แชร์

บทที่ 13

last update วันที่เผยแพร่: 2025-04-04 07:30:36

เยว่อวิ๋นมองตามหลังแม่สามีที่เดินจากไปจนลับตา จึงไม่พลาดสีหน้าท่าทางทั้งหมดของอีกฝ่าย ทว่านางไม่คิดแยแสแต่อย่างใด คนอย่างแม่เฒ่าเซี่ยยิ่งอ่อนข้อให้ก็มีแต่จะยิ่งได้ใจเท่านั้น

ร่างบางหันหลังเดินกลับมุ่งหน้าไปยังห้องนอนที่สามพ่อลูกอยู่ หากรอพวกเขาจนปรึกษากันเสร็จ เงินนี่คงถูกเรียกร้องขอคืนเป็นแน่ เพราะฉะนั้นที่ควรทำก็ควรรีบ

“ท่านแม่” พอเห็นนางเปิดประตูเดินเข้ามา ใบหน้าเล็กๆ ของเสี่ยวอวี้ก็เผยรอยยิ้มหวานออกมาทันที

เนื่องจากเยว่อวิ๋นให้นางกินอาหาร แล้วยังช่วยเหลือนางกับพี่ชายไม่ให้ถูกผู้เป็นย่าทุบตี ในใจเด็กหญิงจึงเชื่อมั่นและรู้สึกดีกับมารดาคนใหม่เป็นอย่างมาก

“ท่านแม่ ท่านย่าไม่ได้ตีท่านใช่ไหมเจ้าคะ” เสี่ยวอวี้รีบถามอย่างเป็นห่วง เด็กหญิงรู้ดีว่าท่านย่าของตนเป็นคนใจร้าย ท่านแม่ขัดใจนางเช่นนี้มีหรือนางจะไม่ทำอะไร

เด็กน้อยวิ่งมาหยุดเบื้ิองหน้าเยว่อวิ๋น พลางเอียงศีรษะมองสำรวจร่างกายเยว่อวิ๋นด้วยดวงตากลมโตแวววาวเหมือนลูกแมว

“ข้าไม่เป็นอะไร” เยว่อวิ๋นชะงักเล็กน้อยกับคำเรียกขานอันสนิทสนม นางเป็นคนความรู้สึกไว จึงรับรู้ได้ว่าความห่วงใยที่เจ้าตัวเล็กแสดงออกมานั้นเป็นของจริงแท้แน่นอน นี่เป็นสิ่งที่นางไม่เคยได้รับมาก่อน จึงบังเกิดความรู้สึกว่าไม่ค่อยคุ้นชินนัก

“ต้าเป่า ในหมู่บ้านของเรามีหมอหรือไม่” นางจำได้ว่าตอนลงเกวียน นางมองเห็นภูเขาอยู่ไม่ห่างจากที่นี่มากนัก รอให้จัดการธุระเรื่องแยกบ้านเรียบร้อย ค่อยขึ้นไปหาเก็บสมุนไพรมารักษาเซี่ยฉงอวิ๋นภายหลังแล้วกัน

ในเมื่อการรักษาของนางยังไม่อาจทำได้ และเพื่อไม่ให้คนบ้านเซี่ยมาเรียกร้องขอเงินคืน เยว่อวิ๋นจึงวางแผนให้ต้าเป่าไปตามหมอมาจ่ายยารักษาเซี่ยฉงอวิ๋นไปพลางๆ ก่อน

“มีขอรับ ท่านหมอจางที่อยู่ที่อยู่ตีนเขาท้ายหมู่บ้าน เคยมารักษาให้ท่านพ่อขอรับ” ต้าเป่ารีบตอบ

เดิมทีตอนที่บิดาได้รับบาดเจ็บใหม่ๆ ท่านหมอจางก็ถูกตามตัวมารักษา ทว่าเพราะอาการหนักยาที่ใช้หลายตัวมีราคาแพง ท่านย่าไม่อยากเสียเงินเยอะจึงจงใจเอะอะโวยวายหาเรื่องว่าท่านหมอจางต้องการขูดรีดนาง สุดท้ายท่านหมอจางถูกท่านย่ากับป้าใภ้ใหญ่ทำให้มีโทสะจนสะบัดชายเสื้อเดินจากไป

หลังจากนั้นบาดแผลของท่านพ่อก็ไม่เคยได้รับการรักษาอีกเลย…

แม่เลี้ยงถามเช่นนี้หมายความว่าต้องการรักษาบิดาเขาใช่หรือไม่ ดวงตาต้าเป่ากลมโตไม่ต่างจากเสี่ยวอวี้นัก ยามเบิกมองมาที่คนนั้นฉ่ำวาวราวกับลูกสัตว์ตัวน้อยขี้สงสัย

เยว่อวิ๋นมองสบตาอีกฝ่าย แล้วได้แต่นึกในใจว่า แม้จะผอมแห้งไปสักหน่อย แต่เจ้าไชเท้าน้อยก็น่ารักน่าเอ็นดูอยู่นะนี่

“เจ้ารีบไปเชิญหมอจางผู้นั้นมาดูบาดแผลให้บิดาเจ้าเถอะ” เยว่อวิ๋นกล่าวพลางหยิบตำลึงเงินในแขนเสื้อออกมาส่งให้ “รีบไปเร็วๆ ประเดี๋ยวท่านย่ากับครอบครัวนางจะมา”

เยว่อวิ๋นไม่จำเป็นต้องพูดมากความ ต้าเป่าก็เข้าใจในทันที เด็กชายขานรับคำเสียงดัง ขณะวิ่งออกจากห้องไปด้วยความไว

อันที่จริงก่อนหน้านี้ ต้าเป่าได้ยินถ้อยคำที่เยว่อวิ๋นตอบโต้กับย่าตนเองแล้ว ทว่าในใจเขายังคงมีความไม่เชื่อมั่นอยู่ จึงคิดว่ามารดาเลี้ยงเพียงแค่หาข้ออ้างไปส่งๆ เพื่อที่จะเก็บเงินส่วนนี้ไว้เอง

เด็กชายยิ่งคิดก็อดรู้สึกผิดในใจไม่ได้ ใบหน้าน้อยๆ ยับยู่ ขณะที่ดวงตาแดงก่ำขึ้นมาด้วยความละอายปนซาบซึ้ง แม่เลี้ยงดีกับพวกเขายิ่งนัก อนาคตเขาจะกตัญญูและทำดีต่อนางให้มากๆ

“เสี่ยวอวี้” หลังต้าเป่าจากไป เยว่อวิ๋นก็หันมาเรียกเสี่ยวอวี้

“เจ้าค่ะ” ในสายตาเสี่ยวอวี้เวลานี้ มารดาคนใหม่คือเทพธิดาผู้แสนดีที่ตกลงมาจากฟ้า ในดวงตาคู่เล็กๆ นั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมยินดีจนไม่อาจปกปิด

เยว่อวิ๋นมุมปากกระตุกเล็กน้อย เจ้าเด็กน้อยนี่เขียนความชื่นชอบนางเอาไว้บนหน้าเสียขนาดนี้ทำเอานางแทบไม่กล้ามองอีกฝ่าย “ข้าต้มน้ำร้อนไว้เช็ดตัวให้ท่านพ่อเจ้า เจ้าช่วยไปดูไฟให้หน่อยได้หรือไม่”

“เจ้าค่ะ” เสียงใสรับคำยังไม่ทันจบดี ร่างเล็กก็วิ่งปรื๋อจากไปแล้ว เยว่อวิ๋นมองตามหลังอีกฝ่ายใบหน้าเผยรอยยิ้มเอ็นดู นางกล่าวกับคนบนเตียงยิ้มๆ

“ต้าเป่ากับเสี่ยวอวี้เป็นเด็กดียิ่ง” ถึงแม้เจ้าตัวจะโชคร้ายไปบ้าง ทว่าสวรรค์ก็ยังปรานีให้เขาได้มีบุตรธิดาที่เฉลียวฉลาดและกตัญญูแบบเจ้าไชเท้าน้อยทั้งสอง

เซี่ยฉงอวิ๋นรับคำเบาๆ ในวันคืนมืดมนที่ผ่านมาของเขา ผ่านมาได้ด้วยบุตรฝาแฝดจริงๆ หาไม่คงสิ้นชีพในบ้านเซี่ยไปนานแล้ว

“ข้าได้ยื่นข้อเสนอกับมารดาของเจ้าไปแล้ว ว่าต้องการแยกครอบครัว” ถึงอย่างไรเซี่ยซื่อก็เป็นมารดาแท้ๆ ของคนตรงหน้า เยว่อวิ๋นจึงต้องบอกกับอีกเขาก่อน ที่สำคัญก็คือนางต้องการรู้ทัศนคติของอีกฝ่ายด้วย “เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร”

ถ้าหากเซี่ยฉงอวิ๋นเป็นเพียงถุงฟางข้าว [1] แล้วยังทำตัวเป็นลูกหนังให้คนเตะกลิ้งเล่นแบบไร้หัวคิด นางก็พร้อมละทิ้งอีกฝ่ายแล้ววางแผนอนาคตแค่ของตนเองกับเจ้าหัวไชเท้าทั้งสองแทน

เซี่ยฉงอวิ๋นคล้ายเข้าใจความคิดของเยว่อวิ๋นได้ ริมฝีปากใต้หนวดเครารุงรังกระตุกยิ้มหยันขึ้นคราหนึ่ง ยามหวนคิดถึงการกระทำที่เซี่ยซื่อปฏิบัติต่อตนที่ผ่านมา

“ถึงตอนนั้นเจ้าก็ให้ต้าเป่าไปตามผู้อาวุโสมาเป็นพยานด้วย จะให้ดีให้พวกเขาร่างหนังสือประทับตะ… รอยนิ้วมือเป็นหลักฐานไว้จะดีที่สุด” เซี่ยฉงอวิ๋นกล่าว ดวงตาสีเข้มอ่อนแสงลงชั่วขณะ ในอดีตหนังสือรายงานของคนผู้นั้นล้วนเป็นเขาที่คอยตรวจประทับตรา จึงเกิดเป็นความเคยชินนี้ขึ้นมา

เยว่อวิ๋นสะดุดใจเล็กน้อย คาดไม่ถึงว่าสามีที่เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาของนาง จะมีความละเอียดอ่อนรอบรู้ไม่ต่างจากบัณฑิตเช่นนี้ พอเห็นแบบนี้ ก็ทำให้รู้สึกว่าท่าทางของอีกฝ่ายนั้นช่างคุ้นเคย คล้ายกับใครบางคนในความทรงจำของนางเสียเหลือเกิน

“เข้าใจแล้ว ท่านไม่ต้องห่วง” เมื่อรู้ว่าเซี่ยฉงอวิ๋นไม่ใช่คนที่หลับหูหลับตากตัญญู เยว่อวิ๋นจึงค่อยโล่งอกขึ้นมาในที่สุด นางเห็นสภาพเขากับลูกๆ แล้วยังอดห่วงไม่ได้ว่าที่อีกฝ่ายมีชะตากรรมแบบนี้ จะเป็นเพราะโง่งมจนแยกแยะอะไรไม่ออกหรือเปล่า

จบเรื่องที่จะพูด เยว่อวิ๋นก็เดินไปห้องครัวทันที ไม่นานกะละมังใส่น้ำร้อนที่ถูกผสมจนอุ่นดีแล้ว ก็ถูกนางยกเข้ามา แรงกดยวบยาบข้างกายทำให้คนบนเตียงขมวดคิ้วแน่น

“ต้าเป่าไปตามหมอแล้ว ถือโอกาสที่ท่านหมอยังมาไม่ถึง เช็ดตัวท่านรอเลยก็แล้วกัน”

นางเอ่ยเป็นประโยคบอกเล่า แสดงออกชัดเจนว่าไม่ได้ต้องการความคิดเห็นจากเขา เซี่ยฉงอวิ๋นพลันรู้สึกได้ถึงความเย็นจากปลายนิ้วที่สัมผัสแผ่นอกตน จากนั้นไม่นานเสื้อผ้าบนร่างกายก็คลายหลุดออกจากร่างไปอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มพลันเกิความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาทันที

ภรรยาที่เพิ่งแต่งเข้ามาของตนเองนั้น ดูจะถอดเสื้อผ้าบุรุษได้ชำนาญเกินไปแล้วกระมัง!

[1] เปรียบเปรยถึงคนไร้ประโยชน์ ไม่เอาไหน ไม่เป็นโล้เป็นพาย

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 392

    “ที่แม่พูดไปฟังเข้าใจไหม” เยว่อวิ๋นถามซ้ำเมื่อเห็นสีหน้าเหลอหลาของบุตรสาว“ขะ... เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ” เสียงเล็กตอบรับ“เยว่ซื่อ นี่เจ้าหมายความว่าอย่างไร มิน่าบุตรสาวเจ้าถึงติดนิสัยชอบโกหก นั่นเป็นเพราะเจ้าเอาแต่ให้ท้ายนางอย่างไรเล่า” จั๋วเหมียวกล่าวพลางตบโต๊ะข้างมือเสียงดังปัง“เจ้าลองพูดอีกคำสิ” เยว

  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 391

    “เมื่อมีการฟ้องร้อง ขุนนางท่านนั้นจึงเปิดศาลไต่สวนทั้งคู่ เถ้าแก่กล่าวหาว่าหญิงชราขโมยของของตน ครั้นหญิงชราก็ปฏิเสธว่านางมิได้กระทำ ต่างฝ่ายต่างใช้คำพูดของตนมาหักล้างเป็นหลักฐานยืนยันการกระทำของตัวเอง แล้วอาจารย์ทั้งสองเล่าคิดเห็นอย่างไร”คิดเห็นอย่างไร?คำถามถูกเอ่ย ซูจี๋กับจั๋วเหมียวต่างมีสีหน้าเค

  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 390

    “ในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีวีรสตรีมากมายที่ฝากนามจารึกสู่ชนรุ่นหลัง ยกตัวอย่างที่ทุกคนรู้จัก ก็ไทเฮาเต๋อหนิงที่ขึ้นว่าราชการหลังม่านช่วยเหลือฮ่องเต้ไท่ผิงหลังสิ้นฮ่องเต้หย่งชางนั่นอย่างไรเล่า”ปกติบรรดาบรรดาบัณฑิตไม่ว่าสมัยไหนก็มักกีดกันสตรี ทว่ากับไทเฮาเต๋อหนิงผู้นี้กลับแตกต่างออกไ

  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 389

    “เสี่ยวอวี้อย่าร้องนะลูก แม่อยู่ที่นี่แล้วลูกไม่ต้องกลัว”น้ำเสียงปลอบประโลมรวมถึงฝ่ามือที่ตบลงมาบนหลังอย่างอ่อนโยนกลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย เจ้าซาลาเปาน้อยที่ถูกห้อมล้อมด้วยความไม่เป็นธรรมและการกดดันมานาน พลันร้องร่ำไห้ออกมาโฮใหญ่ทันที ชั่วขณะนั้นห้องเรียนมีเพียงเสียงร้องไห้ที่ราวกับจะขาดใจดังก้องไปทั

  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 388

    ซูจี๋ขมวดคิ้วเป็นร่องลึกกว่าเดิม ประโยคเมื่อครู่ของจั๋วเหมียวฟังผิวเผินคล้ายว่าเป็นเพียงคำพูดทั่วไปไม่มีอะไร ทว่าแท้จริงแล้วพุ่งเป้ามาที่เขากับเซี่ยจื่ออวี้อย่างเห็นได้ชัดแค่ประโยคเดียวที่อีกฝ่ายกล่าวมา ก็สรุปรวบรัดไปได้แล้วสองความหมายกลายๆ นั่นคือ หนึ่งเซี่ยจื่ออวี้เป็นฝ่ายพูดโกหก สองเพราะเขาเห็นแ

  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 387

    เสี่ยวอวี้ตัวน้อยถูกการกระทำของอาจารย์ทำให้หมดความมั่นใจ คิดถึงว่าขนาดอาจารย์ที่เป็นคนอื่นยังเชื่อคำพูดของเยว่เสี่ยวซู เจ้าตัวเล็กก็ไม่กล้าบอกกล่าวเรื่องที่เกิดขึ้นกับตนให้เยว่อวิ๋นฟังเยว่เสี่ยวซูบอกว่าเขาคือหลานชายแท้ๆ ของท่านแม่ ส่วนนางนั้นเป็นเพียงลูกเลี้ยงที่ไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือด หากพู

  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 310

    แม้จะรู้ว่าความคิดของตนเองนั้นไม่ถูกต้อง ทว่าเมื่อเผชิญกับความกดดันที่ได้รับ การกระทำของนางก็คล้ายกับสายน้ำที่ได้รับการระบายนางเปลี่ยนความเสียใจความรู้สึกแย่ๆ ของตนมาเป็นความเกลียดชัง หลอกตัวเองโทษว่าทุกสิ่งเป็นความผิดของบุตรสาว ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง นางที่ทำเรื่องชั่วร้ายเหล่าน

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-04-01
  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 297

    จะว่าไปนี่ก็ถือว่าท่านผู้เฒ่าขาดการติดต่อไปนานพอดู ก่อนหน้านี้แม้จะไม่มีเบาะแสของคุณชายใหญ่ ทว่าเจ้าตัวก็ยังส่งข่าวเล่าเรื่องราวสนุกๆ มาให้องค์หญิงใหญ่ได้สำราญพระทัยเป็นระยะๆ“หรือว่าจะให้หม่อมฉันไปบอกองครักษ์หลี่ ให้ส่งคนไปดูท่านผู้เฒ่าดีเพคะ”“ไม่เป็นไร บางทีอาจเพราะก่อนหน้านี้ทางการประกาศเลื่อนกา

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-31
  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 266

    คิดแล้วฝูซีก็ให้อารมณ์เสียขึ้นมาทันที นึกอยากลุกมาฟาดศีรษะลูกศิษย์ตนสักทีสองที แต่พอคิดถึงความขัดแย้งระหว่างเยว่อวิ๋นกับพวกซุนไฉก่อนหน้านี้ ชายชราอดรู้สึกร้อนตัวขึ้นมาเล็กน้อยไม่ได้“น่ะ… นั่นเป็นเพียงอุบัติเหตุ” ถึงจะพูดแบบนั้น แต่หากคิดให้กระจ่าง ก็จะรู้ว่าเรื่องราวที่เกิดเป็นเพราะเขาไม่เข้มงวดกวด

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-30
  • ซาลาเปาบ้านข้านั้นทั้งขาวทั้งนุ่ม   บทที่ 273

    แตกต่างจากด้านนอก คือภายในห้องที่มีเพียงอาเข่อกับหลีจวินอยู่นั้นสงบยิ่ง สถานการณ์ของอามู่ที่อยู่ข้างนอกไร้ผลกระทบกับเขาโดยสิ้นเชิง เพราะนอกจากเสียงหมัดหนักๆ ของโจวหนีแล้ว ก็ไม่มีเสียงอื่นที่ดังรบกวนสมาธิชายหนุ่มหลุดรอดไปให้เขาได้ยินแม้แต่คำเดียวนี่จึงทำให้อาเข่อพลาดโอกาสทราบถึงสถานการณ์คับขันของอาม

    last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-03-30
บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status