LOGINสิชลนั่งลงตรงเก้าอี้นวดตัวโปรด เปิดเครื่องให้มันทำงาน และจิบน้ำผักผลไม้รวม เขาทำหน้านิ่วเล็กน้อย รสชาติของมัน..แปลกเกินจะบอกว่าอร่อย สีหน้าของเขาทำให้ภรรยาที่เป็นคนทำมาให้ ถึงกับหัวเราะ แล้วเอ่ยเย้าสามีของเธอ
"เป็นยังไงคะคุณ อร่อยบอกอร่อยนะคะ อย่าเอาใจ"
"อร่อย" เขาว่า
"แต่ผมคงไม่เอาอีกแล้วนะคุณมล"
มลธารหัวเราะชอบใจ เธอรอจนสามีดื่มหมด เหมือนกำกับกลายๆ ว่าเขาจะต้องกินสิ่งที่เธอทำมาให้ สิชลเลยรีบกินให้หมด แล้วเธอรับแก้วจากเขา แล้วส่งมันให้กับสาวใช้เอาไปเก็บ
"กินไปเถอะค่ะ ของมีประโยชน์ คุณจะได้แข็งแรงอยู่กับฉันไปนานๆ ต่อไปนี้ฉันสั่งเด็กไว้ ว่าให้ทำให้คุณดื่มทุกเช้า ให้หมด"
เน้นเสียงเน้นหนัก เล่นเอาสามีขนลุกนิดๆ แต่ก็ยังยิ้มส่งให้เธอ มลธารมองดูสามีของเธอ ในวัยนี้ เขายังคงหล่อเหลา...ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ดูดีกว่าตอนวัยหนุ่มด้วยซ้ำ
ตาของเธอมองดูเขา ซ่อนประกายบางอย่างไว้ในนั้น พร้อมกับยิ้มเยียดแล้วเอ่ยเสียงหวาน
"ของไม่มีประโยชน์กินมาเยอะแล้ว กินของดีๆ บ้างจะเป็นไรไปคะ ของที่เมียหามาให้ดีทุกสิ่งนั่นแหละค่ะ"
เขาหัวเราะ แล้วแกล้งแตะแขนเธอ พร้อมกับเอ่ยเสียงนุ่ม
"ของดีน่ากินที่ว่า อยู่ตรงนี้ยังไงล่ะครับ ผมกินได้ไหมล่ะ"
"ของดีตอนนี้กินไม่ได้แล้วล่ะค่ะ"
มลธารยิ้มส่งให้เขา ใจของเธอวูบไปเล็กน้อย...รู้ว่าเขาจะหยอกอะไร เธอในวัยเดียวกับเขา ไร้ความรู้สึกเรื่องนี้ ไม่ชอบ...ด้วยซ้ำ อาจจะเพราะวัยที่เปลี่ยนด้วยกระมัง ทำให้เธอไม่อยากแม้กระทั่งแตะต้องเนื้อตัวเขา
ยังรัก
แต่ก็ไม่อยากเข้าใกล้
คำสาปของคำว่าวัยทองไหมนะ?
เป็นมาหลายปีดีดักแล้วด้วย
เป็นมาตั้งแต่อายุขึ้นเลขสี่ นับรวมก็เกือบสิบปีแล้ว ที่เธอเป็นแบบนี้ ระยะหลังถึงกับขอแยกห้องนอนกับเขา สิชลก็ยอมไม่ได้ขัดอะไรเธอ
เพราะรู้ว่าตนเองเป็นแบบนี้ เธอจึงเอาหูไปนาเอาตาไปไร่เสีย กับเรื่องบางเรื่องของสามี
ตราบใดเท่าที่เขาไม่เอามายกย่องจริงจัง
เธอก็ไม่ว่าอะไร
ยิ่งหลังๆ มาแล้ว มลธารก็ยิ่งอยากให้เขามีใครสักคนอยู่ดูแลเขาแทนเธอยามเธอไม่อยู่ ตอนนี้มลธารกำลังศึกษาการปฏิบัติธรรมจริงจัง เหมือนพบกับความสุขที่แท้จริง ที่เธอต้องการแล้ว
เธอกับเขามีลูกด้วยกันหนึ่งคน และตอนนี้ลูกชายก็โตแล้ว สุธาร ช่วยพ่อทำงานและก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารเต็มตัว สิชลถึงสบายมากขึ้น แต่เขาก็ยังโลดแล่นในทางโลก เสพความสุขอีกแบบ ไม่ใช่แบบเธอ
"โธ่...อดเลย"
เขาแกล้งว่าแล้วหัวเราะ ขณะที่ภรรยาเคลื่อนกายเข้าใกล้ เธอโน้มตัวลงกระซิบกับเขาเสียงเบา ให้ได้ยินกันสองคน
"ถ้าหาได้แล้วดีมีประโยชน์ ฉันก็ไม่ว่าอะไรนะคะคุณชล...ถ้าคุณจะมีคนมาดูแลแทนฉัน ฉันจะได้สบายใจด้วย"
"คุณมล"
เงยมองหน้าภรรยา เซอร์ไพรส์มากที่เธอพูดแบบนั้น สามีภรรยาอยู่กันมาเกินยี่สิบปีมองตากัน แค่มองก็รู้แล้ว ว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร
เธอจูบแก้มเขาเบาๆ แล้วบอกกับเขาว่าเธอจะไม่อยู่ราวๆ สองเดือน เพราะจะไปที่อินเดีย...กับเพื่อนที่เขาเอ่ยหยอกๆ ว่าเป็นคณะแสวงธรรมของภรรยา
"สองเดือนเลยหรือ"
"ค่ะ สองเดือน" เธอว่า แล้วขยิบตาให้กับสามี
"คุณจะไปเที่ยวบ้างก็ได้นะคะ ทำงานมาหนักแล้ว เลขาของคุณคงจะจัดทริปที่เหมาะกับคุณไว้รอแล้ว"
สิชลเพียงแค่หัวเราะเบาๆ
ใจเขากระหวัดคิดถึงประพัทธ์เลขาผู้รู้ใจ...
และภาพของสาวสวยตาเศร้าคนนั้นก็ผุดขึ้นมาในห้วงความทรงจำ ก่อนที่เขาจะสั่นหน้าน้อยๆ แล้วเอนหลังลง ปล่อยให้เบาะนวดทำงานไป ให้ร่างกายได้รับการผ่อนคลายเต็มที่
“ท่านจะพาคิราไปอยู่เมืองนอกหรือคะ”คิราที่นำน้ำผักผลไม้ปั่นมาเสิร์ฟให้กับท่านด้วยตนเองถาม พอเธอรู้ว่าท่านจะมาหาก็ตระเตรียมทำไว้ให้ สิชลทำหน้าแปลกๆ เมื่อเห็นน้ำแก้วที่เธอถือเดินมายื่นส่งให้ พร้อมกับรับไปแล้วพินิจมองมัน ก่อนจะดมกลิ่น...กลิ่นคุ้นมาก “น้ำอะไร?”“น้ำผักผลไม้ปั่นค่ะ คุณมลสอนคิรามา บอกว่ามันมีประโยชน์ ท่านไม่ค่อยชอบกินผัก เอ่อ...คุณมลบอกให้คิราทำให้ท่านรับประทานเป็นประจำค่ะ”“อื้อหือ”สิชลเลิกคิ้ว เขามองหน้าคิราอร ดูว่าเธอจะลุ้นว่าเขาจะยอมรับประทานไหม สิชลจำต้องกล้ำกลืนกินมันเข้าไป จนหมดแก้วแล้วทำหน้าเหยเก พร้อมกับส่งแก้วคืนให้กับคิราอร ที่มองผลงานของตัวเองอย่างพอใจ“อร่อยไหมคะ”“ให้ตอบตรงๆ ก็รสชาติ...ฉันไม่ชอบเลย”“แต่ท่านต้องดื่มนะคะ มันดีต่อสุขภาพ แล้วคุณมลก็สั่งหนูมาด้วย”“ไปคุยกันตั้งแต่เมื่อไหร่” เขามองหน้าหวานๆ ของคิราอร หญิงสาวมีเพียงแค่ความยิ้มแย้มแจ่มใสส่งให้กับเขา และทรุดลงนั่งข้างเขาเธอเอียงหน้าลงซบกับบ่าของเขาอย่างอ้อนๆ คิราอรตั้งแต่เปิดใจยอมรับว่ารักสิชล เธอก็กลายเป็นเหมือนสาวน้อยขี้อ้อน...มันทำให้เขายิ่งรักและหลงเธอ ส่วนความอบอุ่นที่คิราไม่เคยได้รับจ
ข่าวร้ายถูกส่งมาถึงเธอหลังจากนั้นอีกหนึ่งวัน เมื่อมีคนเข้าไปพบศพของทั้งคู่ นอนตายเคียงกันในโรงแรมที่ต่างประเทศ สื่อตีข่าวกันคึกโครมเป็นอย่างมาก เพราะลดาพรเป็นดาราวัยรุ่นกำลังมีชื่อเสียง ส่วนมธุเองก็เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เขามีชื่อเสียงในวงสังคม และข้อสำคัญคือเขาแต่งงานแล้ว นั่นแหละทำให้ข่าวนี้ยิ่งดังมากขึ้นอีกคนพุ่งความเห็นใจมาที่คิราอร ที่กลายเป็นแม่หม้ายหุ้มเพชรทันที เพราะได้สินสมรสจากมธุ เขาไม่มีลูก...นั่นยิ่งทำให้ทุกอย่างกลายเป็นของคิราอรแม่ของเธอยิ้มหน้าบานมาก ที่เธอได้ทุกอย่างแบบนี้ ท่านมาประกบเธอตลอดเวลา และนึกสงสัยว่าชายสูงวัยหน้าตาหล่อเหลาและภูมิฐานดูดีที่คอยตามดูแลช่วยเหลือคิราอรตลอดงานพิธีของมธุจนถึงเรื่องคดีต่างๆ ให้คนของเขา ให้ทนายมาช่วยดูแล ช่วยเคลียร์ปัญหาต่างๆ คือใครกัน?เธอโดนโกงเรื่องที่ไปลงทุนจนหมดตัว แถมติดหนี้สินอีกหลายล้าน โดนลูกทีมขู่จะตามล่าตามฆ่า สิ่งที่ลูกสาวเตือนไว้คือเรื่องจริง เพราะเธอไปลงทุนกับแชร์ลูกโซ่และตอนนี้ทางนั้นก็หนีไปต่างประเทศแล้ว เหลือแต่เธอที่ต้องรับภาระรับใช้หนี้สินนี่แหละ แล้วมธุก็มาตายทิ้งมรดกไว้ให้กับคิราอรมหา
“อะไรนะคะ คุณจะให้หนู จะให้หนูฆ่าลูกของเราเหรอ” เสียงของลดาพรโวยวายดังลั่น เมื่อรู้ว่ามธุจะให้เธอมาอยู่ที่นี่เพื่อทำอะไร “ก็...”มธุถอนใจ เขาเลือกที่จะใช้ไม้นวมก่อน เขาดึงเธอมากอด แต่ทว่าลดาพรพยายามผลักไส ปฏิกิริยาของหล่อนรุนแรงเกินกว่าที่เขาคิดไว้มากนัก“ใจเย็นสิ บาร์บี้ฟังก่อนได้ไหม”“ไม่ หนูไม่ฟัง คุณมันคนใจร้าย คุณจะฆ่าลูก คุณทำได้ยังไง”“มันยังไม่เป็นตัวด้วยซ้ำไปไหมล่ะ แล้วทำไมฉันจะให้เธอจัดการมันไม่ได้ ในเมื่อเธอปล่อยให้มีมันขึ้นมาเองนะบาร์บี้”“...” ลดาพรน้ำตาไหลอาบแก้ม เธอช็อคไม่คิดว่าเขาจะใจร้ายได้ถึงเพียงนี้ เธอมีลูกเพราะหวังจะให้เขาหันมาหาเธอนั่นก็คือใช่ เธอนั้นรักเขามากถึงได้ลงทุนทำสิ่งนี้ลงไป นอกจากเงินทองของเขาแล้ว ตัวของเขาก็ทำให้เธอรักมากความรักคืออารมณ์ที่ไม่มีเงื่อนไข ข้อจำกัด แต่ลงได้รักไปแล้วจะได้รับความรู้สึกแบบใดตอบแทน หรือจัดการกับความรักของตนเองแบบไหน แล้วแต่ว่ารักแบบไหน รักเพื่อหวังอะไร สำหรับตอนนี้ลดาพรใจสลายที่เขาบอกให้เธอจัดการเอาเด็กออกซะเธอโถมตัวเข้าหาเขาด้วยความลืมตัว และตบหน้าเขา...มธุคำรามเมื่อถูกเด็กเลี้ยงของตัวเองตบหน้าจนหน้าหัน ไม่ม
รถตู้คันหรูถูกส่งมารับคิราอรที่ห้างสรรพสินค้าตามเวลาที่นัดหมาย และพาเธอออกนอกเมือง คิราอรตื่นเต้นมาก มันเป็นครั้งแรกที่เธอกล้าทำอะไรแบบนี้เหมือนกับว่าเธอเป็นนกที่ถูกขังกรงมาตลอดและเป็นหนแรกที่เธอแหกกรงออกมาโบยบินหาอิสระ โบยบินหาคนที่เธอรักมันช่างเป็นความรู้สึกที่ทั้งเปี่ยมสุขและขมขื่น ปนไปด้วยความหวาดกลัวกลัวในบาปที่เธอกำลังทำ...สุขที่ได้ไปเจอลมหายใจของเธอขมขื่น...กับความรักที่แทบเป็นไปไม่ได้เธอยิ้ม...ทว่าน้ำตาของเธอไหลออกมา คิราอรปาดน้ำตานั้นเสีย แล้วหยิบเอากระเป๋าเครื่องสำอางขึ้นมาตรวจดูว่าน้ำตาเมื่อครู่ทำความเสียหายกับเมคอัพของเธอบ้างไหม เธอไม่ควรเศร้า และควรสวยสดใสเมื่อเจอท่านเธอแต่งเติมลิปสติกและทาแป้งกลบรอยน้ำตา ก่อนจะยิ้มให้กับตนเองที่เห็นสะท้อนในกระจก เพียงแค่คิดว่าจะเจอท่าน นัยน์ตาสวยโศกของเธอมีประกายแห่งความสุขขึ้นมาทันที รถแล่นพาเธอไปจนถึงบ้านหลังหนึ่ง มันเป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นทาสีขาวทั้งหลัง คนขับเปิดประตูให้เธอ คิราอรลงมาจากรถตู้ ร่างสูงของใครคนหนึ่งที่รอเธออยู่แล้วเดินก้าวอย่างรวดเร็วตรงมาหาเธอในทันที“สะ อุ๊ย ท่าน” อุทานออกมาอย่างตกใจ เมื่อเธอได้ร
“ไม่ไหวก็ไม่ต้องไป...แล้วก็พักรักษาตัวดีๆ ล่ะ ฉันจะได้ไม่ต้องแวะไปรับเธอ อ้อ...เรื่องบทน่ะ หายแล้วค่อยอ่านก็ได้ ฉันอ่านไปรอบหนึ่งแล้ว ให้เขาแก้ไปรอบหนึ่งล่ะ”“ค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ” เธอเอ่ยอวยพร ใจเต้นตุบๆ เกรงว่าเขาจะจับพิรุธในน้ำเสียงของเธอได้ เธอเป็นนักแสดงอาชีพ จึงเอาบทบาทนี้มาใช้ให้เขาเชื่อว่าเธอป่วยจนลุกไปกับเขาไม่ไหวจริงๆ “อืม...ถ้าพักนี้มีข่าวอะไร เธอก็อย่าไปสนใจมาก มันมีคนพยายามจะทำลายชื่อเสียงของฉันอยู่ เพราะอาจจะรู้ว่าฉันกำลังจะลงสมัคร”“ค่ะ”“กลับมา เธอหายดีแล้ว เราก็ไปคุยกับผู้จัดกันอีกที ละครเรื่องนี้ทำเพื่อเธอนะคิรา ทำมันให้ดีที่สุด”“ค่ะ”“เด็กดี” เขาเอ่ยชมทิ้งท้าย ชินเสียแล้วที่ภรรยาไม่มีเงื่อนไข คำค้าน เธอมักจะตอบรับเขาสั้นๆ แบบนี้มาตลอด โดยไม่รู้ว่าตอนนี้เด็กดีของเขา กำลังแหกกฎเกณฑ์ของเขาอย่างร้ายแรง เธอกำลังทรยศเขา...แต่นั่นก็มันเพราะเขาเป็นต้นเหตุ ที่ผลักไสให้คิราอรผิดศีลข้อสาม เขาเอาเธอไปถวายพานใส่ให้กับสิชลเองกับมือกรรมกำลังตลบหลังเขาแล้วตอนนี้เมื่อวางสายแล้วจากสามี เธอก็ลุกขึ้นจากเตียงและเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัว วันนี้เธออยากจะแต่งต
“ยัยคิรา มาเยี่ยมแม่บ้างสิ ว่างหรือเปล่า”เสียงของมารดาดังมาตามสาย คิราอรเกร็งตัวโดยอัตโนมัติเมื่อได้ยินเสียงของท่าน เสียงที่บงการเอาแต่ใจกับเธอมาเกือบตลอดชีวิตยี่สิบสี่ปีของเธอดังขึ้น ท่านห่างจากการบงการเธอไปตั้งแต่เธอแต่งงานกับมธุ แต่ก็เหมือนเปลี่ยนมือ...จากคุณเครือรัตน์มาเป็นมธุแทน คนหลังแม้จะควบคุมน้อยหน่อย แต่ก็รีดเร้นเอาพลังชีวิตและผลประโยชน์ไปจากเธอพอๆ กัน“พักนี้หนูต้องออกงานกับคุณธุน่ะค่ะแม่ หนูเลยไม่ค่อยมีเวลา แม่เป็นยังไงบ้างคะ กิจการรีสอร์ตเป็นไปด้วยดีไหม?”“ก็ พอได้แหละ แต่แม่มีโครงการใหญ่กว่ารีสอร์ตกระจอกๆ นี่เยอะเลย ยัยคิรา แกรู้ไหมว่าแม่มีทางทำธุรกิจที่รวยเป็นล้านๆ ได้แล้ว”“อา...ธุรกิจอะไรหรือคะ”“มันเป็นการเทรดหุ้นน่ะ เนี่ยแม่เริ่มลงทุนไปแล้วก็ได้คืนมาจริงๆ นะ ลงทุนแรกแค่แสนบาท แต่แม่ได้คืนกำไรตั้งสี่หมื่นนะยัยคิรา แกชวนคุณธุมาลงทุนกับแม่สิ”“แม่คะ ระวังบ้างนะคะข่าวก็ออกจะโครมๆ เรื่องเทรดหุ้นอะไรแบบนี้ มันเหมือนแชร์ลูกโซ่นะคะ แม่ระวังนะคะ”“โอ๊ย! อย่ามาสอนฉันเลยยัยคิรา ทำตามที่ฉันบอก พาผัวแกมาลงทุนกับฉันด้วยล่ะ ขอเงินผัวแกมาน่ะ ทำได้ไหม แล้ว...ให้ดีแกก็มาหาแ







