LOGIN“อะไรของเธอยัยอัยย์ ปรึกษาหมอรักษาโรคอะไรกันแน่ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เชียวนะ” ฉันเห็นยัยเพื่อน นั่งกดมือถือแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ทั้งๆ ที่ข้าวยังเหลืออยู่เต็มจาน เป็นฉันซะอีกที่ได้กินของอร่อยๆ ทุกวันตั้งแต่มาอยู่เป็นเพื่อนเธอก็เกือบสัปดาห์แล้ว จนฉันคิดว่าตอนนี้น้ำหนักคงเพิ่มขึ้นมากกว่า 3 กิโลเป็นแน่
“ไม่มีอะไรซะหน่อยนิต้า คุณหมอแค่ทักมาบอกให้ทานข้าวให้ตรงเวลา แล้วก็แนะนำอะไรนิดหน่อยเอง เราว่าคุณหมอใส่ใจคนไข้ดีนะ” ฟังจากเสียงและคำพูด ยัยอัยย์น่าจะชื่นชมหมอคนนี้มากเลยล่ะ ฉันคิดว่าเหตุการณ์ไม่น่าจะปกติ
“โห ดูแลดีขนาดนี้เชียว มีซัมติงหรือเปล่า นี่หมอเค้าเห็นหน้าเธอแล้วยังอะ” ฉันคิดว่าเหตุการณ์ไม่น่าจะปกติ ระหว่างหมอกับคนไข้ ต้องดูแลกันถึงขนาดนี้เลยหรือไง ฉันไม่เคยเจอนอกจากในละครเท่านั้น
“หืม... ไม่มีทางมีซัมติงหรอก หน้าเราที่ส่งไปก็เป็นหน้าตอนนี้เนี่ย ใครจะอยากคิดอะไรล่ะ น่าเกลียดจะตาย” ยัยอัยย์ทำหน้าเศร้าอีกแล้ว ฉันก็ต้องใจอ่อนกับเธอทุกที
“โอ้ย ไม่น่าเกลียดขนาดนั้น ไม่เอาละ เลิกคุยก่อน กินข้าวเถอะ ชั้นหิวจะแย่แล้ว ดูอาหารแม่เธอทำน่ากินสุดๆ ชั้นขอพักการไดเอทก่อนละ วันหลังค่อยลด” หลังจากนั้นเราก็เปลี่ยนเรื่องพูดคุยกันไป ทานอาหารกลางวันกันไปจนอิ่มทั้งคู่
หลังจากกินมื้อเย็นเสร็จ ฉันขอยัยอัยย์กลับคอนโด เพราะพรุ่งนี้ฉันมีนัดกับลูกค้า ซึ่งเป็นนัดที่ฉันไม่สามารถปฏิเสธได้ ถ้าไม่ใช่เพราะพี่แพตตี้โทรมาตาม ฉันก็ลืมไปแล้วว่าต้องติดต่อไปหาลูกค้า ก็ในใจฉันคิดไปแล้วว่าเขาคงไม่ใช้บริการต่อ เพราะฉันไปมีปัญหากับคนของเขาไงล่ะ
ใช่ค่ะ ลูกค้าของฉันคนนี้คือ คุณวัต คนที่ฉันชนเขาในร้านอาหาร ฉันว่าสาวคนที่เขาควงมา กระทบไปถึงเขาด้วย ฉันน่าจะทำให้เขาไม่พอใจจนสามารถเลิกใช้บริการนักช็อปส่วนตัวที่ยังไม่มีชื่อเสียงอย่างฉันคนนี้ไปได้เลย แต่หลังจากหายไปเกือบสองสัปดาห์ พี่แพตตี้ก็ติดต่อกลับมาหาฉันอีก และบ่นใส่ฉันยับเลย
เมื่อนึกถึงและสงสัยขึ้นมา ผมก็ต้องหาคำตอบ ผมเลือกที่จะติดต่อกลับไปหาคุณแพตตี้ เพื่อสอบถามถึงนักช็อปฯ ที่เธอเคยส่งมาให้ผม แต่หลังจากให้บริการเพียงครั้งเดียว เธอก็หายตัว ไม่ทิ้งไว้แม้กระทั่งช่องทางการติดต่อ
คำตอบที่ผมได้กลับมาจากคุณแพตตี้ ยิ่งทำให้ผมประหลาดใจ ‘นี่ ไม่คิดจะรักษาลูกค้าไว้เลยหรือไงนะ หรือมีลูกค้าในมือเยอะ หรือเรายังให้ค่าตอบแทนน้อยกว่าคนอื่น’ ความสงสัยวนเวียนอยู่ในหัวผมตลอดช่วงบ่าย หลังจากที่คุณแพตตี้รับปากว่าจะนัดเธอให้ผมอีกครั้ง แต่จนเกือบจะเลิกงานแล้วผมก็ยังไม่ได้รับการยืนยัน
กว่าผมจะได้รับการตอบกลับมา ก็ต้องรอถึงรุ่งเช้าอีกวัน ‘นี่ ต้องให้รอขนาดนี้เลยเหรอวะ แถมยังส่งมาเป็นข้อความ ไม่มีการโทรมายืนยัน แบบนี้ต้องโดนแก้เผ็ดซักหน่อยละ’ นอกจากจะต้องรอคำตอบข้ามวันแล้ว ผมยังได้รับคำยืนยันผ่านทางกล่องข้อความในมือถืออีกต่างหาก
จากที่แค่อยากจะใช้บริการนักช็อปฯ ดีๆ แบบคนทั่วไป กลายเป็นว่าผมชักนึกเรื่องสนุกอะไรขึ้นมาได้ ‘แบบนี้คงต้องขอแกล้งให้รู้สำนึกในการบริการลูกค้าซักหน่อยละ’ สุดท้ายแล้ว ผมก็ตัดสินใจไปตามนัดที่นักช็อปฯ คนใหม่ส่งข้อความมายืนยัน
วันนี้ผมมาคนเดียว ไม่ได้ชวนสาวๆ ที่ไหนมาด้วย ผมอยากเล่นอะไรสนุกๆ กับนักช็อปฯ คนใหม่ของผมซักหน่อย เลยไม่ต้องการให้คนอื่นมาทำให้หมดสนุก และผมก็รู้สึกคิดถูกจริงๆ ที่ไม่ได้ชวนสาวๆ ของผมมาด้วย เพราะหลังจากที่แม่นักช็อปฯ ของผม เห็นผมเดินเข้าไปในห้องรับรองเพียงคนเดียว เธอคงไม่รู้ตัวว่า เผลอทำสีหน้ายังไงออกมา
“คุณวัต เอ่อ...มาคนเดียวเหรอคะ” หน้าตาเธอ น้ำเสียงและการพูด เกือบทำผมหลุดขำออกมา เมื่อมันช่างเหมือนคนระแวดระวังตัว จากคนที่ดูมีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก กลายเป็นเหมือนลูกแมวที่เพิ่งถูกหมาเห่าใส่มาอย่างไรอย่างนั้น
“ครับ ผมมาคนเดียว คุณเลือกเสื้อผ้าผู้ชายได้ใช่มั้ย” ผมพยายามทำเสียงเรียบและพูดให้เป็นปกติที่สุด ทั้งๆ ที่อยากจะปล่อยขำออกมา เมื่อเห็นแมวน้อยตรงหน้าทำสีหน้าเหมือนกำลังหวาดระแวง
“อ๋อ ได้ค่ะ แต่..ดิฉันไม่คิดว่าจะต้องมาเลือกเสื้อผ้าให้แค่คุณ เลยไม่ทันได้เตรียมข้อมูลเสื้อผ้าผู้ชายมาเท่าไหร่เลยค่ะ”
“คุณจะบอกผมอ้อมๆ ว่า คุณไม่รับลูกค้าผู้ชายเหรอครับ”
“เปล่าค่ะ ชั้นรับลูกค้าได้ทุกเพศทุกวัย เพียงแต่ส่วนใหญ่จะมีเพียงลูกค้าผู้หญิงที่รับบริการ ชั้นก็แค่แปลกใจเท่านั้นเองค่ะ และเพราะครั้งแรกชั้นจำได้ว่าคุณพาผู้หญิงมา...เอ่อ”
“โอเคๆ ครับ ผมพอเข้าใจแล้ว งั้นเราเริ่มกันเลยดีมั้ย”
ฉันตกใจมากที่เห็นคุณวัต เดินเข้ามาในห้องรับรองเพียงคนเดียว และภายในหัวฉันมันกลับคิดไปถึงเหตุการณ์ร้ายที่ฉันเคยเจอมาก่อนหน้านี้ ซึ่งมันทำให้ฉันเริ่มตัวสั่นโดยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ฉันยอมรับว่าฉันกลัว ฉันไม่ต้องการจะเจอเหตุการณ์แย่ๆ แบบในวันนั้นอีก
เรื่องมันเพิ่งเกิดมาไม่นาน ฉันยังคงไม่สามารถลืมได้เลย มันเริ่มจากที่ ฉันได้รับการติดต่อเพื่อใช้บริการนักช็อปส่วนตัว โดยลูกค้าติดต่อมาโดยตรงไม่ได้ผ่านมาทางพี่แพตตี้ ฉันไม่ได้เอะใจ เพราะลูกค้าแจ้งว่าได้รับการแนะนำมาจากลูกค้าอีกคนของฉันที่เคยใช้บริการไปก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นลูกค้าที่เคยใช้บริการอยู่สองสามครั้ง
ในวันนั้น ฉันไปตามนัดปกติ ช่วงนั้นฉันมักจะไปสอบถามข้อมูลความต้องการของลูกค้าที่หน้างาน ไม่เหมือนตอนหลังนี้ที่เมื่อรับลูกค้าใหม่ ฉันจะต้องมีการทำการบ้านไปก่อนที่จะเจอลูกค้า โดยฉันไม่เคยคิดเลยว่า การไม่รู้ข้อมูลลูกค้าล่วงหน้า ทำให้ฉันตกอยู่ในสถานการณ์ที่ย่ำแย่
ลูกค้าวันนั้นของฉัน ก็คล้ายกลับคุณวัตวันนี้ คือ เมื่อถึงเวลานัด เขาเดินเข้ามาในห้องรับรองเพียงคนเดียว เขาอ้างว่าแฟนของเขากำลังตามมา และทั้งคู่มีเวลาไม่มากนัก จึงขอให้ฉันซึ่งรูปร่างใกล้เคียงกับแฟนเขา ช่วยเลือกและลองชุดให้เขาดูก่อน เพื่อเขาจะได้เลือกให้แฟนเลย โดยไม่ต้องเสียเวลา
ผมพอมองออกว่านิต้าไม่พอใจอะไรผมซักอย่าง เพราะตั้งแต่ที่ผมเดินตามเธอเข้ามาในห้องส่วนตัวของร้านอาหาร ตอนนั้นเธอนั่งก้มหน้าเช็ดมือด้วยผ้าเปียก โดยไม่เงยหน้าขึ้นมามองผมที่เดินเข้าไปนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเธอเลยผมพยายามชวนเธอคุยอยู่หลายครั้ง ชื่นชมรสชาติอาหารที่เธอสั่งมา แต่ไม่มีเสียงตอบรับอะไรออกมาจากปากเธอเลย นอกจากเสียงช้อนส้อมกระทบจานอาหารเป็นครั้งคราวเท่านั้นผมทำได้เพียงนั่งกินอาหารของผมไปโดยไม่ได้สั่งอะไรมาเพิ่มอีก เพราะเท่าที่มองจานอาหารบนโต๊ะที่พนักงานเข้ามาเสิร์ฟ ก็ทำให้เข้าใจได้ว่า ‘นิต้าน่าจะโมโหหิว’ เท่าที่เห็นจานอาหารบนโต๊ะที่เต็มไปหมดนี้ น่าจะกินได้ซัก 4-5 คนได้จวบจนกระทั่งอาหารบนโต๊ะหมดไปเพียง 2 ใน 5 ส่วน นิต้ารวบช้อนไว้กลางจานของเธอ หยิบแก้วน้ำดื่มแล้ว ค่อยๆ บรรจงใช้ผ้าเช็ดปาก แล้วจึงหยิบกระเป๋าถือของเธอ ลุกขึ้นจะเดินออกไปจากห้องทานอาหารผมคว้าข้อมือเธอเอาไว้ทันก่อนที่เธอจะออกจากประตูห้องทานอาหารไป พยายามจะถามหาเหตุผลที่เธอนิ่งเฉยใส่ผมอยู่ตอนนี้ แต่กลับไม่ได้รับคำตอบที่แท้จริง มีเพียงคำพูดที่ออกแนวประชดประชัน และเธอยังคงพยายามจะออ
ฉันตื่นลืมตาขึ้นมาอีกครั้งในอ้อมแขนของหมอวัต เมื่อหันออกไปมองทางหน้าต่างที่ยังมีม่านสีทึบปิดบังแสงแดดไว้อย่างมิดชิด แต่ก็ยังคงมีแสงรอดรำไรเข้ามาตามขอบผ้าม่าน ทำให้รู้ได้ว่าด้านนอกนั้นมีแสงแดดที่สว่างมากกว่าจะเป็นเวลาช่วงเช้าเมื่อพยายามจะขยับตัวเพื่อจะลุกขึ้นไปหยิบนาฬิกาขึ้นมาดูเวลา แต่ต้องหน้านิ่วเพราะความปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัว ‘ตาหมอบ้ากามนี่ เอาเรี่ยวแรงมากจากไหนเยอะแยะเนี่ย ทำเอาชั้นปวดตัวไปหมด’ เมื่อความเจ็บปวดรุมเร้า ฉันทำได้เพียงแค่นิ่วหน้ามองหน้าคนที่ยังคงนอนหลับสบายอยู่ข้างกายใจหนึ่งอยากจะทุบคนที่กำลังหลับตาพริ้มดูเหมือนสบายเสียเหลือเกิน อยากตีให้รู้สึกเจ็บปวดอย่างที่ร่างกายฉันต้องเผชิญอยู่ในตอนนี้ แต่เมื่อได้มองหน้าเขาอยู่ใกล้ๆ อย่างตอนนี้เขาเป็นคนหน้าตาดีมากๆ คนหนึ่งเลย ถึงสีผิวจะไม่ขาวมาก แต่เนียนละเอียดแทบจะเหมือนผิวของผู้หญิงเลยด้วยซ้ำ จมูกโด่งเป็นสันคม กรอบรูปหน้าชัดเจน ยิ่งมองยิ่งมีเสน่ ทำให้ฉันหลงมองอยู่จนลืมเวลา“คุณอยากกินมื้อเช้าก่อนหรือจะกินผมก่อนดีล่ะ” ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าเขาตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่ เขาพูดออกมาทั้ง
“โถ่คุณมันก็เหมือนกันไม่ใช่เหรอไง” ถึงผมจะบอกเธอออกไปแบบนั้น แต่ผมเริ่มรู้ตัวเองแล้วว่า ความรู้สึกของผมไม่ใช่แบบนั้น ผมไม่ได้รู้สึกว่ามันเหมือนกันเลยซักนิด ผมไม่ได้หลงเธอเพราะเรื่องบนเตียง แต่ผมหลงเธอที่เป็นทั้งหมดของเธอต่างหาก“เชอะ อย่าลืมที่ตกลงกันไว้ล่ะ แค่เรื่องบนเตียงแค่นั้น และห้ามคนอื่นรู้เรื่องเด็ดขาด” นิต้าลุกขึ้นพันผ้าขนหนูสีขาวผืนใหญ่รอบตัวเอง แล้วเดินไปที่ห้องน้ำโดยไม่สนใจจะมองสีหน้าผมตอนนี้เลยซักนิดเธอไม่ได้เห็นสีหน้าผมหลังจากฟังเธอพูดประโยคสุดท้ายก่อนจะลุกขึ้นเดินจากไปจากอ้อมแขนผม และผมก็คิดว่าการที่เธอไม่เห็นความเจ็บปวดเสียใจบนใบหน้าของผมนั้นคงจะดีกับความสัมพันธ์ของเราสองคนในตอนนี้มากกว่า ถ้าหากว่าเธอคิดอย่างที่พูดไปจริงความเสียใจจากคำพูดของเธอ โจมตีทำร้ายผมได้ไม่นานหรอก เพราะไม่ว่าเธอจะคิดแบบนั้นหรือไม่ ยังไงซะ ผมก็จะทำให้เธอยอมเปลี่ยนใจอยากจะอยู่กับผมทั้งตัวทั้งใจให้ได้ซักวันเมื่อตัดสินใจแล้วว่ายังไงก็จะต้องทำให้เธอเปลี่ยนใจให้ได้ ผมเลยตัดสินใจลุกจากที่นอนออกไปที่ห้องรับแขก ในขณะที่ได้ยินเสียงน้ำไหลอยู่ในห้องน้
ฉันผลักเขาให้ออกห่างเพื่อจะหลุดออกจากวงแขนที่กำลังหน่วงเหนี่ยวฉันเอาไว้ ต้องโวยวายใส่เปลี่ยนไปเป็นเรื่องผลตรวจที่กำลังรออยู่แทน ไม่อยากให้เขารู้ว่า ประโยคที่เขาเพิ่งพูดทีเล่นทีจริงออกมานั้นกำลังทำให้ฉันเผลอคิดไปถึงเรื่องเมื่อคืนก่อนถึงแม้ว่าฉันกับเขาจะเคยมีอะไรกันมากกว่าหนึ่งครั้งแล้วก็เถอะ แต่ท่าทีแบบนั้นของเขา การกักขังฉันเอาไว้ในอ้อมแขน กระซิบคำพูดที่เสนอตัวเองให้ฉัน แม้ว่าจะไม่ใช่ครั้งแรกแต่ก็ทำเอาฉันหน้าร้อนขึ้นมาจนอยู่นิ่งไม่ได้“ไปครับ เราออกไปเอา……ผลตรวจของคุณกัน” อีตาบ้าหมอวัตยังคงไม่เลิกที่จะพูดสองแง่สองง่ามใส่ฉัน จนฉันมองตาแข็งใส่เข้าให้ถึงจะลดลงไปบ้างหลังจากเขาพาฉันไปรับผลตรวจร่างกายเรียบร้อย แทนที่จะปล่อยให้ฉันได้กลับคอนโดของตัวเอง แต่เขากลับทั้งหว่านล้อม จนถึงกระทั่งข่มขู่จะเปิดเผยความลับ ทำให้ฉันต้องตามเขากลับมาที่คอนโดอีกจนได้“นี่นายเดี๋ยวก่อน ไปหิวมาจากไหนเนี่ย ชั้นยังไม่ได้ถอดรองเท้าเลย” เพียงแค่ฉันเดินผ่านเข้าประตูคอนโด ก็ถูกคนที่เดินตามหลังมาติดๆ รวบเอวหมุนตัวให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา มืออีกข้างคว
“ใช่ ผมยุ่งจนไม่มีเวลา ดังนั้นผมจะเลือกใช้เวลากับเรื่องที่สำคัญเท่านั้นไงล่ะ” หมอวัต พูดกับผู้หญิงคนนั้น ในท่าทางที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อน เขาดูสุขุมจริงจัง ทิ้งมาดผู้ชายกวนๆ ขี้เล่นที่ฉันเคยเห็นไปโดยสิ้นเชิง‘นี่ตกลงเค้าเป็นคนแบบไหนกันแน่เนี่ย ตัวตนของเขาคือคนไหนกัน หรือเป็นพวกหลายบุคลิกเหรอ แต่ท่าทางแบบนี้ของเค้าก็ทำเอาชั้นต้องเปลี่ยนความคิดที่มีต่อเค้าใหม่’“นี่ แกหมายความว่าเรื่องของชั้นไม่สำคัญสินะ ไอ้หมอวัต แกคิดว่าแค่แกไม่เซ็นต์อนุมัติแล้วจะขวางชั้นได้เหรอ” ผู้หญิงคนนั้นเริ่มเดินเข้าไปประชิดตัวหมอวัต และพูดกับเขาเสียงเบาลงเหมือนพยายามไม่ให้คนอื่นได้ยิน แต่ฉันกลับได้ยินสิ่งที่เธอพูดชัดเจนทุกคำ“อ้อ ขอโทษนะคะ อย่าโกรธกันเลยนะที่มินท์มารบกวนเวลาของพวกคุณ พอดีมินท์ก็มีเรื่องสำคัญที่โรงพยาบาล ที่รอหมอวัตทำให้อยู่น่ะคะ เพียงแต่ก่อนหน้านี้เค้าบอกว่ายุ่งจนไม่มีเวลา มินท์เลยแปลกใจว่าทำไมถึงมานั่งกินข้าวอยู่ที่นี่ได้” คราวนี้เธอจงใจพูดกับฉัน ท่าทางเหมือนจะเป็นมิตรนะ แต่คำพ
รุ่งเช้าฉันตื่นขึ้นมาก็เห็นยัยอัยย์นั่งเอนตัวพิงหัวเตียง ในมือยังคงกำมือถือเอาไว้แน่น เมื่อมองใบหน้านั้น ฉันรู้ได้ทันทีว่าเธอคงผ่านการร้องไห้มาตลอดคืนแน่นอนเห็นอย่างนั้นแล้ว ฉันยิ่งไม่วางใจให้เธออยู่คนเดียว จึงพยายามชักชวนจนถึงขั้นคะยั้นคะยอ แทบจะเป็นการบังคับให้เธอไปโรงพยาบาลกับฉัน เพราะฉันมีนัดตรวจสุขภาพสุดท้ายแล้ว เราสองคนก็มาถึงโรงพยาบาลในช่วงสายแล้ว การตรวจร่างกายของฉันใช้เวลาไม่นาน แต่หากจะรอผลต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง เราทั้งคู่ตัดสินใจจะออกไปนั่งรอที่ร้านกาแฟฝั่งตรงข้าม แต่ยังไม่ทันได้เดินไปถึงร้าน ฉันเห็นแผนกหมอออนไลน์จึงเรียกให้ยัยอัยย์ดูโดยที่ฉันไม่ทันได้คาดคิด เมื่อประตูอัตโนมัติเปิดออก เห็นหมอภีมที่กำลังคุยอยู่กับหมอท่านอื่นอยู่ตรงนั้น และกำลังจะเดินออกมา “คราวนี้เธอจะเอายังไงดี ยัยอัยย์” ฉันถามยัยอัยย์ทันที เพราะตั้งแต่เช้าที่ฉันเห็นอัยย์พยายามติดต่อหมอภีม แต่ก็ไม่สามารถติดต่อได้เลยก่อนที่ยัยอัยย์จะทันได้ตอบอะไรฉันกลับมา เหมือนหมอภีมจะหันมาเห็นเราสองคนและเขารีบเร่งฝีเท้าตรง







