Share

บทที่ 36

last update Tanggal publikasi: 2026-10-27 11:02:26

เฌอปรางค์แปลกใจ เมื่อเห็นรถยนต์ไม่คุ้นตาคันหนึ่งแล่นเข้ามาจอดบริเวณหน้าบ้าน แต่เพียงครู่เดียว ความสงสัยของเธอก็มลายไปจนหมดสิ้น เมื่อปิ่นปัทม์ก้าวออกจากรถคันนั้น แล้วเดินตรงดิ่งเข้ามาในบ้านอย่างมาดมั่น ราวกับกำลังเดินอยู่บนแคทวอล์ค

               “ไปขนกระเป๋าที่ท้ายรถฉันออกมาเก็บในบ้านด้วย” นางเอกสาวออกคำสั่งกับแม่บ้านวัยกลางคนที่เดินออกไปรับหน้า

แม่บ้านหันไปสบตากับเฌอปรางค์ ประหนึ่งจะถามว่า เธอควรทำตามคำสั่งของปิ่นปัทม์หรือไม่ แต่เมื่อเจ้านายสาวพยักหน้าเป็นเชิงอนุญาต แม่บ้านผู้นั้นจึงเดินไปหยิบกระเป๋าเดินทางใบโตของปิ่นปัทม์เข้ามาวางไว้ในห้องรับแขก

“ฉันจะมาอยู่ที่นี่” นางเอกสาวประกาศก้อง โดยไม่มองหน้าผู้เป็นภรรยาของจักรวาลที่นั่งอยู่กลางห้อง

“ตามสบาย” เฌอปรางค์ลุกขึ้นบอกเสียงเรียบ สีหน้าไม่บ่งบอกความรู้สึกใดๆ เสร็จแล้วจึงหันหลังเดินขึ้นชั้นบน

“เดี๋ยวก่อน”

“มีอะไร” หญิงสาวเจ้าของบ้านหันกลับไปถามด้วยสีหน้าเรียบเฉยดังเดิม

“นี่เธอไม่โกรธ ไม่โววาย ไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอที่ฉันท้องกับจักร แถมยังขนของมาอยู่ที่นี่อีก” นางเอกสาวแปลกใจ เมื่อเห็นผู้เป็นภรรยาของจักรวาลดูจะไม่หวั่นไหวกับการมาของเธอเลยแม้แต่น้อย หากเป็นภรรยารายอื่น เธอคงถูกไล่ตะเพิดออกจากบ้านไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย

“ฉันจะจัดการเฉพาะกับคนของฉัน ส่วนผู้หญิงของเขา ฉันไม่ยุ่ง” พูดจบ เฌอปรางค์ก็เชิดหน้าเดินขึ้นชั้นบน โดยไม่สนใจคนข้างหลังที่กำลังจะแดดิ้นเพราะคำพูดของเธอ

หลังจากได้รับการรายงานจากแม่บ้านว่า ปิ่นปัทม์หอบกระเป๋าเสื้อผ้าไปอยู่ที่บ้าน จักรวาลก็รีบบึ่งรถกลับบ้านทันที ทั้งๆ ที่ยังถ่ายละครไม่เสร็จ โดยมีเรืองฤทธิ์ตามไปด้วย แม้จะเหยียบคันเร่งจนเกือบมิด ทว่าชายหนุ่มกลับรู้สึกว่ายังไม่ทันใจอยู่นั่นเอง

               “ขับช้าหน่อยก็ได้จักร” เรืองฤทธิ์เตือนด้วยความเป็นห่วง เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุ

               “ผมเป็นห่วงมะปราง กลัวปิ่นจะทำอะไรเธอ” ชายหนุ่มมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด

               “คนอย่างยายมะปรางไม่ยอมให้ใครมารังแกง่ายๆ หรอก” ผู้จัดการส่วนตัวพยายามปลอบ

               จักรวาลรู้ดีว่าเฌอปรางค์มีนิสัยสู้คน ยากที่ใครจะทำร้ายร่างกายเธอได้ง่ายๆ หากแต่จิตใจของเธอนั้นช่างเปราะบาง และอ่อนไหวเกินกว่าใครจะรู้ นี่ต่างหากคือ สิ่งที่ชายหนุ่มกำลังเป็นห่วง

               “พี่ว่ายายปิ่นมันต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ ที่โบ้ยว่าจักรทำให้มันท้องน่ะ พี่จะฟ้องมัน” เรืองฤทธิ์พูดอย่างฉุนเฉียว

               “ผมไม่อยากทำอะไรรุนแรงถึงขนาดนั้น อย่างน้อยเราก็เป็นเพื่อนกัน อีกอย่างปิ่นก็กำลังท้องด้วย แค่เธอท้องไม่มีพ่อก็คงทุกข์ใจมากเกินพอแล้ว ผมไม่อยากซ้ำเติมเธออีก” แม้จะตกอยู่ในสภาพแพะรับบาป แต่จักรวาลก็ยังมีน้ำใจกับปิ่นปัทม์

               “โอ๊ย...พ่อพระเอกนักบุญ ชื่อเสียงก็เสียหาย บ้านก็กำลังจะแตก แล้วยังจะเห็นใจคนอื่นอยู่อีก” เรืองฤทธิ์หันไปมองซุปเปอร์สตาร์หนุ่มอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยว่านี่คือจักรวาลตัวจริง ถ้าเป็นเมื่อก่อน ปิ่นปัทม์คงจะถูกอาละวาดจนอยู่ไม่สุขไปแล้ว แต่ตอนนี้เขากลับใจเย็นได้อย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งเรื่องนี้เรืองฤทธิ์ก็แอบสังเกตมาพักใหญ่แล้วว่า ตั้งแต่มีเฌอปรางค์มาอยู่ด้วย จักรวาลก็เปลี่ยนไปมาก เขาใจเย็นขึ้น รู้จักเห็นอกเห็นใจคนอื่นมากขึ้น ทำอะไรก็นึกถึงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ

               “ช่างเถอะน่าพี่ฤทธิ์ นึกซะว่าสงสารเด็กที่กำลังจะเกิดมาก็แล้วกัน”

               “พูดแบบนี้อย่าบอกนะ ว่าจะยอมรับเป็นพ่อของเด็กน่ะ” เรืองฤทธิ์ร้องถามเสียงสูงปรี๊ด

               “ผมยังไม่บ้าถึงขนาดนั้นหรอกนะพี่ฤทธิ์” จักรวาลรีบปฏิเสธ ถึงแม้เขาจะเห็นใจปิ่นปัทม์มากเพียงใดก็ตาม แต่เขาก็ไม่ใช่พ่อพระผู้ใจบุญถึงเพียงนั้น 

               เมื่อขับรถมาถึงบ้าน จักรวาลก็รีบกระโดดลงจากรถแล้วรีบวิ่งเข้าบ้านทันที ชายหนุ่มมองเห็นปิ่นปัทม์นั่งเชิดหน้าอยู่ที่โซฟา ทว่าเขากลับเดินเลยไปหาแม่บ้านวัยกลางคน ซึ่งยืนสังเกตการณ์อยู่ในมุมหนึ่งของห้องรับแขก โดยไม่ใส่ใจนางเอกสาวแม้แต่น้อย และเมื่อทราบจากแม่บ้านว่า เฌอปรางค์เก็บตัวเงียบอยู่บนห้องนอน จักรวาลจึงรีบวิ่งพรวดขึ้นไปชั้นบนทันที

               เรืองฤทธิ์เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าปิ่นปัทม์ แล้วเหยียดตามองนางเอกสาวอย่างชิงชัง “นังปิ่น ผีเข้ารึไง ถึงได้ทำเรื่องบัดซบได้ขนาดนี้ แล้วเมื่อวานทำไมไม่รับโทรศัพท์ฉันยะ ฉันอุตสาห์ถ่อไปหาถึงคอนโด ยามก็ไม่ให้ฉันขึ้นตึก”

               “พี่ริชชี่อย่าเพิ่งด่าปิ่นเลยค่ะ ให้โอกาสปิ่นได้อธิบายก่อนนะคะ” นางเอกสาวแสร้งตีหน้าเศร้า เตรียมจะเล่าความเท็จ  

               “อย่าเอาวิชาการแสดงมาใช้กับฉัน ฉันไม่หลงกลเธอหรอกย่ะ” เรืองฤทธิ์พูดพลางกระแทกตัวลงนั่งจ้องหน้าปิ่นปัทม์อย่างเอาเป็นเอาตาย “ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้ท้องกับจักร ไร้ยางอายมากเลยนะที่กล้าให้สัมภาษณ์แบบนั้น แล้วคิดบ้างมั้ยว่าการที่เธอทำแบบนั้น มันทำให้จักรเสียชื่อเสียงมากแค่ไหน”

               “ปิ่นไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันออกมาเป็นแบบนี้นะคะ คือว่าปิ่น...ปิ่นถูกบีบบังคับค่ะ มันบังคับให้ปิ่นต้องทำแบบนี้” ปิ่นปัทม์ยกมือขึ้นปิดหน้า แล้วแกล้งร้องไห้ปริ่มว่าจะขาดใจ

               “ใครบังคับเธอ”

               “ก็ไอ้ชยตร์น่ะสิคะ”

               “ชยตร์มันมาเกี่ยวอะไรด้วย” เรืองฤทธิ์ไม่เข้าใจ

               “มันไม่อยากให้ปิ่นเข้าใกล้จักร มันก็เลยปล่อยข่าวว่าปิ่นท้อง เพื่อกันไม่ให้ปิ่นเข้าใกล้จักรอีก” ปิ่นปัทม์บอกพลางแสร้งร้องไห้สะอึกสะอื้นไม่หยุด

               “ทำไมมันต้องหวง ไม่อยากให้เธอเข้าใกล้จักรด้วย” ยิ่งฟัง เรืองฤทธิ์ก็ยิ่งไม่เข้าใจ

“ชยตร์เป็นเกย์ค่ะ มันหลงรักจักรมาตั้งนานแล้ว ทั้งๆ ที่มันก็รู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ แต่มันก็หวง ไม่อยากให้ผู้หญิงคนไหนเข้าใกล้” ปิ่นปัทม์เล่าทุกอย่างเกี่ยวกับชยตร์ให้เรืองฤทธิ์ฟังจนหมดเปลือก และยังบอกไปตามตรงอีกด้วยว่า ที่เธอบอกนักข่าวว่าตั้งครรภ์กับจักรวาลเป็นเพราะต้องการแก้แค้นชยตร์

“เธอสองคนนี่มันชั่วร้ายมากเลยนะ กัดกันเองแท้ๆ แต่ดันลากจักรเข้าไปเกี่ยวด้วย” เรืองฤทธิ์โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง “แต่ถึงยังไง นี่ก็ไม่ใช่เหตุผล ที่เธอจะหอบผ้าหอบผ่อนมาอยู่กับจักรที่นี่”

               ปิ่นปัทม์แสร้งบีบน้ำตาออกมาอีกระรอก พร้อมกับแสดงท่าทีหวาดกลัวแบบสุดๆ ก่อนจะออดอ้อนเรืองฤทธิ์ว่า “ปิ่นไม่กล้าอยู่ที่คอนโดค่ะพี่ริชชี่ ชยตร์มันขู่ว่าจะส่งคนไปทำร้ายปิ่น ให้ปิ่นอยู่ที่นี่เถอะนะคะ ปิ่นกลัวค่ะ”

               “ไม่ได้” เรืองฤทธิ์ปฏิเสธเสียงกร้าว

               “พี่ริชชี่คะ...”

               คำพูดของปิ่นปัทม์ค้างเติ่งอยู่กลางอากาศ เพราะโทรศัพท์มือถือของเรืองฤทธิ์ส่งเสียงร้องขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน นางเอกสาวฉวยโอกาสขณะที่เรืองฤทธิ์จดจ่ออยู่กับการคุยธุระสำคัญกับคนในสาย แอบตามจักรวาลขึ้นไปชั้นบน

ในห้องนอนของเฌอปรางค์ หญิงสาวเจ้าของห้องกำลังเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า โดยไม่สนใจว่าจักรวาลเข้ามายืนมองเธออยู่

               “คุณจะไปไหน” จักรวาลถามอย่างอ่อนระโหย เมื่อคืนนี้เขาเพิ่งเคลียร์เรื่องของปิ่นปัทม์ จนหญิงสาวยอมใจอ่อนอยู่ที่นี่ต่อ แต่เช้านี้สถานการณ์กลับพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมืออย่างรวดเร็ว จนเขาตั้งตัวแทบไม่ทัน

               “ฉันจะไปอยู่ที่ร้านยายแป้น” เฌอปรางค์ตอบเย็นชา

               “คุณส้มแป้น ไปเชียงใหม่กับไอ้เกลือ คุณจะไปอยู่ที่นั่นได้ยังไง”

               หญิงสาวลืมสนิทเลยว่า ภาคินกลับไปดูแลงานที่เชียงใหม่ โดยพาส้มแป้นและแตงโมไปเที่ยวด้วย อีกหลายวันกว่าจะกลับมากรุงเทพฯ อย่างไรก็ตาม นั่นก็ไม่ใช่ปัญหา สำหรับเธอ

“ฉันมีกุญแจร้านคนละชุดกับยายแป้น” เฌอปรางค์ตอบ แล้วหิ้วกระเป๋าเดินออกจากห้อง

               “คุยกันก่อนสิมะปราง” จักรวาลคว้าข้อมือของหญิงสาวเอาไว้

               “ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ” เฌอปรางค์สะบัดข้อมือออก แล้วเดินตรงไปยังประตูห้อง ซึ่งเปิดแง้มอยู่นิดหนึ่ง ทว่าจักรวาลก็ก้าวยาวๆ ไปยืนขวางทางออกเอาไว้

               “ผมไม่ให้คุณไป” ชายหนุ่มบอกอย่างเอาแต่ใจ เพราะไม่รู้จะหาเหตุผลใดมาเหนี่ยวรั้ง รู้แต่ว่าเขาไม่อยากให้เธอจากไป

               หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก เพื่อรวมรวมกำลังใจที่ใกล้จะหมดลงเต็มที แล้วพูดว่า “คุณปิ่นมาประกาศใส่หน้าฉันว่าท้องกับคุณ แถมยังหอบกระเป๋าเข้ามาอยู่ที่นี่อีก แบบนี้คุณจะให้ฉันอยู่ในฐานะอะไรไม่ทราบ”

               จักรวาลยกมือขึ้นกระชับต้นแขนเรียวเล็กทั้งสองข้างของร่างบอบบางตรงหน้าเอาไว้มั่น เขาสบตาเธอนิ่ง แล้วบอกว่า “คุณก็อยู่ในฐานะภรรยาของผมไง อย่าลืมสิว่าเราแต่งงานกันอย่างถูกต้อง ใครๆ ก็รู้”

               “คุณเองก็อย่าลืมสิว่าคุณแค่จ้างฉันมาแต่งงาน เพื่อลบข่าวเกย์ของคุณเท่านั้น เราไม่ได้รักกันจริงๆ เพราะฉะนั้น ฉันจะไปวันนี้ หรือรอให้ครบหนึ่งปี มันก็คงไม่ต่างกัน” เฌอปรางค์ตอบพลางเบือนหน้าหนี เมื่อรู้สึกว่าขอบตาเริ่มร้อนผ่าว และมีน้ำอุ่นๆ รื้นขึ้นมาคลอจวนจะรินไหล

               “เรื่องของเราเริ่มต้นแบบนั้นก็จริง แต่ตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้ว” จักรวาลใช้มือข้างหนึ่งประคองใบหน้าเรียวเล็กของเฌอปรางค์ให้หันกลับมาสบตากับเขาอีกครั้ง แล้วบอกแผ่วว่า “ตอนนี้ผมรักคุณจริงๆ ผมรักคุณนะ และผมก็รู้ว่าคุณก็รักผมเหมือนกัน”

               น้ำตาที่เฌอปรางค์พยายามเก็บกลั้นเอาไว้ หลั่งไหลออกมาอย่างมิอาจต้านทาน เมื่อได้ยินคำว่ารักจากคนที่เธอรัก หญิงสาวคงจะยินดีและมีความสุขมาก หากคำว่ารักของจักรวาล จะไม่มาผิดที่ ผิดเวลาเช่นนี้

               “อย่าพูดว่ารักฉัน ถ้าวันนี้คุณยังมีใครอีกคน” เฌอปรางค์กลั้นใจบอก พลางยกสองมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากใบหน้า แล้วถอยหลังออกห่างจากจักรวาลหนึ่งก้าว

               “ผมไม่มีใคร ผมมีแค่คุณคนเดียว”

               “อย่าพูดอะไรอีกเลย” หญิงสาวยกมือขึ้นห้ามก่อนที่จักรวาลจะพูดอะไรมากไปกว่านี้ นาทีนี้หัวใจเธออ่อนแอเกินกว่าจะแบกรับอะไรได้อีกแล้ว

               เฌอปรางค์ผลักบานประตูออกเบาๆ แล้วชะงักเล็กน้อย เมื่อเห็นปิ่นปัทม์ยืนอยู่หลังประตู แต่เพียงครู่เดียว หญิงสาวก็ปรับสีหน้าเป็นนิ่งเฉย แล้วเดินจากไปแบบไม่เหลียวหลัง

จักรวาลจะวิ่งตามเฌอปรางค์ไป แต่ก็ถูกปิ่นปัทม์รั้งตัวเอาไว้เสียก่อน

               “ปล่อยผม” ชายหนุ่มบอกเสียงแข็ง พร้อมกับสะบัดแขนออกจากการเหนี่ยวรั้งของปิ่นปัทม์อย่างแรง แล้วรีบวิ่งลงไปชั้นล่าง แต่ก็ตามเฌอปรางค์ไม่ทัน เพราะหญิงสาวขึ้นรถแท็กซี่ซึ่งเธอโทร. เรียกให้มารอรับอยู่หน้าบ้านออกไปไกลแล้ว

               หลังจากเฌอปรางค์ออกจากบ้านไปแล้ว จักรวาลจึงหันไปจัดการกับปิ่นปัทม์ หวังจะให้เธอขนกระเป๋าออกจากบ้านเขา แต่กลับถูกนางเอกสาวใช้ความลับเรื่องการแต่งงานจอมปลอมระหว่างเขาและเฌอปรางค์ ซึ่งเธอแอบได้ยินโดยบังเอิญเมื่อครู่นี้มาเป็นข้อต่อรอง

               “ถ้าจักรไม่ให้ปิ่นอยู่ที่นี่ ปิ่นจะแฉเรื่องที่จักรจ้างมะปรางมาแต่งงานหลอกลวงประชาชน”

               “คุณรู้?”

               “เมื่อกี้นี้ปิ่นได้ยินหมดแล้ว และปิ่นก็อัดคลิปไว้แล้วด้วย ถ้าจักรไม่ให้ปิ่นอยู่ที่นี่ ปิ่นจะส่งคลิปให้นักข่าว” ปิ่นปัทม์ยิ้มกริ่มอย่างลำพองใจ ไม่คิดว่าเธอจะโชคดี ล่วงรู้ความลับที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองโดยบังเอิญเช่นนี้

               “คุณขู่ผม”

               “ปิ่นทำจริง” 

               เรืองฤทธิ์ทนไม่ไหว เข้ายื้อแย่งโทรศัพท์มือถือของปิ่นปัทม์ เพื่อที่จะลบคลิปความลับของจักรวาลที่นางเอกสาวแอบถ่าย แต่ปิ่นปัทม์ก็ไม่ยอมปล่อยให้โทรศัพท์มือถือของตนตกไปอยู่ในมือของเรืองฤทธิ์ง่ายๆ

               “ถึงพี่ริชชี่จะลบคลิปออกจากโทรศัพท์ก็ไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ เพราะปิ่นส่งคลิปเข้าไปเก็บไว้ในอีเมลล์เรียบร้อยแล้ว” นางเอกสาวบอกอย่างเป็นต่อ

               จักรวาลถอนหายใจออกมาแรงๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะบอกปิ่นปัทม์ว่า “คุณอยากส่งคลิปนี้ให้นักข่าว หรือให้ใครก็ตามใจคุณเถอะ ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้น แต่ตอนนี้ขอให้คุณออกไปจากบ้านผม และช่วยไปบอกนักข่าวซะใหม่นะ ว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน”

               “จักรแน่ใจนะ ว่าจะให้ปิ่นส่งคลิปนี้ให้นักข่าวจริงๆ” นางเอกสาวหยั่งเชิงอีกครั้ง

               “ผมแน่ใจ คุณอยากทำอะไรก็ตามใจ เพราะมันคงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่านี้แล้วล่ะ”

               เรืองฤทธิ์คัดค้านคำพูดของจักรวาลแทบจะทันทีว่า “ทำแบบนั้นไม่ได้นะ แค่มีข่าวว่าจักรทำยายปิ่นท้องก็แย่พออยู่แล้ว ขืนมีข่าวเรื่องจ้างมะปรางแต่งงานออกมาอีก งานนี้คงได้ตายหมู่แน่ๆ”

               “ผมไม่สนใจชื่อเสียงอะไรทั้งนั้น” นาทีนี้จักรวาลยอมแลกทุกอย่าง เพื่อให้ได้เฌอปรางค์กลับคืนมา

               “จักรใจเย็นก่อน พี่ว่ามันต้องมีทางออกที่ดีกว่านี้ ขอเวลาพี่คิดแป๊บนึงว่าจะเอาไงดี” เรืองฤทธิ์บอกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

               จักรวาลกระแทกกำปั้นลงบนโต๊ะอย่างแรงด้วยความคับข้องใจ จนปิ่นปัทม์สะดุ้งโหยง จากนั้นผู้เป็นเจ้าของบ้านก็เดินไปบอกแม่บ้านให้จัดห้องพักให้ปิ่นปัทม์ แล้วขับรถออกไปสงบสติอารมณ์นอกบ้าน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 82 (ตอนจบ)

    บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 81

    บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 80

    บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 79

    บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 78

    บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 77

    บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status