Masuk“ฮึ! ตอนแรกก็คิดว่าจะอาบน้ำแล้วไปเอากับอีหนูข้างนอก แต่คิดไปคิดมาแล้วนอนเอาเมียที่ห้องดีกว่าว่าไหม เงินก็ไม่เสีย ถุงยางก็ไม่ต้องเปลือง” มือใหญ่ขยำเต้าอวบอวบกระชากบรากาวออก
"ว้าย!" มือเล็กรีบยกขึ้นมาปกปิดหน้าอกหน้าใจของตนเองทันที “แกไอ้เลว!"
“เลวก็แต่งมาเป็นผัวแล้วไม่ใช่เหรอ” น้ำเสียงแหบพร่ายียวนกวนประสาท พร้อมกับมืออีกข้างที่กดไหล่มนเลื่อนมาลำคอระหง
“เซ็กซี่เป็นบ้าเลยแสบ เธอรู้ไหม เธอน่าเอามาก เมียจ๋า....” มโนลากเสียงยาว แล้วโน้มใบหน้ามาซุกตรงคอระหง พร้อมขบเม้มให้เกิดรอยแดง
“อ่า! หอมนะเราเนี่ย กลิ่นนี้ไม่เคยเจอมาก่อนเลย อืม! มาเถอะ มาทำให้เสร็จ ๆ ฉันอยากเอาเธอจะแย่แล้วแสบ ผู้หญิงอะไรน่าฟาดเป็นบ้าเลยว่ะ!"
น้ำคำหยาบกระด้างไร้ความหวานเปล่งออกมา พร้อมกับผลักร่างน้อยให้นอนล้มไปกับเตียงเหมือนเดิม แล้วดึงชุดเจ้าสาวที่ขาออกไปให้พ้นทาง ตอนนี้ตะลิงปลิงเหลือเพียงเนื้อตัวเปลือยเปล่าท่อนบน ท่อนล่างยังเหลือกางเกงซับในปกปิดของสงวนไว้ให้พ้นสายตาของคนชั่วช้าอยู่
“ระยำ!" หล่อนกัดฟันแน่นเปล่งเสียงลอดไรฟันออกมา จ้องมองใบหน้าของคนเหนือร่างด้วยความรังเกียจขยะแขยง
“ไม่ต้องตื้นตันในตัวพี่ขนาดนั้นหรอกแสบ ยังไงวันนี้ก็เป็นวันของเราไม่ใช่เหรอ มาสนุกกันดีกว่า ถ้าจะปล่อยไปก็เสียดายไม่ใช่เหรอจ๊ะ” มโนขยับคำเรียกขานแทนตัวเองมาเป็น “พี่” อย่างไม่รู้ตัว น้ำเสียงแหบห้าวเปล่งออกมาด้วยความทรมานปวดร้าวแก่นกายร้อน ไม่อยากจะเชื่อว่าเขาปรารถนาตัวดีจนแทบปริแตกอยู่ในกางเกงแล้วตอนนี้
คำเรียกแทนตัวเองของมโนทำให้ตะลิงปลิงกลืนคำด่าที่จะว่าคนเหนือร่างทันที ภาพในวัยเด็กย้อนเข้ามา
‘พี่โนรอน้องแสบด้วยค่ะ’ ร่างเล็กอ้วนกลมขาสั้นวิ่งตามผู้เป็นพี่ไปยังสวนหลังบ้าน
‘จะตามมาทำไมยัยอ้วน น่ารำคาญชะมัด’ หนุ่มน้อยวัย 17 ปีหันมาตอบกลับหนูน้อยวัย 4 ขวบที่วิ่งตามตนมา
‘หนูแสบตามพี่โนไปไม่ได้เหรอจ๊ะ’ หนูน้อยวิ่งมาทันแล้วเกาะกอดขาของพี่ชายตัวสูงไว้
‘ไม่ได้! แล้วก็ปล่อยได้แล้ว น่ารำคาญ! ’ พร้อมกับสะบัดขาแรง ๆ จนร่างเล็กกระเด็นหงายหลังล้มลงไปกับพื้นหญ้า
'ฮือ ๆ ๆ'
หนูน้อยตัวอ้วนน่ารักที่ใคร ๆ ก็เอ็นดูร้องไห้กับพื้นหญ้า แต่มโนกลับมองว่ามันน่ารำคาญ
‘รำคาญ’ แล้วก็เดินไปจากตรงนี้ โดยไม่สนใจจะปลอบหนูน้อย
“ทำไมเงียบไปล่ะ” มโนเห็นว่าจู่ ๆ สาวเจ้าก็นิ่งเงียบไปเสียดื้อ ๆ
ตะลิงปลิงสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะตอบน้ำเสียงไม่มั่นคง ทำไมหัวใจหล่อนต้องสั่นไหวให้กับผู้ชายใจร้ายคนนี้ด้วย ทำไมไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อตอนเด็กเลย ทำไมต้องจดจำทุกเรื่องราวที่เขาทำให้เสียใจได้ไม่เคยลืม
“ระ...เรื่องของฉัน แล้วก็อย่าเรียกฉันสนิทสนมแบบนี้อีก ฉันไม่อยากให้คุณเรียก”
“แต่ตอนเด็กไม่ใช่แบบนี้นะ หนูแสบชอบตามพี่ไม่ใช่เหรอจ๊ะ”
มโนเอ่ยถึงเมื่อสมัยสาวเจ้ายังเด็ก ภาพในวัยเด็กของเจ้าสาวใต้ร่างวิ่งเข้ามาในหัว หล่อนตัวเล็กอ้วนกลม ขาสั้น น่าหยิก แต่ดูตอนนี้สิ น่าปรารถนาไปทุกสัดส่วนเลย ไม่ว่าจะอก เอว ก้น และกลางหว่าวงขาที่อวบอูมโหนกนูนนั้น
“อ่า! พี่ว่าเราเคยสนิทกันนะแสบ”
น้ำเสียงทุ้มคาดเดาความรู้สึกยากของมโนเปล่งออกมาทำให้หัวใจสาวเต้นเร่า สาวเจ้าพูดไม่ออกเมื่อถูกชายหนุ่มพูดถึงวัยเด็กของตน
“ไม่! เราไม่เคยสนิทกัน ฉันเกลียดคุณ!"
ปฏิเสธสิ่งที่มโนกำลังทำให้ตนเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองจะเกลียดผู้ชายคนนี้ได้จริง ๆ รึไม่ ตลอดเวลาหลายปีไม่ได้เจอกันหล่อนก็คิดว่าไม่ได้รู้สึกกับผู้ชายคนนี้แล้ว แต่ตอนนี้เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าแท้จริงแล้วตัวเองเข้มแข็งหรือว่าอ่อนแอ
“เดี๋ยวก็รู้ว่าเกลียดพี่จริง ๆ ไหม แต่ตอนเด็ก หนูแสบชอบตามพี่โนไม่ใช่เหรอจ๊ะ” เอ่ยเสียงพร่า เมื่อเห็นการเคลื่อนไหวของอกตูมที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจของเจ้าหล่อน มือใหญ่เคลื่อนมาลูบไล้เนินอกอวบอูมถูไถไปมา
“อะ...อือ! ยะ...อย่าทำแบบนี้เลย วันนี้ฉัน....อะ! อ่อย!"
ร่างน้อยสะดุ้งครวญครางกับสัมผัสที่ไม่คุ้นเคย มือใหญ่ทั้งสองข้างเคลื่อนมาบดบี้หยอกเย้ายอดปทุมของตะลิงปลิงหนักหน่วง แม้ว่ามือเล็กของหล่อนจะจับห้าม แต่มโนก็หาได้สนใจ ตอนนี้เขาชักสนุกกับการได้ทรมานเจ้าหล่อนแล้วสิ ที่สำคัญตัวเขาเองก็ปวดร้าวทรมานไม่แพ้หล่อนในตอนนี้ เนื้อตัวร้อนรุ่มด้วยไฟสิเน่หา สองมือใหญ่เคล้นคลึงเต้างามหนักหน่วงสลับกับบดบี้ปทุมถัน
“อ่า! เห็นทีว่าคืนนี้เราคงสนุกกันถึงเช้าแน่หนูแสบ ไม่อยากคิดเลยว่าเด็กอ้วนในวันนั้นจะโตมาน่าเอาขนาดนี้”
ตื๊ด! ตื๊ด! ตื๊ด!
เสียงเครื่องมือสื่อสารทันสมัยสั่นเตือนขึ้นทำให้ตะลิงปลิงดิ้นรนขยับกายไปมาด้วยความจักจี้ เพราะหล่อนเอาโทรศัพท์ซ่อนไว้ในหัวกางเกงซับใน
“กูด้วย พรุ่งนี้ก็จะกลับไปแล้วนะเว้ย” เพ้อภพบอก เพราะมาหลายวันแล้วคิดถึงคนรอที่บ้าน“กูก็ด้วย คิดถึงหนูพีร์” ฝันดีก็เช่นกัน คิดถึงยอดยาใจไม่ต่างจากเพ้อภพ“อือ! แล้วแต่พวกมึงเถอะ เข้าใจมีลูกมีเมียต้องดูแล” รักษ์เข้าใจดีว่าเพื่อนๆ นั้นรักภรรยามากแค่ไหน“พอเถอะไอ้รัก หยุดดื่มได้แล้ว เดี๋ยวก็ขับรถกลับบ้านไม่ไหวหรอก” มโนคว้าแก้วเหล้าในมือรักษ์มาถือไว้เอง“กลับกันเถอะ ไอ้ฝัน ไอ้เพ้อจะกลับพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ งั้นก็กลับกันเถอะ” พูดจบรักษ์ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แต่ก็เซเล็กน้อยทำให้มโนรีบลุกขึ้นยืนพยุงเพื่อน“นี่ไง กูบอกแล้วอย่าดื่มเยอะ วันนี้กูขับรถไปส่งเอง ส่วนมึงไอ้ฝัน ไอ้เพ้อขับรถดีๆ ล่ะ กูไปส่งไอ้เวรนี่ก่อน” ว่าแล้วก็ดึงลากรักษ์เดินออกจากห้องไป แล้วฝันดีกับเพ้อภพก็เดินตามออกไปติดๆ เพื่อไปจ่ายตังค์ เพราะมโนกับรักษ์ได้เดินออกไปจากร้านเรียบร้อยแล้ว หน้าที่จ่ายตังค์วันนี้จึงเป็นหน้าที่ของฝันดีกับเพ้อภพพันแสงมาบ้านของคุณน้าตัวเองแต่เช้า เขาแวะเอาแกง
“ไอ้รัก มึงก็รู้ว่าทำไมพวกกูถึงมาที่นี่และรวมตัวกัน มึงก็รู้ว่าเพราอะไร มึงด้วยไอ้ลวง เพียงแค่เวลาไม่นานพวกมึงตัดขาดความเป็นเพื่อนกันได้ลงคอเหรอวะ คิดถึงตอนที่พวกมึงอยู่ด้วยกัน สนุกด้วยกันสิ มีสุขร่วมเสพมีเซ็กซ์ก็ร่วมกันมัน มึงคิดสิวะ” ฝันดีเอ่ยขึ้นเมื่อหันไปมองลวงร้อยที่นั่งอีกมุมเอาแต่ดื่มไม่ยอมพูดจาอะไรสักคำ รักษ์กระแทกแก้วบรั่นดีในมือลงบน ก่อนจะมองไปยังลวงร้อยที่นั่งนิ่งเงียบดื่มเงียบๆ อีกมุม ยิ่งมองหน้าของลวงร้อยที่ไร้ความรู้สึกผิดและไร้สำนึก เขายิ่งเจ็บใจและแค้นเคือง เขารักลวงร้อย รักเพื่อนทุกคน เพราะรักมากและไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะทำกับน้องสาวของตนได้ ไม่เคยคิดว่าจะกล้าทำ โดนยิงแค่นั้นมันยังไม่สาสมกับสิ่งที่เพื่อนทำกับน้องสาวของเขาเลย “สำหรับกู ไอ้รักยังคงเป็นเพื่อนเสมอ” ลวงร้อยเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ เขาวางแก้วเหล้าเข้มๆ ในมือลงแล้วลุกขึ้นล้วงกระเป๋ากางเกงเดินออกจากห้องไป “แล้วมึงล่ะไอ้รัก มึงคิดยังไง&rdq
จากอาทิตย์เป็นเดือน จากหนึ่งเดือนเป็นสองเดือน ตอนนี้หล่อนมาอยู่ที่นี่จนเริ่มรู้สึกชินกับทุกๆ วันแล้ว รักษ์ทำงานกลับมาแล้วก็มอบบทรักหนักหน่วงให้เธอ ข้อมือเล็กก็มีโซ่รัดไว้เหมือนเดิมเหมือนเช่นวันแรก ความสัมพันธ์เหมือนจะไปได้ดี แต่เขามักย้ำให้เธอรู้ตัวเสมอว่าเธออยู่ในสถานะอะไร วันนี้หล่อนไม่รู้ว่ารักษ์ไปไหน ไม่กล้าถาม จะโทรหาก็ไม่กล้า และตอนนี้เลขาส่วนตัวของเขาก็มาอยู่เฝ้าและดูแลเธอ ป่านทออยากรู้ว่าเขาไปไหน แต่ก็ได้แต่เจียมตัว เหนือน่านมองคนตัวเล็กที่นั่งชันเข่าหน้าเศร้าบนเตียงนอนก็อดถอนหายใจแรงๆ ออกมาด้วยความสงสารไม่ได้ ตื๊ด! ตื๊ด! ตื๊ด! เสียงโทรศัพท์ของเหนือน่านสั่นเตือนขึ้น เขาก็รีบล้วงจากกระเป๋ากางเกงออกมาดูว่าใครโทรมา พอเห็นว่าเป็นเจ้านายก็รีบกดรับสาย “ครับคุณรัก” ด้านป่านทอเมื่อได้ยินเหนื
หลังจากทานข้าวอิ่มเขาก็มานั่งเหยียดขายาวบนโซฟาเอนหลังพิงขอบโซฟาด้วยท่าทางสบายและแน่นหน้าท้อง ก็วันนี้เขาทานข้าวเยอะกว่าทุกวันเลยก็ว่าได้ อาหารทุกอย่างเขากวาดเรียบไม่เหลือแม้แต่คราบ ก็ของมันอร่อยจนเสียดายหากต้องทิ้ง มือใหญ่เอื้อมไปหยิบโทรศัพท์ที่วางไว้ตรงหน้ามาเปิดดู เพื่อฆ่าเวลารอป่านทอเก็บโต๊ะอาหารล้างถ้วยชามเก็บกวาดห้อง วันทั้งวันเขาตัดขาดจากโลกออนไลน์ ตัดขาดจากโลกโซเชียล พอเปิดเน็ตโทรศัพท์ก็เห็นข้อความไลน์ที่เด้งติดต่อกันไม่หยุดจนเครื่องเขาแทบค้าง ไม่รู้เพื่อนๆ คุยอะไรกันนักกันหนาถึงได้เยอะขนาดนี้ พอเปิดเข้าไปดูและไล่อ่านจากล่างขึ้นบนก็เห็นรูปต้นเรื่องทันที “ไอ้ลวง! ไอ้เพื่อนชั่ว!” ว่าเพื่อนอย่างไม่จริงจังนัก แล้วก็กดพิมพ์ข้อความส่งไปในไลน์กลุ่ม พอเพื่อนๆ ตอบกลับมาเขาก็ยิ้มขำ ภาพของเขาขณะเล่นโทรศัพท์ที่เดี๋ยวยิ้มเดี๋ยวหน้าตึงนั้นทำให้ป่านทอที่แอบมองบ่อยๆ อดยิ้มตามไม่ได้ นั่นแหละคือภาพที่หล่อนชอบ ชอบที่ได
“ขอบคุณนะคะ จุ๊บ!” เธอขอบคุณแล้วยื่นจมูกน้อยไปหอมคางสากอย่างเคอะเขิน ‘ไอ้รัก มึงตายแน่...ใจบางหมดแล้วเว้ย! ทำไมต้องอ้อนกันขนาดนี้ด้วยป๊อบจ๋า...’ เขาโอดครวญในใจแล้วยกมือขึ้นทาบอกซ้ายของตนเพื่อไม่ให้หัวใจเต้นแรงผิดปกติ แต่มันไม่ทันแล้ว มันเต้นดังจนหญิงสาวที่เกาะแขนได้ยินแล้วอมยิ้มน้อยๆ ตาม ใบหน้าสวยของเธอซับสีแดงระเรื่อจนน่ามันเขี้ยว “รางวัลด้วยนะคืนนี้” เขาบอกคนตัวเล็ก “รางวัลยังไงคะ” หล่อนถามตาซื่อ ทั้งๆ ที่รู้ความหมายของบุรุษดี หึหึ “ไปกันเถอะ หิวไม่ใช่เหรอ ไปซื้อของมาทำกินกันดีกว่า พี่อยากกินข้าวฝีมือน้องป๊อบ”เขาบอกแต่ก็ยังทำท่าทางนิ่งขรึมแกะมือเล็กที่เกาะแขนตัวเองออก หากยังเกาะแบบนี้เต้าของหล่อนก็เบียดสีไม่หยุด เพราะเวลาป่านทอขยับตัว
“ยังไงคะพี่รัก ป๊อบไม่เข้าใจ ทำไมต้องยิ้มให้ แล้ว...” “ยิ้มเถอะน่า...ยิ้มให้แบบที่ยิ้มให้พี่พัน แล้วก็ห้ามยิ้มแบบนั้นให้ผู้ชายหน้าไหนอีก ยิ้มของป๊อบเป็นของพี่ และป๊อบก็เป็นของพี่ ป๊อบเป็นลูกแมวน้อยที่พี่เลี้ยงไว้ อย่าคิดไปยิ้มหวานทอดสะพานให้ผู้ชายหน้าไหนอีก แม้ว่าคนพวกนั้นจะเป็นญาติพี่น้องพี่ก็ตาม” เขาสั่งเสียงเข้มแล้วคลายแรงกอดที่รัดเอวเล็กออกให้หลวม เพื่อที่หญิงสาวจะได้ขยับเคลื่อนตัวได้สะดวก ‘สัตว์เลี้ยง’ คำคำนี้มันช่างกระแทกหัวใจของหล่อนเสียจริง ป่านทอกัดเม้มปากตัวเองแน่นกลืนความเจ็บปวดไว้ในใจ ก่อนจะฝืนยิ้มให้คนตัวโตตามที่เขาต้องการ แต่ยิ้มที่ส่งไปให้รักษ์มันเป็นยิ้มที่ฝืนทน เป็นยิ้มแข็งๆ หาได้ยิ้มจากหัวใจจริงๆ ของหล่อนเหมือนตอนที่ยิ้มให้ทุกคนที่เธอเจอไม่ “ยิ้มให้พี่มันลำบากมากนักเหรอถึงยิ้มให้ไม่ได้ ถ้ามันฝืนนักก็ไม่ต้องยิ้ม” เขาบอกอย่างตัดพ้อ แล้วก็คลายกอดที
เมื่อไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของทั้งสองที่เดินจากไปแล้ว ตะลิงปลิงก็รีบลุกขึ้นกระโดดนอนบนเตียงทันที ความอึดอัดก่อนหน้านี้ได้หายไปแล้ว ตอนนี้หล่อนเหนื่อยอยากนอนพักสักหน่อย“อ่า! เมื่อยชะมัดเลย” ตะลิงปลิงไม่สนใจเลยว่าเจ้าบ่าวป้ายแดงของตนจะมองตนยังไง เพราะยังไงอีกไม่นา
“เออ ๆ กูก็พูดไม่ดีจริง ๆ นั่นแหละ ขอโทษด้วยก็แล้วกัน ส่วนเรื่องลูก กูไม่มีทางมีกับยัยเด็กนั่นเด็ดขาด ถ้าจะเอากัน กูจะป้องกันไม่ก็ให้ยัยนั่นกินยาคุม แต่ก็ดีเหมือนกันถือว่ามีที่ปล่อยน้ำแบบไม่ต้องจ่ายเงิน”มโนกระตุกยิ้มมุมปากพร้อมกับสะบัดลวงร้อยให้ปล่อยตน ส่วนฝันดีก็เป็นอิสระแล้วเช่นกัน แต่ใบหน้าของฝ
“ยิ้มสิ ทุกคนรอเราอยู่นะ ถ่าย ๆ ไปเถอะ สร้างภาพน่ะเป็นไหม” มโนเอ่ย ก่อนจะหันไปยิ้มให้กล้อง และมันเป็นยิ้มที่เขายิ้มเต็มปาก เป็นยิ้มที่ไม่เสแสร้งและยิ้มของมโนก็ทำให้เพื่อนรักทั้งสี่ของเขาต้องหันมาสบตากันด้วยคำถาม“ดีมากจ้า...น่ารักมาก ๆ เลยลูก ๆ เพื่อนเจ้าบ่าวมาถ่ายกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวได้แล้วจ้ะ”เพ็ญ
วันแต่งงานเป็นวันที่หนุ่มสาวใฝ่ฝัน แต่งานแต่งงานใหญ่โตที่ถูกจัดขึ้น ณ โรงแรมหรูใจกลางเมืองกรุงในตอนนี้เจ้าบ่าวกับเจ้าสาวไม่ได้มีความยินดีปรีดากับงานวิวาห์ครั้งนี้เลย ฝ่ายเจ้าบ่าวที่กำลังยืนรอรับแขกหน้างานระหว่างรอเจ้าสาวแต่งตัวเสร็จก็ได้แต่หน้าบึ้งกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จนบรรดาเพื่อนเจ้าบ่าวต้องเดินม







