LOGINบทที่ 15 เปิดตัวหอโอสถเฟิ่งหวง1
ผู้คนที่ทราบข่าวการเปิดตัวของหอโอสถเฟิ่งหวง ซึ่งวันเปิดกิจการได้มีการจัดประมูลโสมคนอายุ 500 ปี ก็ทยอยเดินทางเข้าสู่เมืองหยาง เพื่อมาดูว่าโสมอายุมากขนาดนั้นมีจริงหรือไม่ หรือแค่สร้างเรื่องให้ผู้คนสนใจเท่านั้น แม้ผู้คนจะไม่เชื่อมากนักแต่ก็ยังดั้นด้นเดินทางมา โดยเฉพาะคนเมืองหลวงและเมืองใกล้เคียง ด้วยระยะเวลาที่ไม่มากทำให้ผู้คนที่อยู่ไกลจากเมืองหยางไม่อาจเดินทางมาทันวันเปิดกิจการ
โรงเตี๊ยมในเมืองมีคนเข้าพักจนเต็มทุกที่ ถนนสายการค้าก็แน่นขนัดไปด้วยผู้คน ซูเม่ยที่ยามนี้ปลีกตัวมาดูความเรียบร้อยของหอโอสถที่จะเปิดกิจการในวันพรุ่งนี้ นางมองภาพความครึกครื้นเบื้องล่างจากชั้นสามของอาคารหอโอสถอย่างสนใจ
แม้ซูเม่ยจะไม่มีกิจการโรงเตี๊ยม แต่โรงเตี๊ยมในเมืองหยางทุกโรงก็รับวัตถุดิบทำอาหารจากร้านฟู่จินของนาง ไหนจะร้านอาหารแผงลอยก็ล้วนซื้อวัตถุดิบจากร้านของนางเช่นกัน แม้แต่ร้านขายธัญพืชเองก็ผันตัวมาเป็นพ่อค้าคนกลางรับซื้อสินค้าจากชาวบ้านมาขายให้ร้านฟู่จินแทนที่จะขายปลีกเอง ซึ่งพ่อค้าคนกลางเหล่านี้ได้ทำสัญญาการค้ากับร้านฟู่จินที่ไม่สามารถเอาเปรียบชาวบ้านได้ ปากท้องของผู้คนในเมืองหยางตอนนี้จึงมีฟันเฟืองใหญ่คือตระกูลตวนมู่
“หากพรุ่งนี้มีคนร่วมประมูลมาก ข้าจะเพิ่มโสมอีก 1 ต้น ท่านลุงอันฉีว่าดีหรือไม่”
“ย่อมดีขอรับ ไม่เช่นนั้นหอโอสถคงได้แตกแน่ๆ”
“ข้าก็คิดเช่นท่านลุงอันฉี พรุ่งนี้ท่านลุงอันฉีคงต้องเพิ่มจำนวนผู้ดูแลหอโอสถป้องกันความวุ่นวายที่อาจจะเกิดขึ้น”
“ขอรับ”
และวันเปิดตัวหอโอสถเฟิ่งหวงก็มาถึง ซูเม่ยที่วันนี้แต่งกายด้วยชุดสีแดงขาวปักลวดลายเหลียนฮวาที่ชายกระโปรง รวมกับเทคนิคการแต่งหน้าและเครื่องสำอางสมัยใหม่ ทำให้นางดูงดงามกว่าทุกวัน ซึ่งผู้ที่เดินทางไปงานเปิดตัววันนี้มีเพียงนางและท่านลุงหูอันฉีเท่านั้น น้องๆของนางไม่ได้ไปร่วมงานด้วยเพราะพวกเขายังเด็กนักและผู้คนวันนี้ก็มากหน้าหลายตาเกินไป
หน้าหอโอสถแน่นขนัดไปด้วยผู้คนที่รอเข้าร่วมการประมูล และซื้อสมุนไพรที่มีส่วนลดถึง 3 ส่วน แม้ยามนี้จะยังไม่เปิดหอโอสถก็ตาม
ซูเม่ยที่ปรากฏตัวหน้าหอโอสถก็เรียกสายตาผู้คนได้เป็นอย่างดี ด้วยความงดงามที่โดดเด่นจนลมหายใจสะดุด ทำเอาชายหนุ่มหลายคนถึงกับจิตล่องลอยเมื่อยลโฉมนาง ซูเม่ยก้าวขึ้นบนบันไดของหอโอสถ ดวงตากลมโตกวาดมองลูกค้าของนางในวันนี้และยกยิ้มตามจริตคุณหนูในห้องหอ
“วันนี้ข้าในฐานะคุณหนูใหญ่ตระกูลตวนมู่มาเป็นตัวแทนของตระกูลเพื่อเปิดหอโอสถเฟิ่งหวงอย่างเป็นทางการ” เมื่อสิ้นเสียงไพเราะราวกระดิ่งลมของซูเม่ย ทั่วบริเวณก็เงียบกริบ ก่อนที่เสียงปรบมือค่อยๆดังขึ้นพร้อมกับเสียงประทัดเสริมสิริมงคลให้ค้าขายมั่งคั่งร่ำรวย
“หอโอสถเฟิ่งหวงมีแพทย์โอสถทั้งสิ้น 10 คนที่จะคอยดูแลลูกค้าทุกท่าน วันนี้สมุนไพรทุกอย่างในชั้นที่ 1 จะมีส่วนลดให้ทุกท่าน 3 ส่วนทุกรายการ ส่วนชั้นที่ 2 เป็นสมุนไพรหายากลูกค้าต้องเป็นฝ่ายแจ้งทางเราว่าต้องการสมุนไพรหายากชนิดใด และวันนี้ในชั้นนี้จะมีการประมูลสมุนไพรหายากอย่างโสม 500 ปี ลูกค้าทุกท่านสามารถเข้าร่วมประมูลได้ทุกคน” สิ้นเสียงของซูเม่ย ผู้คนก็ส่งเสียงฮือฮาออกมาว่ามีการประมูลจริงๆ แต่จะเป็นโสม 500 ปีจริงหรือไม่ พวกเขาจะคอยดู
“กฎของหอโอสถเฟิ่งหวงมีเพียงข้อเดียวคือ...ห้ามก่อความวุ่นวาย...เพราะสมุนไพรทุกชนิดในหอโอสถล้วนมีคุณภาพสูง”
“....”
“และทุกมุมของหอโอสถเฟิ่งหวงก็มีผู้ดูแลอย่างเข้มงวด ลูกค้าโปรดเลือกซื้อสมุนไพรด้วยความสงบ”
“....”
ซูเม่ยได้ถือว่าได้เอ่ยข้อตกลงกับทุกคนแล้ว หากมีใครก่อความวุ่นวายคงได้มีการเชือดไก่ให้ลิงดูเป็นตัวอย่าง ตอนนี้สายตาของผู้คนที่มางานเปิดตัวหอโอสถเฟิ่งหวงล้วนแต่กวาดมองไปยังมุมต่างๆของหอโอสถก็เป็นจริงดังคำกล่าวของคุณหนูใหญ่ตวนมู่ ทุกมุมมีผู้ดูแลชายฉกรรจ์ยืนหน้าตาเคร่งขรึม จนพวกเขาอดเสียววาบที่ต้นคอแปลกๆมิได้
แต่ก็มีบางพวกที่ดูแคลนกิจการที่ดูแลด้วยสตรี และอยากลองดี....
“คารวะท่านเจ้าเมืองและรองเจ้าเมืองเจ้าค่ะ หอโอสถเฟิ่งหวงรู้สึกเป็นเกียรติที่ท่านทั้งสองมาร่วมงานในวันนี้”
“อ่า คุณหนูใหญ่ตวนมู่ไม่ต้องมากพิธี คนกันเองๆ”
“พวกเราคงมิได้มาช้าไปใช่หรือไม่ คุณหนูใหญ่ตวนมู่”
“หากท่านรองเจ้าเมืองหมายถึงการประมูลละก็...กำลังจะเริ่มเจ้าค่ะ” ซูเม่ยตอบคำถามรองเจ้าเมืองโดยไม่สนใจสายตาคมกริบ คล้ายอยากมองให้ทะลุตัวนาง
“ฮ่าๆๆ ข้าเสียมารยาทแล้ว แต่วันนี้คุณหนูใหญ่ตวนมู่งดงามเป็นพิเศษจริงๆ” รองเจ้าเมืองหลี่ห่าวอู๋เก็บสายตา และเฉไฉกลบเกลื่อนอย่างแนบเนียน
“ขอบคุณ ท่านรองเจ้าเมืองที่กล่าวชม เชิญท่านเจ้าเมืองและรองเจ้าเมืองทางนี้เถิดเจ้าค่ะ ข้าได้เตรียมที่นั่งพิเศษไว้ให้ทั้งสองท่านแล้ว” ซูเม่ยไม่กล้าผลีผลามกับรองเจ้าเมืองคนนี้ที่มีเขี้ยวเล็บที่ไม่ธรรมดา กองกำลังของนางยังไม่แข็งแกร่งพอจะสู้กับอำนาจเดิมของแคว้นอย่างพวกตระกูลขุนนางชั้นสูง
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







