Home / รักโบราณ / ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์ / บทที่ 5 บ้านใหม่กับการเตรียมเสบียง3

Share

บทที่ 5 บ้านใหม่กับการเตรียมเสบียง3

last update Last Updated: 2026-01-21 22:02:37

บทที่ 5  บ้านใหม่กับการเตรียมเสบียง3

ปลายยามโหย่วแล้ว (19.00) ห้องทำงานของเรือนเหลียนฮวายังคงสว่างไสว  เสียงปรึกษาแผ่วเบายังคงดังเล็ดลอดออกมาไม่ขาดสาย

“ท่านลุงอันฉี  วันพรุ่งเพื่อนๆของท่านลุงจะเดินทางมาถึงยามใดเจ้าคะ” 

“คงจะไม่เกินยามซื่อ(9.00-11.00) ขอรับ บางคนอาจจะมีครอบครัวตามมาด้วย  ทั้งหมดน่าจะเกือบ 100  คน”  หูอันฉีกล่าวรายงาน

“เยอะถึงเพียงนั้นเลยหรือพี่ฉี”  กัวเหวินชางตาโตขึ้นด้วยความตกใจ  เจ้าของชื่อที่ถูกถามได้แต่พยักหน้ารับเบาๆ

‘อันที่จริงมีมากกว่านั้นเสียอีก นี่เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น หึหึ’  หูอันฉีคิดในใจ

“คนที่มีครอบครัวท่านลุงอันฉีก็ให้นายช่างหวังสร้างเรือนเล็กๆ ใกล้กับอาคารที่พักคนงานได้เลย” ซูเม่ยเมื่อทราบว่ามีบางคนมีครอบครัวก็นึกถึงที่พักตามรีสอร์ตเป็นหลังๆทันที  ต่อไปคงต้องซื้อที่ดินเพิ่มและสร้างเป็นหมู่บ้านไปเลย

“....”  หูอันฉีพยักหน้าอย่างเข้าใจ และดีใจแทนเพื่อนๆที่กำลังเดินทางมาถึง  ก่อนหน้านี้ทุกคนต่างระหกระเหินเร่ร่อนกันคนละทิศละทางปกปิดตัวตนเร้นกายอยู่อย่างยากลำบาก ครานี้คงจะสบายขึ้นเสียที

“สวนผลไม้ตอนนี้ได้ผลดียิ่งนัก  ผิงกั่ว  จวี๋จือ  เถาจื่อ คงราว 6 เดือนจะเริ่มเก็บเกี่ยว  ส่วนซีกวา  ผูเถา  เฉ่าเหมย หน้าหนาวนี้ก็เก็บเกี่ยวได้แล้วขอรับ” เจียงลู่คงที่เป็นหัวหน้าสวนผลไม้รายงานความคืบหน้าของหน้าที่ตนเอง

“แปลงนาอีกราว 2 สัปดาห์ก็เก็บเกี่ยวได้แล้วขอรับ  ข้าวพันธุ์นี้ได้ผลผลิตรวดเร็วยิ่งนัก ปกติกว่าจะเก็บเกี่ยวได้ต้องรอราว 4  เดือนทีเดียว”  กัวเหวินชางก็ไม่น้อยหน้ากล่าวรายงานผลงานของตนปนตั้งข้อสังเกตเล็กน้อย

‘อ่า  ไม่เร็วได้อย่างไร วารีมรกตของนางเร่งแล้วเร่งอีกเช่นนี้’  ซูเม่ยคิดในใจ

“ส่วนโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ทั้งไก่และเป็ดอย่างละ 150  ตัวออกไข่รอบแรกแล้ว   ปลาก็โตพอจะนำมาทำอาหารได้  หมู 60  ตัวอาจจะต้องรออีกสองสามเดือนขอรับ” เจียงลู่คงเมื่อเห็นคุณหนูยังไม่กล่าวแสดงความเห็นอันใดก็รายงานต่อทันที

“คุณหนูใหญ่ขอรับโรงเรือนสัตว์ของเราจะทนหน้าหนาวได้หรือขอรับ” หูอันฉีที่นั่งฟังอย่างตั้งใจกล่าวเสริมขึ้น เพราะสัตว์พวกนี้มักเปราะบางอ่อนแอ หากหนาวยาวนานเช่นที่คุณหนูกังวล พวกมันอาจจะไม่รอด

ซูเม่ยได้ฟังคำถามนั้นก็ครุ่นคิดเล็กน้อย  โลกโน้นของนางพวกโรงเรือนมักจะเป็นแบบปิด ถ้าหากดัดแปลงมาใช้กับที่นี่คงจะได้ผลเช่นกัน

“วันพรุ่งข้าจะลองออกไปหาของบางอย่างที่ท่าเรือ  หากโชคดีเราจะได้นำมาดัดแปลงโรงเรือนให้ทนรับหน้าหนาวนี้ได้”  เมืองหยางเป็นเมืองท่าที่มักจะมีชาวต่างแดนมาขายของนางจะลองหาผ้าใบดู  หากไม่มีจริงๆค่อยหาข้ออ้างนำออกมาจากในมิติ

ทุกคนพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“สวนผักช่วงนี้หนักหน่อยขอรับ  อาจจะต้องหาคนงานเพิ่ม  เพราะผักเก็บเกี่ยวได้เร็ว ทั้งผลผลิตที่ได้ก็ต้นใหญ่อวบอ้วนทั้งนั้น  และยังต้องปลูกต่อเรื่อยๆ  คนงานที่มีอยู่งานล้นมือเสียแล้ว”  กัวเหวินชางเริ่มหนักใจกับปัญหาคนงาน กับงานที่ไม่สอดคล้องกัน  สวนผักจะว่าง่ายก็ง่าย  แต่เนื่องจากผักค่อนข้างโตเร็วจนน่าประหลาดทำให้แผนที่วางไว้อาจจะต้องปรับเปลี่ยน  กว่าจะถึงหน้าหนาวผักคงได้ราว 4 รอบ แทนที่จะเป็น 3 รอบที่วางไว้ตอนแรก

“ท่านอาชางจัดคนงานเพิ่มตามสมควรได้เลย  หากจะให้ดีสร้างโรงเรือนตามแบบนี้เพิ่มสัก 10 หลัง  ข้าจะทดลองปลูกผักในฤดูหนาว  เตรียมต้นกล้าซีหงซื่อ (มะเขือเทศ)  ไป๋ช่าย(ผักขาดขาว)  คงชินช่าย(ผักบุ้ง) ชิงช่าย(กวางตุ้ง) ไว้ให้มากเสียหน่อย หน้าหนาวนี้จวนตระกูลตวนมู่จะได้มีผักสดกินในหน้าหนาวกัน” ซูเม่ยพูดพร้อมกับยื่นกระดาษออกแบบโรงเรือนที่มีระบบเปิดปิดหลังคาได้ให้กับกัวเหวินชาง

บุรุษวัยกลางคนทั้งสามต่างตกอยู่ในภวังค์ความคิดที่มีคำว่า ‘ปลูกผักหน้าหนาว’ วนเวียนอยู่ในหัว รับแบบโรงเรือนมาก่อนจะพากันรุมจ้องจนกระดาษแบบทะลุ  พร้อมกับจินตนาการภาพตามแบบ ก่อนจะพอนึกผลได้ลางๆ ว่าวิธีการเช่นนี้น่าจะพอมีความเป็นไปได้   

“ท่านลุงอันฉีเนินสูงติดริมน้ำตรงท้ายไร่เป็นไปได้หรือไม่ถ้าจะเลี้ยงม้าสัก  100  ตัว” ซูเม่ยถามขึ้นทำให้บุรุษทั้งหลายหลุดจากภวังค์สวนผัก

“ย่อมได้ขอรับคุณหนูใหญ่  ที่ตรงนั้นกว้างขวางอาจจะพอเลี้ยงได้ถึง 500 ตัวด้วยซ้ำ”  หูอันฉีพอคุณหนูพูดถึงม้าเขาก็ตาใสระริกอย่างตื่นเต้นขึ้นมาทันที  อาชาพ่วงพีฝีเท้าว่องไวแข็งแรงไหนเลยจะสู้ม้าศึกเหงื่อโลหิต  ม้าที่ฉลาดและซื่อสัตย์ที่สุด

“ต้องรบกวนท่านลุงอันฉีแล้ว  หาผู้เชี่ยวชาญกับหมอมาประจำที่โรงเลี้ยงม้าด้วยนะเจ้าคะ”

“ได้ขอรับคุณหนู” หูอันฉีระงับความตื่นเต้น ก่อนจะตอบรับทันที

“หน้าหนาวใกล้เข้ามาแล้ว  ข้าวของเราแม้จะเก็บเกี่ยวได้หลายหมื่นชั่ง  แต่ไม่ควรชะล่าใจ  ตระกูลเราต้องเลี้ยงคนจำนวนมาก กระจายคนของเราออกไปเมืองใกล้เคียงกว้านซื้อข้าว  แป้ง ธัญพืชมาให้มากเสียหน่อย โดยเฉพาะข้าวโพด” 

“ข้าวโพดที่เรามีก็มากพอสำหรับสัตว์แล้วนะขอรับ”  เจียงลู่คงทักท้วงขึ้น เพราะก่อนหน้าเขาได้ไปรับซื้อข้าวโพดจากหมู่บ้านหนึ่งมาเตรียมไว้สำหรับทำอาหารสัตว์แล้ว ซึ่งเพียงพอแน่นอน

“ข้าวโพดนอกจากสัตว์แล้วคนก็กินได้  แล้วยังเป็นแหล่งพลังงานที่ดีทำให้ร่างกายอบอุ่นอีกด้วยซื้อมาเก็บไว้ย่อมมีประโยชน์  วันพรุ่งนี้ก็เอามาสักสองสามตะกร้าเถิด ข้าจะทำอาหารให้ลองกินกันดู”  ซูเม่ยที่มีความรู้เรื่องอาหารอัดอยู่เต็มหัวก็อธิบายให้ท่านลุงท่านอาเข้าใจทันที ทอดมันข้าวโพด   ซุปข้าวโพด  ไหนจะของกินเล่นอย่างข้าวโพดคั่วราดน้ำผึ้ง  และยังมีของคาวหวานอีกหลายชนิดที่ทำจากแป้งข้าวโพด 

“....” บุรุษทั้งสามฟังอย่างตั้งใจทั้งยังชื่นชมในความรอบรู้ของคุณหนู   เพราะเรื่องปากท้องย่อมสำคัญในหน้าหนาวนี้เป็นอย่างมาก  ยิ่งมีมากยิ่งอุ่นใจ

“อีก 7 วันข้างหน้าข้าจะขึ้นเขาอินซานเตรียมคนของเราไปสัก 10  คน  เราจะไปหาเสบียงเพิ่มกัน”

“ขอรับ/ขอรับ/ขอรับ”

ปลายสารทฤดู สายลมแผ่วเบาใบไม้ปลิดปลิวใบแล้วใบเล่าเป็นภาพที่งดงามในสายตาของคนมีเงิน เศรษฐี  คหบดี  แต่กลับกลายเป็นสัญญาณของช่วงชีวิตที่ทุกข์ทรมานสำหรับคนยากไร้ ชนชั้นเกษตรกร  เหมันต์ฤดูกำลังมาเยือนในไม่ช้า  แต่ละเมืองเริ่มติดประกาศเตือนประชาชนเกี่ยวกับวิกฤตภัยธรรมชาติที่กำลังจะเกิดขึ้น  หน้าหนาวที่ยาวนานกว่าทุกปี  และอาจจะมีพายุหิมะตามมา   

ซูเม่ยก็เตรียมความพร้อมสำหรับครอบครัวของนางเช่นกัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26  กลับเมืองหลวง2

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 26  กลับเมืองหลวง1

    บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได

  • ซูเม่ย พระชายาเซียนแพทย์   บทที่ 25  ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1  

    บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status