Share

บทที่ 22

last update publish date: 2026-10-27 10:46:39

เสียงกริ่งหน้าร้าน Sweet Cup Coffee ดังระรัวในตอนเช้าตรู่อย่างผิดปกติ ส้มแป้นจึงรีบวิ่งออกไปดู ทั้งที่มือยังเลอะแป้งเค้กอยู่ แต่แล้วหญิงสาวก็ต้องตกใจสุดขีด เมื่อเห็นยายเสาวรสและชานนท์ยืนท่าทางขึงขังอยู่หลังประตูกระจก ส้มแป้นมัวแต่ยืนอึ้ง ยายเสาวรสจึงยกมือขึ้นทุบประตูอย่างแรง เป็นเชิงสั่งให้ผู้เป็นเจ้าของร้านเปิดประตู

ภาคินที่นอนอยู่บนชั้นสองเดินงัวเงียลงมาดูเหตุการณ์ข้างล่าง ทั้งที่ยังอยู่ในชุดนอน แต่เมื่อเห็นยายเสาวรสนั่งเชิดหน้าอยู่กลางร้าน ชายหนุ่มก็ตาสว่างขึ้นมาในบัดดล

“คุณยาย!?”

“เจ้าเกลือ แกก็อยู่ที่นี่ด้วยรึ อย่าบอกนะว่าแกกับนังหนูคนนี้เป็น...” ยายเสาวรสเอ่ยถามพลางเขม้นมองหลานชายด้วยความไม่พอใจอยู่ในที

“เอ่อ...ไม่ใช่อย่างที่คุณยายคิดนะคะ” ส้มแป้นรีบแย้งอย่างรู้เท่าทันความคิดของยายเสาวรส

“ผมกับส้มไม่ได้เป็นอะไรกันอย่างที่คุณยายคิดหรอกครับ” ภาคินกล่าวพลางเดินไปนั่งข้างผู้เป็นยาย แล้วแกล้งอ้าปากหาวหวอดๆ

“เหม็นขี้ฟัน ไปหาวไกลๆ ยายเลย” ยายเสาวรสเบือนหน้าหนี หลานชายจึงลอบยิ้มถูกใจ ที่ได้แกล้งผู้เป็นยายเล็กๆ น้อยๆ   

ชานนท์ขยับเข้ามากระซิบบอกยายเสาวรสให้ถามหาเฌอปรางค์ ด้วยท่าทีหวาดเกรงสายตาของภาคิน ที่เหล่มองเขาอย่างเอาเรื่องอยู่ตลอดเวลา

“มะปรางไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกครับคุณยาย” ภาคินได้ยินเสียงกระซิบที่ดังมากของชานนท์หมดแล้ว จึงชิงตอบก่อนที่ผู้เป็นยายจะเอ่ยปากถาม

“ตานนท์บอกยายว่ามะปรางอยู่ที่นี่” ยายเสาวรสลุกพรวดขึ้นด้วยความไม่พอใจ เพราะเข้าใจว่าหลานชายตั้งใจปกปิด

“มะปรางเคยอยู่ที่นี่ แต่ตอนนี้น้องแต่งงานแล้ว ก็ต้องย้ายไปอยู่บ้านสามีสิครับ” ภาคินจงใจเน้นหนักที่คำว่า ‘สามี’ เพื่อกระแทกใส่ชานนท์ ซึ่งนั่งตัวติดกับยายเสาวรส

ชานนท์ยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้าง เพราะไม่อาจทนรับฟังความจริงได้ “โอ๊ย...คุณยายครับ ผมไม่อยากได้ยินคำนี้เลย มันเจ็บ...เจ็บปวดเหลือเกินครับ”

“นี่คุณเตี้ย เอ๊ย...คุณนนท์ ไหนๆ มะปรางก็แต่งงานแต่งการไปแล้ว คุณก็ตัดใจซะเถอะนะ” ภาคินบอก

“ไม่มีวัน ผมเกิดมาเพื่อที่จะรักน้องมะปรางคนเดียวเท่านั้น ชาตินี้ผมคงรักใครไม่ได้อีกแล้ว และอีกอย่างคุณยายก็สัญญากับผมแล้วด้วย ว่าจะพาน้องมะปรางกลับไปแต่งงานกับผม ใช่มั้ยครับคุณยาย” ประโยคสุดท้ายนั้นชานนท์หันไปถามยายเสาวรส เพื่อเป็นการตอกย้ำกับผู้อาวุโสอยู่ในที ว่าต้องทำให้ได้อย่างที่เคยลั่นวาจาไว้

“ไม่ต้องห่วง ยายพูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว” ยายเสาวรสบอกอย่างหนักแน่น และจริงจังกว่าทุกครั้ง

“คุณยายจะทำอย่างนั้นได้ยังไงครับ ในเมื่อมะปรางแต่งงานแล้ว หลานสาวคุณยายมีสามีแล้วนะครับ” ภาคินโต้ขึ้นมาทันควัน

ชานนท์เข่นเขี้ยว เจ็บใจที่ถูกภาคินกีดขวางทางรักอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ไม่กล้าหือ เพราะเกรงใจร่างกายที่สูงใหญ่ของเขา จึงได้แต่ทำปากขมุบขมิบบ่นอยู่คนเดียว

“ยายไม่มีวันยอมให้มะปรางอยู่กับเจ้าดารานั่นหรอก พวกดารามันไม่เคยรักใครจริง แกอยากเห็นน้องน้ำตาเช็ดหัวเข่ารึไงเจ้าเกลือ!”

“ผมไม่เข้าใจ ว่าทำไมคุณยายต้องมีอคติกับดาราขนาดนี้” ภาคินพยายามใจเย็นอย่างถึงที่สุด แต่ก็ยังเก็บอาการไว้ไม่ได้ทั้งหมดอยู่ดี

“แกไม่รู้อะไรก็อย่าพูดดีกว่า” ยายเสาวรสพยายามซ่อนร่องรอยความเจ็บปวดบางอย่างไว้ในแววตา

“แล้วอะไรล่ะครับที่ผมยังไม่รู้ คุณยายบอกผมมาสิครับ ผมจะได้เข้าใจคุณยาย”

“เลิกถามเรื่องนี้สักทีเถอะ แล้วก็รีบบอกมาว่ามะปรางอยู่ที่ไหน” ยายเสาวรสเบี่ยงประเด็น ด้วยการวกกลับมาถามหาเฌอปรางค์อีกครั้ง

 ภาคินรู้สึกอ่อนใจกับความเผด็จการของยายเสาวรส และคิดว่าคงไม่มีทางขัดขวางผู้เป็นยายได้ จึงจำใจต้องบอกออกไปว่า “โอเคครับ เดี๋ยวผมจะโทร. ตามมะปรางให้มาหาคุณยายที่นี่ก็แล้วกัน คุณยายจะได้ไม่ต้องเดินทางให้ลำบาก”

เมื่อเจรจากับยายเสาวรสเรียบร้อยแล้ว ภาคินจึงกลับขึ้นชั้นบนเพื่อที่จะโทร. หาเฌอปรางค์ โดยมีส้มแป้นวิ่งตามไปติดๆ

“พี่เกลือจะตามมะปรางมาพบคุณยายที่นี่จริงๆ เหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถาม สีหน้าเป็นกังวล

“พี่ว่าถึงเวลาแล้วล่ะ ที่มะปรางจะต้องเผชิญหน้ากับความจริง ไม่ใช่เอาแต่วิ่งหนีปัญหาอยู่แบบนี้ เพราะนอกจากจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นแล้ว มันยังจะทำให้ทุกอย่างแย่ลงด้วยซ้ำ” ชายหนุ่มกล่าวด้วยท่าทีเคร่งเครียดและจริงจังกว่าที่เคย

“แต่ส้มกลัวว่าคุณยายจะจับมะปรางกลับไปแต่งงานกับคุณชานนท์อีกน่ะสิคะ” ส้มแป้นอดกังวลไม่ได้

“เรื่องนั้นมันคงเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะ เพราะตอนนี้มะปรางก็แต่งงานกับไอ้จักรไปแล้ว”

“พี่เกลือแน่ใจเหรอคะ?” ส้มแป้นถามประสาซื่อ ไม่มีเจตนาที่จะยอกย้อนแต่ประการใด ทว่าคำถามนี้กลับทำให้ภาคินรู้สึกแน่นในอกจนพูดอะไรไม่ออก เพราะก็เห็นอยู่ตำตา ว่ายายเสาวรสยังไม่ละความพยายามที่จะพาตัวเฌอปรางค์กลับไปแต่งงานกับชานนท์ง่ายๆ

เฌอปรางค์เห็นชื่อภาคินปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ มือถือก็รีบกดรับสาย “พี่เกลือมีอะไรหรือเปล่าคะ โทร. มาแต่เช้าเลย”

               “ตอนนี้คุณยายมารอมะปรางอยู่ที่ร้านกาแฟ รีบมาเดี๋ยวนี้เลย”

               “คุณยายไปอาละวาดที่นั่นเหรอคะ !?” หญิงสาวรีบถามด้วยความร้อนใจ กลัวว่าเพื่อนรักจะเดือดร้อนไปด้วย 

               “ตอนนี้ยัง แต่ถ้าเราไม่รีบมา ก็ไม่แน่” ภาคินไม่ได้ขู่ แต่มันจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ หากปล่อยให้ยายเสาวรสรอนานจนทนไม่ไหว

               “มะปรางยังไม่พร้อมที่จะเจอคุณยายตอนนี้ พี่เกลือช่วยบอกให้คุณยายกลับเชียงใหม่ไปก่อนได้มั้ยคะ” ผู้เป็นน้องสาวขอร้องเสียงอ่อย

               “ถ้าพี่ทำได้ พี่คงไม่ต้องโทร. มาหาเราแบบนี้หรอก” ภาคินสวน

               “มะปรางยังไม่กล้าเผชิญหน้ากับคุณยายจริงๆ นะคะพี่เกลือ”

               “ไม่เจอตอนนี้ แล้วจะเจอตอนไหน อย่าทำให้เรื่องมันวุ่นวายไปมากกว่านี้เลย จะเอายังไงก็มาคุยกันให้รู้เรื่อง มันจะได้จบสักที” พี่ชายพยายามเกลี้ยกล่อมอย่างใจเย็นที่สุด ทั้งที่ภายในใจกำลังเดือดปุดๆ ที่ต้องรับหน้าที่เป็นคนกลาง คอยประสานระหว่างยายและน้องสาว ซึ่งแต่ละฝ่ายนั้นก็มีดีกรีความดื้อรั้นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย

               “พี่เกลือคิดว่ามันจะจบจริงๆ เหรอคะ” เฌอปรางค์ย้อนถามด้วยความไม่มั่นใจ

               “จบหรือไม่จบก็มาคุยกันก่อน ถ้ามันไม่จบ เราค่อยมาช่วยกันหาทางแก้ทีหลัง โอเคมั้ย” ภาคินเหนื่อยใจจนไม่รู้จะพูดอะไรได้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว

               “มะปรางยอมไปหาคุณยายก็ได้ แต่พี่เกลือห้ามทิ้งมะปรางนะคะ ถ้าคุณยายจะลากมะปรางกลับเชียงใหม่ พี่เกลือต้องช่วยมะปรางด้วยนะคะ สัญญานะคะ” ผู้เป็นน้องสาวออดอ้อนยาวเหยียด

               “เออน่า รีบมาก็แล้วกัน”        

หลังจากวางสายจากภาคินแล้ว เฌอปรางค์ก็เดินวนไปวนมาราวหนูติดจั่นอยู่ในห้องรับแขก แม้ผู้เป็นพี่ชายจะรับปากแล้วว่าจะช่วย แต่หญิงสาวก็อดกลัวไม่ได้อยู่ดี

               “เป็นอะไรของคุณ เดินวนไปวนมาอยู่ได้” จักรวาลที่ยืนมองอยู่นานเอ่ยถาม

               “พี่เกลือให้ฉันไปหาคุณยายที่ร้านยายแป้นน่ะ แต่ฉัน...กลัว” เฌอปรางค์สารภาพตามตรงอย่างลืมอาย

               “ก็ไหนว่าไม่เคยกลัวอะไรยังไงล่ะ ทีนี้ล่ะมาทำหน้าจ๋อย” ชายหนุ่มพูดกลั้วหัวเราะ ใจหนึ่งก็นึกสงสาร แต่อีกใจก็อดขำไม่ได้

               “ถ้าไม่คิดจะช่วย ก็ไม่ต้องมาทับถม” เฌอปรางค์ต่อว่าหน้าง้ำ แล้วนึกโกรธตัวเอง ที่เผลอแสดงความกลัวให้ชายหนุ่มเห็น

               “แล้วใครว่าผมจะไม่ช่วยคุณล่ะ” พูดจบ จักรวาลก็ลากตัวหญิงสาวออกจากบ้านทันที

               “จะพาฉันไปไหน” คนถูกลากร้องถาม พลางซอยเท้าถี่ๆ เพื่อให้ก้าวตามคนที่ขายาวกว่าให้ทัน

               “ก็พาไปหาคุณยายน่ะสิ”

               “คุณไปไม่ได้นะ!” เฌอปรางค์ชะงักเท้าอย่างฉับพลัน พาลทำให้ร่างสูงเบื้องหน้าต้องหยุดเดินไปด้วย

               “ทำไมผมถึงไปไม่ได้?”

               “ถ้าคุณยายเห็นหน้าคุณ ท่านจะยิ่งโกรธมากกว่าเดิมน่ะสิ” หญิงสาวไม่อยากเห็นการปะทะกันระหว่างยายเสาวรสกับจักรวาล ดังเช่นที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้อีกแล้ว

               จักรวาลไม่สนใจคำพูดของเฌอปรางค์ ในเมื่อเขาตัดสินใจจะทำอะไรแล้วใครก็หยุดเขาไม่ได้ ชายหนุ่มจับเฌอปรางค์ยัดเข้าไปในรถยนต์คันหรูของเขา แล้วขับรถออกไปอย่างเร็ว โดยไม่ฟังเสียงทัดทานใดๆ เลย

เมื่อไปถึงร้าน Sweet Cup Coffee เฌอปรางค์ก็ยืนละล้าละลังอยู่หน้าร้าน และยิ่งมองทะลุประตูกระจกใสเข้าไป แล้วเห็นยายเสาวรสนั่งอยู่ที่โต๊ะกลางร้าน ก็ยิ่งทำให้แข้งขาของเธอแข็งทื่อราวกับถูกโบกทับด้วยปูนซีเมนต์ ในขณะเดียวกัน หญิงสาวก็เร่งเร้าให้ตัวเองคิดหาคำพูดที่ดีที่สุด เพื่อใช้เจรจากับผู้เป็นยาย แต่ดูเหมือนหัวสมองของเธอจะว่างเปล่าโดยสิ้นเชิง

               “มีผมอยู่ทั้งคน คุณไม่ต้องกลัวหรอกน่า” เสียงของจักรวาลดังแทรกความเงียบงัน ที่โรยตัวปกคลุมอยู่ทั่วบริเวณ

               “ก็เพราะมีคุณนี่แหละ ฉันถึงได้เครียดขนาดนี้” หญิงสาวสวนกลับ แล้วตัดสินใจบอกว่า “คุณรอฉันอยู่ข้างนอกนะ”

               “ไม่ไว้ใจผมรึไง” ชายหนุ่มเอ่ยถามจริงจัง แล้วทำท่าจะเดินเข้าไปในร้าน จนหญิงสาวต้องรีบดึงตัวเขาไว้   

               “คุณสัญญากับฉันก่อนได้มั้ย ว่าถ้าเข้าไปข้างในแล้ว คุณจะไม่ทำให้คุณยายฉันโมโหอย่างเมื่อคืนนี้อีก”

               “ผมจะพยายามก็แล้วกัน”

               “ถ้าคุณไม่รับปาก ก็ไม่ต้องเข้าไป”

               “อย่าเรื่องมากได้มั้ย รีบๆ เข้าไปข้างในเถอะน่า” พูดยังไม่ทันจบดี จักรวาลก็ผลักประตูกระจกใสให้เปิดกว้าง แล้วฉุดแขนเฌอปรางค์เข้าไปภายในร้าน โดยที่หญิงสาวไม่ทันได้ตั้งตัว

               “น้องมะปราง! น้องมะปรางมาแล้วครับคุณยาย” ชานนท์ดีใจออกนอกหน้า เมื่อเห็นคนที่ตนเฝ้ารอมานานกว่าชั่วโมงปรากฏตัวขึ้น

               ยายเสาวรสหันขวับไปมองหลานสาว แต่แล้วดวงตาของผู้สูงวัยก็หรี่ลงด้วยความไม่พอใจ เมื่อเห็นจักรวาลมาด้วย แต่เพียงครู่เดียวยายเสาวรสก็ปรับสีหน้าให้เรียบเฉยดังเดิม แล้วทำทีเป็นมองไม่เห็นหลานเขยราวกับเขาเป็นอากาศธาตุ

               “คุณยายคะ มะปรางขอโทษสำหรับทุกอย่างที่เกิดขึ้น” เฌอปรางค์เดินเข้าไปหาผู้เป็นยาย แล้วยกมือขึ้นไหว้ขอโทษ

               “กลับบ้านกับยาย แล้วยายจะลืม ว่าเกิดอะไรขึ้นที่นี่” แม้จะโกรธมาก แต่ยายเสาวรสก็ยังเปิดโอกาสให้หลานสาวได้ตัดสินใจใหม่อีกครั้ง

               “แล้วเรื่องนั้น...” เฌอปรางค์ปรายตาไปยังชานนท์ ซึ่งยืนอยู่ไม่ห่างยายเสาวรส

               “งานแต่งงานของแกกับชานนท์น่ะเหรอ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม” ยายเสาวรสอ่านสายตาของหลานสาวออกเป็นอย่างดี

               “แต่มะปรางแต่งงานแล้วนะคะคุณยาย สามีของมะปรางก็ยืนอยู่ตรงนี้” เฌอปรางค์ก้าวถอยหลังไปยืนเคียงคู่กับจักรวาล เพื่อให้ยายเสาวรสเห็นชัดๆ ว่าสิ่งที่ผู้เป็นยายต้องการนั้นไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว

               “ผู้ชายคนนี้มันจะทำให้แกเสียใจ สักวันแกจะต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่าเหมือนที่...” ยายเสาวรสหยุดคำพูดไว้แต่เพียงเท่านั้น แล้วพยายามกล้ำกลืนก้อนความเจ็บปวดที่แล่นจากอกมาจ่ออยู่ที่ลำคออย่างยากเย็น

               “เหมือนอะไรคะคุณยาย” หลานสาวอยากรู้ว่าถ้อยคำที่ขาดหายไปนั้นคืออะไร

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 82 (ตอนจบ)

    บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 81

    บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 80

    บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 79

    บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 78

    บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 77

    บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status