Share

บทที่ 34

last update Tanggal publikasi: 2026-10-27 11:00:53

ช็อควงการ! ปิ่นปัทม์ นางเอกนัมเบอร์วันท้องสี่เดือน

               ปิ่นปัทม์ส่งเสียงกรีดร้องดังสนั่น จนคอนโดมิเนียมขนาดกลางของเธอแทบแตก เมื่อเห็นพาดหัวข่าวดังกล่าว บนหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์รายวันฉบับล่าสุด มิหนำซ้ำในเนื้อข่าวยังระบุว่า มีใบรายงานผลการตรวจของเธอมายืนยันอีกด้วย เห็นทีคราวนี้คงรอดยาก

               “นักข่าวรู้เรื่องนี้ได้ยังไง” นางเอกสาวถามตัวเองอย่างเสียจริต

เรื่องการตั้งครรภ์ของเธอไม่มีใครรู้ นอกจากนายแพทย์ซึ่งบังเอิญตรวจพบ เมื่อสัปดาห์ก่อน ตอนที่เธอประสบอุบัติเหตุในกองถ่าย แล้วทีมงานนำตัวเธอส่งโรงพยาบาล แต่เธอก็ได้ขอร้องให้นายแพทย์ผู้นั้นเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ อีกทั้งยังจ่ายเงินก้อนโตเพื่อปิดปากพยาบาลไว้แล้ว ปิ่นปัทม์ไม่คิดว่านายแพทย์วัยใกล้เกษียณท่าทางมีจรรณยาบรรณ จะนำเรื่องนี้ไปบอกต่อกับใคร แต่สำหรับนางพยาบาลสาววัยประมาณยี่สิบต้นๆ คนนั้น นางเอกสาวไม่มั่นใจ เพราะดูเธอเป็นคนช่างเจรจาพอตัว 

ปิ่นปัทม์เดินงุ่นง่าน วนไปวนมา คิดหาทางแก้ตัวกับข่าวที่เกิดขึ้น เธอต้องหาทางออกที่สวยงามให้กับตัวเองให้ได้ มิเช่นนั้นอนาคตในวงการบันเทิงของเธอคงต้องจบสิ้นแน่นอน

               เสียงโทรศัพท์มือถือและโทรศัพท์พื้นฐานภายในคอนโดมิเนียมของปิ่นปัทม์แข่งกันร้องเสียงดังระงม ทว่านางเอกสาวก็ยังไม่ยอมรับสาย เธอยังไม่พร้อมจะให้สัมภาษณ์ในตอนนี้ และเมื่อโทรศัพท์ยังไม่หยุดส่งเสียง ปิ่นปัทม์จึงกระชากสายโทรศัพท์พื้นฐานออก และในขณะที่กำลังจะปิดโทรศัพท์มือถือ ก็มีสายเรียกเข้าจากชยตร์เข้ามาพอดี นางเอกสาวตัดสินใจรับสาย เพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนกัน ซึ่งเขาอาจจะหยิบยื่นความช่วยเหลืออะไรให้เธอได้บ้าง

               “ดังคับประเทศเลยนะเช้านี้” แค่ประโยคแรกก็บอกให้รู้แล้วว่าชยตร์ไม่ได้มาดีอย่างที่ปิ่นปัทม์คาดหวัง

               “ถ้าคิดจะโทร. มาซ้ำเติมกันก็วางสายไปเลย” ปิ่นปัทม์เสียงแข็ง 

               “พูดแบบนี้ แสดงว่าข่าวจริงใช่มั้ย” ชยตร์ดักคอ

               “เอ่อ...” นางเอกสาวรู้ตัวว่าพลาดไปแล้ว แต่จะแก้ตัวตอนนี้ก็ดูจะสายเกินไป เธอจึงหาทางตัดบท “ตอนนี้ฉันยังไม่ว่างคุย แค่นี้นะ”

               “เดี๋ยวก่อนสิ ฉันก็แค่จะโทร. มาถามสารทุกข์สุขดิบตามประสาเพื่อนก็เท่านั้น แต่สงสัยตอนนี้แกคงจะมีแต่ทุกข์สินะ เพราะสุขของแกมันคงจะผ่านไปสองเดือนกว่าแล้ว” ชยตร์พูดจาส่อเสียด และปิดท้ายด้วยเสียงหัวเราะเยาะหยันอย่างน่าหมั่นไส้ จนปิ่นปัทม์ระงับโทสะไม่อยู่

               “ไอ้ชยตร์ แกหยุดหัวเราะเยาะฉันเดี๋ยวนี้นะ ถ้าไม่หยุดฉันจะวางสาย แล้วเราก็เลิกคบกันไปเลย”

               “ใจเย็นๆ สิ เดี๋ยวหลานฉันที่อยู่ในท้องแกจะพลอยเครียดไปด้วย” ชยตร์ยังไม่หยุดเยาะหยัน

               “แกอย่ามากวนประสาทฉันตอนนี้ได้มั้ย ฉันกำลังเครียด” ปิ่นปัทม์ตวาดเพื่อนอย่างสุดทน แค่เรื่องข่าว เธอก็ประสาทเสียมากเกินพอ แล้วยังจะต้องมาทนฟังเพื่อนพูดจาซ้ำเติมให้เจ็บช้ำน้ำใจซ้ำอีก

               “คราวนี้แกคงไม่หน้าหนาพอที่จะเอาตัวไปเสนอให้ไอ้จักรมันแล้วสินะ” น้ำเสียงนั้นบ่งบอกถึงความสะใจอย่างมาก จนปิ่นปัทม์ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

               “แกเป็นคนปล่อยข่าวฉันใช่มั้ย !?”

               “อ๊ะๆ อย่ามาใส่ร้ายกันอย่างนี้สิเพื่อน ฉันจะทำอย่างนั้นเพื่ออะไร แกเป็นเพื่อนฉันนะ ฉันไม่ฆ่าแกแบบนี้หรอก”

               “อย่าคิดว่าฉันรู้ไม่ทันแกนะ นังเพื่อนทรยศ แกมันเลวมาก ที่ทำกับฉันแบบนี้”

               “รู้ทันฉันงั้นเหรอ แต่กว่าแกจะรู้ทันฉัน มันก็สายไปแล้วล่ะเพื่อนเอ๋ย ฉันเคยเตือนแกแล้ว ว่าอย่ามายุ่งกับของๆ ฉัน ในเมื่อแกไม่เชื่อ ก็ต้องเจอดีแบบนี้แหละ” ชยตร์พูดด้วยน้ำเสียงยียวน และเป็นการยอมรับอยู่ในทีว่า เรื่องนี้เป็นฝีมือของเขาจริง

               “แกมันก็เหมือนหมาเห็นปลากระป๋องล่ะวะ ได้แต่มองจนน้ำลายไหล แต่ก็ไม่มีโอกาสจะได้ลิ้มรส” ปิ่นปัทม์เยาะ

               “ในเมื่อฉันไม่ได้กิน คนอื่นก็อย่าหวังว่าจะได้กิน” ชยตร์ บอกอย่างคนเห็นแก่ตัว

“ไอ้หมาหวงก้าง ฉันจะเอาคืนให้แกจุกจนพูดไม่ออกเลยคอยดู เย็นนี้แกรอฟังฉันแถลงข่าวให้ดีๆ นะ รับรองมีเซอร์ไพร้ส์แน่” ปิ่นปัทม์เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างแค้นเคือง

นางเอกสาวมั่นใจว่าผู้ที่แฉข่าวของเธอต้องเป็นชยตร์แน่นอน ส่วนเรื่องที่ชยตร์จะรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร คงไม่สำคัญอีกต่อไป สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือ เธอจะต้องทำให้เพื่อนตัวร้ายของเธอเจ็บจนร้องไม่ออก ให้สาสมกับสิ่งที่เขาทำกับเธอ

               “นังปิ่น แกจะทำอะไร” ชยตร์เริ่มใจไม่ดี เพราะเขาเองก็มีความลับบางอย่างซ่อนเร้นอยู่เช่นกัน

               “รอฟังแถลงข่าวเอาเองก็แล้วกัน อ้อ...แล้วก็ขอบใจแกมากนะ ที่ช่วยชี้ทางสว่างให้ฉัน” ปิ่นปัทม์แสยะยิ้ม และหัวเราะอย่างร้ายกาจ เมื่อมองเห็นหนทางที่จะเอาคืนชยตร์ และยังสามารถหาทางออกให้กับปัญหาของตัวเองได้ในเวลาเดียวกัน งานนี้เรียกว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกถึงสองตัว

เฌอปรางค์นั่งอ่านข่าวเรื่องการตั้งครรภ์ของปิ่นปัทม์อยู่ในห้องรับแขก ด้วยท่าทีครุ่นคิด ราวกับกำลังตีโจทย์ข้อสอบที่ยากที่สุดในชีวิต จักรวาลเดินลงมาจากชั้นบนมองเห็นหญิงสาวนั่งเอาหัวคิ้วชนกันอยู่ จึงแวะเข้าไปนั่งข้างๆ แล้วถาม

               “อ่านข่าวอะไรอยู่เหรอ ทำหน้าเครียดเชียว”    

               “ข่าวคุณปิ่น” หญิงสาวตอบพลางเลื่อนหนังสือพิมพ์ไปตรงหน้าจักรวาล เพื่อให้เขาอ่านเอง

               จักรวาลตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นพาดหัวข่าวเด่นหรา เขาหยิบหนังสือพิมพ์ขึ้นมาพลิกอ่านเนื้อข่าวด้านในนิดหนึ่ง จากนั้นจึงพลิกไปอ่านข่าวกีฬา ราวกับว่าข่าวของปิ่นปัทม์ที่เพิ่งผ่านสายตาไปนั้น ไม่สลักสำคัญอะไร แต่ครู่หนึ่ง เขาก็ต้องละสายตาจากหน้าหนังสือพิมพ์ แล้วหันหน้าเข้าหาหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกาย

               “ทำไมถึงมองหน้าผมอย่างนั้น”

               เฌอปรางค์ไม่ตอบ หากแต่ยังคงจ้องหน้าจักรวาลนิ่ง เธอมองเหมือนเขาเป็นผู้ต้องหาในคดีอุกฉกรรจ์

               “อย่ามองผมด้วยสายตาแบบนี้ ผมไม่ได้ทำปิ่นท้องนะ” จักรวาลรีบแก้ตัว เมื่อเข้าใจความหมายในแววตาของเฌอปรางค์

               “คุณน่ะเข้าข่ายผู้ต้องสงสัยลำดับที่หนึ่ง เพราะคุณเป็นข่าวกับคุณปิ่นมากที่สุด แล้ววันที่ไปงานเลี้ยง ฉันก็เห็นคุณปิ่นตามคุณแจเลย แถมยังมองฉันอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ อย่างนี้จะไม่ให้ฉันคิดว่าเป็นคุณได้ยังไง”

               “เป็นตุเป็นตะเลยนะ คิดได้ยังไงเนี่ย” จักรวาลระบายยิ้มให้กับความช่างคิด ช่างจินตนาการของเฌอปรางค์

               “ยิ้มแบบนี้แปลว่าฉันพูดถูกใช่มั้ย” หญิงสาวตีความหมายไปเอง แล้วทำหน้าง้ำ

               “ไปกันใหญ่แล้ว” จักรวาลระบายลมหายใจออกมานิดหนึ่ง ก่อนจะเอียงตัวเข้าหาเฌอปรางค์ แล้วใช้สายตาคมกริบบังคับให้หญิงสาวมองสบตาเขา จากนั้นจึงพูดว่า “คุณฟังผมให้ดีๆ นะ เรื่องของปิ่นไม่เกี่ยวกับผม ผมไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น คุณต้องเชื่อผม แล้วก็ห้ามคิดอะไรเหลวไหลแบบนี้อีกเด็ดขาด เข้าใจมั้ย”

               “ทำไมฉันต้องเชื่อคุณ”  

               “เพราะผมไม่อยากให้คุณเข้าใจผมผิด”

               “แต่คนอื่นคงไม่เชื่อคุณหรอก” เฌอปรางค์มั่นใจว่าไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว ที่คิดว่าจักรวาลเป็นพ่อของเด็กในท้องของปิ่นปัทม์

               “ผมแคร์แค่คุณคนเดียว” จักรวาลบอกอย่างนุ่มนวล เขาอยู่วงการนี้มานาน เจอกระแสข่าวด้านลบมานับครั้งไม่ถ้วน และทุกครั้งเขาจะพยายามแก้ข่าว หาทางทำให้คนทั้งประเทศเข้าใจ แต่ครั้งนี้เขากลับรู้สึกว่า คนทั้งโลกไม่มีความหมายกับเขาอีกต่อไป เขาขอแค่ผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้างๆ เขาคนนี้เข้าใจก็เพียงพอแล้ว

               ความจริงเฌอปรางค์ก็ไม่ได้ปักใจเชื่อเสียทีเดียวว่า คนที่ทำให้ปิ่นปัทม์ตั้งครรภ์คือจักรวาล แต่จากข่าวที่ผ่านมา และจากพฤติกรรมของทั้งคู่ที่เธอเคยเห็น มันทำให้เธออดที่จะคิดแบบนั้นไม่ได้

               “ห้ามคิดอะไรแบบนี้อีกเด็ดขาด เพราะผมจะไม่มีวันทำให้คุณเสียใจ เชื่อใจผมนะ” จักรวาลกล่าวพลางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยของหญิงสาว เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้เธออีกชั้นหนึ่ง

               “โอเค ฉันจะยอมเชื่อคุณสักครั้งก็ได้” เฌอปรางค์ระบายยิ้มบางๆ บนใบหน้า ก่อนจะไล่ให้เขาไปทำงาน

               “คืนนี้ผมกลับดึกนะ คุณไม่ต้องรอ กลับมาแล้วผมจะเปิดประตูเข้าบ้านเอง” พูดจบ จักรวาลก็ลุกเดินออกจากห้อง แต่ก่อนที่ร่างสูงจะก้าวพ้นกรอบประตู เขาก็หันกลับมาส่งยิ้มให้คนที่นั่งทอดสายตามองตามเขาอยู่ที่โซฟาอีกครั้ง

จักรวาลไม่โกรธที่ถูกเฌอปรางค์กล่าวหาว่าเป็นตัวการทำให้ปิ่นปัทม์ตั้งครรภ์ แต่เขากลับดีใจ ที่หญิงสาวรู้สึกไม่พอใจกับข่าวนี้ เพราะมันหมายความว่า เขามีความสำคัญ และมีผลต่อความรู้สึกของเธอ ไม่ใช่แค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ต้องมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน ด้วยเงื่อนไขของการสร้างภาพ จักรวาลรู้สึกว่า เขากำลังถูกเส้นสายของความผูกพัน มัดหัวใจเขาไว้กับเธอคนนี้แน่นขึ้นทุกวันๆ

ปิ่นปัทม์นั่งอยู่ในวงล้อมของผู้สื่อข่าวจำนวนมากที่มารอฟังการแถลงข่าวเรื่องการตั้งครรภ์ของเธอ นางเอกสาวถอดแว่นกันแดดแบรนด์แนมอันโตออกจากใบหน้า จากนั้นจึงแสร้งกรีดน้ำตาออกมาเป็นสาย สมบทบาทนางเอกเจ้าน้ำตายิ่งนัก

               “คุณปิ่นท้องจริงๆ ใช่มั้ยคะ” ผู้สื่อข่าวสาวรายหนึ่งเปิดประเด็นถามขึ้น เมื่อเห็นว่าปิ่นปัทม์เอาแต่นั่งร้องไห้ ไม่ยอมพูดอะไรนานเกินไปแล้ว

               “พวกคุณยังจะต้องถามปิ่นอีกเหรอคะ ว่าจริงหรือไม่จริง ในเมื่อพวกคุณก็ลงข่าวไปแล้วว่าปิ่นท้อง” พูดจบ นางเอกสาวก็ยกสองมือขึ้นปิดหน้า แล้วปล่อยโฮออกมาดังๆ

               “แล้วใครคือพ่อของเด็กครับ เป็นคนในวงการหรือเปล่า” นักข่าวชายจากสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งถามขึ้นบ้าง

               คราวนี้ปิ่นปัทม์ร้องไห้หนักขึ้นกว่าเดิม “ปิ่นพูดไม่ได้ค่ะ ปิ่นไม่อยากทำลายครอบครัวเขา ปิ่นคงบอกได้แค่ว่าเขาเป็นพระเอกอันดับต้นๆ เท่านั้นค่ะ”

               “หมายความว่าพ่อของเด็ก เป็นพระเอกชื่อดัง ที่แต่งงานแล้วอย่างนั้นเหรอครับ” นักข่าวพยายามตีความจากข้อมูลที่ได้รับ

               “ใช่ค่ะ แต่อย่าให้ปิ่นพูดเลยนะคะว่าเขาเป็นใคร เขาเพิ่งแต่งงานได้ไม่นาน ปิ่นไม่อยากทำร้ายภรรยาเขา ปิ่นเห็นใจลูกผู้หญิงด้วยกันค่ะ ปิ่นรู้ว่าเรื่องแบบนี้มันสะเทือนใจมาก” ปิ่น-ปัทม์พูดพลางร้องไห้สะอึกสะอื้น ดูแล้วน่าเห็นใจเป็นอย่างมาก

               “พระเอกที่เพิ่งแต่งงาน ก็มีแต่คุณจักรวาลคนเดียว” นักข่าวคนหนึ่งเปรยขึ้น

เท่านั้นเอง นักข่าวทั้งหมดก็ฮือฮา วิพากษ์วิจารณ์เป็นการใหญ่ บ้างก็เชื่อ บ้างก็ไม่เชื่อ และในที่สุดนักข่าวสาวคนหนึ่งก็ถามออกไปตรงๆ ว่า

“คุณจักรวาลคือพ่อของลูกคุณปิ่นใช่มั้ยคะ”

ปิ่นปัทม์กรีดน้ำตาออกมาอีกคำรบหนึ่ง ก่อนจะตอบปนสะอื้นว่า “ปิ่นไม่อยากพูดเลยจริงๆ ค่ะ แต่ในเมื่อเรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้ว ปิ่นก็คงปฏิเสธไม่ได้ แต่ปิ่นไม่ได้เรียกร้องให้จักรต้องมารับผิดชอบปิ่นกับลูกนะคะ ลูกคนเดียวปิ่นเลี้ยงได้ค่ะ”

การแถลงข่าวของปิ่นปัทม์ปิดฉากลงด้วยข้อมูลใหม่ซึ่งช็อกวงการยิ่งกว่าเดิม!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 82 (ตอนจบ)

    บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 81

    บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 80

    บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 79

    บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 78

    บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 77

    บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status