LOGIN“ขอบคุณนะคะ จุ๊บ!” เธอขอบคุณแล้วยื่นจมูกน้อยไปหอมคางสากอย่างเคอะเขิน ‘ไอ้รัก มึงตายแน่...ใจบางหมดแล้วเว้ย! ทำไมต้องอ้อนกันขนาดนี้ด้วยป๊อบจ๋า...’ เขาโอดครวญในใจแล้วยกมือขึ้นทาบอกซ้ายของตนเพื่อไม่ให้หัวใจเต้นแรงผิดปกติ แต่มันไม่ทันแล้ว มันเต้นดังจนหญิงสาวที่เกาะแขนได้ยินแล้วอมยิ้มน้อยๆ ตาม ใบหน้าสวยของเธอซับสีแดงระเรื่อจนน่ามันเขี้ยว “รางวัลด้วยนะคืนนี้” เขาบอกคนตัวเล็ก “รางวัลยังไงคะ” หล่อนถามตาซื่อ ทั้งๆ ที่รู้ความหมายของบุรุษดี หึหึ “ไปกันเถอะ หิวไม่ใช่เหรอ ไปซื้อของมาทำกินกันดีกว่า พี่อยากกินข้าวฝีมือน้องป๊อบ”เขาบอกแต่ก็ยังทำท่าทางนิ่งขรึมแกะมือเล็กที่เกาะแขนตัวเองออก หากยังเกาะแบบนี้เต้าของหล่อนก็เบียดสีไม่หยุด เพราะเวลาป่านทอขยับตัว
“ยังไงคะพี่รัก ป๊อบไม่เข้าใจ ทำไมต้องยิ้มให้ แล้ว...” “ยิ้มเถอะน่า...ยิ้มให้แบบที่ยิ้มให้พี่พัน แล้วก็ห้ามยิ้มแบบนั้นให้ผู้ชายหน้าไหนอีก ยิ้มของป๊อบเป็นของพี่ และป๊อบก็เป็นของพี่ ป๊อบเป็นลูกแมวน้อยที่พี่เลี้ยงไว้ อย่าคิดไปยิ้มหวานทอดสะพานให้ผู้ชายหน้าไหนอีก แม้ว่าคนพวกนั้นจะเป็นญาติพี่น้องพี่ก็ตาม” เขาสั่งเสียงเข้มแล้วคลายแรงกอดที่รัดเอวเล็กออกให้หลวม เพื่อที่หญิงสาวจะได้ขยับเคลื่อนตัวได้สะดวก ‘สัตว์เลี้ยง’ คำคำนี้มันช่างกระแทกหัวใจของหล่อนเสียจริง ป่านทอกัดเม้มปากตัวเองแน่นกลืนความเจ็บปวดไว้ในใจ ก่อนจะฝืนยิ้มให้คนตัวโตตามที่เขาต้องการ แต่ยิ้มที่ส่งไปให้รักษ์มันเป็นยิ้มที่ฝืนทน เป็นยิ้มแข็งๆ หาได้ยิ้มจากหัวใจจริงๆ ของหล่อนเหมือนตอนที่ยิ้มให้ทุกคนที่เธอเจอไม่ “ยิ้มให้พี่มันลำบากมากนักเหรอถึงยิ้มให้ไม่ได้ ถ้ามันฝืนนักก็ไม่ต้องยิ้ม” เขาบอกอย่างตัดพ้อ แล้วก็คลายกอดที
“ไม่กินแล้ว ไม่หิว กลับเถอะน้องป๊อบ” คนขี้หวงและขี้หึงเอ่ยกระแทกเสียงพร้อมวางเมนูอาหารในมือลงที่เดิม ทำท่าจะลุกขึ้น “ตะ...แต่ป๊อบหิวค่ะพี่รัก อีกอย่างคุณหมอก็มานั่งด้วย ป๊อบว่า...” “ไม่หิวก็คือไม่หิว กลับ ขอโทษนะพี่พัน ผมไม่หิวแล้ว กินคนเดียวเลยนะ” แล้วก็แทรกตัวเบียดพันแสงที่นั่งดักทางออกของตนออกไปจนพันแสงต้องลุกขึ้นให้รักษ์เดินออกไป ส่วนป่านทอทำอะไรไม่ถูกรีบหอบหิ้วถุงเสื้อผ้าของตนเองแล้วเอ่ยขอโทษหมอหนุ่ม “ขอโทษนะคะคุณหมอ และขอบคุณนะคะที่เป็นห่วง” เธอไม่ลืมเอ่ยขอโทษและเอ่ยขอบคุณที่ตลอดเวลาที่อยู่โรงพยาบาลชายหนุ่มดูแลเธอเป็นอย่างดี “ไม่เป็นไรครับ ยินดีครับคุณป๊อบ” “ไปได้แล้วน้องป๊อบ พี่อยากกลับ” รักษ์ส่งสายตาดุดันไปยังญาติผู้พี่ ก่อนจะส่งสายตาไม่พอใจไปทางป่านทอที่ยังค
“มันแพงและเยอะเกินไป ป๊อบว่าพี่รักไม่ต้องซื้อให้ป๊อบเยอะแบบนี้ก็ได้ค่ะ อีกอย่างป๊อบก็อยู่แต่ในห้องไม่ได้ไปไหน” เธอบอกอย่างอายๆ เมื่อเขาแสดงกับเธอเหมือนเป็นคนรักก็มิปาน ทั้งๆ ความจริงรู้อยู่เต็มอกว่าตัวเองเป็นอะไร เป็นสัตว์เลี้ยงบนเตียง หรือจะเรียกว่าของเล่นบำเรอกามชั่วคราวก็ยังได้ “อยู่กับพี่พี่ก็อยากให้ดูดีไม่ว่าจะอยู่แต่ในห้องก็ตาม สัตว์เลี้ยงตัวน้อยๆ ของพี่อย่าคิดมากไปเลย เงินก็เงินของพี่ ไม่ใช่เงินที่เธอขโมยมาสักหน่อย”เขากัดฟันกระซิบให้ได้ยินสองคน แต่ใบหน้าของเขายังคงยิ้มแย้มทำให้คนที่เดินผ่านมาเห็นอิจฉาพวกเขาทั้งสอง ก็การแสดงออกของเขามันเป็นการแสดงออกของชายหนุ่มที่รักในแฟนเขาและมองแฟนเขาคนเดียว แล้วใครจะไม่อิจฉาป่านทอล่ะ โดยไม่รู้เลยว่าหญิงสาวที่ถูกโอบไหล่นั้นกล้ำกลืนฝืนทนแค่ไหนที่ต้องถูกย้ำสถานะทุกๆ วันแบบนี้ “ไปกันเถอะ” เขาโอบเอวเล็กเดินไปยังเคาน์เตอร์เพื่อจะได้ชำระค่าชุดทั้งหมดที่พนักงานเอามาตามคำสั่งของตน&n
“ปะ...ป๊อบไม่ไหวแล้วค่ะ” หล่อนบอกอายๆ เมื่อรู้ตัวแล้วพยายามไปก็ไม่ได้ผล เพราะเขากอดรัดเธอแน่นเหลือเกิน“ไม่ไหวก็อยู่นิ่งๆ พี่เป็นคนทำพี่ยังไม่เหนื่อยเลยนะ”เขาบอกเสียงทุ้มลึก ทำให้คนที่ได้ยินขนกายลุกซู่ซ่าอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ ใบหน้าสวยก็ขยันเขินและแดงเหลือเกิน ทำไมคำพูดของเขามันช่างมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของหล่อนแบบนี้ แล้วทำไมเขาต้องพูดราวกับว่ามีความรู้สึกดีๆ ให้เธอด้วยล่ะ ทำไม...ทำไมพูดให้หล่อนหวั่นไหวเผลอใจไปกับเขาแบบนี้ เธอไม่ต้องการอะไรแบบนี้ และไม่มีวันจะรักและอยู่กับเขาได้แน่นอน เงียบ! ป่านทอเงียบไม่โต้ตอบและหยุดดิ้นหนีจากอ้อมกอดของตน เขาก็เลยเอ่ยต่อออกมาอีก “นอนเถอะ เดี๋ยวจะพาไปข้างนอกวันนี้” เขาบอกคนในอ้อมกอดและระบายยิ้มมุมปากออกมาโดยไม่รู้ตัว ไม่รู้อะไรทำให้เขาอยากพาป่านทอออกไปข้างนอก ทั้งๆ ที่หล่อนเป็นเพียงสัตว์เลี้ยงของตัวเองเท่านั้น&nb
ในเช้าของวันต่อมารักษ์ตื่นเช้าเหมือนเดิมเมื่อได้ชาร์ตพลังร่างกายมาเต็มที่แล้วกับค่ำคืนที่ผ่านมา ส่วนป่านทอนั้นนอนหลับนิ่งอยู่ในอ้อมกอดของเขาที่ตระกองกอดหล่อนไว้อย่างหวงแหน เขาพรมจูบดวงหน้าสวยที่ซุกอยู่กับอกของตน ยิ่งเธอยกมือข้างที่ไร้โซ่ปัดออกอย่างรำคาญ เขาก็ยิ่งอยากแกล้ง “บ้าน่า...คงไม่ใช่หรอก” เขาพึมพำกับตัวเอง เมื่อรับรู้ถึงการเต้นของหัวใจที่แปลกต่างไปจากทุกครั้ง มันเต้นแรงกว่าเดิม และหัวใจของเขาก็รู้สึกเย็นวูบไหวแปลกๆ “อย่าเผลอเชียวไอ้รัก” บอกตัวเองแต่การกระทำไม่ได้เป็นแบบนั้น เขากระชับรั้งร่างเล็กมากอดแนบแน่นกว่าเดิมราวกับกลัวว่าป่านทอจะหายไปจากตรงหน้า “อือ!” ป่านทอครางอย่างรำคาญแล้วตวัดแขนข้างที่มีโซ่อยู่ขึ้นโอบกอดร่างใหญ่แล้วรัดเข้ามาหาตัวเองและกอดแน่น ขยับซุกหน้าถูไถไปมาอย่างไม่รู้ตัว ปากน้อยแย้มยิ้มสุขออกมาราวกับว่ากำลังฝันดีก็มิปาน 
“ปล่อยฉันไปเถอะนะ อะ! อุ๊บ!" ปากหนาฉกลงมาอีกครั้งเมื่อเจ้าหล่อนร้องให้ตนปล่อย เรื่องอะไรจะปล่อย ชนิดาเป็นของเขาแล้วก็ต้องเป็น หากเขาไม่ปล่อยอย่าคิดมาขอร้องในสิ่งที่เขาให้ไม่ได้มือเล็กดุนดันคนฉวยโอกาสออกห่างแต่ก็พ่ายแพ้เมื่อมือท่อนแขนแข็งแรงโอบกอดรวบรัดหล่อนไว้แน่น บังคับใบหน้าหล่อนให้แหงนเงยขึ้นรั
“โอว์! เสียวแรงเหลือเกินดา อูว์! มันมากที่รัก ผมเพิ่งเคยมีอะไรกับผู้หญิงพรหมจรรย์ครั้งแรก เพิ่งรู้ว่ามันวิเศษและตอดรัดเสียวแบบนี้นี่เอง อ่า! ผมชอบคุณเหลือเกินที่รัก ซี้ดด โอว์! เย้!"ยิ่งได้ฟังคำพูดน่ารังเกียจของชายหนุ่มหล่อนก็ยิ่งแค้น ตอนนี้น้ำตาของหล่อนแห้งเหือดไปเอง สองมือเล็กกำแน่นข้างลำตัวค่อย
“ต่ำ!" หล่อนต่อว่าคนตัวโตหยาบกระด้างด้วยความแค้นชัง แม้ว่าในใจลึก ๆ จะไม่ได้คิดอย่างที่แสดงออกมาก็ตามที“หึ ต่ำไม่ต่ำหนูแสบไม่มีสิทธิ์มาตัดสินพี่ เพราะพี่รู้ตัวพี่ดีว่าตัวเองนั้นวิเศษแค่ไหน อย่าบังอาจใช้คำพูดต่ำทรามเหยียดหยามพี่แบบนี้อีก พี่ไม่ชอบ”“อ๊ะ! เจ็บ
“ไม่ใช่ของพี่ ของหนูแสบเหรอ” มโนถามพลางสำรวจสายตามองหา แต่ก็ไม่เห็น จนเลื่อนต่ำมายังเอวเล็กถึงเห็นแสงไฟของเครื่องมือสื่อสารกระพริบ“อ่า! อยู่นี่เอง” มโนถือวิสาสะดึงเอาโทรศัพท์ของตะลิงปลิงออกจากหัวกางเกงซับในมากดรับแทน พร้อมจะกรอกเสียงทุ้มไปตามสาย ทันทีที่นำมาแนบหู ป







