LOGINในงานแต่ง เราได้รับคำอวยพรอย่างจริงใจจากญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงและฉันก็ได้รับจดหมายฉบับหนึ่งจากที่ไกลแสนไกลในจดหมาย เจียงเย่บอกว่าเขาขออวยพรจากใจจริงให้พวกเรามีความสุขไปตลอดชีวิตตลอดหลายปีมานี้ เขาคอยทบทวนตัวเองอยู่เสมอ และขอโทษฉันกับเรื่องราวในอดีตแม้จะไม่กล้าคาดหวังให้ฉันให้อภัย แต่ก็ยังอยากพูดคำว่า “ขอโทษ!”พอได้อ่านสิ่งเหล่านี้ ฉันก็รู้ว่าทุกอย่างได้ผ่านพ้นไปแล้วผู้คนและเรื่องราวในอดีต ล้วนราวกับภาพฝันชั่วครู่ แล้วก็หายไป และฉันก็จะก้าวไปสู่ชีวิตที่มีความสุขของตัวเอง!หลังจากมู่เฉินโจวเข้ามารับช่วงกิจการของตระกูลเสิ่น เขาก็บริหารทุกอย่างได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยแม้งานในแต่ละวันจะยุ่งมาก แต่เขาก็ยังหาเวลามาอยู่กับฉันเสมอวันนั้นฉันอยู่บ้านคนเดียว ว่าง ๆ เลยเข้าไปที่ห้องทำงานของมู่เฉินโจวเพื่อหาหนังสือมาอ่านแก้เบื่อสายตาฉันไปสะดุดเข้ากับกล่องไม้ใบหนึ่ง ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ฉันจึงเปิดกล่องนั้นออกข้างในนั้นมีจดหมายอยู่หลายฉบับจดหมายทุกฉบับ ล้วนเป็นจดหมายรักที่มู่เฉินโจวเขียนถึงฉันอ่านถึงฉบับสุดท้าย น้ำตาของฉันก็ไหลออกมาโดยไม่อาจหยุดได้ที่แท้ ตอนนั้นที่ฉั
แต่พวกนั้นพอเกิดความใคร่ขึ้นมาแล้ว ก็ไม่สนใจอะไรอีกเลยชายคนนั้นผลักเธอล้มลงกับพื้นอย่างแรงจนไถลไปไกลหลายเมตร ความเจ็บทำให้น้ำตาเธอคลอเบ้าพอเห็นว่าตัวเองสู้พวกนั้นไม่ได้แน่ เธอก็ได้แต่ยอมอ่อนข้อเธอแสยะยิ้มอย่างมีเลศนัยอีกครั้ง “แบบนี้ก็ดี ต่อให้มีคนมาช่วยเธอ แล้วเห็นว่าเธอถูกย่ำยีไปแล้ว ฉันไม่เชื่อหรอกว่าพวกเขาจะยังต้องการเธอ!”พวกผู้ชายเดินเข้ามาหาฉันด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวน่ากลัว ฉันร้องขอความช่วยเหลือสุดเสียง แต่ก็ไร้ประโยชน์“ปล่อยเธอ!”ในขณะที่เสื้อผ้าของฉันกำลังจะถูกฉีกออกจนหมด ประตูโกดังก็ถูกเปิดออกคนที่มาคือเจียงเย่ เขาพุ่งเข้าไปต่อยเตะไม่กี่ที ก็จัดการล้มพวกนั้นลงได้หมดเขาเอาเสื้อคลุมพาดบนตัวฉัน แล้วอุ้มฉันขึ้นเตรียมจะพาออกไปแต่ตอนนั้นซูเสี่ยวโหรวกลับตาแดงก่ำ เธอหยิบมีดสั้นออกมาแล้วพุ่งเข้ามาทางพวกเราอย่างบ้าคลั่ง“ระวัง!”แต่มีดของเธอเร็วเกินไป ถึงเจียงเย่จะพยายามปกป้องฉัน เขาก็ยังถูกมีดของซูเสี่ยวโหรวแทงเข้าที่หลังพอเห็นเขาค่อย ๆ ล้มลง ซูเสี่ยวโหรวก็ลนลานขึ้นมาทันที“ไม่! ทำไม…ทำไม?”ตอนนั้น สีหน้าของเธอกลายเป็นดุร้าย แสดงท่าทางราวกับจะเอาให้ตายกันไปข้าง แล้ว
ได้ยินมาว่าวันนั้น เจียงเย่คุกเข่าอยู่หน้าบ้านฉันอยู่นานมาก จนหมดแรงและถูกพาไปส่งโรงพยาบาลพอได้ยินข่าวนี้ ในใจไม่มีคลื่นอารมณ์ใด ๆ เกิดขึ้นเลยฉันคิดว่า สถานการณ์ทั้งหมดเป็นสิ่งที่เขาก่อขึ้นเอง09หลังจากนั้น เจียงเย่ก็ไม่ปรากฏตัวอีกเลยความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับมู่เฉินโจวก็ยิ่งมั่นคงมากขึ้นเรื่อย ๆเมื่อก่อนทั้งใจทั้งสายตาของฉันมีแต่เจียงเย่ ไม่เคยมองเห็นใครคนอื่นเลยพอได้ใช้เวลาร่วมกับมู่เฉินโจว ฉันถึงได้เข้าใจว่าความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนไม่ควรเป็นการที่ฝ่ายหนึ่งต้องยอมอยู่ฝ่ายเดียวแต่ต้องเป็นการที่ทั้งสองฝ่ายร่วมกันทุ่มเท ถึงจะทำให้ความสัมพันธ์นี้ดีขึ้นเรื่อย ๆและความสัมพันธ์แบบคนสองคน ก็ไม่ควรมีคนที่สามเข้ามาแทรกอย่างเด็ดขาดฉันเคยคิดว่าชีวิตจะดำเนินไปอย่างสงบและสวยงามแบบนี้ต่อไป แต่การปรากฏตัวของคนคนหนึ่งกลับทำลายความสงบนั้นลงวันนั้นเป็นวันเกิดของมู่เฉินโจว ฉันออกไปข้างนอกคนเดียวเพื่อเตรียมเซอร์ไพรส์วันเกิดให้เขาแต่ที่หน้าห้างสรรพสินค้า ฉันกลับเจอซูเสี่ยวโหรว เธอดูซูบผอมลงมากเบ้าตาที่ลึกโหลทำให้เธอดูแก่ขึ้นเป็นสิบปี แตกต่างจากเด็กสาวที่เคยสดใสในอดีตอย่างสิ้นเชิง
ตั้งแต่นั้นมา ฉันก็เริ่มมีความรู้สึกพิเศษต่อเจียงเย่ตอนนั้นเขาก็ดูแลเอาใจใส่ฉันดีมากพ่อยุ่งกับงานมาตลอด ฉันเองก็เสียแม่ไปตั้งแต่เด็ก เป็นเจียงเย่ที่คอยอยู่ข้าง ๆ คอยดูแลเอาใจใส่ฉันเสมอฉันเคยคิดว่า พอพวกเราโตขึ้น ก็คงได้อยู่ด้วยกันโดยปริยายแต่ตั้งแต่ซูเสี่ยวโหรวเข้ามาอยู่ในบ้าน ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมดเขาเริ่มเข้าข้างซูเสี่ยวโหรวโดยไม่รู้ตัว อีกทั้งยังบอกว่าครอบครัวของซูเสี่ยวโหรวน่าสงสาร เหมือนตัวเขาเองในช่วงแรก ฉันพยายามเอาใจเขา ก็เลยทำดีกับซูเสี่ยวโหรวไปพร้อมกับเขาแต่พอเวลาผ่านไป ซูเสี่ยวโหรวก็เริ่มได้คืบจะเอาศอกมากขึ้นเรื่อย ๆเธอมักจะใส่ร้ายฉันว่ารังแกเธอในฐานะคุณหนู แล้วก็แสร้งทำเป็นน่าสงสารเพื่อเรียกความเห็นใจจากเจียงเย่ไม่ว่าฉันจะอธิบายยังไง เจียงเย่ก็ไม่ยอมเชื่อฉันชาติที่แล้ว ทั้งที่ฉันรู้อยู่แล้วว่าเจียงเย่มีความรู้สึกให้ซูเสี่ยวโหรว แต่ฉันก็ยังตัดสินใจเลือกเขาอย่างเด็ดขาดฉันคิดว่าความสัมพันธ์ที่เรามีต่อกันมาตั้งแต่เด็กนั้น ต่อให้เป็นใครก็ไม่มีวันทำให้สั่นคลอนได้แต่ฉันคิดผิด ผิดอย่างร้ายแรงเกินไปพอคิดมาถึงตรงนี้ หน้าอกของฉันก็ปวดหน่วงขึ้นมามู่เฉินโจวเห
06มู่เฉินโจวชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด เขามองมาที่ฉันอย่างไม่อยากเชื่อพอฉันสบตาเขาแล้วพยักหน้าอย่างยืนยัน เขาถึงค่อย ๆ ก้าวขึ้นเวทีอย่างช้า ๆส่วนเจียงเย่ยืนนิ่งอยู่กับที่ ปากพึมพำเบา ๆ“ไม่… เป็นไปได้ยังไง?”ทุกคนต่างหันไปจับจ้องที่มู่เฉินโจวบนเวที ไม่สนใจเจียงเย่อีกแต่จู่ ๆ เขาก็คำรามลั่นแล้วพุ่งขึ้นเวที ก่อนจะคว้าแขนฉันไว้แน่นแล้วพูดว่า“เสิ่นชิงฮวน คุณจงใจทำให้ผมหึงใช่ไหม?”“เพราะหึงเสี่ยวโหรว คุณเลยจงใจเอามู่เฉินโจวมาทำให้ผมหึงใช่ไหม!”ตอนนี้ฉันเริ่มไม่เข้าใจแล้ว ทั้งที่ตอนแรกเขาอยากอยู่กับซูเสี่ยวโหรวเองแท้ ๆ พอฉันยอมปล่อยให้เขาได้อยู่กับเธอจริง ๆ กลับกลายเป็นว่าเขาไม่ยอมซะงั้น!มู่เฉินโจวที่อยู่ข้าง ๆ ผลักเขาออกไปอย่างแรง ก่อนจะพูดอย่างไม่ไว้หน้า “เจียงเย่ ตอนนี้ชิงฮวนเป็นคู่หมั้นของฉันแล้ว นายอยู่ให้ห่างจากเธอ!”แต่เจียงเย่กลับมองมู่เฉินโจวอย่างดูแคลนเพียงแวบเดียว แล้วหันมาคาดคั้นฉันต่อ“ชิงฮวน ผมรู้ว่าคุณทำแบบนี้เพื่อยั่วผม แต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องไปหมั้นกับคนที่ตัวเองไม่ได้ชอบหรอกนะ!”“ใคร ๆ ก็รู้ว่าคุณชอบผมมาตลอด ตอนนี้ถ้าคุณจะเปลี่ยนใจ ผมก็จะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ
“เสิ่นชิงฮวน ต่อให้ผมถูกบังคับให้แต่งงานกับคุณ ผมก็ไม่มีวันชอบคุณเด็ดขาด”“ถ้าคุณยังกล้าไปอวดต่อหน้าเสี่ยวโหรวว่าคุณได้ผมไปแล้ว ผมไม่มีวันแต่งงานกับคุณเด็ดขาด!”พูดจบ เขาก็พาซูเสี่ยวโหรวเดินจากไปโดยไม่หันกลับมาอีกเลยฉันมองแผ่นหลังของพวกเขาที่จากไป ในใจก็แค่นหัวเราะเย็น ๆ ขึ้นมาถึงขั้นเริ่มไม่เข้าใจตัวเองในชาติก่อน ว่าทำไมถึงไปชอบคนแบบนี้ได้05ก่อนงานหมั้นจะเริ่ม ฉันเพิ่งแต่งหน้าเสร็จ ซูเสี่ยวโหรวก็เข้ามาหาฉันทันทีเธอมองฉันอย่างคับแค้นใจ แววตาเต็มไปด้วยความแค้น “เสิ่นชิงฮวน ทำไมกัน ฉันไม่ยอม!”“ทำไมคุณถึงเกิดมาก็มีฐานะสูงส่ง ส่วนฉันกลับต้องเป็นแค่นักเรียนยากจนที่ใคร ๆ ก็ดูถูก!”“แม้แต่เจียงเย่ที่ฉันชอบ ยังต้องจำใจยอมเพราะอำนาจของพ่อคุณ แล้วมาหมั้นกับคุณ!”พอได้ยินแบบนั้น ฉันก็แค่นหัวเราะเย็นชา ก่อนจะมองเธออย่างดูแคลน“ซูเสี่ยวโหรว หลายปีมานี้ตระกูลเสิ่นของฉันไม่ได้ใจร้ายกับเธอใช่ไหม?”“พ่อฉันเห็นว่าครอบครัวเธอยากจน ก็ออกเงินช่วยให้เธอเรียน พอพ่อแม่เธอเสีย ก็ยังรับเธอมาเลี้ยงไว้ในบ้านอีก”“แล้วเธอล่ะ นอกจากไม่รู้จักสำนึกบุญคุณแล้ว ยังเอาแต่ยุแยงให้เกิดเรื่องไม่หยุด!”“ส่ว
“ชุดที่คุณหนูถืออยู่นี่เป็นรุ่นลิมิเต็ดใช่ไหมคะ? ก่อนหน้านี้ฉันเคยเห็นในทีวีราคาคงแพงไม่น้อยเลยนะคะ!”“ถ้าฉันมีโอกาสได้ใส่ชุดลิมิเต็ดแบบนี้สักครั้งก็คงดีนะ”พูดจบ เธอก็ก้มหน้าลงอย่างเศร้าสร้อยเจียงเย่เห็นดังนั้นก็เดินมาหยุดอยู่ข้างฉัน ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงขรึม“ในเมื่อเสี่ยวโหรวชอบชุดนี้ คุณก็ย
ในตอนนั้นเอง คนแปลกหน้าคนหนึ่งก็ถือมีดพุ่งเข้ามาหาฉันอย่างกะทันหันฉันตกใจจนกรีดร้องออกมา ก่อนจะถอยหลังกรูดอย่างลนลานเจียงเย่ตอบสนองอย่างรวดเร็ว อด้วยความเคยชินที่ฝึกฝนมานานหลายปี เขาพุ่งเข้ามาขวางอยู่ตรงหน้าฉัน ก่อนจะเตะมีดในมือของชายคนนั้นจนหลุดกระเด็นตกลงพื้น แล้วก็จัดการจับตัวเขาไว้ได้แต่ใน
01รายชื่อที่คุ้นเคยปรากฏตรงหน้า ฉันตื่นสะดุ้งขึ้นมาความทรมานจากการจมน้ำยังไม่ทันจางหาย เสียงพ่อก็ดังขึ้นข้างหูฉัน“ชิงฮวน วันนี้ลูกเลือกหนึ่งคนจากพวกเขาทั้งเก้าคนมาเป็นคู่หมั้นเถอะ!”ตอนนั้นเองฉันถึงรู้ว่าตัวเองเกิดใหม่แล้วฉันมองรายชื่อ ก่อนจะขีดชื่อเจียงเย่ทิ้งโดยไม่ลังเลพ่อชะงักไปครู่หนึ่







