LOGINสิชลมองหญิงสาวที่นั่งบนเตียงของเขา ไฟในห้องเปิดสว่างมันทำให้เห็นว่ามีใครกำลังนั่งบนเตียงนั้น...
หญิงสาวสวย ทว่าตาเศร้า...คนที่เขาเคยนึกชอบและถามไปกับประพัทธ์
เลขาของเขาร้ายกาจจริงๆ สิน่า พาเธอมาให้เขาจนได้
“สวัสดีค่ะท่าน”
คนบนเตียงยกมือไหว้เขาอย่างนอบน้อม เธอยิ้มส่งให้เขา ตอนนี้ตาของเธอไม่ได้เศร้าหากมันเจือปนไว้ด้วยความวาววามส่องประกายราวกับเพชรสีดำ
สิชลเดินตรงไปหาเธอช้าๆ ย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ ท่าทีนั้นเหมือนเสือ...ที่ค่อยๆ เดินตรงไปหาเหยื่อของมัน ตามองจ้องที่วงหน้าสวย สบตากันคิราอรราวกับถูกสะกด...กับสายตาของเขา
เขาไม่ได้ดูแย่อย่างที่จินตนาการล่วงหน้าไว้
จริงๆ แล้วเธอจินตนาการถึงพระเอกของเธอในคืนนี้ไว้อย่างแย่มากๆ
เขายังคงดูหล่อเหลา ริ้วรอยบนใบหน้านั้นกลับเพิ่มเสน่ห์มากว่าดูว่าเขาแก่ชรา...ริ้วรอยแห่งการใช้ชีวิต เธอมองจ้องเขาอย่างไม่วางตา เขามีรูปร่างสูงใหญ่ สมาร์ท เขาสวมเสื้อลวดลายกราฟฟิคสีสดใส ปลดกระดุมเปิดลงมาเกือบถึงเอว เผยให้เห็นหุ่นกำยำ...แผงอกกว้างและกล้ามเนื้อเป็นมัด อย่างคนออกกำลังสม่ำเสมอ ไรขนของเขากระจายลงมาจากอกลงมาจนถึงเอวและหายเข้าไปในขอบกางเกง
เพราะความมึนนิดๆ ไหมนะ มันทำให้เธอหายกลัว...หรือเพราะบทบาทที่เธอบอกให้กับตัวเองแสดงคืนนี้ให้เต็มที่ มันถึงทำให้เธอมองเขาอย่างชื่นชมมากกว่าขยะแขยง
“สวัสดี เธอคือของขวัญของฉันคืนนี้...เธอชื่ออะไรคนสวย”
เสียงของเขาทุ้ม พร่า มีเสน่ห์มาก คิราอรปรือตาขึ้นมองเขา ยิ้มอย่างเย้ายวนส่งให้กับเขา เธอกำลังเริ่มแสดงบทของตัวเอง
“คิรา...ชื่อคิราค่ะ ท่าน”
“คิรา...ชื่อน่ารักจัง แปลว่าอะไรครับ”
เขาทรุดลงบนเตียง นั่งข้างเธอ เชยคางมนของเธอให้เงยขึ้นมา เพื่อเขาได้พินิจมันอย่างเต็มที่ เธอสวยเหลือเกิน ผิวเนื้อนุ่มละมุนไปหมด และหอม...กรุ่นกลิ่นสาวเข้าจมูก เธอมีกลิ่นที่เหมือนกับส้มผสมกับวานิลา หอมหวานน่ากินจริงๆ
พรุ่งนี้เขาจะต้องให้ประพัทธ์เลื่อนนัดกับนายเชิดแล้ว
“แปลว่าดวงอาทิตย์ค่ะ”
ตอบเขาไปแบบนั้น ตาของเขาสวยเหลือเกิน สัมผัสของเขานุ่มนวลไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัว เธอมองสบตาเขาราวกับต้องมนต์ เธอไม่เคยรู้สึกอะไรแบบนี้มาก่อน...นิ้วของเขาที่แตะต้องเธอ มันอ่อนเบา ราวถนอมและทำให้เธอวูบวาบไปหมด
นั่นอาจจะเพราะเธอมึนๆ และบอกกล่อมตัวเองไว้ด้วยบทบาทของนางบำเรอ มันถึงทำให้คิราอรปล่อยกายและใจกับชายแปลกหน้า ยอมรับสัมผัสจากเขาโดยไม่มีอาการขยะแขยงหวาดกลัว
“ชื่อเพราะ ฉันชื่อสิชล อา..ชื่อของเราสองคนตรงกันข้ามกันเลยนะคิรา เธอเป็นพระอาทิตย์ ส่วนฉันเป็นสายน้ำ”
“ค่ะ...”
เธอตอบเขาสั้นๆ ความเมาทำให้เธอคิดคำพูดไม่ค่อยออก ดูเหมือนว่าสิชลจะได้กลิ่นเหล้าระเหยออกมาจากลมหายใจของเธอที่เขากำลังก้มลงใกล้ เขายิ้มนิดๆ เมื่อกวาดมองใบหน้างดงามนั่น มองนิ่งที่ปากอิ่มที่แย้มเผยอนิดๆ
สีของมันแดงฉ่ำราวกับเชอรี่...ชวนลิ้มลองนัก เขาไล้แก้มเธอเบาๆ อารมณ์ของเขาพุ่งพล่านขึ้นมาอย่างเกินระงับ ทั้งที่เป็นคนควบคุมตัวเองได้ค่อนข้างดี
มือของเขาสั่นนิดๆ ด้วยซ้ำ เมื่อได้แตะต้องเธอ ผู้หญิงที่เป็นนางในความคิดของเขา...เธอวนเวียนติดในความทรงจำ มาหลายวัน
“คืนนี้...ฉันจะทำให้เธอเป็นของขวัญที่มีความสุข”
คิราอรเผยอริมฝีปากเพื่อจะตอบรับเขา และริมฝีปากอันรุ่มร้อนกรุ่นกลิ่นไวน์ของเขาก็ประกบลงมาแนบแน่นบนกลีบปากนุ่มละมุนนั้น ค่อยคลึงเคล้าบดคลึง...สัมผัสของเขาไม่ทำให้เธอตื่นกลัว...นุ่มนวลอ่อนเบา และค่อยๆ ทวีความเร่าร้อนขึ้นทีละนิด ทีละนิด
หญิงสาวนั่งตัวแข็ง ตอนแรกเธอเกร็ง...เพราะความตื่นเตลิด แต่เมื่อเขามอบสัมผัสอ่อนละมุนผ่านจูบนั้นมาให้กับคิราอร มันก็ทำให้เธอผ่อนคลายและค่อยๆ โน้มตามเขา เขากระชับเธอเข้าไปในอ้อมแขน รับรู้อาการเกร็งของหญิงสาว ให้ฉงนนิดๆ กับความไม่ประสาของเธอ ที่ไม่เหมือนหญิงสาวที่เป็นของขวัญคนอื่น คิราอรให้ความรู้สึกที่แปลกไป ราวกับว่าเธอไม่คุ้นมือชาย
สิชลลูบไล้เธอแผ่วเบา เธอแต่งตัวด้วยชุดสีที่เขาเห็นเธอและประทับใจในคืนแรก เธอช่างสวยงามราวนางอัปสร ผิวเนื้อเนียนละมุนนุ่มหอม ร่างกายงดงามสมส่วน เขาปรารถนาเธอขึ้นมาเหมือนเปลวไฟที่ไหม้ฟาง แต่เขาก็อยากจะเชยชมเธอให้ทั้งตัวเสียก่อน
คิราอรปรือตา รสชาติของจูบนั้นทำให้เธอใจเต้นระทึกไปหมด เพราะเหล้า...ทำให้เธอสติล่องลอยเล็กน้อย สัมผัสของเขาที่ถนอมเธอละมุนละไมทว่าเจือปนไปด้วยความเร่าร้อน ละลายความตื่นกลัวและการต่อต้านของเธอทีละน้อย
ทว่าเธอยังคงเพียงนอนเฉย...เมื่อเขาผ่อนเธอลงบนเตียง และมองเธอด้วยนัยน์ตาเร่าร้อน ราวกับจะเผาเธอด้วยไฟที่หลอมละลาย
นิ้วของเขาแตะที่แก้มเธอ ไล้เรื่อยมาจนถึงริมฝีปาก เธอเพียงแค่นอนมองเขา แต่แค่มองเฉยๆ ด้วยสายตาแบบนั้น มันก็ทำให้สิชลร้อนผ่าว...เธอช่างเซ็กซี่ไม่เหมือนใครจริงๆ
“คิรา รู้ตัวไหมว่า เธอสวยมาก”
“ขอบคุณค่ะท่าน”
แก้มของเธอแดงขึ้นน้อยๆ ตัวของเธอเริ่มเกร็งขึ้นมาอีก เมื่อเขาทอดระยะเวลาแบบนั้น เหมือนกับว่าเขาจะรับรู้ว่าเธอกลัวเขากระนั้น สิชลหรี่ตาลงเล็กน้อย ทีท่าของเธอมันทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังได้แตะต้องสาวพรหมจรรย์ที่แสนจะตื่นกลัว
เขาลูบเลยมายังใบหน้า ปลายคางมาจนถึงลาดไหล่ และเริ่มต่ำลงไป คิราอรระงับอาการตื่นของตัวเองไม่ได้ เธอตัวสั่นนิดๆ แบบของเสื้อมันเปิดเผยตรงผิวเนื้อส่วนนี้ให้เขาได้เชยชม เขาก้มลงและเกลี่ยจมูกกับแก้มของเธอ กลิ่นของเธอหอมชวนใจมาก และตอนนี้เขาก็รู้สึกเต็มล้นจนส่วนนั้นแข็งปวดไปหมด แต่เขาก็อยากจะทำให้เธอไม่กลัวเขา และมีความสุขไปพร้อมกับเขาในคืนที่น่าจดจำคืนนี้
“กลัวหรือ?”
เขากระซิบถาม คิราอรเม้มปากแน่น พอถึงเวลาจริงๆ เธอกลับห่วย และตีบทไม่แตก...ถ้าเธอทำกลัวแบบนี้ แล้วท่านไม่พอใจขึ้นมา ส่งเธอคืนให้กับสามีก่อนเวลาที่กำหนด เธอจะโดนมธุลงโทษแบบไหนกันนะ
แค่คิด คิราอรก็เหมือนจะสั่นมากกว่าเดิม เธอพยายามฝืนยิ้มส่งให้กับสิชล แล้วสั่นหน้า
“ปละ เปล่าค่ะ”
“ไม่เคยทำแบบนี้สินะ คิรา”
เขาถาม แล้วนิ่งรอฟังคำตอบ คิราอรพยักหน้า ตอบเขาไปตามความจริง เขานอนกอดเธอในอ้อมแขน และลูบไล้ลำแขนเรียวไปมา...สัมผัสแผ่วๆ นั้น ไม่ได้รุกราน และทำให้เธอเริ่มหายสั่นกลัวเขา
“มะ ไม่เคยค่ะ”
“หึๆ ดีจริงๆ สาวน้อยของฉัน” เขาทรงตัวลุกขึ้น ก่อนจะถามเธอเสียงทุ้ม
“เธอเก็บเหล้าของเธอไว้ตรงไหน คิรา ฉันเห็นมันแล้ว...นั่นใช่ไหม ที่เธอดื่มมันก่อนที่ฉันจะเข้ามา”
“ค่ะ”
เธอค่อยทรงตัวลุกขึ้นนั่งตามเขา ตามองเขาเคลื่อนไหวตัวอย่างรวดเร็ว ตรงไปยังขวดเหล้านั้น แล้วหยิบมันติดมือขึ้นมาบนเตียง เขาและเธอยังคงสวมเสื้อผ้ากันครบชุด คืนนี้ยังอีกยาวนาน...
เขาทรุดลงนั่งบนเตียงอีกหน และยื่นขวดเหล้าให้กับเธอพร้อมกับเอ่ยบอกแกมสั่ง
“ดื่มสิ จะได้ผ่อนคลาย”
“แต่ว่า...คุณประพัทธ์บอกว่าท่านไม่ชอบสาวขี้เมา”
“หึๆ ถ้าสาวขี้เมาคนนั้น หายกลัวฉัน และ...เราจะมีความสุขด้วยกัน เธอก็ควรจะเมานะสาวน้อยของฉัน”
เขาเรียกเธอว่าแบบนั้น ทำให้คิราอรแก้มแดงก่ำ เธอรู้สึกเหมือนกลับเป็นสาวน้อยจริงๆ เพราะคำพูดของเขา เธอมองขวดเหล้าอย่างลังเล และสิชลก็กระดกเหล้าเข้าปาก อมมันไว้ก่อนจะดึงเธอเข้าไปและประกบปากลงมา ป้อนเหล้าร้อนแรงผ่านปากเขา เข้าสู่ปากของเธอ
เธอกลืนลงไปพร้อมๆ กับจูบของเขา รสชาติของเหล้าร้อนไปถึงท้อง และรสชาติของจูบหวามนั่นต่อจากเหล้าก็ร้อนไหลไปถึงบริเวณบางส่วนของกาย...
“อา...”
คิราอรอุทานเบาๆ เมื่อเขาถอนจูบ เขาปรือตามองเธอแล้วยิ้มนิดๆ รอยยิ้มของเขากระตุ้นความปรารถนาของเธอ...ขึ้นมาได้อย่างเหลือเชื่อ
“อีกนิดไหม? สาวน้อยของฉัน”
“ค่ะ” ตอบรับเขาไปอย่างละเมอ
และเธอก็ถูกเขาจูบพร้อมๆ กับป้อนเหล้ามาอีกครั้ง
“ท่านจะพาคิราไปอยู่เมืองนอกหรือคะ”คิราที่นำน้ำผักผลไม้ปั่นมาเสิร์ฟให้กับท่านด้วยตนเองถาม พอเธอรู้ว่าท่านจะมาหาก็ตระเตรียมทำไว้ให้ สิชลทำหน้าแปลกๆ เมื่อเห็นน้ำแก้วที่เธอถือเดินมายื่นส่งให้ พร้อมกับรับไปแล้วพินิจมองมัน ก่อนจะดมกลิ่น...กลิ่นคุ้นมาก “น้ำอะไร?”“น้ำผักผลไม้ปั่นค่ะ คุณมลสอนคิรามา บอกว่ามันมีประโยชน์ ท่านไม่ค่อยชอบกินผัก เอ่อ...คุณมลบอกให้คิราทำให้ท่านรับประทานเป็นประจำค่ะ”“อื้อหือ”สิชลเลิกคิ้ว เขามองหน้าคิราอร ดูว่าเธอจะลุ้นว่าเขาจะยอมรับประทานไหม สิชลจำต้องกล้ำกลืนกินมันเข้าไป จนหมดแก้วแล้วทำหน้าเหยเก พร้อมกับส่งแก้วคืนให้กับคิราอร ที่มองผลงานของตัวเองอย่างพอใจ“อร่อยไหมคะ”“ให้ตอบตรงๆ ก็รสชาติ...ฉันไม่ชอบเลย”“แต่ท่านต้องดื่มนะคะ มันดีต่อสุขภาพ แล้วคุณมลก็สั่งหนูมาด้วย”“ไปคุยกันตั้งแต่เมื่อไหร่” เขามองหน้าหวานๆ ของคิราอร หญิงสาวมีเพียงแค่ความยิ้มแย้มแจ่มใสส่งให้กับเขา และทรุดลงนั่งข้างเขาเธอเอียงหน้าลงซบกับบ่าของเขาอย่างอ้อนๆ คิราอรตั้งแต่เปิดใจยอมรับว่ารักสิชล เธอก็กลายเป็นเหมือนสาวน้อยขี้อ้อน...มันทำให้เขายิ่งรักและหลงเธอ ส่วนความอบอุ่นที่คิราไม่เคยได้รับจ
ข่าวร้ายถูกส่งมาถึงเธอหลังจากนั้นอีกหนึ่งวัน เมื่อมีคนเข้าไปพบศพของทั้งคู่ นอนตายเคียงกันในโรงแรมที่ต่างประเทศ สื่อตีข่าวกันคึกโครมเป็นอย่างมาก เพราะลดาพรเป็นดาราวัยรุ่นกำลังมีชื่อเสียง ส่วนมธุเองก็เป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง เขามีชื่อเสียงในวงสังคม และข้อสำคัญคือเขาแต่งงานแล้ว นั่นแหละทำให้ข่าวนี้ยิ่งดังมากขึ้นอีกคนพุ่งความเห็นใจมาที่คิราอร ที่กลายเป็นแม่หม้ายหุ้มเพชรทันที เพราะได้สินสมรสจากมธุ เขาไม่มีลูก...นั่นยิ่งทำให้ทุกอย่างกลายเป็นของคิราอรแม่ของเธอยิ้มหน้าบานมาก ที่เธอได้ทุกอย่างแบบนี้ ท่านมาประกบเธอตลอดเวลา และนึกสงสัยว่าชายสูงวัยหน้าตาหล่อเหลาและภูมิฐานดูดีที่คอยตามดูแลช่วยเหลือคิราอรตลอดงานพิธีของมธุจนถึงเรื่องคดีต่างๆ ให้คนของเขา ให้ทนายมาช่วยดูแล ช่วยเคลียร์ปัญหาต่างๆ คือใครกัน?เธอโดนโกงเรื่องที่ไปลงทุนจนหมดตัว แถมติดหนี้สินอีกหลายล้าน โดนลูกทีมขู่จะตามล่าตามฆ่า สิ่งที่ลูกสาวเตือนไว้คือเรื่องจริง เพราะเธอไปลงทุนกับแชร์ลูกโซ่และตอนนี้ทางนั้นก็หนีไปต่างประเทศแล้ว เหลือแต่เธอที่ต้องรับภาระรับใช้หนี้สินนี่แหละ แล้วมธุก็มาตายทิ้งมรดกไว้ให้กับคิราอรมหา
“อะไรนะคะ คุณจะให้หนู จะให้หนูฆ่าลูกของเราเหรอ” เสียงของลดาพรโวยวายดังลั่น เมื่อรู้ว่ามธุจะให้เธอมาอยู่ที่นี่เพื่อทำอะไร “ก็...”มธุถอนใจ เขาเลือกที่จะใช้ไม้นวมก่อน เขาดึงเธอมากอด แต่ทว่าลดาพรพยายามผลักไส ปฏิกิริยาของหล่อนรุนแรงเกินกว่าที่เขาคิดไว้มากนัก“ใจเย็นสิ บาร์บี้ฟังก่อนได้ไหม”“ไม่ หนูไม่ฟัง คุณมันคนใจร้าย คุณจะฆ่าลูก คุณทำได้ยังไง”“มันยังไม่เป็นตัวด้วยซ้ำไปไหมล่ะ แล้วทำไมฉันจะให้เธอจัดการมันไม่ได้ ในเมื่อเธอปล่อยให้มีมันขึ้นมาเองนะบาร์บี้”“...” ลดาพรน้ำตาไหลอาบแก้ม เธอช็อคไม่คิดว่าเขาจะใจร้ายได้ถึงเพียงนี้ เธอมีลูกเพราะหวังจะให้เขาหันมาหาเธอนั่นก็คือใช่ เธอนั้นรักเขามากถึงได้ลงทุนทำสิ่งนี้ลงไป นอกจากเงินทองของเขาแล้ว ตัวของเขาก็ทำให้เธอรักมากความรักคืออารมณ์ที่ไม่มีเงื่อนไข ข้อจำกัด แต่ลงได้รักไปแล้วจะได้รับความรู้สึกแบบใดตอบแทน หรือจัดการกับความรักของตนเองแบบไหน แล้วแต่ว่ารักแบบไหน รักเพื่อหวังอะไร สำหรับตอนนี้ลดาพรใจสลายที่เขาบอกให้เธอจัดการเอาเด็กออกซะเธอโถมตัวเข้าหาเขาด้วยความลืมตัว และตบหน้าเขา...มธุคำรามเมื่อถูกเด็กเลี้ยงของตัวเองตบหน้าจนหน้าหัน ไม่ม
รถตู้คันหรูถูกส่งมารับคิราอรที่ห้างสรรพสินค้าตามเวลาที่นัดหมาย และพาเธอออกนอกเมือง คิราอรตื่นเต้นมาก มันเป็นครั้งแรกที่เธอกล้าทำอะไรแบบนี้เหมือนกับว่าเธอเป็นนกที่ถูกขังกรงมาตลอดและเป็นหนแรกที่เธอแหกกรงออกมาโบยบินหาอิสระ โบยบินหาคนที่เธอรักมันช่างเป็นความรู้สึกที่ทั้งเปี่ยมสุขและขมขื่น ปนไปด้วยความหวาดกลัวกลัวในบาปที่เธอกำลังทำ...สุขที่ได้ไปเจอลมหายใจของเธอขมขื่น...กับความรักที่แทบเป็นไปไม่ได้เธอยิ้ม...ทว่าน้ำตาของเธอไหลออกมา คิราอรปาดน้ำตานั้นเสีย แล้วหยิบเอากระเป๋าเครื่องสำอางขึ้นมาตรวจดูว่าน้ำตาเมื่อครู่ทำความเสียหายกับเมคอัพของเธอบ้างไหม เธอไม่ควรเศร้า และควรสวยสดใสเมื่อเจอท่านเธอแต่งเติมลิปสติกและทาแป้งกลบรอยน้ำตา ก่อนจะยิ้มให้กับตนเองที่เห็นสะท้อนในกระจก เพียงแค่คิดว่าจะเจอท่าน นัยน์ตาสวยโศกของเธอมีประกายแห่งความสุขขึ้นมาทันที รถแล่นพาเธอไปจนถึงบ้านหลังหนึ่ง มันเป็นบ้านสไตล์โมเดิร์นทาสีขาวทั้งหลัง คนขับเปิดประตูให้เธอ คิราอรลงมาจากรถตู้ ร่างสูงของใครคนหนึ่งที่รอเธออยู่แล้วเดินก้าวอย่างรวดเร็วตรงมาหาเธอในทันที“สะ อุ๊ย ท่าน” อุทานออกมาอย่างตกใจ เมื่อเธอได้ร
“ไม่ไหวก็ไม่ต้องไป...แล้วก็พักรักษาตัวดีๆ ล่ะ ฉันจะได้ไม่ต้องแวะไปรับเธอ อ้อ...เรื่องบทน่ะ หายแล้วค่อยอ่านก็ได้ ฉันอ่านไปรอบหนึ่งแล้ว ให้เขาแก้ไปรอบหนึ่งล่ะ”“ค่ะ เดินทางปลอดภัยนะคะ” เธอเอ่ยอวยพร ใจเต้นตุบๆ เกรงว่าเขาจะจับพิรุธในน้ำเสียงของเธอได้ เธอเป็นนักแสดงอาชีพ จึงเอาบทบาทนี้มาใช้ให้เขาเชื่อว่าเธอป่วยจนลุกไปกับเขาไม่ไหวจริงๆ “อืม...ถ้าพักนี้มีข่าวอะไร เธอก็อย่าไปสนใจมาก มันมีคนพยายามจะทำลายชื่อเสียงของฉันอยู่ เพราะอาจจะรู้ว่าฉันกำลังจะลงสมัคร”“ค่ะ”“กลับมา เธอหายดีแล้ว เราก็ไปคุยกับผู้จัดกันอีกที ละครเรื่องนี้ทำเพื่อเธอนะคิรา ทำมันให้ดีที่สุด”“ค่ะ”“เด็กดี” เขาเอ่ยชมทิ้งท้าย ชินเสียแล้วที่ภรรยาไม่มีเงื่อนไข คำค้าน เธอมักจะตอบรับเขาสั้นๆ แบบนี้มาตลอด โดยไม่รู้ว่าตอนนี้เด็กดีของเขา กำลังแหกกฎเกณฑ์ของเขาอย่างร้ายแรง เธอกำลังทรยศเขา...แต่นั่นก็มันเพราะเขาเป็นต้นเหตุ ที่ผลักไสให้คิราอรผิดศีลข้อสาม เขาเอาเธอไปถวายพานใส่ให้กับสิชลเองกับมือกรรมกำลังตลบหลังเขาแล้วตอนนี้เมื่อวางสายแล้วจากสามี เธอก็ลุกขึ้นจากเตียงและเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัว วันนี้เธออยากจะแต่งต
“ยัยคิรา มาเยี่ยมแม่บ้างสิ ว่างหรือเปล่า”เสียงของมารดาดังมาตามสาย คิราอรเกร็งตัวโดยอัตโนมัติเมื่อได้ยินเสียงของท่าน เสียงที่บงการเอาแต่ใจกับเธอมาเกือบตลอดชีวิตยี่สิบสี่ปีของเธอดังขึ้น ท่านห่างจากการบงการเธอไปตั้งแต่เธอแต่งงานกับมธุ แต่ก็เหมือนเปลี่ยนมือ...จากคุณเครือรัตน์มาเป็นมธุแทน คนหลังแม้จะควบคุมน้อยหน่อย แต่ก็รีดเร้นเอาพลังชีวิตและผลประโยชน์ไปจากเธอพอๆ กัน“พักนี้หนูต้องออกงานกับคุณธุน่ะค่ะแม่ หนูเลยไม่ค่อยมีเวลา แม่เป็นยังไงบ้างคะ กิจการรีสอร์ตเป็นไปด้วยดีไหม?”“ก็ พอได้แหละ แต่แม่มีโครงการใหญ่กว่ารีสอร์ตกระจอกๆ นี่เยอะเลย ยัยคิรา แกรู้ไหมว่าแม่มีทางทำธุรกิจที่รวยเป็นล้านๆ ได้แล้ว”“อา...ธุรกิจอะไรหรือคะ”“มันเป็นการเทรดหุ้นน่ะ เนี่ยแม่เริ่มลงทุนไปแล้วก็ได้คืนมาจริงๆ นะ ลงทุนแรกแค่แสนบาท แต่แม่ได้คืนกำไรตั้งสี่หมื่นนะยัยคิรา แกชวนคุณธุมาลงทุนกับแม่สิ”“แม่คะ ระวังบ้างนะคะข่าวก็ออกจะโครมๆ เรื่องเทรดหุ้นอะไรแบบนี้ มันเหมือนแชร์ลูกโซ่นะคะ แม่ระวังนะคะ”“โอ๊ย! อย่ามาสอนฉันเลยยัยคิรา ทำตามที่ฉันบอก พาผัวแกมาลงทุนกับฉันด้วยล่ะ ขอเงินผัวแกมาน่ะ ทำได้ไหม แล้ว...ให้ดีแกก็มาหาแ







