LOGIN“อ้อ คิราไม่อยู่บ้านน่ะครับคุณแม่”
มธุเอ่ยต้อนรับมารดาของภรรยาด้วยน้ำเสียงสุภาพ จริงๆ แล้วเขาไม่ควรเรียกหล่อนว่าแม่ แต่ให้เกียรติว่าเป็นแม่ของคิราอร วัยของหล่อนจริงๆ แล้วไล่เลี่ยอ่อนแก่กับเขาอยู่ไม่กี่ปี หล่อนยิ้มให้กับเขา แล้วมองกวาดไปรอบๆ บ้านของลูกเขยด้วยสายตาสำรวจซอกแซก อันเป็นบุคลิกประจำของคุณเครือรัตน์
“แม่ไม่ได้มาหาคิราจ้ะ มาหาคุณธุนั่นแหละ มีเรื่องจะไหว้วาน ขอความช่วยเหลือ”
“เรื่องอะไรหรือครับ คุณแม่ถึงมาด้วยตัวเอง”
เขาหรี่ตาลง มองสตรีตรงหน้าอย่างพินิจ หล่อนมีหน้าตาละม้ายคล้ายคิราอร สวยกว่าด้วยซ้ำเพราะเครือรัตน์มีนัยน์ตาคมเฉี่ยวแพรวพราว แต่คิราอรนั้นนัยน์ตาของเธอหางตกเล็กน้อย ทำให้เธอเป็นคนนัยน์ตาโศกแต่สวย...
คนแม่สวยแพรวพราว ส่วนคนลูกสวยแบบน่าถนอมลึกลับ แต่เขาไม่ใคร่ชอบความลึกลับเยือกเย็นของภรรยาแล้วสักเท่าไหร่ หล่อนเหมือนน้ำแข็ง ไม่รู้ว่าจะไปทำให้ท่านพลอยต้องกลายเป็นเสาน้ำแข็งตามหล่อนไปด้วยหรือเปล่า?
นึกไพล่ไปห่วงหล่อนอยู่นิดหน่อย ห่วงที่ว่าหล่อนจะทำงานพังมากกว่าห่วงหรือหวงในฐานะสามีอย่างที่ควรจะเป็น...
“คือว่า...”
เครือรัตน์กลืนน้ำลายลังเลนิดหน่อยว่าจะเอ่ยเรื่องนี้กับบุตรเขยดีไหม แต่รอแม่ลูกสาวก็ไม่ทันใจ เธอตัดสินใจผิดไปหรือเปล่านะที่ให้คิราแต่งงานกับมธุ ตอนแรกนึกว่าจะอู้ฟู่มีเงินให้เธอกินเธอใช้ไม่ขาดมือ แต่พบว่ามันไม่เหมือนตอนที่คิราอรทำงานเป็นดารา แบบนั้นเธอได้เงินลูกได้ควบคุมทุกบาททุกสตางค์ แต่พอเธอมาเป็นภรรยาของมธุแล้ว ส่วนที่เครือรัตน์เคยได้จากลูกสาว มันกลับลดน้อยถอยลง เพราะเธอไม่อาจจะควบคุมการเงินของคิราอรได้อีกแล้ว
“มีเรื่องอะไร คุณแม่บอกผมได้ครับ ทุกเรื่อง”
เกริ่นบอกแบบนี้ เครือรัตน์ก็ยิ้มกว้างขวางแล้วเริ่มเผยไต๋ของตนทันที ว่ามาวันนี้ต้องการอะไร
“คือว่า...แม่จะมาคุยกับคุณธุน่ะค่ะ เรื่อง เรื่องค่าใช้จ่ายเงินเดือนของแม่”
“อ้อ...”
มธุหรี่ตาลง เขาคาดเดาไว้ไม่ผิดเลย กับมารดาของคิราอรว่าหล่อนเป็นคนแบบไหน คนที่ลงได้บอกให้บุตรสาวเลิกทำงานเพื่อมาอยู่กับเขาได้ เพื่อแลกกับค่าสินสอดที่เขามอบให้และหน้าตาในวงสังคม มันก็มีอยู่ประเภทเดียวนั่นแหละ
เขาจ่ายไปเยอะกับคิราอร
และตอนนี้เขากำลังถอนทุนจากหล่อนคืน เมื่อเห็นว่าหล่อนไม่ได้เป็นประโยชน์จรรโลงใจเขาเท่าไหร่แต่หล่อนมีค่าในทางอื่น อย่างตอนนี้อย่างไรเล่า เขาส่งหล่อนไปบรรณาการท่าน เขาได้เงินและผลประโยชน์กลับคืนเป็นล้าน...
และแน่นอนว่าน่าจะไม่ใช่แค่หนเดียวที่เขาจะใช้หล่อนเพื่อถอนทุนคืน
มธุคิดในใจ
“เมื่อก่อนตอนน้องคิราทำงาน แม่เคยเป็นคนเก็บเงินทองให้ น้องคิราส่งให้แม่ใช้ทุกเดือนน่ะค่ะ ค่าใช้จ่ายที่บ้านก็เยอะแยะมากมาย แล้วตอนนี้ เอ่อ พอคุณธุบอกให้น้องเลิกทำงาน แล้วเป็นคนส่งเงินให้แม่แทน แม่มองว่าเงินสี่หมื่นบาทที่ส่งให้แม่ มัน...มันไม่พอใช้กับค่าใช้จ่ายน่ะค่ะ”
มธุกระแอม แล้วมองหน้าของมารดาของคิราอร นังกระสือหิวเงิน...เงินสี่หมื่นนั่นเกินจะพอ ถ้าหล่อนไม่หน้าใหญ่เข้าวงสังคม กระหน่ำช้อปของแบรนด์และเครื่องประดับเพื่อเชิดหน้าชูคอแบบนั้น
“ไม่พอหรือครับ สี่หมื่น”
“พูดตรงๆ ก็ไม่พอน่ะค่ะ น้องคิราเคยให้แม่เยอะกว่านี้ แล้วเมื่อก่อนแม่ก็เป็นคนเก็บเงินทองให้น้อง แต่แม่คืนให้น้องหมดเลยนะคะพอมาแต่งงานกับคุณธุ พอน้องไม่ได้ทำงาน เอ่อ...แม่ก็เลยพลอยลำบากไปด้วย นี่น้องก็เปรยๆ ว่า น้องอยากจะทำงาน...รับงานบ้างช่วยแม่น่ะค่ะ”
“แล้วคุณแม่อยากได้เท่าไหร่ครับ” เปรยมาแบบนี้ เธอก็รีบตะครุบในทันที
“แม่อยากได้สัก... สัก... หกหมื่นบาทน่ะค่ะ คุณธุ แล้วก็วงเงินบัตรเครดิตบัตรเสริมอีกต่างหาก เผื่อไว้ใช้สำรองตอนฉุกเฉิน ตอนนั้นน้องคิราทำให้แม่ไว้ต่างหากสองแสน แต่พอน้องแต่งงานแม่ก็ไม่ได้ตรงนี้อีกเลย”
“แล้วถ้าผมเกิดบอกว่าผมให้ไม่ได้ แต่จะให้อย่างอื่นคุณแม่แทน คุณแม่จะว่ายังไงครับ”
เกือบจะไม่พอใจขึ้นมาแล้ว พอมีคำว่าแต่จะให้อย่างอื่น...เครือรัตน์ก็ยิ้มหวานแล้วเอียงคอ ทำหน้าแบ้วเหมือนสาวอายุสักยี่สิบ
“เอ คุณธุจะให้อะไรแม่ล่ะคะ ถ้าไม่เพิ่มเงินเดือน”
“ผมเห็นว่า ผมอยากจะให้รีสอร์ตที่คุณแม่เคยบอกว่าอยากซื้อต่อไว้ให้เป็นของคิรา อยากจะช่วยบริหาร อยากมีงานทำ ผมก็เลยคิดว่าจะให้คุณแม่เป็นผู้จัดการน่ะครับ ให้คุณแม่บริหารงาน...แล้วก็แบ่งผลกำไรไป คุณแม่ว่ายังไงครับ”
“อุ๊ย โอ๊ะ รีสอร์ตที่เขาใหญ่นั่นหรือคะ”
เครือรัตน์ถึงกับเบิกตากว้าง อา...เธอเห็นเงินเต็มไปหมดในหัวตอนนี้ ถ้าเธอรับมันก็จะทำให้เธอมีเงินมากกว่าเงินเดือนที่เธอมาขอเพิ่มนี่แน่ๆ
“ครับ แต่ถ้าคุณแม่รับตรงนั้น ผมก็จะไม่ให้เงินเดือนที่เคยจ่าย ตกลงว่ายังไงครับ ให้คุณแม่แบ่งผลกำไรไปเป็นเดือนแทน”
ตาจ้องกัน...แน่นอนว่าเขาไม่ยอมเสียผลประโยชน์ง่ายๆ ถ้าเธออยากได้เงินก็ต้องทำงาน จะเจ๊งจะกำไร ก็แล้วแต่ฝีมือของเครือรัตน์ ถ้าหล่อนอยากได้ก็ต้องทำให้มีกำไร
“แหม ได้สิคะ อุ๊ยแล้วแบบนี้ เอ่อ คุณธุจะใส่ชื่อใครเป็นเจ้าของรีสอร์ตล่ะคะ”
“ก็ต้องชื่อของคิราสิครับ”
เขาว่า จะอย่างไรแล้วยกให้ใส่เป็นชื่อเธอสุดท้ายมันก็จะกลายเป็นชื่อเขา และเขาก็ไม่ได้ผิดสัญญา เพราะว่าเขาให้มารดาของคิราอรไปบริหารที่นั่น...ก็เหมือนได้หัวโขนเป็นเจ้าของนั่นแหละ
“แหม...แม่ก็นึกว่าชื่อแม่”
คุณเครือรัตน์บ่นเบาๆ มธุหัวเราะแล้วแตะมือเธอเบาๆ พร้อมกับยิ้มหว่านเสน่ห์ส่งให้กับแม่ยาย ที่พอมองตาลูกเขยก็ทำท่าสะเทิ้น มธุกลั้นขำไว้เกือบแย่กับท่าทีของแม่ยาย ที่ทำเหมือนสะเทิ้นเขินเขา ทั้งที่ไม่สมควรจะทำ
“ของคิราก็เหมือนของคุณแม่นั่นแหละครับ ผมก็เหมือนยกให้คุณแม่”
“ขอบคุณมากๆ นะคะ แล้วคุณธุจะให้แม่ไปบริหารได้เมื่อไหร่เอ่ย”
เอียงคอทำทีเหมือนสาวน้อย มธุแกล้งจับมือของเธอมาบีบเบาๆ และลูบมันเสียด้วย
แม่ยายของเขาหน้าแดงก่ำขึ้นทันทีพร้อมกับหลบตาเขา
โธ่! อีแก่คงนึกว่าเขาพิศวาสหล่อน ช่างน่าสมเพช ถึงได้ทำเขินอายเขาแบบนี้ มธุปล่อยมือหล่อน แล้วเอามาประสานกัน พร้อมกับเอ่ยเสียงทุ้ม
“ผมกำลังให้เลขาไปติดต่อขอซื้อกับเจ้าของเดิม และเดือนหน้าคุณแม่ขึ้นไปจัดการทุกอย่างได้ตามชอบเลยครับ ตามสัญญาของเรา ผมจะไม่ส่งเงินเดือนให้คุณแม่ และแบ่งปันผลกำไรจากการบริหารเอา คุณแม่รับเงินตรงนี้ไปแทนนะครับ”
“ค่ะ ได้สิคะ ขอบคุณคุณธุมากๆ”
เธอทำทีจะมากราบแนบอกเขา แต่มธุลุกพรวดขึ้นยืนขึ้นเสียก่อน พร้อมกับเอ่ยลาเธอเสียงนุ่ม
“ผมขอตัวก่อนนะครับ มีธุระต้องรีบไปประชุม ขอฝากรีสอร์ตไว้กับคุณแม่ด้วยนะครับ” เขาทิ้งท้าย ก่อนจะเดินก้าวยาวๆ ออกไปจากห้องรับแขก
เครือรัตน์ได้แต่ยิ้มอิ่มอกอิ่มใจ ที่โดนเอาหัวโขนมาสวมแบบนั้น ลืมคิดไปว่าเธอนั้นเสียผลประโยชน์เต็มๆ ในตอนนี้ ทั้งที่กะจะมาเรียกผลประโยชน์เพิ่มเอาจากเขาแท้ๆ
“ท่านจะพาคิราไปอยู่เมืองนอกหรือคะ”คิราที่นำน้ำผักผลไม้ปั่นมาเสิร์ฟให้กับท่านด้วยตนเองถาม พอเธอรู้ว่าท่านจะมาหาก็ตระเตรียมทำไว้ให้ สิชลทำหน้าแปลกๆ เมื่อเห็นน้ำแก้วที่เธอถือเดินมายื่นส่งให้ พร้อมกับรับไปแล้วพินิจมองมัน ก่อนจะดมกลิ่น...กลิ่นคุ้นมาก “น้ำอะไร?”“น้ำผักผลไม้ปั่นค่ะ คุณมลสอนคิรามา บอกว่ามันมีประโยชน์ ท่านไม่ค่อยชอบกินผัก เอ่อ...คุณมลบอกให้คิราทำให้ท่านรับประทานเป็นประจำค่ะ”“อื้อหือ”สิชลเลิกคิ้ว เขามองหน้าคิราอร ดูว่าเธอจะลุ้นว่าเขาจะยอมรับประทานไหม สิชลจำต้องกล้ำกลืนกินมันเข้าไป จนหมดแก้วแล้วทำหน้าเหยเก พร้อมกับส่งแก้วคืนให้กับคิราอร ที่มองผลงานของตัวเองอย่างพอใจ“อร่อยไหมคะ”“ให้ตอบตรงๆ ก็รสชาติ...ฉันไม่ชอบเลย”“แต่ท่านต้องดื่มนะคะ มันดีต่อสุขภาพ แล้วคุณมลก็สั่งหนูมาด้วย”“ไปคุยกันตั้งแต่เมื่อไหร่” เขามองหน้าหวานๆ ของคิราอร หญิงสาวมีเพียงแค่ความยิ้มแย้มแจ่มใสส่งให้กับเขา และทรุดลงนั่งข้างเขาเธอเอียงหน้าลงซบกับบ่าของเขาอย่างอ้อนๆ คิราอรตั้งแต่เปิดใจยอมรับว่ารักสิชล เธอก็กลายเป็นเหมือนสาวน้อยขี้อ้อน...มันทำให้เขายิ่งรักและหลงเธอ ส่วนความอบอุ่นที่คิราไม่เคยได้รับจ
ข่าวร้ายถูกส่งมาถึงเธอหลังจากนั้นอีกหนึ่งวัน เมื่อมีคนเข้าไปพบศพของทั้งคู่ นอนตายเคียงกันในโรงแรมที่ต่างประเทศ สื่อตีข่าวกันคึกโครมเป็นอย่างมาก เพราะลดาพรเป็นดาราวัยรุ่นกำลังมีชื่อเสียง ส่วนมธุเองก็เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เขามีชื่อเสียงในวงสังคม และข้อสำคัญคือเขาแต่งงานแล้ว นั่นแหละทำให้ข่าวนี้ยิ่งดังมากขึ้นอีกคนพุ่งความเห็นใจมาที่คิราอร ที่กลายเป็นแม่หม้ายหุ้มเพชรทันที เพราะได้สินสมรสจากมธุ เขาไม่มีลูก...นั่นยิ่งทำให้ทุกอย่างกลายเป็นของคิราอรแม่ของเธอยิ้มหน้าบานมาก ที่เธอได้ทุกอย่างแบบนี้ ท่านมาประกบเธอตลอดเวลา และนึกสงสัยว่าชายสูงวัยหน้าตาหล่อเหลาและภูมิฐานดูดีที่คอยตามดูแลช่วยเหลือคิราอรตลอดงานพิธีของมธุจนถึงเรื่องคดีต่างๆ ให้คนของเขา ให้ทนายมาช่วยดูแล ช่วยเคลียร์ปัญหาต่างๆ คือใครกัน?เธอโดนโกงเรื่องที่ไปลงทุนจนหมดตัว แถมติดหนี้สินอีกหลายล้าน โดนลูกทีมขู่จะตามล่าตามฆ่า สิ่งที่ลูกสาวเตือนไว้คือเรื่องจริง เพราะเธอไปลงทุนกับแชร์ลูกโซ่และตอนนี้ทางนั้นก็หนีไปต่างประเทศแล้ว เหลือแต่เธอที่ต้องรับภาระรับใช้หนี้สินนี่แหละ แล้วมธุก็มาตายทิ้งมรดกไว้ให้กับคิราอรมหา
“อะไรนะคะ คุณจะให้หนู จะให้หนูฆ่าลูกของเราเหรอ” เสียงของลดาพรโวยวายดังลั่น เมื่อรู้ว่ามธุจะให้เธอมาอยู่ที่นี่เพื่อทำอะไร “ก็...”มธุถอนใจ เขาเลือกที่จะใช้ไม้นวมก่อน เขาดึงเธอมากอด แต่ทว่าลดาพรพยายามผลักไส ปฏิกิริยาของหล่อนรุนแรงเกินกว่าที่เขาคิดไว้มากนัก“ใจเย็นสิ บาร์บี้ฟังก่อนได้ไหม”“ไม่ หนูไม่ฟัง คุณมันคนใจร้าย คุณจะฆ่าลูก คุณทำได้ยังไง”“มันยังไม่เป็นตัวด้วยซ้ำไปไหมล่ะ แล้วทำไมฉันจะให้เธอจัดการมันไม่ได้ ในเมื่อเธอปล่อยให้มีมันขึ้นมาเองนะบาร์บี้”“...” ลดาพรน้ำตาไหลอาบแก้ม เธอช็อคไม่คิดว่าเขาจะใจร้ายได้ถึงเพียงนี้ เธอมีลูกเพราะหวังจะให้เขาหันมาหาเธอนั่นก็คือใช่ เธอนั้นรักเขามากถึงได้ลงทุนทำสิ่งนี้ลงไป นอกจากเงินทองของเขาแล้ว ตัวของเขาก็ทำให้เธอรักมากความรักคืออารมณ์ที่ไม่มีเงื่อนไข ข้อจำกัด แต่ลงได้รักไปแล้วจะได้รับความรู้สึกแบบใดตอบแทน หรือจัดการกับความรักของตนเองแบบไหน แล้วแต่ว่ารักแบบไหน รักเพื่อหวังอะไร สำหรับตอนนี้ลดาพรใจสลายที่เขาบอกให้เธอจัดการเอาเด็กออกซะเธอโถมตัวเข้าหาเขาด้วยความลืมตัว และตบหน้าเขา...มธุคำรามเมื่อถูกเด็กเลี้ยงของตัวเองตบหน้าจนหน้าหัน ไม่ม
รถตู้คันหรูถูกส่งมารับคิราอรที่ห้างสรรพสินค้าตามเวลาที่นัดหมาย และพาเธอออกนอกเมือง คิราอรตื่นเต้นมาก มันเป็นครั้งแรกที่เธอกล้าทำอะไรแบบนี้เหมือนกับว่าเธอเป็นนกที่ถูกขังกรงมาตลอดและเป็นหนแรกที่เธอแหกกรงออกมาโบยบินหาอิสระ โบยบินหาคนที่เธอรักมันช่างเป็นความรู้สึกที่ทั้งเปี่ยมสุขและขมขื่น ปนไปด้วยความหวาดกลัวกลัวในบาปที่เธอกำลังทำ...สุขที่ได้ไปเจอลมหายใจของเธอขมขื่น...กับความรักที่แทบเป็นไปไม่ได้เธอยิ้ม...ทว่าน้ำตาของเธอไหลออกมา คิราอรปาดน้ำตานั้นเสีย แล้วหยิบเอากระเป๋าเครื่องสำอางขึ้นมาตรวจดูว่าน้ำตาเมื่อครู่ทำความเสียหายกับเมคอัพของเธอบ้างไหม เธอไม่ควรเศร้า และควรสวยสดใสเมื่อเจอท่านเธอแต่งเติมลิปสติกและทาแป้งกลบรอยน้ำตา ก่อนจะยิ้มให้กับตนเองที่เห็นสะท้อนในกระจก เพียงแค่คิดว่าจะเจอท่าน นัยน์ตาสวยโศกของเธอมีประกายแห่งความสุขขึ้นมาทันที รถแล่นพาเธอไปจนถึงบ้านหลังหนึ่ง มันเป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นทาสีขาวทั้งหลัง คนขับเปิดประตูให้เธอ คิราอรลงมาจากรถตู้ ร่างสูงของใครคนหนึ่งที่รอเธออยู่แล้วเดินก้าวอย่างรวดเร็วตรงมาหาเธอในทันที“สะ อุ๊ย ท่าน” อุทานออกมาอย่างตกใจ เมื่อเธอได้ร
“ไม่ไหวก็ไม่ต้องไป...แล้วก็พักรักษาตัวดีๆ ล่ะ ฉันจะได้ไม่ต้องแวะไปรับเธอ อ้อ...เรื่องบทน่ะ หายแล้วค่อยอ่านก็ได้ ฉันอ่านไปรอบหนึ่งแล้ว ให้เขาแก้ไปรอบหนึ่งล่ะ”“ค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ” เธอเอ่ยอวยพร ใจเต้นตุบๆ เกรงว่าเขาจะจับพิรุธในน้ำเสียงของเธอได้ เธอเป็นนักแสดงอาชีพ จึงเอาบทบาทนี้มาใช้ให้เขาเชื่อว่าเธอป่วยจนลุกไปกับเขาไม่ไหวจริงๆ “อืม...ถ้าพักนี้มีข่าวอะไร เธอก็อย่าไปสนใจมาก มันมีคนพยายามจะทำลายชื่อเสียงของฉันอยู่ เพราะอาจจะรู้ว่าฉันกำลังจะลงสมัคร”“ค่ะ”“กลับมา เธอหายดีแล้ว เราก็ไปคุยกับผู้จัดกันอีกที ละครเรื่องนี้ทำเพื่อเธอนะคิรา ทำมันให้ดีที่สุด”“ค่ะ”“เด็กดี” เขาเอ่ยชมทิ้งท้าย ชินเสียแล้วที่ภรรยาไม่มีเงื่อนไข คำค้าน เธอมักจะตอบรับเขาสั้นๆ แบบนี้มาตลอด โดยไม่รู้ว่าตอนนี้เด็กดีของเขา กำลังแหกกฎเกณฑ์ของเขาอย่างร้ายแรง เธอกำลังทรยศเขา...แต่นั่นก็มันเพราะเขาเป็นต้นเหตุ ที่ผลักไสให้คิราอรผิดศีลข้อสาม เขาเอาเธอไปถวายพานใส่ให้กับสิชลเองกับมือกรรมกำลังตลบหลังเขาแล้วตอนนี้เมื่อวางสายแล้วจากสามี เธอก็ลุกขึ้นจากเตียงและเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัว วันนี้เธออยากจะแต่งต
“ยัยคิรา มาเยี่ยมแม่บ้างสิ ว่างหรือเปล่า”เสียงของมารดาดังมาตามสาย คิราอรเกร็งตัวโดยอัตโนมัติเมื่อได้ยินเสียงของท่าน เสียงที่บงการเอาแต่ใจกับเธอมาเกือบตลอดชีวิตยี่สิบสี่ปีของเธอดังขึ้น ท่านห่างจากการบงการเธอไปตั้งแต่เธอแต่งงานกับมธุ แต่ก็เหมือนเปลี่ยนมือ...จากคุณเครือรัตน์มาเป็นมธุแทน คนหลังแม้จะควบคุมน้อยหน่อย แต่ก็รีดเร้นเอาพลังชีวิตและผลประโยชน์ไปจากเธอพอๆ กัน“พักนี้หนูต้องออกงานกับคุณธุน่ะค่ะแม่ หนูเลยไม่ค่อยมีเวลา แม่เป็นยังไงบ้างคะ กิจการรีสอร์ตเป็นไปด้วยดีไหม?”“ก็ พอได้แหละ แต่แม่มีโครงการใหญ่กว่ารีสอร์ตกระจอกๆ นี่เยอะเลย ยัยคิรา แกรู้ไหมว่าแม่มีทางทำธุรกิจที่รวยเป็นล้านๆ ได้แล้ว”“อา...ธุรกิจอะไรหรือคะ”“มันเป็นการเทรดหุ้นน่ะ เนี่ยแม่เริ่มลงทุนไปแล้วก็ได้คืนมาจริงๆ นะ ลงทุนแรกแค่แสนบาท แต่แม่ได้คืนกำไรตั้งสี่หมื่นนะยัยคิรา แกชวนคุณธุมาลงทุนกับแม่สิ”“แม่คะ ระวังบ้างนะคะข่าวก็ออกจะโครมๆ เรื่องเทรดหุ้นอะไรแบบนี้ มันเหมือนแชร์ลูกโซ่นะคะ แม่ระวังนะคะ”“โอ๊ย! อย่ามาสอนฉันเลยยัยคิรา ทำตามที่ฉันบอก พาผัวแกมาลงทุนกับฉันด้วยล่ะ ขอเงินผัวแกมาน่ะ ทำได้ไหม แล้ว...ให้ดีแกก็มาหาแ







