Masukบทที่ 26 กลับเมืองหลวง3
สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่น
ในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา
‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’
ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา
‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ
‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้องปลอดภัย’
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า โดนนางจับได้เสียแล้ว หยู่หลงคงแสบเหมือนมารดาสินะ” ชินอ๋องเมื่อเห็นข้อความถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดัง จนองครักษ์เงาแทบตกลงมาจากที่หลบซ่อนด้วยความตกใจ
เขายิ้มออกมาเต็มใบหน้าหลังจากที่เคร่งเครียดมาหลายวัน ทั้งเรื่องราวในราชสำนัก ทั้งเรื่องของสตรีอันเป็นที่รักและบุตรชายหญิง ที่ทำเขากังวลไปหมดทุกอย่าง ยามนี้เขามีจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตเสียแล้ว
กว่าคืนนั้นจะได้เข้านอน ชินอ๋องหนุ่มกลับนั่งลูบกระดาษที่มีลายมือของสตรีอันเป็นที่รัก เขาสัมผัสได้ถึงความห่วงใยจากนางแล้ว กำลังใจที่ถูกเติมเต็มจนล้นเหลือจากข้อความสั้นๆ ทำให้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงหลับตาลงด้วยรอยยิ้ม และนอนหลับสนิทที่สุดในรอบหลายวันที่ผ่านมา
ต้นยามซื่อ ( 09.00 น.) เจ้าของวังชินอ๋องเตรียมเดินทางออกนอกวังไปย่านการค้าของเมืองหลวง รถม้าค่อยๆเคลื่อนออกจากประตูของวังที่แทบจะปิดตายทุกเวลา ไม่รับแขก ไม่มีงานเลี้ยง และไม่รับเทียบเชิญ จนหญิงสาววัยออกเรือนทั้งหลายถึงกับน้ำตาตก เพราะชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีราชโองการเลือกคู่ครองเอง ซึ่งจะไม่มีสมรสพระราชทานมาบังคับเขาได้
รถม้าค่อยๆชะลอจอดที่โรงน้ำชาเฟยหย่าที่เพิ่งเปิดใหม่ได้ไม่นาน แต่ด้วยความแปลกตาของอาคาร และการตกแต่งที่งดงาม ทำให้มีลูกค้าไม่ขาดสาย จนต้องจองก่อนถึงจะได้เข้าใช้บริการ ที่นี่จึงเต็มไปด้วยลูกค้ากระเป๋าหนักทั้งหลาย โดยเฉพาะคุณหนูคุณชายจากจวนขุนนางหรือคหบดีผู้ร่ำรวย
“ถึงแล้วพะยะค่ะ” เฟยหรง
ชินอ๋องเปิดม่านขึ้นก่อนจะเสด็จลงจากรถม้าสีดำโอ่อ่าหรูหรา ประดับด้วยหยกเย็นรอบคันจึงทำให้บรรยากาศภายในเย็นกำลังดีไม่ร้อนจนเกินไป
“ท่านอ๋องเชิญเสด็จที่ห้องรับรองพะยะค่ะ” ผู้จัดการโรงน้ำชาเมื่อเห็นบุคคลที่เขาเฝ้ารอตั้งแต่เช้าปรากฏกายขึ้นหน้าโรงน้ำชาก็ออกมารับเสด็จทันที ตามคำสั่งตรงจากเจ้านายสาวเจ้าของโรงน้ำชาตัวจริง
ชินอ๋องเสด็จตามชายวัยกลางคนที่ออกมาต้อนรับไปยังชั้นสามของโรงน้ำชาแห่งนี้ ที่มีไว้สำหรับแขกคนสำคัญที่ต้องการข่าวสารเท่านั้น
ใช่แล้วโรงน้ำชาเฟยหย่าคือหอขายข่าวที่สร้างขึ้นพร้อมกันในทุกแคว้นด้วยตำลึงจำนวนมหาศาล และเป็นกิจการภายใต้ตระกูลตวนมู่ที่ใครๆต่างคาดไม่ถึง
ประตูห้องรับรองถูกปิดลงพร้อมกับชายที่นำทางได้ออกจากห้องไป
“ท่านอ๋อง โรงน้ำชาแห่งนี้แปลกประหลาดยิ่งนักและชั้นนี้ก็ไม่มีแม้แต่กาน้ำชาด้วยซ้ำ กระหม่อมว่ามันแปลกเกินไป” เฟยหรง
“ชั้นนี้ไม่มีน้ำชาขายหรอก เปิ่นหวางมาซื้ออย่างอื่น” เฟยหรงเมื่อได้ฟังคำของท่านอ๋องก็ยิ่งงุนงง แต่ไม่นานนักเขาก็ได้คำตอบที่ต้องการว่าท่านอ๋องมาซื้อสิ่งใด
ครืด....
เสียงเลื่อนของบางอย่างดังขึ้น ก่อนที่ผนังห้องรับรองจะเลื่อนขึ้นจากพื้นหายไปบนเพดานห้อง สร้างความตกตะลึงให้กับแขกสูงศักดิ์และองครักษ์หนุ่มอย่างยิ่ง
“ผนังเลื่อนได้....” เสียงแผ่วเบาดังจากปากที่อ้าค้างขององครักษ์คนสนิท แต่ชินอ๋องกลับเก็บอาการได้ดีกว่ามีเพียงดวงตาที่เบิกขึ้นเล็กน้อยเท่านั้นที่บ่งบอกว่าชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงกำลังตกตะลึงกับสิ่งนี้
“ต้องขออภัยที่ให้ลูกค้าต้องรอนาน” ชายชราผู้หนึ่งกล่าวขึ้น ขณะที่เขาเดินมาจากอีกฝากฝั่งของผนังห้องที่ติดตั้งกลไกแปลกประหลาดไว้และห้องนี้ไม่เพียงมีกลไกแต่ยังมีกฎด้วย กฎซึ่งเขียนติดไว้ก่อนจะเข้ามาว่า
‘ผู้ที่เข้ามาจะต้องทิ้งยศถาบรรดาศักดิ์ไว้ด้านนอก ภายในห้องจะมีเพียงผู้ขายกับลูกค้าเท่านั้น’
“ไม่เป็นไร” ชินอ๋องกล่าวเสียงเรียบ
“นี่คือข้อมูลที่ลูกค้าต้องการ” ชายชราไม่ถามแม้สิ่งที่ลูกค้าต้องการ แต่เขากลับวางเอกสารไว้ตรงหน้าลูกค้า เหมือนทราบความต้องการนั้นอยู่แล้วล่วงหน้า
ชินอ๋องหนุ่มหยิบเอกสารที่ถูกวางลงตรงหน้าขึ้นมาอ่าน โดยมีองครักษ์อย่างเฟยหรงยืนอยู่เบื้องหลัง สายตาคมกวาดสายตาอ่านเอกสารแผ่นแล้วแผ่นเล่าก็รู้สึกตึงเครียดขึ้นมา เฉกเช่นเดียวกับเฟยหรงที่อ่านไปพร้อมกับเจ้านายของเขา
“ท่านอ๋อง นี่มัน.....”
“ใช่ ข้อมูลที่เรากำลังสืบหา ที่สืบแทบตายก็ไม่สามารถโยงใยไปถึงข้อมูลเบื้องลึกเบื้องหลังได้”
“ข้อมูลครบถ้วนหรือไม่ขอรับ หากข้อมูลครบถ้วนโรงน้ำชาเฟยหย่าขอปิดการขายเพียงเท่านี้ ส่วนเรื่องราคา เนื่องจากลูกค้าต้องการข้อมูลเพื่อปกป้องแว่นแคว้น ทางโรงน้ำชาเฟยหย่าจะไม่คิดเงินในส่วนนี้ ขอบคุณลูกค้าที่ใช้บริการขอรับ” ชายชราพูดจบก็ถอยหลังจากไป ก่อนที่ผนังจะค่อยๆเลื่อนลงมาดังเดิม และผู้จัดการโรงน้ำชาก็มาเชิญแขกสูงศักดิ์กลับลงไปยังชั้นล่างที่เป็นในส่วนโรงน้ำชาอย่างแท้จริง
ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเมื่อได้ข้อมูลที่ต้องการก็เสด็จขึ้นรถม้ามุ่งหน้าสู่วังหลวงทันที เพื่อนำเอกสารนี้ถวายให้พระอนุชาซึ่งเป็นฮ่องเต้ของแคว้นซ่ง และปรึกษาหาทางยับยั้งเรื่องที่จะเกิดขึ้นหรือหากไม่อาจยับยั้งคงต้องเตรียมการรับมือ....สงคราม
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







