Partager

บทที่ 23

last update Date de publication: 2026-10-27 10:49:24

“จะอะไรก็ช่าง แต่ขอให้เชื่อยาย ว่าวันนึงผู้ชายคนนี้มันจะทำให้แกเสียใจ” ยายเสาวรสยังคงยึดมั่นในความเชื่อของตน

               “แล้วถ้าผมสัญญาว่าผมจะไม่มีวันทำให้มะปรางต้องเสียใจ คุณยายจะเชื่อผมมั้ยครับ” จักรวาลพูด

               “ฉันไม่เชื่อ!” ผู้สูงวัยสวนกลับแทบจะทันที

               “ผมขอโอกาสเพื่อพิสูจน์ให้คุณยายเห็นว่า ผมรักมะปรางด้วยใจจริง และจะไม่มีวันทำให้เธอต้องเสียใจเด็ดขาดครับ ผมสัญญา” ชายหนุ่มให้คำมั่น ด้วยถ้อยคำที่หนักแน่นจนเฌอปรางค์แทบจะแยกไม่ออก ว่านี่คือเรื่องจริง หรือเขาเพียงแค่แกล้งพูดหว่านล้อมยายของเธอเท่านั้น

               ยายเสาวรสจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลคมกริบของจักรวาล แล้วนิ่งเงียบอยู่ครู่ใหญ่ จนชานนท์ที่เฝ้าดูสถานการณ์อยู่เริ่มใจไม่ดี กลัวว่าผู้สูงวัยจะใจอ่อนกับคำพูดที่ฟังดูดีของหลานเขย

               “คุณยายอย่าไปหลงคารมมันครับ เรารีบพาน้องมะปรางกลับเชียงใหม่กันดีกว่า” ชานนท์กระตุ้นเตือนวัตถุประสงค์การมาในครั้งนี้แก่ผู้อาวุโส  

               ยายเสาวรสสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วพูดกับเฌอปรางค์ว่า “ยายไม่ใช่คนนิยมความรุนแรง เพราะฉะนั้น ยายจะให้โอกาสมะปรางตัดสินใจอีกครั้ง ว่าจะยอมกลับเชียงใหม่กับยายดีๆ มั้ย”

               “ถ้าคุณยายยังไม่เลิกคิดที่จะให้มะปรางแต่งงานกับนายชานนท์ มะปรางก็ไม่กลับค่ะ” หญิงสาวเชิดหน้าตอบอย่างมาดมั่น ทั้งที่ในใจอยากจะร้องไห้ ที่ต้องงัดข้อกับผู้มีพระคุณแบบนี้

               “ถ้าอย่างนั้นก็ถือว่าเราขาดกัน ต่อจากนี้ไป ฉันจะคิดซะว่าไม่เคยมีหลานอย่างแก” ยายเสาวรสบอกด้วยน้ำเสียงเจือความเจ็บปวดอย่างที่สุด ก่อนจะก้าวเท้าอย่างรวดเร็วตรงดิ่งไปยังประตูหน้าร้าน

               “คุณยายอย่าพูดแบบนี้สิคะ คุณยายไม่รักมะปรางแล้วเหรอคะ” เฌอปรางค์วิ่งตามไปกอดแขนผู้เป็นยาย แล้วซบหน้าลงร้องไห้

               “อย่าเรียกฉันว่ายาย ฉันไม่เคยมีหลานหัวดื้ออย่างแก” น้ำเสียงของยาวเสาวรสสั่นเครือ น้ำตาที่รื้นขึ้นมาคลอที่หน่วยตาจวนจะหยดอยู่รอมร่อ ทว่าผู้สูงวัยก็พยายามกลั้นเอาไว้

               “คุณยายก็ทราบว่ามะปรางรักคุณยายมากแค่ไหน ตั้งแต่เล็กจนโต มะปรางยอมทำทุกอย่าง ตามที่คุณยายต้องการมาตลอด แต่มะปรางขอแค่เรื่องแต่งงานเรื่องเดียวเท่านั้น ถ้าคุณยายยอมยกเลิกงานแต่งงานระหว่างมะปรางกับนายชานนท์ มะปรางก็จะกลับเชียงใหม่พร้อมคุณยายเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”

               “ไม่ได้!” จักรวาลและชานนท์ค้านพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

จักรวาลไม่มีวันปล่อยให้ภรรยาหมาดๆ ของเขาจากไปง่ายๆ แน่นอน ไม่ใช่เพราะเขากลัวว่าจะมีปัญหาตามมาจากการหายตัวไปของเธอ แต่เป็นเพราะเสียงหนึ่งในใจบอกเขา ว่าจะปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้เดินออกจากชีวิตเขาไปไม่ได้

               ส่วนชานนท์ก็ไม่มีวันยอมปล่อยให้บ่อเงินบ่อทอง ที่เขาและมารดาพยายามไขว่คว้าหลุดลอยไปง่ายๆ เขาจะต้องทำทุกทางเพื่อให้ได้แต่งงานกับเฌอปรางค์

               ยายเสาวรสมองหน้าหลานสาวสลับกับชานนท์ อย่างคนกำลังใช้ความคิด ตลอดเวลาที่ผ่านมา ชานนท์สร้างภาพเป็นคนดี ตบตายายเสาวรส จนท่านเชื่อเสียสนิทใจว่าเขาเป็นคนที่มีความรักมั่นคงให้เฌอปรางค์อย่างแท้จริง แม้ว่าหลานสาวของท่านจะแต่งงานแล้ว แต่เขาก็ไม่ถือสา ซ้ำยังยินดีที่จะรักและรออย่างคงมั่น ดังนั้นยายเสาวรสจึงปักใจเชื่อเหลือเกินว่า ผู้ชายหน้าตาไม่ดีแต่จิตใจดีคนนี้ จะทำให้หลานสาวของท่านมีความสุขได้ และที่สำคัญ ยายเสาวรสได้รับปากชานนท์กับมารดาของเขาเป็นมั่นเป็นเหมาะไว้แล้ว ว่าจะให้ทั้งคู่แต่งงานกัน ครั้นจะให้พลิกลิ้น กลับคำก็เป็นเรื่องผิดวิสัย และยังจะเป็นการเสียหน้าอย่างรุนแรงอีกด้วย

               “งานแต่งงานจะยังเหมือนเดิม และมะปรางก็จะต้องแต่งงานกับตานนท์ทันทีที่กลับถึงเชียงใหม่” ยายเสาวรสกล่าวออกมาในที่สุด

               “ไม่นะคะคุณยาย...”

               “ถ้าอย่างนั้นเราก็ไม่มีอะไรต้องพูดกันอีกแล้วล่ะ ฉันจะลืมว่าเคยมีหลานอย่างแก และถ้าวันใดที่ไอ้ดาราคนนี้มันทำให้แกน้ำตาตกในล่ะก็ อย่าได้ซมซานกลับไปหาฉันเหมือนแม่แกอีกคนก็แล้วกัน” ยายเสาวรสเดินออกจากร้านทันทีที่พูดจบ โดยมีชานนท์วิ่งตามไปติดๆ

               “คุณยายคะ คุณยาย” เฌอปรางค์จะวิ่งตามผู้เป็นยายออกไป แต่จักรวาลก็รั้งตัวเธอเอาไว้

               “ตามไปตอนนี้ก็คุยกันไม่รู้เรื่องหรอก ผมว่าปล่อยให้คุณยายใจเย็นลงกว่านี้ก่อนดีกว่า แล้วเราค่อยไปขอโทษท่านด้วยกันอีกครั้ง”

               “ปล่อยฉัน ฉันต้องไปคุยกับคุณยายให้รู้เรื่องวันนี้และเดี๋ยวนี้ คุณไม่ได้ยินเหรอว่าคุณยายประกาศตัดขาดจากฉันแล้ว ฉันปล่อยให้เป็นแบบนั้นไม่ได้หรอก” เฌอปรางค์พรั่งพรูคำพูดออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลรินลงมาอย่างสุดกลั้น หญิงสาวรู้ว่าตัวเองทำผิดต่อผู้เป็นยายมาก แต่ก็ไม่คิดว่าท่านจะโกรธถึงขนาดตัดยายตัดหลานกันแบบนี้

               “แล้วคุณจะยอมกลับไปแต่งงานกับไอ้หมอนั่นเหรอ” จักรวาลเอ่ยถามด้วยความหวั่นใจ

               “ฉันไม่ยอมแต่งกับอีตานนท์หรอก” หญิงสาวตอบน้ำตานองหน้า

               “ถ้างั้นก็ใจเย็นๆ ก่อนนะ” จักรวาลปลอบ

“จะให้ฉันใจเย็นอยู่ได้ยังไง คุณไม่ได้ยินเหรอ ว่าคุณยายไม่นับฉันเป็นหลานแล้ว ฉันไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ มีแต่คุณยายที่เลี้ยงฉันมา ถ้าท่านไม่รักฉัน ฉันก็ไม่เหลือใครอีกแล้วนะ” เฌอปรางค์สะอึกสะอื้น ร้องไห้จนตัวโยน  

               “คุณยังมีผมอยู่ทั้งคน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ผมจะอยู่เคียงข้างคุณเอง” จักรวาลรั้งร่างบอบบางที่กำลังสั่นด้วยแรงสะอื้นเข้ามาแนบอก แล้วยกมือขึ้นลูบหลังปลอบประโลมเธออย่างอ่อนโยน ชายหนุ่มยอมรับกับตัวเองแต่โดยดี ว่าเขาแพ้น้ำตาของผู้หญิงคนนี้ ตั้งแต่วันที่เขาทำให้เธอร้องไห้ จากการบังคับให้เธอคุกเข่าขอโทษเขากลางร้านกาแฟของส้มแป้น และเขาก็ไม่ปรารถนาที่จะได้เห็นน้ำตาของเธออีก ไม่ว่ากรณีใดๆ ก็ตาม   

ภาคินกับส้มแป้นที่เพิ่งกลับจากส่งเค้กให้ลูกค้ามาทันได้เห็นรถของยายเสาวรสแล่นออกจากร้านไปพอดี และยังเห็นอีกด้วยว่ารถของจักรวาลจอดอยู่หน้าร้าน สองหนุ่มสาวจึงรีบวิ่งเข้าไปด้านในด้วยความร้อนใจ เพราะเดาได้ว่ายายเสาวรสจะต้องเจอกับเฌอปรางค์แล้วแน่นอน

               “มะปราง พี่กลับมาช้าเกินไปใช่มั้ย” ผู้เป็นพี่ชายเอ่ยถามน้องสาวด้วยความรู้สึกผิด ทั้งที่รับปากแล้วว่าจะช่วย แต่กลับปล่อยให้น้องต้องเผชิญหน้ากับยายตามลำพัง

               เฌอปรางค์โผเข้าหาอ้อมกอดของภาคิน หญิงสาวเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้พี่ชายฟัง พลางร้องไห้สะอึกสะอื้น 

               “คุณยายคงพูดไปด้วยความโกรธน่ะ สักพักก็คงหายโกรธ” ภาคินปลอบ

               “แต่ท่าทางคุณยายจริงจังมากจนมะปรางกลัวว่าคุณยายจะไม่หายโกรธง่ายๆ” เฌอปรางค์หน้าสลดจนน่าสงสาร

               “เอาน่า อย่าเพิ่งคิดมาก เดี๋ยวพี่จะโทร. ไปบอกคุณแม่ให้ช่วยพูดกับคุณยายให้อีกแรง”

               “เมื่อกี้คุณยายพูดแปลกๆ ด้วยนะพี่เกลือ” หญิงสาวฉุกคิดถึงคำพูดทิ้งท้ายของยายเสาวรส และอดคิดไม่ได้ว่าอาจจะมีอะไรบางอย่างซ่อนเร้นอยู่ในคำพูดนั้น

               “พูดอะไร”

               “คุณยายพูดถึงแม่ พี่เกลือรู้หรือเปล่าคะว่าเกิดอะไรขึ้นกับแม่ของมะปราง”

               “พี่ก็รู้เท่ากับที่เรารู้นั่นแหละ”

               “มะปรางว่า คุณป้าวัลย์กับลุงนพต้องรู้อะไรแน่ๆ เลยค่ะ”

               “แล้วพี่จะลองโทร. ไปถามให้ก็แล้วกัน” ภาคินบอกอย่างไม่ค่อยมั่นใจนัก ว่าจะได้ข้อมูลจากบุพการีทั้งสองหรือไม่ เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า คนที่บ้านแทบจะไม่มีใครยอมพูดถึงบิดาและมารดาของเฌอปรางค์เลย

หลังจากปลอบใจเฌอปรางค์จนคลายความโศกเศร้าลงไปบ้างแล้ว ภาคินก็ลากจักรวาลออกไปคุยกันตามลำพังบริเวณสวนเล็กๆ ด้านข้างร้าน Sweet Cup Coffee

“เมื่อคืนนี้เอ็งทำอะไรน้องสาวข้ารึเปล่า” ภาคินเอ่ยถามอย่างไม่ไว้วางใจเพื่อนสักเท่าใด 

“ข้าเคยบอกแล้วไง ว่าน้องสาวเอ็งก็เหมือนน้องสาวข้า ข้าไม่มีทางทำอะไรไม่ดีหรอกน่า ไม่ต้องห่วง”

“น้องสาวทั้งคน จะไม่ให้ห่วงได้ไงวะ เอ๊ะ...หรือว่าเดี๋ยวนี้เปลี่ยนรสนิยมไปชอบพวกเดียวกันอย่างที่เป็นข่าวแล้ว” ภาคินทำท่าล้อเลียน

“ไอ้เกลือ! ถ้าคิดจะเป็นเพื่อนกันก็อย่าพูดแบบนี้อีกเด็ดขาด” จักรวาลบอกขึงขัง และหากคนที่พูดประโยคนี้ไม่ใช่เพื่อนรัก ซุปเปอร์สตาร์หนุ่มเลือดร้อนก็คงจะชกคนพูดจนล้มคว่ำไปแล้วแน่นอน

“แค่แซวเล่นนิดเดียว ทำเป็นมีอารมณ์ไปได้” ภาคินขำท่าทีจริงจังของเพื่อน

“พูดเล่นก็ไม่ได้ เอ็งรู้มั้ยว่าเวลาได้ยินเรื่องนี้ทีไร ข้ารู้สึกคลื่นไส้ อยากอ้วกทุกที” จักรวาลพูดพลางทำท่าขนลุกขนพองประกอบด้วย  

“เออนี่...พรุ่งนี้ข้าจะกลับเชียงใหม่แล้วนะ ทิ้งงานที่ไร่มาเป็นอาทิตย์แล้ว ไม่รู้ว่าป่านนี้จะเป็นยังไงบ้าง ข้าฝากดูแลมะปรางด้วย จัดการงานทางโน้นเสร็จแล้วข้าจะรีบกลับมา” ภาคินเอ่ยปากฝากฝังน้องสาวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ตอนนี้เขาเหมือนคนที่ตกอยู่ในสภาวะห่วงหน้าพะวงหลัง ใจหนึ่งก็อยากอยู่ดูแลเฌอปรางค์ แต่อีกใจก็เป็นห่วงงานที่ทิ้งไว้ให้มานพ ผู้เป็นบิดาดูแลแทน แม้มานพจะเคยดูแลงานในไร่มาก่อนที่เขาจะมารับช่วงต่อ แต่ภาคินก็รู้สึกเกรงใจ และไม่อยากให้ผู้เป็นบิดาต้องเหน็ดเหนื่อย ในวัยที่สมควรจะได้พักผ่อน 

“ข้าจะดูแลมะปรางให้เอง เอ็งไม่ต้องห่วงทางนี้ ไปทำงานทางโน้นให้สบายใจดีกว่า” จักรวาลบอก

“ข้าไว้ใจเอ็งได้ใช่มั้ย” ภาคินยังไม่วางใจง่ายๆ

“เออสิวะ” จักรวาลรับปากหนักแน่น

ในขณะที่สองหนุ่มคุยกันอยู่ด้านนอก เฌอปรางค์และส้มแป้นก็กำลังคุยกันอย่างเคร่งเครียดอยู่ในห้องครัวเช่นกัน

“เมื่อคืนนี้คุณจักรทำอะไรแกหรือเปล่า” ส้มแป้นถามด้วยความเป็นห่วงจริงจัง มากกว่าจะเป็นการถามเพราะความอยากรู้อยากเห็น

“นายซุปเปอร์สตาร์ขี้เก๊กนั่นน่ะ ไม่มีปัญญาทำอะไรได้ฉันหรอก”

“แกอย่าชะล่าใจนะ เกิดเขาหน้ามืดคิดจะปล้ำแกขึ้นมาจะทำยังไง แกไม่มีทางสู้แรงเขาได้หรอกนะ” ส้มแป้นแสดงอาการเป็นห่วงมากเกินกว่าเหตุ หรือจะเรียกว่าวิตกจริตก็คงไม่ผิดนัก

“แกก็รู้ว่าเขาเป็นเกย์ เขาไม่พิศวาสผู้หญิงอย่างฉันหรอก” เฌอปรางค์ปิดประเด็นอย่างมั่นอกมั่นใจ

“ฉันว่าเขาไม่ได้เป็นหรอก”

“อะไรที่ทำให้แกคิดอย่างนั้น”

“ก็สายตาเวลาที่เขามองแกไง” ส้มแป้นตั้งข้อสังเกต

“ยังไง?” เฌอปรางค์เริ่มสงสัย

“สายตาของคุณจักรเวลาที่มองแกน่ะ มันเหมือน...เหมือนสายตาผู้ชายเวลามองผู้หญิงที่ตัวเองชอบน่ะสิ” ส้มแป้นลังเลใจอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็ตัดสินใจพูดออกมาในที่สุด เพราะคิดว่าอย่างน้อยมันก็อาจจะทำให้เฌอปรางค์ระวังตัวมากขึ้น เวลาอยู่กับจักรวาลสองต่อสอง

“แกดูผิดแล้ว นายจักรยานไม่มีกระดิ่งนั่นไม่ได้ชอบผู้หญิง เขาชอบผู้ชาย”

“ฉันมั่นใจ ว่าฉันดูไม่ผิด” ส้มแป้นยืนกราน

“ผิด!”  เฌอปรางค์คัดค้านหัวชนฝา

“เถียงอะไรกันอยู่สองสาว” ภาคินชะโงกหน้าเข้ามาในห้องครัวแล้วเอ่ยถาม

“เปล่าค่ะ” เฌอปรางค์รีบปฏิเสธ

               ส้มแป้นเห็นภาคินเดินเข้ามาคนเดียว จึงเอ่ยถามเขาว่า “คุณจักรไปไหนแล้วล่ะค่ะ”

               “จักรมันออกไปทำงาน” ภาคินตอบส้มแป้น แล้วหันไปบอกน้องสาวว่า “มันฝากบอกมะปรางว่าให้รออยู่ที่นี่ เสร็จงานแล้วจะกลับมารับกลับบ้าน”

               เฌอปรางค์พยักหน้ารับรู้แบบไม่ใส่เท่าไรนัก

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 82 (ตอนจบ)

    บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 81

    บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 80

    บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 79

    บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 78

    บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 77

    บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status