เข้าสู่ระบบเกือบเที่ยงของวันซูหลินก็ตื่นขึ้นมาด้วยเสียงเรียกของสาวใช้คู่กาย เพราะเห็นว่าผู้เป็นนายไม่ออกมาเสียที ผิดวิสัยคนที่ตื่นเช้าเป็นปกติยิ่งนัก
“นายหญิงเหตุใดตื่นสายเพียงนี้เจ้าคะ หรือว่าท่านมือปราบไม่ยอมปล่อยให้นอนเลย” เย้าผู้เป็นนาย เพราะรู้ดีว่าเมื่อคืนเกิดสิ่งใดขึ้น เสียงดังถึงเพียงนั้นผู้อยู่ห้องใกล้เคียงแทบนอนไม่หลับกันเลยทีเดียว “เจ้าต่างหากที่ไม่ได้นอนขอบตาดำหมดแล้ว คงมิใช่มาแอบฟังข้าหรอกนะ” ย้อนคนสนิทบ้าง มินจูถึงกับไปไม่เป็น แม้ตนจะไม่ได้มาแอบฟังที่เรือนนี้ก็เถอะ “ก็นายหญิงเสียงดังทั้งคืนนี่เจ้าคะ มันทรมานหรือมีความสุขกันแน่ ไยท่านถึงส่งเสียงปานจะขาดใจเช่นนั้น น่ากลัวยิ่งนัก” เอ่ยแล้วก็ลูบแขนตนไปมา ผู้เป็นนายจึงได้แต่ยิ้มเอ็นดู เพราะมินจูพึ่งจะสิบเจ็ด และอยู่กับนางมาตั้งแต่หลุดเข้ามาในยุคนี้ ยังไม่เคยคบหาหรือมีผู้ใดมาเกี้ยว เพราะส่วนมากบุรุษล้วนแต่เพ่งเล็งมาที่ตนมากกว่า ดูท่าต้องมองหาใครสักคนมาสอนเรื่องนี้ให้เด็กสาวแล้วกระมัง นางจะได้รู้ว่าเสียงร้องนั้นหาได้ทรมานไม่ หากจะเป็นเช่นดังว่ามันก็คือความทรมานที่มีความสุข “เจ้าตื่นแล้วหรือ” เสียงทุ้มอ่อนดังมาให้ได้ยิน พร้อมกับร่างสูงที่เดินเข้ามาหา ดูท่าเขาเองคงพึ่งเสร็จงานกระมัง ซูหลินมองเขาแล้วก็นึกกระดากอาย ได้เสียกันยังไม่ทันข้ามคืนนางก็คบชู้อ้าขาให้ผู้อื่นเสียแล้ว หากเขารู้จะไม่เอาดาบในมือบั่นคอนางหรือ คิดแล้วก็หวั่นใจยิ่งนัก เมื่อก่อนอุตส่าห์ไม่ยุ่งกับเขาเพราะอีกฝ่ายมีภรรยา นางไม่อยากทำผิดศีลธรรม แต่เรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นคือนางทำผิดเสียเอง “สภาพเช่นนี้เจ้าทำงานทั้งคืนหรือ” เอ่ยถามเขาเสียงเบา เพราะในใจมันกระดากอายเป็นอย่างมาก “ใช่ ถึงกระนั้นก็ยังหาตัวคนร้ายไม่พบ ไม่รู้ใครที่แอบช่วยให้ที่ซ่อนมัน” กล่าวพร้อมกับจูงมือเล็กเดินไปนั่งคุยกันที่สวน ซึ่งยามนี้มีบ่าวไพร่เดินไปมาแล้ว “เขาทำสิ่งใดมาหรือ ไยต้องตามล่าเพียงนี้” มือเล็กรินชาที่บ่าวพึ่งยกมาให้เขาและตนด้วย รอฟังว่าสหายจะเอ่ยอย่างไรถึงบุรุษที่เขาตามจับ คิดว่าต้องเป็นบุรุษที่ได้เสียกับตนเมื่อคืนเป็นแน่ ยิ่งคิดซูหลินก็ยิ่งเกลียดตนเอง แค่ถูกเสียบและปรนเปรอนางก็ยอมเขาง่าย ๆ “ลักลอบเข้าไปในจวนสกุลจาง พ่อค้าใหญ่ของเมืองนี้ ทางนั้นแจ้งมาว่ามีทรัพย์สูญหายหลายรายการ หากจับตัวได้ต้องรีบส่งให้พวกเขา ทว่าท่านเจ้าเมืองคนใหม่ที่พึ่งมาถึงกลับบอกให้นำตัวคนร้ายไปส่งที่ศาล มิใช่ส่งให้จวนสกุลจาง ฝ่ายนั้นอยากถามสิ่งใดหรือตรวจสอบข้าวของให้ไปที่ศาลได้เลย ท่านเจ้าเมืองจะจัดการให้เอง” ร่ายยาวถึงเรื่องที่เขาไปพบมาเมื่อคืน ซึ่งซือฟานก็มองว่าควรต้องทำเช่นนี้ตั้งแต่แรก ทว่าลำพังหัวหน้ามือปราบอย่างเขาไหนเลยจะกล้าต่อกรกับสกุลจางผู้มีอำนาจได้ อีกฝ่ายมีขุนนางจากเมืองหลวงคอยหนุนหลัง หากเขาขัดขาคนสกุลนี้มีหวังถูกปลดทันทีเป็นแน่ “ก่อนนี้เจ้าเคยบอกว่าสกุลจางทำเรื่องผิดกฎหมาย ทว่าเจ้าเมืองคนเก่ากลับไม่ยอมจับหรือ แสดงว่าเจ้าเมืองคนใหม่คงไม่คิดเช่นเดียวกันกระมัง” เอ่ยอย่างที่คิด ซึ่งสหายก็เห็นดีด้วย เพราะเขาเองก็อยากให้สกุลจางล่มจมไปเสีย เพียงแต่ซือฟานไม่มีกำลังถึงเพียงนั้น คนในหน่วยกว่าครึ่งก็เป็นคนของสกุลจางข้อนี้เขารู้ดี “เจ้าคงอึดอัดที่ต้องทำงานให้สกุลจางสินะ” เอ่ยถามพร้อมกับยื่นมือมากุมมืออีกฝ่ายไว้ “อืม ข้าหวังว่าเจ้าเมืองคนนี้จะเห็นแก่ราษฎร ถึงยามนั้นข้าจะทำงานให้ถวายหัวเชียว” เอ่ยอย่างใจคิด คนฟังจึงได้แต่ยิ้ม ก่อนจะรั้งเขาขึ้นมาเพื่อพากลับห้อง “ไปอาบน้ำเถอะ จะได้พักผ่อน” บอกเสียงอ่อน นางรู้สึกผิดเมื่อหวนนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ทว่าในใจส่วนลึกซูหลินก็มีความสุขยิ่งนักยามอยู่ใต้ร่างคนแปลกหน้า “เจ้าก็ดูเหนื่อย ๆ นะ หรือว่ามีไข้ ถูกข้าจับกินไปหลายรอบเพียงนี้มันก็ไม่แปลกหรอก เช่นนั้นวันนี้ก็พักเถอะ ไม่ต้องออกไปหน้าร้านหรอก” ถ้อยคำแสดงถึงความเป็นห่วงอย่างแท้จริง ไม่ต่างจากคนเมื่อคืนเลย สองเท้าเล็กหยุดลงที่หน้าทางเข้าบ่อน้ำแร่ นางหันกลับมาหาบุรุษที่ยืนอยู่ด้านหลัง แววตาบ่งบอกว่ามีเรื่องในใจ จนคิ้วหนาผูกกันเป็นปมทันที “มีเรื่องใดหรือ?” นัยน์ตาเขาหรี่ลงเมื่อสตรีอันเป็นที่รักดูเศร้าหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด เขาเกรงว่านางจะบอกเลิก ทั้งที่ยังไม่ได้ลองใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเลย เพราะสีหน้าของคนตัวเล็กดูเป็นกังวลราวกับมีเรื่องใหญ่ในใจ “ขะ ข้า” อึกอักเมื่อตั้งใจจะบอกความจริงเขา เพราะเกรงจะเสียสหายที่ดีไป นางคงทรมานใจมากเป็นแน่ “อย่าบอกว่าเจ้าไม่อยากใช้ชีวิตคู่กับข้านะ เราได้เสียกันแล้วและเจ้าก็มีใจให้ข้าด้วย ไยต้องปฏิเสธกันล่ะ” คนตัวโตตีโพยตีพายไปก่อน เพราะท่าทางอีกฝ่ายมันดูเป็นเช่นนั้น ซูหลินจึงได้แต่มองเขาอย่างเอ็นดู “ข้ายินดีที่จะอยู่กับเจ้า เพียงแต่ เอ่อ เพียงแต่ข้าไม่คู่ควร” เอ่ยออกมาแล้วหยุดลงเพื่อทำใจ “ซือฟานข้าไม่ได้มีเจ้าเพียงผู้เดียว เมื่อคืนมีบุรุษเข้ามา ขะ ข้าคิดว่าเป็นเจ้าจึงยอมให้เขาทำเรื่องนั้น ละ และข้าก็ชอบมันด้วย เขาเก่งเหมือนเจ้า จึงทำให้ข้าเผลอไผลไป” บอกแล้วก็ก้มหน้าลง ไม่กล้าสบตาอีกฝ่ายที่ยืนนิ่งอยู่แม้แต่น้อย “นะ นี่เจ้าให้บุรุษอื่นซ้ำรอยข้ากระนั้นหรือ ทั้งที่เจ้าก็มีใจต่อข้า แต่เหตุใดจึงยอมให้คนผู้นั้นเอาเจ้า” ครานี้เสียงที่เคยอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นเดือดดาลอย่างเห็นได้ชัด “ขะ ข้าขอโทษ เจ้าจะเกลียดข้าก็ได้นะซือฟาน ข้ายอมรับผิดทุกอย่าง” บอกเสียงสั่น แม้ว่าการรับผิดในครานี้จะดูเป็นเรื่องโง่ ทว่ามันก็ดีกว่าปิดบังแล้วต้องทนอึดอัด อย่างน้อยก็บอกกล่าวเขาให้รู้ก่อนที่จะตกลงปลงใจกัน เรื่องมันอาจจะบานปลายกว่านี้ หากบุรุษผู้นั้นโผล่มาในสักวันอย่างที่เขาได้เอ่ยเอาไว้ “รับผิดว่าเจ้าก็ชอบดุ้นเอ็นคนผู้นั้นน่ะหรือ ไร้ยางอายยิ่งนัก ข้าคงกระแทกเจ้าเบาไปจนไม่หนำใจสินะ” ว่าแล้วก็ดันร่างเล็กเข้าด้านในแล้วปิดประตู “ซือฟานเจ้าทำให้ข้ากลัว” เสียงสั่นเปล่งออกมา เมื่อคนตัวโตมีท่าทีต่างออกไปจากที่เคย “กลัวแต่เจ้าก็ยังยอมให้ดุ้นเอ็นอื่นสอดเข้ารูกระนั้นหรือ มันเด้ากระแทกเจ้าท่าใดกัน ถึงได้กล้ายอมรับกับข้าตรง ๆ หรือนัดหมายมันให้มาหาอีก” ยังคงไต่สวนคนตัวเล็กราวกับนางคือคนร้าย หากจะคิดเช่นนั้นก็ไม่ผิดนัก เพราะยามนี้นางเป็นของเขาแล้ว แต่ยังไปนอนอ้าขาให้ผู้อื่นเอาอีก ไม่ให้เขาโกรธคงเป็นไปไม่ได้เสียงหยาบของเนื้อกระทบกันเริ่มดังขึ้น เมื่อบุรุษรูปร่างใกล้เคียงกันเริ่มขยับเด้าสะโพกใส่เมียรักของพวกเขา ซึ่งครางไม่เป็นภาษาแล้วในยามนี้ ใครจะคิดว่าการร่วมรักสามคนผัวเมียมันจะดีถึงเพียงนี้ “อ๊า…เสียวเหลือเกิน…เราเอากันทุกวันเลยดีหรือไม่” ฉางเล่อเอ่ยออกมาอย่างที่ใจคิด ยามนี้พวกเขากำลังช่วยกันประคองเมียตัวน้อย พร้อมกับอัดเด้ากระแทกทั้งหน้าและหลัง ในท่วงท่าที่ต่างออกไปจากปกติยิ่งนัก “อื้อ…เมียจะนอนอ้าขารอผัวมาเด้าดุ้นใส่อย่างเดียวเลย อูว…ผัวข้าเก่งทั้งสองคนเลย” ชมทั้งคู่ไม่ขาดปาก ซึ่งคำพูดทุกอย่างคนที่แอบดูอยู่ถึงกับตัวสั่นเทา นางหลบคนของฉางเล่อมาเพราะเป็นห่วงผู้เป็นนาย แต่เท่าที่เห็นในยามนี้นางห่วงตนเองมากกว่า เพราะดันมีความต้องการขึ้นมาเสียได้ ด้านล่างนางเปียกแฉะหมดแล้ว “หึหึ มาแอบดูจนไม่ไปไหน คงมิใช่อยากครางเหมือนนายเจ้าหรอกนะ” เสียงด้านหลังดังมาจนนางตกใจ รีบหันมาก็เห็นว่าเป็นคนของท่านเจ้าเมือง จึงหมายจะเดินหนี ทว่าร่างเล็กกลับถูกกอดรัดจากด้านหลัง ก่อนที่มือใหญ่จะเลื่อนมาที่หน้าอกของนางแล้วบีบขยำมัน อีกข้างเขาสอดเข้าไปใต้อาภรณ์นางกดนิ้วฝังลงที่ร่องกลีบทันที “เยิ้มเชียว อยากหรือ
ร่างเล็กขยับกายลุกนั่ง ทว่าขานางก็ยังตั้งชันและอ้าออก เพราะมีสหายยืนเสียบดุ้นคาอยู่ นางยกมือขึ้นคล้องคอเขาหนึ่งข้าง ก่อนจะยื่นอีกข้างมาหาผู้ที่ยืนมองอยู่ รั้งเขามายืนข้างกันซึ่งฉางเล่อไม่ได้มีท่าทางขัดขืนแม้แต่น้อย เพราะเขาถูกใจสตรีตรงหน้ามาก ไม่มีใครรับความดิบเถื่อนและความต้องการที่มีมากของเขาได้เท่าซูหลินแล้ว “ข้าขอแค่มีเจ้าสองคนก็พอ ถึงแม้ข้าจะมักมากต้องการอยู่บ่อยครั้ง ทว่าข้าไม่อยากเป็นสตรีที่กินไม่เลือก หรือผู้ใดก็ได้ จากนี้เราอยู่กันสามคนผัวเมียได้หรือไม่ ข้าเชื่อว่าเจ้าสองคนสามารถทำให้ข้าอิ่มได้ทุกวันอยู่แล้ว” เอ่ยในสิ่งที่คิด คนหนึ่งนางก็มีใจให้ ส่วนอีกคนก็เอวดีไม่แพ้กัน จะให้ปล่อยทิ้งไปนางก็เสียดาย หากตกลงกันได้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี “ข้ายินดีเพราะข้าไม่มีใคร ครอบครัวข้าก็ไม่มีใครอยู่คัดค้านแล้ว ส่วนเรื่องแต่งงานให้เจ้าตัดสินใจ ข้าอย่างไรก็ได้ ขอแค่ให้ข้าได้เอาเจ้าทุกวันเป็นพอ” ว่าพร้อมกับบีบเต้างามตรงหน้าอย่างหมั่นเขี้ยว เพราะมันน่าฟัดเหลือเกิน “อื้อ…เจ้าคนหื่น” ตำหนิเสียงกระเส่า “เช่นนั้นเราก็อยู่กันเช่นนี้สามคนผัวเมีย ส่วนเรื่องแต่งงานหากเจ้าไม่อายผู้คน ข้าก็ยินดีจะ
ซูหลินมองทั้งสองสลับกันไปมา เมื่อเห็นว่าการพูดคุยมันดูต่างออกไป ราวกับทั้งคู่รู้จักกัน “ก็ใครอยากให้ใต้เท้าปรนเปรอเมียข้าไม่เต็มที่ล่ะ สะกิดนิดเดียวนางก็ครางเสียงหวานแล้ว ใครจะไปอดใจไม่เอาดุ้นเอ็นสอดใส่เข้าไปได้ หรือท่านจะเถียง” ว่าพร้อมกับรั้งเอาชุดคนตัวเล็กออก จนเหลือเพียงร่างกายเปลือยเปล่า มองส่วนไหนก็งดงามดึงดูดดียิ่งนัก เห็นแล้วด้านล่างเขามันก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที และอยากสอดใส่เข้าไปเต็มทน “เร็วหน่อยมิได้หรือ ข้าก็อยากเด้าเมียเหมือนกันนะ ไม่ได้เสียบมาตั้งครึ่งวัน คิดถึงจะแย่” ถ้อยคำท้ายหันมาเอ่ยกับคนตัวเล็กที่มองเขาตาปริบ ๆ ซือฟานไม่ได้ตอบ ทว่าเร่งเอวสอบตนเด้ารัวราวกับจะทำให้อีกฝ่ายเห็นว่าตนนั้นเก่งกาจเรื่องนี้เพียงใด สตรีเพียงหนึ่งเดียวจึงได้แต่ร้องครางเสียวปานจะขาดใจ เพราะด้านบนมีปากหนาของเจ้าเมืองหนุ่มดูดกินพร้อมกับบีบขยำไปด้วย เกิดเป็นความเสียวอย่างที่สุดเพราะไม่เคยพบพานมาก่อน ทำเอาร่างเล็กสะดุ้งเป็นพัก ๆ “อ๊า…ชอบหรือตอดแน่นเชียว” เสียงครางจากคนเด้าดุ้นเอ็นเอ่ยออกมา พร้อมกับสูดปากในบางครั้ง “อื้อ…ข้าชอบ มันตื่นเต้น อ๊า…แรงอีกผัวจ๋า เด้าเข้ามาแรง ๆ อื้อ” ร้องบอกให้คนตัวโตอั
ซูหลินตัวสั่นเทาเมื่อเห็นอารมณ์ที่คุกรุ่นของเขา จึงขยับเข้าใกล้พร้อมกับสอดมือโอบเอวเขาไว้ ซบหน้าลงที่ไหล่ก่อนจะเลื่อนมือมาลูบแผงอกแกร่ง “ข้าคิดว่าเขาคือเจ้าจริง ๆ นะ จึงได้คล้อยตามในคราแรก ทว่าต่อมาพอรู้ว่าคนผู้นั้นมิใช่เจ้าก็ขัดขืน แต่แรงข้าแค่นี้ไหนเลยจะช่วยตนเองได้ อย่าลืมว่าเจ้าเองก็ทำกับข้าเช่นนี้เราจึงได้เสียกัน และข้าก็ชอบมากด้วย ขอโทษที่ข้าเป็นคนมักมากจนหักห้ามใจมิได้ หากเจ้ารังเกียจก็จากไปเสียเถอะ จากนี้ระหว่างเราก็ให้ถือว่าเป็นคนแปลกหน้าก็แล้วกัน” สิ้นคำนางก็ถอยออกมาจากร่างแกร่ง “ซูหลินนี่เจ้ามีข้าคนเดียวมิพอหรือ” คำถามนี้แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ไม่คิดว่าสตรีที่ตนมีใจจะกล้ายอมรับว่าตนมักมากในกามราคะอย่างเปิดเผยเช่นนี้ “ขะ ข้าเองก็ไม่รู้ แค่รู้สึกว่ามันไม่อิ่ม และข้าก็ต้องการมันตลอดเวลา เป็นเพราะเจ้าซือฟาน เจ้าปลุกความต้องการที่หลับใหลมานานของข้า ทำให้มันตื่นขึ้นจนไม่อาจหยุดได้ ยามนี้ก็เช่นกัน” ประโยคหลังเอ่ยเสียงเบา เพราะรู้สึกกระดากอายอยู่ไม่น้อย แต่ถึงกระนั้นซูหลินก็อยากบอกถึงความต้องการของตน และมันมีมานานแล้วตั้งแต่อยู่ในยุคปัจจุบัน ซึ่งไม่อาจทำตามใจตนได้ เพราะนางคือนัก
เกือบเที่ยงของวันซูหลินก็ตื่นขึ้นมาด้วยเสียงเรียกของสาวใช้คู่กาย เพราะเห็นว่าผู้เป็นนายไม่ออกมาเสียที ผิดวิสัยคนที่ตื่นเช้าเป็นปกติยิ่งนัก “นายหญิงเหตุใดตื่นสายเพียงนี้เจ้าคะ หรือว่าท่านมือปราบไม่ยอมปล่อยให้นอนเลย” เย้าผู้เป็นนาย เพราะรู้ดีว่าเมื่อคืนเกิดสิ่งใดขึ้น เสียงดังถึงเพียงนั้นผู้อยู่ห้องใกล้เคียงแทบนอนไม่หลับกันเลยทีเดียว “เจ้าต่างหากที่ไม่ได้นอนขอบตาดำหมดแล้ว คงมิใช่มาแอบฟังข้าหรอกนะ” ย้อนคนสนิทบ้าง มินจูถึงกับไปไม่เป็น แม้ตนจะไม่ได้มาแอบฟังที่เรือนนี้ก็เถอะ “ก็นายหญิงเสียงดังทั้งคืนนี่เจ้าคะ มันทรมานหรือมีความสุขกันแน่ ไยท่านถึงส่งเสียงปานจะขาดใจเช่นนั้น น่ากลัวยิ่งนัก” เอ่ยแล้วก็ลูบแขนตนไปมา ผู้เป็นนายจึงได้แต่ยิ้มเอ็นดู เพราะมินจูพึ่งจะสิบเจ็ด และอยู่กับนางมาตั้งแต่หลุดเข้ามาในยุคนี้ ยังไม่เคยคบหาหรือมีผู้ใดมาเกี้ยว เพราะส่วนมากบุรุษล้วนแต่เพ่งเล็งมาที่ตนมากกว่า ดูท่าต้องมองหาใครสักคนมาสอนเรื่องนี้ให้เด็กสาวแล้วกระมัง นางจะได้รู้ว่าเสียงร้องนั้นหาได้ทรมานไม่ หากจะเป็นเช่นดังว่ามันก็คือความทรมานที่มีความสุข “เจ้าตื่นแล้วหรือ” เสียงทุ้มอ่อนดังมาให้ได้ยิน พร้อมกับร่างสู
ฉางเล่อยกยิ้มเมื่อได้ยินสรรพนามที่นางเอ่ยเรียก จึงชักดุ้นเอ็นเข้าออกถี่รัว พร้อมกับจับสองขานางอ้าออกกว้าง อัดกระแทกตัวตนลงไปจนดังลั่นห้อง ซึ่งไม่นานนักทั้งคู่ก็ถึงจุดหมายอย่างที่ใจต้องการ และมันก็เริ่มใหม่ทันทีเมื่อคนใต้ร่างยังไม่อิ่ม นางลุกขึ้นมานั่งคร่อมเขาไว้ อีกฝ่ายก็เหยียดขาออกไป สองมือจับสะโพกกลมบีบขยำอย่างมันมือ และช่วยดันเข้าหาตนเองยามนางขยับ “อ๊า…ต้องแบบนี้สิเมียรัก…อูว..เก่งยิ่งนักเมียจ๋า” ชมอย่างที่คิด เพราะคนตัวเล็กเด็ดถึงใจเขายิ่งนัก ไม่เสียแรงที่แอบเข้ามาจนได้จับนางกิน ดูท่าคืนนี้คงอีกยาวนานเป็นแน่ เพราะซูหลินมีพลังเหลือเฟือยิ่งนัก “ผัวจ๋า…กินนมให้เมียที…อูย..เสียวรูเหลือเกิน” อ้อนเขาเสียงกระเส่า พร้อมกับแอ่นอกที่ตั้งชันให้ คนตัวโตก็ไม่รอช้ารีบดูดกลืนเม็ดไตเพิ่มความเสียวให้นางทันที “อื้อ...เสียวเหลือเกินผัวจ๋า” ร้องบอกพร้อมกับขยับโยกกายดันรูรักตนใส่ดุ้นเอ็นไปด้วย บางครามันลึกจนรู้สึกได้ แต่นั่นมันยิ่งทำให้เสียวมากขึ้น จนนางไม่อาจหยุด และกดเน้นลงหนัก ๆ เพื่อให้มันถึงจุดที่เรียกว่ามันเป็นที่สุด “อ๊า…ขอลิ้นผัวที…ข้าอยากดูดมัน” นี่แหละคือสิ่งที่ฉางเล่อถูกใจ ซูหลินมักร้อง
ซือฟานหันมาสนใจสาวงามอีกรอบ ทำให้ซูหลินต้องวักน้ำใส่เพื่อไล่เขาออกไปให้พ้น ทว่าคนที่มักหยอกล้อนางก็ยังคงไม่ยอมถอยห่าง มิหนำซ้ำยังเอ่ยเย้าอีก“ข้าเปียกแล้วจะลงไปแช่น้ำกับเจ้านะ”“หยุดนะ!! ข้าเป็นสตรี ซ้ำยังเปลือยอยู่ห้ามเจ้าลงมา ออกไปได้แล้ว” แหวใส่ทันทีเมื่อเห็นเขาทำท่าก้าวลงมา“ข้ามิลงก็ได้ แต่เจ้
บนโลกมีสิ่งมหัศจรรย์มากมายเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ใครจะคิดว่าเรื่องเหล่านั้นจะเกิดกับเราได้ล่ะ โดยเฉพาะเรื่องที่เราหลุดเข้ามาอีกโลกซึ่งมันเหมือนเป็นการย้อนอดีตแต่สำหรับข้าถือเป็นเรื่องโชคดีมาก จากวันที่เดินหลงอยู่ในป่าเมื่อสามปีที่แล้ว ข้าก็ได้รู้ว่าตนเองมิได้อยู่ในยุคแห่งความรุ่งเรืองอีกต่อไป
หลังจากเสร็จกิจบนเตียง ซือฟานก็พาเมียหมาด ๆ ไปชำระล้างเนื้อตัว ก่อนจะพากลับมานอนกกกอดกัน ทว่ายังไม่ทันไรเขาก็ถูกตามตัวอีกจนได้ เพราะนายคนใหม่ได้มาถึงแล้ว เขาจึงจำต้องไปต้อนรับ“ข้าจะรีบกลับ เจ้านอนพักไปก่อนเลยนะไม่ต้องรอ” เอ่ยแล้วก็ก้มลงจุมพิตแก้มเนียนแผ่วเบาซูหลินมองตามร่างแกร่งที่กำลังเดินจากไป
ยิ้มร้ายผุดขึ้นมาเมื่อสตรีอันเป็นที่รักร้องขอ พร้อมกับตั้งขาขึ้นมารอ ทำเอาใจแกร่งพองโตมิน้อย ไม่เสียแรงที่ต่อต้านบิดาจนสามารถหย่ากับภรรยาได้ แม้ว่าเขาจะถูกตัดขาดจากสกุลเสิ่นก็เถอะ แต่เห็นเช่นนี้ก็ถือว่าคุ้มแล้ว“เช่นนั้นก็รอรับดุ้นผัวได้เลยนะเมียรัก” ร่างสูงเหยียดกายตั้งตรง คุกเข่าลงกลางหว่างขานาง







