เข้าสู่ระบบตรัยรู้ดีว่าพราวมุกชอบอะไรบ้าง ทุกสิ่งที่เธอชอบเขาจดบันทึกเอาไว้ในสมองของตัวเอง เธอชอบรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ ขนม ช็อกโกแลต เขาเลือกทำสลัดผักผลไม้ ซุปข้าวโพด เพราะจะได้กินคล่องคอ และน้ำส้มคั้นแสนอร่อยเป็นการตบท้าย
ไม่นานอาหารกลิ่นหอมกรุ่นก็ลอยตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวกว้าง เขาจัดจานเรียบร้อยก็เดินขึ้นไปบนห้องนอนของหญิงสาวอีกครั้ง เธอยังนอนหลับปุ๋ยอย่างมีความสุข จนเขาต้องอมยิ้มมุมปาก ตรัยยืนมองคนขี้เซาอยู่แบบนั้น คล้ายจะเก็บภาพน่ารักๆ ของเธอบันทึกเอาไว้ในสมอง
“พราวครับ พราว... พราวครับ” ยืนมองจนอิ่มแล้วจึงค่อยๆ ปลุกคนขี้เซาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“อือ... พี่พาย พราวจะนอน ขออีกสิบนาทีนะคะ เดี๋ยวจะรีบตื่น” พราวมุกพลิกตัวไปอีกด้าน ซุกหน้ากับหมอนอย่างคนขี้เซา
ตรัยหัวเราะขำ ก่อนจะเดินไปอีกด้าน มองหน้าคนที่เอาแต่ซุกหมอน เธอคงโดนพี่ชายปลุกบ่อยๆ ตั้งแต่สมัยไปโรงเรียนจนเข้ามหาลัย นึกถึงความผูกพันของสองพี่น้องแล้วอมยิ้มอีกรอบ เขาสะกิดเธอใหม่
“ตื่นได้แล้วครับพราว ไม่ตื่นพี่จับกินเป็นอาหารเช้านะ” ตรัยพูดติดตลก เขายื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มนวลฟอดใหญ่อย่างหักห้ามใจไม่ไหว
“อื้อ... พี่พายแอบหอมแก้มพราวอีกแล้วนะคะ” พราวมุกค่อยๆ ปรือตาขึ้นมอง เธอคิดว่าคนที่ปลุกเธอเป็นพี่ชาย เพราะความเคยชินที่พายัพจะปลุกเธอไปโรงเรียนตั้งแต่เด็กๆ แล้วต้องสะดุ้งเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนยิ้มอยู่ตรงหน้าไม่ใช่พี่ชายของเธอ แต่เป็นตรัย
“พี่ตรัย!!!” เธอกำลังลำดับเหตุการณ์ ตรัยมาอยู่ในห้องของเธอได้ยังไงกัน เธอเอ่ยถามตัวเอง
ตรัยล้อเธอเรื่องน้ำลายติดหมอน เธอเลยหันไปสนใจประโยคของเขาแทน
“ครับพี่เอง ตื่นได้แล้วครับ น้ำลายบูดเต็มหมอนแล้วเห็นไหม” ตรัยเอ่ยแซวเมื่อเห็นคนน่ารักบนเตียงทำตาโตตกใจที่เห็นเขา แทนที่จะเป็นพี่ชายของเธอเหมือนเคย
“จริงเหรอคะ” พราวมุกรีบยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเอง แล้วก้มลงมองหมอนที่หนุนนอนเขม็ง เพื่อสำรวจว่ามีน้ำลายติดอยู่เป็นคราบหรือเปล่า ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะของอีกฝ่ายดังลั่น ท่าทางของคนบนเตียงทำให้ตรัยกลั้นไม่ไหว เขาระเบิดหัวเราะออกมาเต็มๆ อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน
“พี่ล้อเล่น” พอได้ยินแบบนั้นเธอก็หน้างอเล็กน้อย
“พี่ตรัยน่ะ พราวก็คิดว่า ไม่น่าจะมีสักหน่อย ไม่เคยนอนน้ำลายบูดย้อยติดหมอนสักครั้ง แล้วพี่ตรัยมาอยู่ในบ้านของพราวได้ยังไงกันคะ” เธอเอ่ยถามอย่างงุนงง สีหน้าเหมือนเด็กช่างสงสัย กะพริบตาปริบๆ อยู่บนเตียงกว้างของตัวเอง ความคิดที่หยุดชะงักในคราแรก เริ่มปะติดปะต่ออีกครั้ง เธอนึกทบทวนเหตุการณ์ตั้งแต่ต้นจนจบ
“จำไม่ได้จริงๆ เหรอ ใครกลัวเสียงหมาหอนกันครับ” ตรัยบอกเสียงนุ่ม มองคนน่ารักบนเตียงไม่วางตา พราวมุกยามตื่นนอนน่ามองนัก ผมเผ้ายุ่งเหยิงเล็กน้อยแต่กลับทำให้เธอดูเซ็กซี่ ริมฝีปากระเรื่อนั้นก็น่าจุมพิต ใบหน้าสะอาดหมดจดไร้เครื่องสำอาง ทำให้เธอดูอ่อนเยาว์ลงไปอีกหลายปี
“จริงด้วย... แล้วพราวขึ้นมานอนบนเตียงได้ยังไงคะพี่ตรัย” เธอคงไม่ได้ละเมอขึ้นมาหรอกนะ หรือว่าเขาจะอุ้มเธอขึ้นมาบนนี้ พอนึกว่าเขาอุ้มขึ้นมาก็รู้สึกหน้าร้อนเห่อแดงอย่างปัจจุบันทันด่วน
“พี่อุ้มขึ้นมาครับ เราหลับคอพับคออ่อนอยู่บนโซฟาด้านล่าง” เขาเฉลย ยิ่งเห็นแก้มขาวนวลแดงระเรื่อขึ้นมา ยิ่งรู้สึกเอ็นดู
“พี่ตรัยอุ้มพราวขึ่นมาเหรอคะ” เธอถามย้ำอย่างขวยเขิน รู้สึกอายที่ต้องให้เขาอุ้มขึ้นมานอน
“ครับ ไปล้างหน้าแปรงฟันเร็วเข้า พี่ทำอาหารให้เราด้วยนะ” เขาดึงมือเล็กๆ ให้ลุกจากเตียง พราวมุกยังมีท่าทีอิดออด คงเพราะยังง่วงอยู่ไม่น้อย
“ทำอาหารด้วยเหรอคะ” พราวมุกมองอีกฝ่ายอย่างตกตะลึงก่อนจะหน้าแดง เมื่อคืนเธอทำอะไรน่าอายไปรึเปล่านะ แต่ถึงขนาดให้เขาอุ้มขึ้นมานอนบนห้อง มันก็ตลกมากพอแล้ว
“พี่ทำอาหารเช้ารอแล้วครับ ของโปรดของน้องพราวทั้งนั้น” พราวมุกก้มมองเสื้อผ้าของตัวเองคล้ายสำรวจ มันยังเรียบร้อยอยู่ ร่างกายของเธอไม่มีสิ่งใดผิดปกติ จึงรู้สึกโล่งใจ
“ไปเร็วเลยครับสาวน้อย เดี๋ยวไปทำงานไม่ทันนะ” ตรัยดันแผ่นหลังหญิงสาวเข้าไปในห้องน้ำ พราวมุกไม่มีโอกาสได้ถามอะไรอีก ประตูห้องน้ำถูกปิดลงเสียก่อน ตรัยกอดอกมองประตูแล้วอมยิ้ม ถ้าทุกๆ วันเขาต้องปลุกเธอแบบนี้คงจะดีไม่น้อย
ชายหนุ่มคิดไปไกลถึงตอนเข้านอน แล้วได้นอนมองหน้ากันแบบนี้ทุกวันคงจะดี เห็นอาการของเธอเมื่อครู่เขาก็นึกขำ ถึงแม้จะชอบเธอมากเพียงใด แต่เขาก็ไม่นิยมลักหลับหรือลวนลามผู้หญิงที่ไม่รู้สึกตัวอย่างแน่นอน
จะยิ่งดีกว่านี้อีกถ้าเธอกับเขามีทายาทตัวน้อยๆ มาวิ่งเล่นเต็มบ้าน ถ้าเธอเป็นภรรรยาของเขา เธอก็ยังคงได้อยู่ใกล้ๆ กับพี่ชายเพราะรั้วบ้านติดกัน
อนาคตข้างหน้าพายัพเองก็ต้องมีภรรยา สองครอบครัวจะอบอุ่นเช่นเดิม พราวมุกมองร่างสูงสง่าของพี่ชายข้างบ้านแล้วอมยิ้ม ตรัยคงกลับไปอาบน้ำอาบท่าที่บ้านของเขาเพื่อมารับประทานอาหารเช้ากับเธอ พอเห็นอาหารเช้าบนโต๊ะ เธอถึงกับยิ้มกว้างด้วยดวงตาเป็นประกาย ไม่ว่าจะเป็นพี่ชายของเธอหรือตรัย พวกเขาชอบทำอาหารด้วยกันทั้งคู่ ใครได้ไปเป็นพ่อของลูกนับว่าโชคดี พอคิดมาถึงตรงนี้เธอก็ต้องกัดริมฝีปากเบาๆ รับรู้ได้ว่าหน้ามันเห่อแดงแปลกๆ หัวใจเต้นแรงอีกด้วย
ตรัยกับพายัพมีส่วนต่างกันในอุปนิสัยใจคอเท่านั้น แต่ความมีน้ำใจนั้นถือว่าไม่เป็นสองรองใคร ตรัยทำอาหารได้หลายแนว แต่พายัพเน้นอาหารง่ายๆ รวมไปถึงอาหารเผ็ดจัด รสชาติจัดจ้าน ส่วนตรัยนั้นไม่กินเผ็ดเหมือนพี่ชายของเธอ
“น้องพราวเป็นอะไรครับ ไม่สบายหรือเปล่า หน้าถึงได้แดงแบบนี้” ตรัยเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะเอ่ยถาม เมื่อเห็นคนตรงหน้าแก้มขึ้นสีแดงเรื่อ
“ปะ... เปล่าค่ะพี่ตรัย อาหารน่ากินน่ะค่ะ” พราวมุกเปลี่ยนเรื่อง รีบหันไปสนใจอาหารทันที จะบอกเขาได้ยังไงว่าเธอคิดอะไรอยู่ อายตายเลย
“พราวใส่ชุดนี้ดูน่ารักจังเลยครับ” พราวมุกเป็นคนรูปร่างบอบบางกลมกลึง แต่ไม่ใช่ผอมแห้งเหมือนสาวๆ หลายคน เธอใส่ชุดทำงานออฟฟิศจึงมีสัดส่วนน่ามอง ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นแต่ก็น่ารักสมวัย ผสมผสานกันอย่างลงตัว ผู้หญิงที่ชอบยิ้มและอัธยาศัยดีแบบพราวมุก ถือว่ามีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามและคนที่พบเห็น เพราะเธอไม่เหย่อหยิ่งถือตัว
“ชมกันแบบนี้ พราวก็เขินแย่สิคะ” เธอยิ้มสดใสให้เขา ชุดทำงานเรียบหรูดูดีชุดนี้จำได้ว่าตรัยเป็นคนพาเธอไปเลือกซื้อ ก่อนที่จะมาทำงานกับเขาเสียอีก ไม่นึกว่าเอาเข้าจริงๆ เธอต้องมาทำงานกับคนที่ซื้อชุดให้
“แล้ววันหลังพี่จะพาไปเลือกซื้อชุดเพิ่มนะครับ”
“ขอบคุณมากๆ นะคะ ชุดที่พี่ตรัยเลือกให้สวยๆ แล้วก็น่ารักทั้งนั้นเลยค่ะ”
“พราวใส่ชุดอะไรก็สวยครับ”
“ชมกันแบบนี้ พราวก็เขินแย่สิคะ”
“พี่ชมจากใจจริงนะครับ พราวน่ารัก...” ท้ายประโยคน้ำเสียงของเขาเจือแววหวานหยด
“พอแล้วค่ะพี่ตรัย ชมกันแบบนี้เดี๋ยวพราวลอยนะคะ” เธอทั้งเขินทั้งรู้สึกแปลกๆ กับสายตาของตรัย เขาคงไม่คิดจะจีบเธออีกหรอกนะ ทั้งๆ ที่เขาเหมือนจะเลิกสนใจเรื่องที่ให้พี่ชายมาคุยกับเธอไปแล้ว แต่ทำไมตอนนี้เขากลับมาทำให้เธอหวั่นไหวอีก
“กินเถอะครับ พี่ทำสุดฝีมือเลยนะ” ตรัยชี้ชวนให้รับประทานอาหาร แค่รู้ว่าเธอกำลังขัดเขิน ก็ทำให้รู้สึกดีแล้ว เพราะนั่นเท่ากับว่าเธอเองก็มีความรู้สึกพิเศษกับเขาเกินคำว่าพี่น้องเช่นกัน
“ขอบคุณมากๆ นะคะสำหรับอาหารเช้า อืม... อร่อยมากๆ ค่ะ ผักก็สด ผลไม้ก็กรอบอร่อย ชักอยากจะให้พี่ตรัยมาทำอาหารให้กินทุกวันแล้วสิคะ”
“ลูกจันทร์เปล่านะคะ” เธอตาโตใส่เขา“พี่จะชวนไปตีแบดมินตันครับ อยากกระโดดเหวี่ยงแขน พี่อยากได้เหงื่อ หรือเราจะเปลี่ยนไปออกกำลังกายบนเตียงแทนก็ได้นะ”“ไปตีแบดฯ กันก็ดีค่ะ” เธอรีบเก็บหนังสือเอาไว้ที่ชั้นหนังสือ แต่ใช้ที่คั่นหนังสือคั่นหน้าที่อ่านค้างเอาไว้ แล้ววิ่งไปหยิบไม้แบดฯ ในทันที กลัวเขาจะเปลี่ยนใจพาไปออกกำลังกายบนเตียงจริงๆกิจกรรมที่ทำร่วมกันตอนอยู่บนเกาะคือทำอาหารด้วยกัน ออกกำลังกายด้วยกัน อ่านหนังสือด้วยกัน ดูหนังด้วยกัน ปลูกต้นไม้ด้วยกัน ความที่อยู่ด้วยกันสองคนเลยต้องหาอะไรทำไม่ให้เหงา“เหนื่อยจังเลยค่ะ แต่สนุกมากๆ เลย เหงื่อโชกไปหมดเลย” เธอเดินมาดื่มน้ำเย็นๆ ที่วางทิ้งเอาไว้ ทอดสายตามองไปรอบกาย ที่นี่อากาศดีสดชื่น สูดลมหายใจเข้าได้เต็มปอด แสงตะวันยามบ่ายที่กระทบกับต้นไม้ใหญ่ๆ เป็นลำแสงแลดูสวยงาม เสียงคลื่นทะเลและท้องฟ้ากว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ทำให้เธอผ่อนคลายไม่น้อย“ไปอาบน้ำกันเถอะ” เขาเอ่ยบอก ก่อนจะย่อตัวลงตรงหน้า“พี่เหนือทำอะไรคะ”“ปีนขึ้นมาสิ พี่จะให้พี่ขี่หลังเหมือนตอนเด็กๆ ไง” คนฟังอมยิ้มก่อนจะปีนขึ้นไปบนหลังของเขา ให้เขาพาเดินไปอาบน้ำ“ถ้าลูกจันทร์น้ำหนักเยอะเ
“พี่เหนือช่วยลูกจันทร์หน่อยค่ะ” เธอครางอืออาแอ่นกายเข้ามาหา เหมันต์ไม่ขัดศรัทธาเมื่อร่างน้อยหอมกรุ่นบดเบียดเข้ามาเสียดสีกับเรือนร่างแข็งแกร่งของเขา ปากหนาพรมจูบไปทั่ว สอดแทรกเรือนกายเข้าไปหาเธอครวญครางเบียดกายเข้าไปแนบชิดอย่างสนิทเสน่หา ความรัญจวนใจที่เกิดขึ้น ทำให้เขาและเธอครางออกมาไม่เป็นส่ำตลอดค่ำคืนศศิตื่นขึ้นมาด้วยอาการเวียนหัวและปวดเมื่อยไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว เธอตกใจเมื่อพบว่าร่างกายตัวเองนอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียง“ตื่นแล้วเหรอ” เหมันต์เอ่ยถามคนที่นั่งหน้าซีดเผือดอยู่บนเตียงนอนกว้าง พอเห็นว่าเป็นเขา เธอก็ถอนใจอย่างโล่งอก คิดว่าผู้ขายคนอื่นหิ้วเธอมานอนด้วยเสียอีก แต่โล่งใจได้ไม่ทันไรก็ต้องหนักใจอีกครั้ง“หิวหรือยัง” เขาเดินมานั่งลงบนเตียง ยื่นมือมาไล้แก้มสาวของเธอเบาๆ เขาไม่ชอบให้อะไรค้างคา ยังไงก็ต้องเคลียร์กับเธอให้เข้าใจวันนี้ และโชคดีที่วันนี้เป็นวันหยุด พนักงานกินเลี้ยงกันจนดึกดื่น วันนี้วันหยุดหลายคนก็คง นอนพักอยู่ที่บ้านของตัวเอง“ลูกจันทร์มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงคะ”“พี่พามาครับ”“เอ่อ... มันเกิดอะไรขึ้นคะ” เธอกัดปากแล้วเอ่ยถาม“ลูกจันทร์โดนวางยาปลุกเซ็กซ์ครับ”“ใคร
“พวกนายห้ามรีบกลับนะโว้ยไม่งั้นเลิกคบ” เหมันต์รีบห้ามเอาไว้“ภรรยาของพวกพี่พายโทร. ตามแล้ว ไม่รีบกลับได้ยังไงกันล่ะครับ พี่เหนือ” ตุลย์พูดขึ้น“โทร. ไปบอกเมียพวกนายเลยว่าฉันเมา มาช่วยดูแลฉันก่อน”รุจน์กับเชาวน์แทบหลุดขำตามพายัพไปด้วย แต่ก็กลั้นเอาไว้จน ปวดกรามไปหมด สีหน้าแตกตื่นของเหมันต์ที่คิดว่าถ้าพวกเขาไม่อยู่คงโดนน้องชายต่างสายเลือดปล้ำทำผัวเป็นเรื่องโจ๊กที่สามารถเอาไปล้อมันได้ยัน ลูกโต เหมันต์สบถเบาๆ ในใจ แค้นนี้ต้องชำระ“ก็ได้ เดี๋ยวโทร. บอกเมียแป๊บหนึ่ง” ประโยคนั้นของพายัพทำให้ตุลย์หงุดหงิดใจไม่น้อย นานๆ ทีเขาจะมีโอกาสได้อยู่กับเหมันต์สองต่อสองแบบที่อีกฝ่ายไร้สติเช่นนี้ ถ้าไม่มีก้างเขาคงอาศัยช่วงเวลานี้รวบรัดพี่ชายเป็นผัวได้สำเร็จตุลย์นั่งคุยกับพี่ๆ ทั้งสี่ที่คุยกันอย่างสนุกสนาน แม้จะรู้สึกว่ามีก้าง แต่การได้อยู่กับผู้ชายหล่อเหลาทั้งสี่ก็ทำให้เขาหัวใจชุ่มชื่นไม่น้อย สุดท้าย ต่างคนก็ต้องกลับบ้านของตัวเองเมื่อเหมันต์อาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้วกำลังจะเข้านอนเอาตอนตีสาม หลังจากที่ดื่มโซดามะนาวเย็นเฉียบให้สร่างเมา (ไม่จริง)เรียบร้อยแล้วเหมันต์มองคลิปวิ
“ลูกจันทร์ดื่มอะไรดีครับ”“ลูกจันทร์ไม่ดื่มได้ไหมคะ กลัวเมา”“กลัวเมาทำไม ผมอยู่ทั้งคน ถ้าลูกจันทร์เมา ผมจะพากลับบ้านเอง”“เอ่อ... ไม่ดื่มได้ไหมคะ” การที่เธอเมาแล้วตุลย์พากลับบ้านนี่แหละ ที่เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยนัก“รังเกียจผมเหรอ” คนเอ่ยถามหันไปสั่งเครื่องดื่มสำหรับผู้หญิง มาให้ “นิดเดียวเอง รับรองว่าไม่เมา แค่จิบๆ น่ะ เดี๋ยววันนี้เพื่อนผมมาด้วยนะ จะแนะนำให้รู้จัก” ตุลย์ยกเครื่องดื่มส่งให้ก่อนจะคะยั้นคะยอให้เธอดื่ม“เอ่อ...” นี่เป็นความอึดอัดอีกอย่างที่เวลาเธออยู่กับตุลย์ เขาชอบขอร้องแกมบังคับให้เธอทำตามใจเขา มันไม่เหมือนตอนอยู่กับเหมันต์ สิ่งไหนที่เธอ ไม่อยากทำ เขาก็ไม่บังคับ“นิดเดียวเองไม่เมาหรอก หวานๆ ไม่ใช่เหล้าแรงๆ แบบที่ตุลย์ดื่ม เสียหน่อย” ตุลย์แทนตัวเองด้วยชื่อเล่น ก่อนยกเหล้าราคาแพงขึ้นดื่มแล้ว พยักหน้าเพื่อชนแก้วกับเธอ วันนี้เขาดูแลเธอดีมาก ถึงจะอึดอัดไปนิดเขาก็พาไปรับประทานอาหารอร่อยๆ และซื้อเสื้อผ้าข้าวของให้ แม้เธอจะปฏิเสธก็ตามที เลยไม่อยากให้เสียน้ำใจคิดว่าจิบแก้วนี้หมดก็คงไม่ดื่มอีก“นั่นไงเพื่อนของตุลย์” ตุลย์โบกไม้โบกมือให้เพื่อนที่เดินเข้าม
“ลูกจันทร์ครับ”“คะ? ว่ายังไงคะ”“มาทำงานกับผมนะครับ”“หมายความว่ายังไงคะ”“พี่เหนืออยากให้ลูกจันทร์มาทำงานกับผม แต่ไม่กล้าบอกด้วยตัวเอง พี่เหนือได้เลขาฯ ใหม่แล้วนะวันนี้”“จริงเหรอคะ” ศศิเอ่ยถามด้วยหัวใจอันสั่นเทา เธอรู้สึกไม่มั่นคงเหลือเกินในเวลานี้ หนีออกมาจากบ้านของเขาก่อน แต่งตัวรีบหนีมาทำงานก่อน พอมาถึงที่ทำงาน เขาก็ไม่ยอมคุยกับเธอ เธอเห็นท่าทีเฉยเมยของเขา เธอก็เลยไม่กล้าคุยกับเขาไปด้วย“จริงสิครับ ผมไม่หลอกลูกจันทร์หรอก ไม่เชื่อไปดูที่ห้องพี่เหนือสิ พี่เหนือเรียกเลขาฯ คนใหม่ไปสัมภาษณ์งานอยู่ เลขาฯ เซ็กซี่เชียวนะ พี่เหนือนี่มองตาหวานเยิ้มเชียว นัยว่าอยากได้คนนี้แต่ติดที่ลูกจันทร์ยังเป็นเลขาฯ อยู่ ผมเลยมาช่วยพูดให้” ตุลย์อธิบายเสียยืดยาว“จริงเหรอ” เธอครางออกมาอีกครั้งเพราะเคยโดนปฏิเสธมาก่อนเลยรู้สึกไม่มั่นใจนักในความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น เขาช่วยเหลือมารดาของเธอ เธอมาทำงานกับเขาเลยตกกระไดพลอยโจน จนถึงขั้นมีอะไรกัน“ไม่เชื่อไปดูสิ พี่เหนือกำลังสัมภาษณ์เลขาฯ คนใหม่อยู่ ผมแนะนำ ลูกจันทร์นะว่าให้ชิงบอกพี่เหนือไปก่อนจะได้ไม่หน้าแตก อย่ารอให้พี่เหนือ ย้ายตำแหน่งลูกจันท
บิดามารดาของศศิหวงลูกสาวมาก และศศิก็เป็นเด็กดี จึงไม่มีความรักในวัยเรียนให้ต้องกังวลเหมือนเด็ก วัยเดียวกัน“งั้นผมจีบลูกจันทร์ต่อนะครับพี่เหนือ หวังว่าพี่คงจำคำสัญญาที่ให้กับผมได้” ตุลย์ทวงสัญญาเอากับญาติผู้พี่“จำได้สิ” เหมันต์พูดมันออกมาเสียงแผ่วเบา ก่อนจะเบือนหน้าหนี“งั้นผมขอตัวไปหาลูกจันทร์ก่อนนะครับ ไม่ได้เจอกันตั้งนานมีเรื่องต้องคุยกันเยอะแยะเลย”“ตามสบายเถอะ” เหมันต์เอ่ยอนุญาต พอร่างสูงเพรียวของญาติผู้น้องเดินจากไปแล้ว เขาก็หันหน้าเข้าหาผนัง รัวกำปั้นหนักๆ เข้าใส่ด้วยความรู้สึกอึดอัดในหัวใจศศิมองตัวเองที่แต่งตัวเสร็จแล้ว หมุนซ้ายหมุนขวาอยู่ หน้ากระจกด้วยใบหน้าห่อเหี่ยว ไม่อยากออกไปรับประทานอาหาร กับตุลย์ แต่รับปากเขาไปแล้ว จะกลับคำก็ดูกระไรอยู่เธอคาดหวังว่าเหมันต์จะพูดอะไรบ้างแต่ก็เปล่า เขาเหมือนอยากสนับสนุนให้เธอไปกับตุลย์เสียอย่างนั้น เสียงแตรรถที่ดังอยู่หน้าบ้านทำให้ ศศิหลุดจากภวังค์ความคิดอันแสนวุ่นวายของตัวเอง รีบลงไปหาตุลย์ที่ เปิดประตูรถลงมาพอดี“รอนานไหมครับลูกจันทร์” ตุลย์ยิ้มหวานให้เธอ ศศิยิ้มตอบกลับไป“ไม่นานจ้ะ”“ไปกันเถอะ ผมห







