววตาของเหลียงเมิ่งอิ๋งเป็นประกาย น้ำเสียงท

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 17

    ผมแจ้งความ จากนั้นลู่เฉวียนก็ถูกคุมตัวไปการจงใจกระตุ้นคนไข้หลังผ่าตัดจนอาการทรุดลงกะทันหัน บวกกับผลการสอบสวนเรื่องเหตุการณ์คนไข้ตกเลือดหลังผ่าตัดก่อนหน้านี้ที่ถูกนำมาคิดบัญชีรวบยอด สิ่งที่รอเขาอยู่ จึงไม่ใช่แค่การถูกไล่ออกทว่าผมไม่มีกะจิตกะใจจะไปสนใจจุดจบของเขาแล้วอาการของแม่ทรุดหนักลงอย่างรวดเร็วหน้าห้องไอซียู หมอยื่นใบแจ้งเตือนอาการโคม่ามาให้ครั้งแล้วครั้งเล่าผมไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาสองวันเต็ม ๆ ได้แต่มองผ่านกระจกเข้าไปเห็นแม่นอนตัวเต็มไปด้วยสายระโยงระยางอยู่ตรงนั้นตัวเลขบนเครื่องวัดสัญญาณชีพที่ขยับเปลี่ยนไปแต่ละครั้ง ราวกับมีดทื่อ ๆ ที่ค่อย ๆ กรีดลงบนเส้นประสาทของผมทีละแผลช่วงหลายวันมานี้ หลินเยียนหรันก็คอยเฝ้าอยู่ที่โรงพยาบาลตลอดเวลา เธอนอนน้อยกว่าผมเสียอีก ใต้ตาจึงหมองคล้ำแต่พอผมมองเธอ ภายในใจกลับไม่หลงเหลือความรู้สึกซาบซึ้งเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความรังเกียจที่สลัดอย่างไรก็ไม่หลุดหากไม่ใช่เพราะเธอคอยให้ท้ายลู่เฉวียนครั้งแล้วครั้งเล่า แม่ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้“กู้เลี่ยน” น้ำเสียงของหลินเยียนหรันแหบพร่า “ให้ฉันลองดูเถอะนะ”ผมช้อนตาขึ้นมองอย่างเย็นชา “ลองอะไร”“ต

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 16

    “การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี ตามหลักแล้วอาการไม่น่าจะทรุดลงกะทันหันนะครับ”หมอเอ่ยอย่างงุนงง“เว้นเสียแต่ว่า...จะได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง”หัวใจของผมหล่นวูบ “กระทบกระเทือนจิตใจเหรอครับ”หมอพยักหน้า “อารมณ์ของคนไข้หลังผ่าตัดไม่ควรแปรปรวนมากเกินไปนัก โดยเฉพาะค่าการทำงานของหัวใจและความดันโลหิตที่เดิมทีก็ไม่คงที่อยู่แล้ว ญาติลองนึกดูดี ๆ นะครับ ว่าวันนี้มีเหตุการณ์ผิดปกติอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า”เหตุการณ์ผิดปกติงั้นเหรอแม่เพิ่งจะผ่าตัดเสร็จ นอกจากบุคลากรทางการแพทย์กับญาติอย่างพวกเราไม่กี่คน ก็ไม่มีใครได้เข้าใกล้ท่านเลยเดี๋ยวก่อนผมเงยหน้าขึ้น “ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเถอะครับ”ครึ่งชั่วโมงต่อมา ภาพในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดก็ถูกเปิดขึ้นมาบริเวณหน้าห้องพักฟื้นมีคนเดินไปมา พยาบาลถือถาดเดินเข้าออกอยู่ตลอดจนกระทั่งเวลา 15:20 น. ร่างของคนคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอลู่เฉวียนลมหายใจของผมสะดุดไปชั่วขณะ ก่อนจะหันไปมองหลินเยียนหรันตามสัญชาตญาณเธอยืนอยู่ข้างหลังผม แสงจากหน้าจอตกกระทบเสี้ยวหน้าของเธอ เผยให้เห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นกล้องวงจรปิดไม่มีเสียง จึงเห็นเพียงแค่ภาพเ

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 15

    พอรับสาย ผมก็รีบเดินทางยาวตลอดทั้งคืนเพื่อกลับบ้านเกิดทันทีบริเวณโถงทางเดินโรงพยาบาล แม่ยังอยู่ในห้องฉุกเฉิน สีหน้าของหมอเคร่งเครียด“อาการของคนไข้วิกฤตมาก ต้องผ่าตัดทันทีครับ”“แต่โรงพยาบาลที่นี่เครื่องมือไม่พร้อม หมอแนะนำให้ย้ายโรงพยาบาลด่วนครับ”ผมหนาวเยือกไปทั้งตัวราวกับย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน ตอนที่พ่อนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย หมอก็บอกผมแบบนี้เหมือนกันครั้งนั้นผมสูญเสียพ่อไปแล้วครั้งนี้ผมจะต้องสูญเสียแม่อีกงั้นเหรอผมยืนแทบไม่อยู่ เกือบจะล้มทั้งยืนอยู่ตรงนั้นจังหวะนั้นเอง หลินเยียนหรันก็รีบตามมาถึงพอดี“ฉันจัดการเองค่ะ”ทุกคนพากันชะงักไปพร้อมกันหมอจำเธอได้ “คุณคือ...หลินเยียนหรัน หมอหลินใช่ไหมครับ”หลินเยียนหรันพยักหน้า “ขอฉันดูประวัติคนไข้หน่อยค่ะ”เพียงไม่กี่นาที เธอก็ประเมินสถานการณ์ได้ “ทำได้ค่ะ เตรียมตัวให้เร็วที่สุด ฉันจะผ่าตัดเอง”การผ่าตัดครั้งนั้นกินเวลาไปแปดชั่วโมงเต็มเวลาตีสาม ในที่สุดไฟหน้าห้องผ่าตัดก็ดับลงตอนที่หลินเยียนหรันเดินออกมา ใบหน้าของเธอซีดเผือดจนน่าตกใจ บนหน้าผากเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ“การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ”ในที่สุดหัวใจที่แขวนค้

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 14

    ช่วงหลายวันหลังจากนั้น ผมไปที่ไหน หลินเยียนหรันก็ตามไปที่นั่นพักโรงแรมเดียวกัน ไปสถานที่ท่องเที่ยวเดียวกัน แม้แต่กินข้าวก็ยังต้องเป็นร้านเดียวกันผมรู้ดีว่าการเมินเฉยคือการตอบโต้ที่ดีที่สุด จึงถือซะว่าเธอเป็นอากาศธาตุ ถึงเวลาดูวิวก็ดูไป ถึงเวลาถ่ายรูปก็ถ่ายไปทว่าเหลียงเมิ่งอิ๋งกลับทนไม่ไหวอีกต่อไป“คุณอดีตภรรยา” ภายในร้านอาหาร เหลียงเมิ่งอิ๋งวางตะเกียบลงบนโต๊ะ “เธอเป็นสตอล์กเกอร์หรือเปล่าเนี่ย”หลินเยียนหรันไม่แม้แต่จะปรายตามอง เธอคีบปีกไก่อย่างเนิบนาบ เอื้อมข้ามโต๊ะมาใส่ลงในชามของผมท่าทางเป็นธรรมชาติเหมือนเมื่อก่อน ราวกับว่าชีวิตคู่ของเรายังไม่จบ“ฉันออกมาเที่ยวกับสามีตัวเอง จะนับว่าสะกดรอยตามได้ยังไง”เหลียงเมิ่งอิ๋งฉีกยิ้มกว้าง ทว่าในแววตากลับไม่มีรอยยิ้มเลยแม้แต่น้อย“ฉันขอแก้อีกรอบนะ อดีตสามี ไม่ใช่สามี”กลิ่นดินปืนที่ลอยคละคลุ้งในอากาศรุนแรงเกินไปแล้วผมปวดหัวจนต้องนวดขมับ “พวกคุณช่วยเงียบหน่อยได้ไหม”ทั้งสองคนเงียบเสียงลงพร้อมกัน ก่อนจะหันมามองผมเป็นตาเดียวสายตาของหลินเยียนหรันแฝงความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างดื้อดึงส่วนสายตาของเหลียงเมิ่งอิ๋งก็ฟ้องชัดเจนว่า “พี่ลองพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status