Share

บทที่ 10

เมื่อทั้งสองคนเดินกลับมาถึงบ้านพักของครอบครัวหวงพร้อมกัน ภาพที่เด็กสองคนเดินหัวเราะต่อกระซิกกันมาอย่างสนิทสนมก็ทำให้เหล่าผู้ใหญ่ที่กำลังนั่งคุยกันอยู่ในห้องรับแขกถึงกับแปลกใจไปตาม ๆ กัน

"อ้าว! พวกลูกไปรู้จักกันตอนไหนเนี่ย" เฉินลี่ฮวาเอ่ยทักด้วยความประหลาดใจ

"เมื่อกี้นี้เองครับแม่!" หวงจิงตอบรับเสียงดังฟังชัดพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง "แม่รู้ไหมว่าพี่ใหญ่ซูอวี้สุดยอดขนาดไหน!"

จากนั้นหวงจิงก็เริ่มเล่าเรื่องราวที่สนามบาสให้ผู้ใหญ่ทั้งสามฟังอย่างออกรสชาติ ทั้งเรื่องที่หานซูอวี้รับลูกบาสได้ เรื่องที่เธอชู้ตจากระยะไกลลงห่วงอย่างแม่นยำ และเรื่องที่เธอเล่นเก่งจนทุกคนในสนามพร้อมใจกันเรียกเธอว่า "พี่ใหญ่"

หลิวซินฟังเรื่องราวของลูกสาวด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความทึ่งระคนภูมิใจ ในขณะที่เฉินลี่ฮวาและหวงเจิ้งหรงก็มองมาที่หานซูอวี้ด้วยสายตาชื่นชม

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารค่ำวันนั้นจึงเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเสียงหัวเราะ เป็นความรู้สึกที่หานซูอวี้และแม่ของเธอไม่ได้สัมผัสมานานแสนนาน หลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อย หวงเจิ้งหรงผู้เป็นเสาหลักของบ้านก็เอ่ยขึ้น

"อีกไม่กี่สัปดาห์โรงเรียนมัธยมต้นก็จะเปิดรับสมัครนักเรียนใหม่แล้วนะซูอวี้ หนูต้องเตรียมตัวสอบเข้า"

"ให้พี่ใหญ่ไปสอบที่เดียวกับผมสิครับพ่อ!" หวงจิงรีบเสนอขึ้นทันที "ไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมสาธิตฯ ด้วยกันนะพี่ใหญ่ ที่นั่นดีที่สุดในเมืองเลย!"

เฉินลี่ฮวากับสามีพยักหน้าเห็นด้วย "นั่นเป็นความคิดที่ดีเลยจ้ะซินซิน ให้เด็ก ๆ เขาเรียนที่เดียวกันจะได้ช่วยเหลือดูแลกันได้" สองสามีภรรยาต่างรีบสนับสนุนความคิดของบุตรชาย

รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหลิวซินแต่แล้วก็หุบลงอย่างรวดเร็ว แววตาของเธอฉายความกังวลออกมาอย่างปิดไม่มิด

"ได้สิ...ว่าแต่...ค่าเรียนประมาณเท่าไหร่อย่างนั้นเหรอ" เธอเอ่ยถามเสียงแผ่วกลัวเหลือเกินว่าเงินหนึ่งพันหยวนที่ได้มาหลังจากหาค่าเช่ารถแล้วจะไม่เพียงพอ และเธออาจจะต้องทำให้ลูกสาวต้องผิดหวัง

หวงเจิ้งหรงผู้เป็นเจ้าของบ้านซึ่งนั่งฟังอยู่เงียบ ๆ เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอบอุ่น "ถ้าเป็นโรงเรียนรัฐบาลค่าเล่าเรียนต่อเทอมก็ไม่ได้แพงมากนักหรอก น่าจะอยู่ที่ประมาณสิบห้าถึงยี่สิบหยวน บวกกับค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกเล็กน้อย"

แม้จะเป็นจำนวนเงินที่ไม่สูงนักสำหรับครอบครัวหวงแต่สำหรับหลิวซินที่ตอนนี้ไม่มีรายได้ มันคือรายจ่ายก้อนโตที่ต้องเผชิญไปอีกหลายปี สีหน้าของเธอจึงหมองลง

เฉินลี่ฮวาเห็นท่าทีของเพื่อนรักก็รีบพูดเสริมขึ้นทันที "เธออย่าเพิ่งกังวลไปเลยซินซิน โรงเรียนมัธยมสาธิตฯ เขามีทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนที่เรียนดี สอบได้อันดับต้น ๆ ของชั้นด้วยนะ" เธอบอกพลางหันมายิ้มให้หานซูอวี้อย่างให้กำลังใจ

"ฉันได้ยินมาว่าซูอวี้ของพวกเราเรียนเก่งมากไม่ใช่เหรอจ๊ะ"

หลิวซินเหลือบมองลูกสาว ในใจยังคงกังวลอยู่ลึก ๆ จริงอยู่ที่ซูอวี้เรียนดีมาตลอด แต่โรงเรียนที่จากมาก็เป็นเพียงโรงเรียนธรรมดาในอำเภอเล็กจะไปสู้กับเด็กในเมืองใหญ่อย่างหนานจิงได้อย่างไร

แต่เมื่อเธอเห็นแววตาที่สงบนิ่งและเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจของหานซูอวี้ ความวิตกเหล่านั้นก็พลันคลายลงไปได้อย่างน่าประหลาด ราวกับว่าลูกสาวคนนี้กำลังบอกเธอว่า ไม่ต้องห่วงค่ะ หนูทำได้

"แล้วก็อีกเรื่องนะซินซิน" เฉินลี่ฮวาจับมือเพื่อนรักเอาไว้แน่น "เรื่องงาน...เธอไม่ต้องเป็นห่วงเลยนะ"

"คุณเจิ้งหรงเขาช่วยดูทางไว้ให้แล้ว ที่โรงพยาบาลทหารที่เขาทำงานอยู่ ฝ่ายธุรการกำลังจะเปิดรับสมัครเจ้าหน้าที่ธุรการคนใหม่พอดี ถึงจะไม่ใช่งานใหญ่โตอะไร แต่ก็เป็นงานที่มั่นคงและมีสวัสดิการดีเลยละ รวมถึงยังจะมีบ้านพักในนี้ให้ด้วยนะ"

หลิวซินเบิกตากว้างด้วยความดีใจระคนตื้นตัน "จริงเหรอจ๊ะลี่ฮวา"

"จริงสิ" เฉินลี่ฮวาพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม "เพียงแต่...การจะเข้าไปทำงานได้มันอาจจะต้องผ่านการสอบคัดเลือก ในระหว่างนี้เธอก็แค่ต้องรื้อฟื้นวิชาความรู้ที่เคยเรียนมาตอนมัธยมปลายสักหน่อย ฉันเชื่อว่าเธอทำได้แน่นอน
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 322

    กลับมายังปัจจุบัน "ในตอนนั้นแม่เล่าว่า...เธอยิ้มออกมาทั้งน้ำตาทีเดียวค่ะ ให้กับคำพูดของเพื่อนรักที่ตัวเองก็ท้องแก่ใกล้จะคลอดแต่ก็ยังมาเยี่ยมตัวเอง และหลังจากนั้นแม่บุญธรรมก็มักจะนำสิ่งของรวมถึงเงินเท่าที่หล่อนจะแบ่งได้มาให้ฉันอยู่ตลอด จนกระทั่งเธอมีลูกคนที่สองและฉันเริ่มโตขึ้นและแม่หาเงิ

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 321

    หลายปีผ่านไป...หลังจากที่เปลวไฟแห่งโศกนาฏกรรมได้มอดดับลง และบาดแผลทั้งหมดได้รับการเยียวยาด้วยกาลเวลาและมิตรภาพภายในเรือนสี่ประสานในบ่ายวันหยุดสุดสัปดาห์ที่แสนจะสงบสุข... เสียงหัวเราะของเด็กแฝดชายหญิงที่ได้เติบโตขึ้นมากกำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวน...คือบทเพลงที่ไพเราะที่สุดของบ้านหลังนี้และในวั

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 320

    "หวงจิง! ดูหวังเฉียง! เขามีแผลไฟไหม้รุนแรง!" "อู๋ถิง! ดูจ้าวลี่! ระวังเรื่องบาดเจ็บที่ศีรษะและกระดูกสันหลัง!" ทั้งหวงจิงและอู๋ถิงทำงานกันอย่างคล่องแคล่วแม้ว่าจะตกตะลึงกับอาการของเพื่อน ทว่ามือของพวกเขาก็ทำงานไม่หยุด หลังตัดชุดดับเพลิงที่เสียหายออกและประเมินบาดแผลรวมถึงเปิดเส้นเลือดให้สาร

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 319

    "ทุกคน! สวมหน้ากากป้องกันสารพิษ! ห้ามถอดออกเด็ดขาด!" เสียงที่เด็ดขาดของเกาซูอวี้ดังขึ้นเป็นคำสั่งแรก...เธอรู้ดีว่าควันที่มองเห็นตรงหน้านั้น...เต็มไปด้วยสารเคมีอันตราย ทีมแพทย์ภาคสนามทั้งหมดรีบสวมหน้ากากป้องกันอย่างรวดเร็ว...ก่อนที่พวกเขาจะพุ่งตัวเข้าไปในความโกลาหลเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยภ

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 318

    หวงจิงและอู๋ถิงมองหน้ากัน...ก่อนจะพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง...ซึ่งพวกเขาคือผู้ที่เหมาะสมมากที่สุด "ฉันจะไป" "ฉันไปด้วย" และในตอนนี้การตัดสินใจที่กล้าหาญเป็นอย่างมาก...ได้เกิดขึ้นแล้วโดยที่พวกเขาทั้งหมดไม่ได้รู้เลยว่า...การรวมตัวกันครั้งนี้จะเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับสหายของพวกเขาต้องเผชิญ

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 317

    กลางดึกสงัดของกรุงปักกิ่ง...ท่ามกลางการหลับใหลของผู้คน ฉับพลันในวินาทีนั้นได้มีเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดดังขึ้นกึกก้อง...ทำลายความเงียบของสถานีดับเพลิงในเขตชานเมือง หวังเฉียงกับจ้าวลี่...สองสหายนักดับเพลิง...กระโจนออกจากเตียงพักผ่อน...แล้วรูดเสาลงมายังชั้นล่างด้วยความเร็วสูงสุดพวกเข

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 237

    "ท่านเลยบอกสูตรนี้มา...แล้วพี่ก็ไปขอให้เชฟที่ร้านช่วยทำให้เป็นกรณีพิเศษ" สิ้นเสียงของเขา...ทั่วทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ... เพื่อน ๆ ของเขาทุกคนต่างก็นิ่งอึ้งไปกับความใส่ใจที่ลึกซึ้งอย่างไม่น่าเชื่อของเขา...นี่ไม่ใช่แค่การแสดงความรู้สึกธรรมดา...แต่มันคือการกระทำที่เต็มไปด้วยความรักและค

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 236

    และหลังจากหลายชั่วโมงแห่งการต่อสู้ที่แสนยาวนานและบีบคั้นหัวใจได้สิ้นสุดลง...ณ บริเวณทางเดินหน้าห้องผ่าตัด...บรรยากาศเต็มไปด้วยความเงียบงันแห่งการรอคอย...เหล่าคณาจารย์ระดับสูง กลุ่มแพทย์รุ่นพี่ และเหล่านักศึกษาแพทย์...ทุกคนต่างก็มายืนเพื่อจะทำบางสิ่ง และแล้ว...วินาทีที่ทุกคนรอคอยก็ได้มาถึ

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 235

    หลังจากที่ทำการประเมินอาการทางระบบประสาทของผู้ป่วยอย่างรวดเร็วแล้ว...เขาก็หันกลับมาทางศาสตราจารย์ฉิน "ถ้าอย่างนั้นเราต้องพาผู้ป่วยเข้าห้องผ่าตัดเพื่อลดความดันในสมองโดยด่วนที่สุดครับ" และแล้ว...ทีมแพทย์ที่เก่งกาจที่สุดจากสองแผนก...ก็ได้ร่วมมือกัน...เพื่อเริ่มต้นการต่อสู้ครั้งใ

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 234

    บรรยากาศในห้องฉุกเฉินเต็มไปด้วยความเร่งด่วนและเป็นมืออาชีพ "ผู้ป่วยหมดสติหลังถูกทำให้สลบ...อันดับแรก...ABC!"[1] นายแพทย์จางสั่งการ "หยางเทียน! ดูทางเดินหายใจ! โจวเทา! ฟังเสียงปอด! เกาซูอวี้! ประเมินการไหลเวียนโลหิต!" นักศึกษาแพทย์ปีห้าที่ตอนนี้เปี่ยมด้วยประสบการณ์ ต่างก็เข้าทำหน้าที่ของต

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status