LOGIN“ราร่าจะรีบกลับไปนะจ๊ะ มีอะไรขาดเหลือยังไงบอกพนักงานได้เลย” อญู่ร่าบอกเพื่อนอย่างตื่นเต้นไม่หาย จริงๆ เธอหัวใจกระตุกตั้งแต่ที่รู้ว่าพี่ชายของเพื่อนจะเดินทางมาด้วย เธอไม่เคยพบเขาจริงๆ มาก่อน เพียงแค่เห็นในรูปที่เพื่อนส่งให้ดู แค่นี้หัวใจของเธอกลับสั่นไหวไปหมด มันรู้สึกแปลกๆ ชอบกล
“จ้ะ รับทราบ” นาดากดวางสายกับเพื่อนสาวก่อนหันมายิ้มให้พี่ชายที่มองอยู่ก่อนแล้ว
“จะอยู่เที่ยวอีกสักกี่วันล่ะคราวนี้” ชามิลเอ่ยถามน้องสาวเสียงเอ็นดู
“ยังไม่รู้เลยค่ะเจ้าพี่ แต่น้องว่าพักผ่อนอีกหลายๆ วันก็ดีนะเพคะ” นาดายิ้มพราว เธอกับพี่ชายจะเข้าพักที่โรงแรมของเพื่อนในฐานะแขกที่มาพักทั่วไป โดยที่เพื่อนรักอย่างอญู่ร่าจัดเตรียมที่พักให้เป็นอย่างดี ทั้งสองจึงมิได้เปิดเผยฐานะอันใดให้ใครล่วงรู้มากมายนัก
“ไปหาเพื่อนเราเสร็จก็ไปหาท่านตากับท่านยายด้วย”
“เรื่องนั้นแน่นอนค่ะ เราจะไปพักกับท่านนานๆ หน่อย นาดาน่ะคิดถึงมากเลย แต่อยากเที่ยวพักผ่อนก่อน” นาดาตอบรับคำพี่ชายยิ้มๆ
“ยังไงนี่เรา อยากเจอท่านตากับท่านตาหรืออยากเที่ยวพักผ่อนกันแน่” ชามิลดักคอน้องสาว
“ก็ทั้งสองอย่างค่ะ ท่านตากับท่านยายน่ะ น้องเพิ่งไปเจอมาเมื่อไม่นานมานี้เอง”
“ก่อนพี่จะมาหาเราก็ไปหาท่านมาแล้วเหมือนกัน”
“นั่นไง น้องรู้ว่าหากเจ้าพี่ยังไม่ได้ไปหาท่านตากับท่านยาย เจ้าพี่ต้องไม่ไปภูเก็ตกับน้องก่อนแน่นอน” นาดาพูดอย่างรู้ทันพี่ชาย
“ฉลาดนักนะ” ชามิลลูบศีรษะน้องสาวอย่างเอ็นดู
นาดายิ้มเจ้าเล่ห์ เธออยากได้เพื่อนสาวมาเป็นพี่สะใภ้นานแล้ว คิดว่าหากพี่ชายเห็นเพื่อนสาวจริงๆ ต้องตะลึงแน่นอน
เพียงไม่นานนาดาและชีคชามิลก็เดินทางถึงโรงแรมที่พัก ซันเดย์ บีช รีสอร์ตในจังหวัดภูเก็ต ทั้งสองได้รับการต้อนรับอย่างดีเพราะอญู่ร่าได้ตระเตรียมห้องพักไว้ให้เพื่อนรักและพี่ชายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“โห ห้องของเจ้าพี่สวยจัง” นาดาเข้ามาในห้องพี่ชายก่อนเข้าห้องของตัวเอง
“ชอบหรือไง ย้ายมาอยู่ด้วยกันเลยสิ” ชามิลพูดอย่างใจดี
“ไม่เอาหรอกเพคะ แต่น้องอยากได้ห้องนี้จัง” นาดาเข้าออดอ้อนพี่ชาย
“ก็ได้ ห้องก็เหมือนๆ กันนั่นแหละ” ชามิลขยี้ศีรษะน้องสาวไปมาแต่ไม่อยากขัดใจ เขาคิดว่าห้องพักที่นี่น่าพักอยู่มาก
“ขอบพระทัยเพคะเจ้าพี่” นาดายิ้มอย่างดีใจเมื่อพี่ชายยอมแลกห้องพักกับตน
อญู่ร่าเสียบคีย์การ์ดเข้าไปยังห้องพักที่เธอจองเอาไว้ให้นาดาเพื่อนสาว ใบหน้าอมยิ้มเมื่ออยากทำให้เพื่อนประหลาดใจ ตอนนี้เธอเช็กดูว่านาดาและพี่ชายนั้นออกจากห้องพักไปรับประทานอาหาร แต่เดี๋ยวก็คงขึ้นมา ในมือที่ถือกล่องของขวัญเมื่อก้าวเข้าไปในห้องหันไปมารอบๆ เพื่อจะหาที่วางกล่องของขวัญขนาดเล็กลงที่ไหนสักแห่งเพื่อให้เพื่อนมองเห็นชัดเจน
“คิดว่านาดาคงถูกใจนะจ๊ะ”
อญู่ร่ายิ้มกับกล่องของขวัญที่ถืออยู่ในมือ เธอกับเพื่อนสัญญากันว่าตอนเรียนจบจะแลกของขวัญให้กันและกัน แต่ละคนก็ต่างลุ้นว่าจะได้อะไรเป็นของขวัญจากเพื่อนรัก
อญู่ร่ายิ้มกว้างเมื่อหามุมวางกล่องของขวัญได้แล้ว เธอคิดว่าไม่ได้เสียมารยาทอะไรที่เข้ามาในห้องพักของเพื่อน อยากทำให้เพื่อนประหลาดใจเสียมากกว่า นาดาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตที่เธอมี เธออยากมอบอะไรให้เพื่อนรักเป็นที่ระลึกเพราะรู้ดีว่าเพื่อนสาวต้องเดินทางกลับไปยังบ้านเกิดเมืองนอนไม่อีกไม่กี่วันข้างหน้า
คิดมาถึงตรงนี้ อญู่ร่าก็ถอนใจเบาๆ คิดว่าตนคงคิดถึงเพื่อนคนนี้มากมายนัก
อญู่ร่าวางของขวัญไว้ใกล้ๆ กับโคมไฟหัวเตียงพร้อมกับกระดาษโน้ต เธอจึงคิดว่าควรออกจากห้องนี้ไปได้แล้ว เดี๋ยวค่อยโทร.มาหาเพื่อนและนัดเจอกันอีกครั้ง เพราะเธอเพิ่งลงจากเครื่องมาไม่นานนี้เอง
“เธอเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไงกัน” เสียงเข้มดุดันที่เอ่ยออกมาทำให้อญู่ร่าสะดุ้งหันไปมองต้นเสียง
ดวงตาสวยแปลกเบิกกว้างด้วยความตกใจ เรือนร่างสูงสง่าที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่ได้ห่างจากเธอมากนัก ทำไมคนร่างสูงใหญ่เช่นเขาถึงเข้ามาในห้องได้อย่างไร้เสียงเช่นนี้
“เธอ” ชามิลเอ่ยถาม ดวงตาคมเข้มดุจพญาเหยี่ยวกวาดมองเรือนร่างเล็กอวบอิ่มตรงหน้า เธอตัวเล็กมาก ถ้าจะพูดให้ถูกคงสูงประมาณอกเขา แต่ภายใต้รูปร่างนั้นก็ซุกซ่อนความอวบอิ่มเอาไว้อย่างน่าปรารถนา สายตาคมกริบหลุบมองริมฝีปากอวบอิ่มไม่วาง
ทำไมเขาจะจำเพื่อนรักของน้องสาวตัวแสบไม่ได้!
อญู่ร่ารู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่กดดันให้เธอตึงเครียด เรือนร่างสูงใหญ่ของบุรุษตรงหน้าดูมีเสน่ห์เย้ายวนแต่แฝงไปด้วยพลังขับเคลื่อนทางเพศที่รุนแรง เขาสูงมากจนเธอต้องแหงนใบหน้าคอตั้ง นึกถึงความเตี้ยของตัวเองก็ขัดใจเล็กๆ ริมฝีปากสีเรื่อเผลอไผลเผยอค้างเมื่อสบตาคมเข้มดุดันของอีกฝ่าย แค่เพียงเผชิญหน้าเธอก็รู้ว่าเขามีเชื้อสายอาหรับ ความคมคายหล่อเหลา ผิวกายสีทองแดงดั่งคนที่อาศัยอยู่ในดินแดนทะเลทราย
เธอจำเขาได้แล้ว แวบแรกที่เห็นก็คุ้นตา แต่พอเห็นชัดๆ เธอถึงกับอ้าปากค้าง
“เอ่อ คือว่า...” อญู่ร่าเพิ่งรู้ว่าตัวเองกลายเป็นคนติดอ่างไปก็คราวนี้
“หรือว่า?” ชามิลย่างกรายเข้าหา ดวงตาคมกริบหรี่มองไม่วาง เขากระชากแขนกลมกลึงเข้ามาหาจนร่างของหล่อนปะทะกับอกกว้าง
หรือว่าเธอเข้ามายั่วเขา ถ้าเป็นแบบนั้น เขาไม่ปฏิเสธหรอก เพราะอย่างไรก็ถูกใจเธอตั้งแต่เห็นรูปถ่ายครั้งแรกที่น้องสาวส่งให้ทางอีเมล
อญู่ร่าแหงนใบหน้าขึ้นมองคนตัวสูงด้วยความตระหนก ดวงตาเบิกกว้าง อ้าปากทำท่าจะร้องแต่ริมฝีปากร้อนก็เข้ามาบดเบียดแนบชิดจนร้อนผ่าว ครอบครองเป็นเจ้าของด้วยความเร่าร้อนดุดันและเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจที่เหนือกว่า
“เข้าใจแล้ว” สิ้นเสียงห้าวดุดันร่างอวบอิ่มก็ถูกโยนไปที่เตียงทันที
“ว้าย คะ... คุณจะทำอะไรน่ะ”
อญู่ร่าตกใจเมื่อตัวเองถูกโยนไปบนเตียงก่อนที่ร่างจะเด้งขึ้นมาตามแรงที่ยุบลงไปของที่นอน เขาเข้าใจว่าอะไร เธอไม่เห็นรับรู้สักนิด แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้เธอกำลังเสียเปรียบ อันตรายกำลังคืบคลานเข้ามา เธอต้องหนีออกจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด แล้วค่อยคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป
“ไม่เห็นต้องถามเลย เราก็รู้สึกอยากผ่อนคลายอยู่เหมือนกัน เจ้ามาได้ถูกเวลาเสียจริง”
“ผ่อนคลาย ว้าย กรี๊ดด!!! ปล่อยนะ จะทำอะไร คนบ้า ลามก โรคจิตที่สุด!” อญู่ร่าผวาเยือกเมื่อโดนกักไว้ใต้ร่างสูง
“ดีดดิ้นจริง หรือนี่เป็นการเรียกแขกวิธีหนึ่ง ก็ตื่นเต้นดีนะ ปกติมีแต่คนสมยอม มีคนดิ้นหนีบ้างจะได้เพิ่มรสชาติ”
อญู่ร่าส่ายหน้าจนผมยุ่งเหยิง ผ้าคลุมผมหลุดร่วงไปตั้งแต่ตอนไหนเธอไม่รู้สึกตัวสักนิด เธอพอจะเข้าใจคำพูดของเขา แต่เมื่อจะเอ่ยประโยคปฏิเสธเขาก็ไม่ฟังคำทัดทาน
“อื้อ... อุ๊บ”
ริมฝีปากร้อนเข้าครอบครองกลีบปากบอบบางอิ่มอวบสีกุหลาบอย่างกระหาย อญู่ร่าเบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อมือหนาขยำฟอนเฟ้นเข้าที่ทรวงอกอวบอิ่มเต็มกำลัง
“ริมฝีปากของเจ้าหวานจัง” เขาเอ่ยชมกระชากเสื้อเธอออกจากร่างอย่างไร้ความปรานี
“ไม่นะ คะ... คุณปล่อยเดี๋ยวนี้นะ”
ชามิลคิดเองเสร็จสรรพว่าคงเล่นตัวไปอย่างนั้น ไม่เช่นนั้นคงไม่เข้ามาเสนอตัวในห้องเขาถึงเตียงแบบนี้ นาดาคงรู้เห็นเป็นใจด้วย ไม่เช่นนั้นคงไม่แลกห้องนอนกับเขา เขาก็ไม่คิดจะปฏิเสธอยู่แล้ว หญิงไทยน่ารักแบบนี้เอง บิดาของเขาจึงได้หลงใหลเสด็จแม่ยิ่งนัก
“หึหึ เธอนี่ยิ่งดูก็น่ารักนะ ตัวเล็กกลมดีจัง อวบอิ่มไปทั้งเนื้อทั้งตัว เหมือนอะไรนะ?”
เขาเลิกคิ้วขึ้นเพื่อนึกก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปาก
“เหมือนลูกขนุนไง ฉันเคยกินอร่อยดี”
เธอพูดอย่างมีแง่งอนจริงๆ เมื่อนึกไปถึงเรื่องราวเหตุการณ์ในครั้งนั้น“เราไม่ได้ตั้งใจ แต่เหตุการณ์มันพาไป ไม่เช่นนั้น เราก็คงไม่ได้วางแผนจับตัวคนร้ายน่ะสิ ที่เราปลอมเป็นนายไกรตอนนั้นเพื่อซ่อนตัวจากคนที่ตามฆ่าเรา เจ้ากับนาดามาพักบ้านท่านตากับท่านยายพอดี เราก็แค่อยากลองใจเจ้า”“ลองใจราร่าเหรอเพคะ”“เรารู้ว่าเจ้าเสียใจเรื่องที่ริมตลิ่งนั่น ตอนนั้น เรารู้แล้วว่าเจ้าไม่ยินยอมหากเป็นชายอื่น แต่เพราะเราอดใจไม่ไหว ใช้กำลังหักหาญน้ำใจเจ้า และใช้ชั้นเชิงหลอกล่อให้เจ้าเพริดตามเรา” ชามิลไล้หัวแม่มือไปกับหลังมือนิ่มของชายาคนสวย ตอนนั้นเขาไม่ได้อยากรังแกเธอจริงๆ แต่อดใจไม่ไหวจริงๆ“เสียใจสิเพคะ หม่อมฉันไม่อยากเป็นหญิงสองชาย” เธอก้มหน้างุด ชามิลเชยคางมนให้แหงนขึ้นสบตา ประทับจุมพิตหวานล้ำจนร่างสาวสะท้าน“เจ้าไม่ใช่หญิงสองชาย แต่เจ้ามีเราเพียงคนเดียว เราเชื่อใจเจ้าราร่า” เขายืนยันคำพูดนั้นด้วยจุมพิตหวานล้ำอีกครั้ง อญู่ร่าหอบสะท้านใบหน้าแดงเรื่อชวนมองทันทีที่ร่างสูงผละริมฝีปากออกห่าง“แล้วพระองค์ทรงไปตกลงกับคุณพ่อตอนไหนเพคะ เรื่องโรงแรมและเรื่องราร่าด้วย” เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เธอค้างคาใจเอามากๆชามิลกำ
“ราร่า น้าขอโทษนะ ที่คิดไม่ดีกับหนูเรื่อยมา” อารตีกล่าวขอโทษอย่างไม่คิดอายอีกต่อไป“หนูไม่เคยโกรธคุณน้าเลยค่ะ อย่าคิดมากสิคะ ถึงยังไง คุณน้าก็ดูแลคุณพ่ออย่างดี ไม่ว่าตอนเจ็บไข้ได้ป่วยหรือจะทุกข์จะสุข คุณน้าทำหน้าที่ภรรยาที่ดีคนหนึ่ง” ทำไมเธอจะไม่รู้ว่ามารดาเลี้ยงรักบิดาของเธอมาก ถ้าหากอารตีดูแลบิดาไม่ดีตั้งแต่แรก เธอคงเอาเรื่องที่อีกฝ่ายทำตัวไม่ดีกับเธอมาบอกบิดาไปแล้ว แต่นี่เธอคิดถึงความสุขของบิดา สละความสุขของตัวเองอันน้อยนิดโดยการไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับอารตีเพียงแค่นี้ เธอรู้สึกพอใจที่ทำให้บิดาไม่ต้องทุกข์ร้อนใจกับเรื่องของเธออญู่ร่าคิดเสมอว่าคนเราดีบ้างไม่ดีบ้าง จงมองข้อดีของเขา อันไหนที่มองข้ามได้ก็มองข้ามมันไป อารตีเองก็เช่นกัน นางไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรดีเลย นางก็มีข้อดีหลายอย่าง เพียงแต่คิดว่าเธออาจจะแย่งทุกอย่างจากลูกสาวอันเป็นที่รักจึงกางปีกปกป้องตามประสาแม่ที่รักลูกมาก แม้มันจะผิดก็ตามทีฟาฮัสเองมองภรรยาและลูกสลับกันไปมา ทั้งหมดเงยหน้าอ้อนวอนเขา ทำให้เขาใจอ่อนยวบ“ขอพ่อคิดดูก่อน เพราะพ่อยังรับเรื่องนี้ไม่ค่อยได้” ฟาฮัสตอบคำขอของบุตรสาวในที่สุด เท่านี้ฟาตีมาและอญู่ร่ารับรู้แล้วว่าไม่ย
ทั้งสองฟาดฟันกันไปมา ชามิลโบกมือไล่ลูกน้องคนสนิทให้ถอยไป เขาจะสู้กับรอยฮานเอง ร่างสูงใหญ่ของพี่น้องต่างมารดาฟาดฟันคลุกกันบนผืนทรายอันร้อนระอุอย่างไม่มีใครยอมใคร ฝีมือการต่อสู้ดูจะกินกันไม่ลงจนทั้งคู่บาดเจ็บสะบักสะบอมการต่อสู้ต้องมีการเพลี่ยงพล้ำ ชามิลถูกมีดจ้วงโดนที่แขนเลือดไหลนอง รอยฮานทำท่าจะซ้ำ ชามิลรีบพลิกกายหลบ มีดสั้นจึงปักลงบนผืนทรายแทน“โอ๊ย!” รอยฮานร้องด้วยความเจ็บจุกเมื่อเขาพลาดพลั้งโดนเตะเข้าชายโครงจนกระเด็น ชามิลดึงมีดสั้นออกจากผืนทรายที่ถูกปักเอาไว้ รอยฮานไม่มีท่าทีกวาดกลัว เขาพลิกหลบเมื่ออีกฝ่ายขว้างมีดเข้าใส่ ก่อนที่มีดด้ามนั้นจะปักลงบนผืนทรายอีกครั้งชามิลกระโดดเข้าคร่อมทับร่างของรอยฮานเอาไว้ ก่อนจะกระแทกหมัดเข้าใส่จนอีกฝ่ายหน้าแตกยับ เลือดเป็นลิ่มไหลออกมาตามจมูกและปาก“ลากตัวมันไปขังเอาไว้” ชามิลหันไปสั่งคนสนิทที่รอดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกล รอยฮานจึงถูกรวบตัวเอาไว้ได้ในที่สุด“เดี๋ยวก่อน” รอยฮานหันไปพูดกับชามิลเมื่อทำท่าจะโดนลากออกไป“มีอะไร” ชามิลหยุดเพ่งมองใบหน้าที่ยับเยินของอดีตลูกน้องคนสนิทที่เขาไว้ใจมากที่สุด แต่ไม่เคยคิดว่าอีกฝ่ายจะกลายมาเป็นพี่ชายต่างมารดาของเขา“
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง หน้าซีดเชียว” ชามิลถามอย่างห่วงใย“หม่อมฉันไม่เป็นอะไรเพคะ พระองค์ออกไปคุยธุระกับรอยฮานเถิดเพคะ”“ไม่ต้องรีบก็ได้ รอยฮานไม่ไปไหนหรอก เราเป็นห่วงเจ้า” ชามิลนั่งลงเคียงข้างหญิงสาวอันเป็นที่รัก แล้วแตะหลังมือที่หน้าผากสวยเบาๆ ก่อนจะกดร่างอญู่ร่านอนลงบนเตียงกว้าง“พักผ่อน เดี๋ยวเรากลับมา”“เพคะฝ่าบาท เดี๋ยวก่อนเพคะ” เธอจับมือเขาเอาไว้เมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ชามิลนิ่งฟังเธอ พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาคุยกับรอยฮานเช่นเดิม“รอนานหรือเปล่ารอยฮาน”“ไม่นานพ่ะย่ะค่ะ ข้ารู้ว่าท่านอยากอยู่ดูแลคุณอญู่ร่าต่อ ความจริงไม่ต้องรีบก็ได้ ให้ข้ามาวันหลังก็ไม่เป็นไร”“คุยกันต่อเถอะ เรามีเรื่องจะคุยกับเจ้าหลายอย่าง” ชามิลพูดอย่างเป็นกันเองยกน้ำชาขึ้นจิบอย่างผ่อนคลาย ทั้งสองคุยกันในเรื่องสำคัญมากมายจนกระทั่ง“ฝ่าบาทเป็นอะไร ทำไมเงียบไป” รอยฮานแกล้งเอ่ยถามอย่างตกใจ เมื่อเห็นชามิลเกร็งตัวเพราะโดนพิษเข้าไปเต็มๆ จากน้ำชาที่เขาลอบใส่ยาพิษลงไป ความจริง มันมียาพิษตั้งแต่กาแรก แต่เพราะชากานั้นถูกทำแตกด้วยฝีมือของอญู่ร่าชามิลเกร็งร่าง ชี้หน้าคนสนิทที่ไว้ใจอย่างผิดหวัง“ในที่สุดวันน
“ใช่พ่ะย่ะค่ะท่านชีค ตอนนี้เป็นเวลาที่ต้องรวบท่านรอยาซเอาไว้ ไม่เช่นนั้นคงคิดแผนการที่จะฆ่าท่านอีก”“เจ้าไปได้แล้ว ขอบใจมาก หลังจบเรื่องนี้แล้ว ข้าจะให้เจ้าพักยาว” ชามิลพยักหน้าให้คนสนิทที่เขาแอบมาหา โดยไม่ให้สงสัย รอยฮานมีความสามารถในการหลบหลีก และเป็นข้อดีที่ไม่มีใครรู้จักเขา“อุ๊ย!” อญู่ร่าอุทานเมื่อเดินชนกับร่างสูงของรอยฮาน“ขอโทษขอรับ” รอยฮานเงยหน้าขึ้นสบตา อญู่ร่าขมวดคิ้วหรี่ตามองอีกฝ่าย แต่เธอมองเห็นหน้าไม่ชัดเพียงแค่ได้สบตาเพราะอีกฝ่ายคลุมใบหน้ามิดชิด“ใครเหรอเพคะ” อญู่ร่าเดินมาหาชีคชามิลที่เดินรอรับเธออยู่“ช่างตีเหล็กน่ะ เราจะให้เขาทำดาบให้”“หม่อมฉันเคยเห็นเขาหรือเปล่าคะ” อญู่ร่าถามชีคหนุ่ม“ไม่เคยหรอก จะเคยเห็นได้ยังไงกัน เราเพิ่งเจอเขาครั้งแรก ราชิดเป็นคนหาช่างเหล็กคนนี้ให้เอง เห็นว่าเก่งในเรื่องการตีดาบ มีด เราเลยจะจ้างให้ตีดาบให้เราหน่อย” ชามิลเฉไฉไปเรื่อย“เหรอเพคะ หม่อมฉันคงจำคนผิด” อญู่ร่าไม่ได้ติดใจอะไร คิดว่าเธอคงจำคนผิด คนในไบซา บางทีมองๆ แล้วหน้าตาก็เหมือนๆ กันหมด คลุมหน้าคลุมตาคลุมผ้าโพกหัวกันแทบทั้งสิ้น...ชีคชามิลเข้ารวบตัวรอยาซได้ในบ้านของเขา พร้อมกับหลักฐานแ
“แล้วฝ่าบาทจะไปพบกับท่านฟารุกเลยหรือเปล่า”“ทำไม” ชามิลหันมาถามหญิงสาวที่อยู่ข้างกาย“ฟาตีมาเองก็อยากคุยกับฝ่าบาทเหมือนกันเพคะ” เธอเองไปเยี่ยมน้องสาวมา น้องสาวยืนยันหนักแน่น ฟารุกเองแม้ไม่ได้พูดอย่างร้อนใจเหมือนฟาตีมาแต่สีหน้าและแววตานั้นทำให้เธอฉงน ทั้งสองดูไม่มีเรื่องราวจริงๆ ถ้าทั้งสองเสแสร้งก็คงแนบเนียนนัก ความมั่นใจของเธอตั้งแต่ตอนแรกถูกสั่นคลอนไปมาก หรือในเงามืด เธอจะตาฝาดไปเองชีคชามิลเดินทางมาพบลูกพี่ลูกน้องที่คุก โดยขอพูดกับอีกฝ่ายเพียงสองคน ส่วนฟาตีมามีสิทธิ์ได้พูดแค่เพียงชั่วครู่ก่อนจะถูกกันตัวออกไปไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองคุยอะไรกัน แต่หลังจากนั้น ฟารุกก็ถูกสั่งให้ประหารชีวิตในทันที!!!“ท่านรอยาซขอรับ คุณชายฟารุกโดนประหารแล้ว” ฮาริมคนสนิทของรอยาซกล่าวรายงานผู้เป็นนายเสียงหม่น ถึงแม้จะรับรู้มาโดยตลอดว่าฟารุกไม่ใช่บุตรชายแท้ๆ ของผู้เป็นนายก็ตามที“มันอยากโง่เองช่วยไม่ได้” รอยาซพูดเสียงเหี้ยม“ท่านไม่สงสารคุณชายฟารุกเลยเหรอขอรับ” ฮาริมอดที่จะถามไม่ได้“ข้าสงสารมันเลยให้โอกาสมัน ตั้งแต่มันเกิดมาแล้ว”รอยาซพูดเสียงเข้ม เขาเก็บเด็กชายตัวน้อยวัยแบเบาะมาเลี้ยงเพราะตัวเองเป็นหมันไม่สา







