LOGINบทที่ 6 ขุมทรัพย์บนเขาพร้อมกับเรื่องราวอันน่าตกใจ3
“โสมคน 500 ปี”
“....” ทุกคนหันขวับไปมองโสมหัวแรกที่ถูกขุดขึ้นมา ซึ่งใหญ่เท่าแขนคนเลยทีเดียว มีแขนและขาคล้ายคน ต้นขาวอวบ ที่สำคัญอายุ 500 ปี แต่ละคนนิ่งเงียบก่อนจะลงมือขุดอย่างรวดเร็ว ด้วยความอยากรู้ว่าหัวที่ตนขุดนั้นอายุเท่าไหร
“โสม 100 ปี 85 ต้น”
“โสมมากกว่า 100 ปี แต่ไม่ถึง 500 ปี 68 ต้น”
“โสม 500 ปี 54 ต้น”
“โสมมากว่า 500 ปี แต่ไม่ถีง 1000 ปี 45 ต้น”
“โสม 1000 ปี 30 ต้น”
“ละ...และ โสมมากกว่า 1000 ปี 18 ต้น”
‘แม้แต่ฮ่องเต้แต่ละแคว้นยังมีโสมอายุ 100 ปีไม่เกิน 3 ต้นเลย พวกเขามาอยู่กับตัวตนใดกันแน่เนี่ย’ ต่างคนต่างคิดไปในทางเดียวกัน โดยเฉพาะท่านลุงทั้งสามที่มองด้วยความชื่นชมและนับถือ ช่างคล้าย...คล้ายกับคนผู้นั้นเหลือเกิน
“เรารวยแล้วเจ้าค่ะท่านลุง เอาไปประมูลสักต้นสองต้นก็เลี้ยงคนงานไปได้เป็นสิบปีแล้วเจ้าค่ะ คิคิ” ซูเม่ยคิดอย่างดีใจ นางหลุดทุนก็คราวนี้ละแล้วยังได้กำไรเป็นกอบเป็นกำอีกด้วย
“แล้วคุณหนูจะขนกลับอย่างไรขอรับ กระบุงนี้ใส่ได้กระบุงหนึ่งก็ไม่เกิน 3 ต้นเท่านั้น” หูฮุ่ยซิ่วทักท้วงขึ้นอย่างจนใจ เพราะขุดเพลินจนลืมคิดวิธีนำกลับออกจากป่า
“อ่า...” เอาไงดีละที่นี้ ซูเม่ยใคร่ครวญในใจ ถ้ากวาดเข้ามิติก็ต้องเปิดเผยความลับ แต่หากจะต้องขนออกไปด้วยคนก็ต้องใช้เวลานาน และต้องเดินไปมาหลายรอบ หากตามคนมาช่วย คนก็จะรู้แหล่งที่มาของมันมากขึ้น
‘แค่พวกท่านลุงก็คงไม่เป็นไร ต่อไปจะทำอันใดก็สะดวกมากขึ้น’ ซูเม่ยตัดสินใจจะเผยความลับเฉพาะกับท่านลุงทั้งสาม ส่วนคนที่เหลือคงต้องใช้เจ้าสิ่งนั้น....
ว่าแล้วซูเม่ยก็ลงมือกวาดโสมทั้งหมดที่กองอยู่บนพื้นถ้ำหายวับไปในมิติ จนคนที่อยู่ในโถงถ้ำทั้งหมดถึงกับอ้าปากค้าง เพราะภาพตรงหน้าช่างน่าอัศจรรย์ราวกับการเสกของเทพเซียนในตำราปรัมปรา
‘โสมหายไปได้อย่างไร หายไปไหน คุณหนูใหญ่ทำได้อย่างไร’ และคำถามอีกมากมายเกิดขึ้นในใจของทุกคน โดยเฉพาะท่านลุงทั้งสาม แต่เมื่อเห็นสายตาของคุณหนูที่บ่งบอกว่า ‘อย่าเพิ่งถามตอนนี้’ พวกเขาก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ
“เอาล่ะ กลับออกไปเถอะ คนข้างนอกคงกังวลใจแล้วที่พวกเราหายเข้ามาเสียนานเช่นนี้” ซูเม่ยเอ่ยขึ้นฉุดสติของทุกคนเข้าร่าง พวกเขาหันมองหน้าหัวหน้าของตน เมื่อไม่เห็นท่าทีใดก็เตรียมออกจากถ้ำหลังน้ำตกนี้ทันที แม้สติจะยังไม่เต็มส่วนกันก็ตาม
ทุกคนทะยานออกมาถ้ำหลังน้ำตก ท่ามกลางความโล่งอกของคนด้านนอกที่รอคอยอย่างกังวลเพราะผ่านพ้นไปเป็นชั่วยามแล้วยังไม่มีใครส่งข่าวออกมา
เท้าบางแตะริมฝั่งเพียงเสี้ยวลมหายใจ ซูเม่ยก็วาดมือเก็บเห็ดหลินจือทั้งหมดเข้ามิติเช่นกัน ทุกคนที่อยู่ริมฝั่งเพิ่งคลายความกังวลใจก็ตกตะลึงจนลมหายใจสะดุดกลางคันอีกครั้ง ส่วนพวกที่เจอเป็นครั้งที่สองที่สติกลับมาไม่เต็มส่วนยังไม่ชินกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็มีอาการมิต่างกัน ยกเว้นบุรุษระดับหัวหน้าทั้งสามที่พอควบคุมอาการได้แล้วจึงแค่นิ่งเฉยไปเท่านั้น
และไม่ทันที่คนทั้งหมดจะตั้งตัว นางก็ซัดเข็มเคลือบยาลบความจำเข้ากลางหน้าผากของทุกคนยกเว้นท่านลุงทั้งสามของนาง ก่อนที่พวกเขาจะคล้ายคนเลื่อนลอยไปชั่วขณะทันที
หูอันฉี หูฮุ่ยซิ่ว หูฮุ่ยหมิ่น มองการกระทำของหญิงสาวตรงหน้าอย่างตกใจ เมื่อเห็นลูกน้องที่โดนซัดเข็มเหล่านั้นคล้ายคนไม่มีสติทั้งที่ยังลืมตาก็มีความหวาดเกรงแวบเข้ามา ก่อนจะคุณหนูใหญ่ของพวกเขาจะเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ
“พวกเขาแค่กำลังถูกลบความจำก่อนหน้า มิเป็นอันตรายถึงชีวิตเพียง 1 เค่อเท่านั้น ระหว่างนี้ก็มาคุยกันหน่อยเถิดเจ้าค่ะ” ชายวัยกลางคนทั้งสามเมื่อฟังดังนั้นก็คลายความกังวล ต่างพนักหน้าเห็นด้วยที่จะลบความทรงจำเหล่านั้น ด้วยยาที่ไม่เคยรู้ว่ามียาเช่นนี้อยู่ด้วย เรื่องที่เหลือเชื่อและวิเศษไม่สมควรจะมีผู้รับรู้มากมายจริงๆ
ซูเม่ยเริ่มเล่าเรื่องตั้งแต่นางถูกขายแก่หอนางโลมอีกครั้ง จนถึงจุดสำคัญของเรื่องที่นางตายแล้วฟื้นขึ้นมาในป่า พร้อมความทรงจำและความรู้มากมาย รวมถึงมิติ ซึ่งเปรียบเสมือนขุมทรัพย์ที่ทำให้นางและครอบครัวเปลี่ยนแปลงไป โดยละเรื่องโลกเก่า เทพชะตา ดวงจิตต่างๆเอาไว้
พวกเขาฟังเรื่องเหนือธรรมชาติ เหนือกฎเกณฑ์ใดๆที่เกิดขึ้นกับหญิงสาวเบื้องหน้า ก็ได้แต่คิดไปในแนวทางเดียวกันว่าเป็นเพราะเทพเซียนบนสวรรค์เห็นใจจึงมอบสิ่งวิเศษนี้ให้กับเด็กสาวที่น่าสงสารคนนี้
คนที่โดนลบความทรงจำหายจากความเลื่อนลอยก็ทำตัวปกติคล้ายกับเพิ่งเสร็จจากการพัก และพากันออกเดินทางออกจากป่า ชายวัยกลางคนทั้งสามต่างยอมใจกับประสิทธิภาพของยาลบความจำ
แต่เมื่อกลับถึงจวนก็เกิดความวุ่นวายขึ้น เนื่องจากคุณหนูใหญ่ของจวนเป็นลมหมดสติไปขณะกำลังเดินไปยังโรงครัวเพื่อดูเรื่องอาหารเย็น จนต้องตามหมอกันวุ่นวายไปหมด เจียงลู่คงแทบจะหิ้วคอหมอชรามาจากโรงหมอด้วยซ้ำ เพราะเกรงว่าคุณหนูของตนจะเป็นอันตรายหากรอท่านหมอชราที่เดินชักช้าเกินไป
“ท่านหมอ พี่ใหญ่เป็นเช่นไรบ้างขอรับ” ซูเหวินที่ยังพอควบคุมอารมณ์อ่อนไหวได้ แตกต่างจากน้องสาวทั้งสองของเขาที่ร้องไห้จ้าจนหลับไปแล้ว เขาเอ่ยถามท่านหมอที่นั่งจับชีพจรพี่สาวของเขาทันที
ท่านหมอตงหยางหมอประจำโรงหมอฟู่ชางที่จับชีพจรของหญิงสาวบนเตียง ถอนมือออกอย่างช้าๆ ก่อนจะหันไปมองเด็กชายที่ถามเขาเมื่อครู่และตอบข้อสงสัยทันที
“คุณหนูท่านนี้ไม่ได้เจ็บป่วยอันใด แค่อ่อนเพลียจากการ...เอ่อ...”
“จากอะไรขอรับ” เหล่าท่านลุงท่านอาต่างกดเสียงต่ำกดดันหมอชรา จนเขาหายใจแทบไม่ออก ก่อนจะรีบเอ่ยตอบทันที
“การตั้งครรภ์ขอรับ”
ตอนพิเศษ 4 เทียนหยู หยู่หลง และเย่วซิน4“ท่านพี่......” เสียงอ่อนของทั้งสามสาวดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน แต่ไม่ได้ทำให้พี่ชายทั้งสองใจอ่อนได้เลย“กลับไปพวกเจ้าทั้งสามต้องโดนลงโทษ เรื่องนี้พี่คงต้องแจ้งเสด็จแม่โดยตรง” ซื่อจื่อโอวหยางเทียนหยูเอ่ยคาดโทษน้องสาวทั้งสาม“เสร็จศึกคราวนี้ น้องจะไปรับโทษกับเสด็จแม่โดยการไม่แต่งงานตลอดชีวิตเอง” เยว่ซินเอ่ยตอบอย่างองอาจจนได้รับมะเหงกจากพี่ชายใหญ่ ยามหน้าสิ่วหน้าขวานน้องสาวเขายังทำเป็นเล่นอีก“ท่านพี่...น้องแค่อยากช่วย” เยว่ชิงเอ่ยกับพี่ชายเสียงอ่อย“ใช่เพคะ ดูสิเรือนี้ใหญ่มากเสด็จทวดโจวจิ้งห่าวมอบให้ แต่พวกเรามาติดตั้งปืนใหญ่เอง” เยว่ชื่อกล่าวอย่างภาคภูมิใจในผลงานนี้ของทั้งนางและพี่สาวทั้งสองปังงงงงง บึ้มมมมมมเสียงปืนจากเรือกลไฟของศัตรูที่เริ่มรุกคืบเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ซื่อจื่อเข้าประชิดตัวน้องสาวก่อ
ตอนพิเศษ 4 เทียนหยู หยู่หลง และเย่วซิน3ชาวบ้านเมืองหยางถูกอพยพออกจากเมืองทั้งหมดอย่างรวดเร็วเมื่อกองทัพหลวงมาถึง จวนตระกูลตวนมู่ที่ยามนี้อยู่ในความดูแลของกัวเหวินชาง และเจียงลู่คงจึงปิดจวนตะกูลตวนมู่ พาคนไปอาศัยในหมู่บ้านเฟยซานและเอ้อซานเป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง“ซื่อจื่อพะยะค่ะ ยามนี้พวกมันทอดสมอห่างจากท่าเรือของเมืองหยางราว 6 ลี้ จะทำเช่นไรดีพะยะค่ะ” รองแม่ทัพเตียวลี่จ้ง (หลานชายของอดีตแม่ทัพอุดรเตียวเหลียง)“รอก่อน เมื่อพวกมันหันกระบอกปืนกลไฟใส่เราเมื่อใด ก็ลงมือได้ทันที” ซื่อจื่อกล่าวเสียงเรียบ ยามนี้เขาอยู่ในชุดเกราะสีดำทมิฬที่พัฒนาขึ้นให้ป้องกันกระสุนปืนได้ทุกชนิด“ท่านพี่จะมาเล่นโดยไม่ชวนข้าได้เช่นไร” เสียงราวกับบุรุษขี้เล่นดังขึ้นด้านหลังทำให้ซื่อจื่อหนุ่มหันไปมองน้องชายคนรองที่ยามนี้กำลังนั่งอยู่บนหลังเจ้าเสี๋ยวไป๋อย่างสบาย ซึ่งเจ้าพยัคฆ์หนุ่มยามนี้ตัวโตเต็มวัยจนใหญ่กว
ตอนพิเศษ 4 เทียนหยู หยู่หลง และเย่วซิน2“พะยะค่ะ ท่านอ๋อง” เฟยเทียนหมุนกายจากไป ก่อนจะชำเลืองมองฮูหยินของเขาที่ยังคงรับใช้พระชายาไม่ไปไหนเช่นกัน แม้พระชายาจะมอบจวนให้หรือกิจการให้ ชิงชิงก็ไม่คิดจากจากไปไหน ยังคงรับใช้สตรีที่ฉุดนางออกมาจากกรงขังทาสที่ไร้อิสระ“ลูกจะส่งข่าวให้พี่ชายรองด้วยเพคะ” เยว่ซินพูดจบก็ได้รับการพยักหน้าจากมารดา ก็หมุนกายจากไปทำตามที่พูดทันทียามนี้ท่านชายโอวหยางเทียนหยูขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่แทนบิดาและมีฐานะเป็นซื่อจื่อที่ต้องสืบทอดตำแหน่งอ๋องต่อจากบิดาในอนาคต ส่วนท่านชายโอวหยางหยู่หลงชอบอิสระในชีวิตจึงก่อตั้งสำนักยุทธ์ขึ้นมาและมีลูกน้องภายใต้การดูแลนับหมื่นคนส่วนท่านหญิงฝาแฝดทั้งสองยามนี้กลายเป็นปรมาจารย์แพทย์โอสถที่อายุน้อยที่สุด และยังคงออกท่องเที่ยวเดินทางไปยังแคว้นต่างๆ แต่คาดว่าอีกไม่กี่เดือนคงกลับมา เพราะใกล้จะถึงวัยปักปิ่นเต็มทีค่ายทหารนอกเมืองหลวง
ตอนพิเศษ 4 เทียนหยู หยู่หลง และเย่วซิน1วังชินอ๋องแคว้นซ่งวังชินอ๋องที่เคยเงียบเหงาเพราะเจ้านายของวังไม่เคยได้พำนักที่วังนัก แต่หลังจากที่ชินอ๋องโอวหยางหนิ่งเฉิงได้แต่งชินหวางเฟยก็ทำให้วังที่เคยเงียบสงบจนน่าขนลุกกลับกลายเป็นมีชีวิตชีวา แต่กลับมีชีวิตชีวาจนเกินไปเสียแล้ว...“ท่านชายหยู่หลงช้าลงหน่อยพะยะค่ะ แฮ่กๆๆ” หยู่หลงที่ยามนี้อยู่บนหลังเจ้าพยัคฆ์ที่เขาเพิ่งตั้งชื่อให้มันว่าเสี่ยวไป๋ กระโจนซ้ายทีขวาทีหลีกหนีเหล่าบรรดาขันทีพี่เลี้ยงอย่างสนุกสนาน“ท่านพี่รอซินซินด้วย!!!”โฮกกกกกกกกกก พยัคฆ์อีกตัวถูกตั้งชื่อว่าเสี่ยวเฮยวิ่งกระโจนมาอย่างรวดเร็วพาเจ้านายสาวตัวน้อยข้ามศีรษะของบรรดาพี่เลี้ยงทั้งหลายก่อนที่มันจะวิ่งมุ่งตรงไปทางตำหนักใหญ่“ท่านชาย!!! ท่านหญิง!!!!” พี่เลี้ยงขันทีต่างลอบปาดเหงื่อกับบรรดาเจ้านายน้อยๆ ที่คล้ายจะไม่ได้ยินเสียงพวกเขาแม้แต่น้อยขบวนนางกำนัลขันทีต่างมุ่งไปตำห
ตอนพิเศษ 3 ท่านชายหนานซูเหวินและท่านหญิงหนานซูเจียว (พิเศษ:ชิงชิงกับเฟยเทียน)5มู่หว่านชิงผลักองครักษ์หนุ่มที่ทาบทับตัวนางแต่ร่างสูงกลับไม่ขยับแม้แต่น้อย แต่ไม่นานนักคนตัวโตก็รู้สึกตัวจึงขยับลุกขึ้น ร่างบางของมู่หว่านชิงจึงผุดลุกขึ้นและเช็ดริมฝีปากของตนเองทันทีด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ“แม่นางชิงชิงข้าขออภัย มันเป็นอุบัติเหตุ แต่ข้ายินดีรับผิดชอบ” เฟยเทียนเอ่ยเสียงเรียบหนักแน่นเมื่อได้รับโอกาส หากสำเร็จแล้วละก็...เขาจะตอบแทนสหายทั้งสองอย่างดีแน่นอน อันที่จริงแล้วก็สามารถพลิกกายหลบได้แต่เขาจงใจให้เป็นเช่นนั้น...หึหึ“ข...ข้า..ข้าไม่รู้!!!” มู่หว่านชิงที่ไม่รู้จะทำเช่นไรกับเหตุการณ์เช่นนี้จึงถอยหลังก่อนจะซอยเท้าวิ่งหนีไปด้วยความเขินอาย“พี่ชิงชิง/พี่ชิงชิง” หลานมี่อิงกับหลานมี่อันเรียกพี่สาวที่วิ่งหนีหายไป ก่อนจะโค้งกายคำนับองครักษ์หนุ่มที่หมุนกายตามพี่สาวไปเช่นกันเฟยเทียนที่ตอนแรกยังคงหน้าตายแ
ตอนพิเศษ 3 ท่านชายหนานซูเหวินและท่านหญิงหนานซูเจียว (พิเศษ:ชิงชิงกับเฟยเทียน)4“พี่ลืมไม่ได้หรอก เพราะเรื่องราวเหล่านั้นคือแรงผลักดันที่ทำให้พี่มีวันนี้ วันที่ไม่ต้องเห็นคนที่รักโดนทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพราะจะมีพี่คอยเป็นแรงสนับสนุนทั้งพี่หญิงสี่หรือน้องหญิงเจ็ดเองก็ตาม” หนานซูเหวินมองหน้าน้องสาวของเขา จนซูเจียวถึงกับน้ำตารื้นขึ้นมา ก่อนจะเข้ากอดพี่ชายเบาๆ โดยไม่สนใจขนบธรรมเนียมใดๆ เพราะต่อให้นางเติบโตเพียงใดบุรุษตรงหน้านี้ก็ยังคงเป็นพี่ชายของนางตลอดไป“อันใดกันจะแต่งงานอยู่อีกไม่กี่เดือนแล้ว ยังร้องไห้เป็นเด็กๆอีก” หนานซูเหวินเอ่ยหยอกเย้าน้องสาว ก่อนจะเช็ดน้ำตาให้น้องน้อยอย่างแผ่วเบา“....” หนานซูเจียวค้อนพี่ชายก่อนจะสูดน้ำมูกเบาๆ“ขี้แยเช่นนี้ หากพี่หลิวเหว่ยส่งเจ้ากลับมา...ขายหน้าแย่”“เขากล้าหรือ!!!!”ไม่กี่เดือนต่อมาท่านหญิงหนานซูเจียวก็เข้าพิธีแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้บรรดาพี่สาวคนใดเลย โดยมี







